วันที่ พุธ กรกฎาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พลเอกประยุทธ์จะเผลอยึดอำนาจตัวเองเข้าสักวัน?


นายกฯประยุทธ์ จัมทร์โอชา เคยได้สัมผัสชีวิตที่เดิบโตมาจากข้าวก้นบาตร เคยได้เห็นสังคมทั้งในยุคที่ประชาชนมีความสามัคคี มีสันติสุข และที่แตกแยก อยู่ร่วมกันไม่ได้ จนเมื่อก้าวขึ้นสู่อำนาจในฐานะผู้นำประเทศ วันหนึ่ง(ศุกร์ที่ 26 ก.ค. 62) ท่านได้กล่าวในที่ประชุมของตัวแทนปวงชนชาวไทยนับพันว่า “ผมเป็นคนที่ได้รับการกล่อมเกลาจากศาสนา เข้าถึงแก่นสารของศาสนามากกว่าคนที่สักแต่พูดว่านับถือศาสนา…ไม่ได้ว่าใครนะ!”

ยังมิทันที่จะมีใครถามท่านว่าวลีนั้นมิย้อนแย้งกับคาแรกเตอร์ของท่านตลอด 5 ปีกว่าของการเป็นหัวหน้ารัฐบาลหรือ ก็พอดีท่านสารภาพในวันเดียวกันนั้นเองว่า “ผมจะเป็นนายกรัฐมนตรีแบบนี้” ประมาณว่าเป็นนายกฯในแบบที่มาจากทหาร

ทำนองเดียวกับเมื่อครั้งที่ท่านประกาศ เมื่อต้นปี 2561 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่มีการจดทะเบียนพรรคพลังประชารัฐในเดือนมีนาคมปีนั้นว่า "ผมเป็นนักการเมืองแล้ว เป็นนักการเมืองที่เคยเป็นทหาร" นั่นเอง

ดูเหมือนท่านพยายามจะแยกความเป็นนักการเมืองของตัวเองว่ามีเอกลักษณ์ต่างจากนักการเมืองที่ท่านประณามโดยไม่เลือกหน้าว่าทำบ้านเมืองฉิบหายวุ่นวาย แต่พิเคราะห์แล้วก็พบว่าเมืองไทยเคยมีนายกรัฐมนตรีที่มาจากทหารก็ไม่น้อย อาทิ จอมพล ป. พลเรือเอกถวัลย์ จอมพลถนอม พลเอกเกรียงศักดิ์ พลเอกเปรม พลเอกชาติชาย บางท่านที่ขึ้นสู่อำนาจด้วยการทำรัฐประหาร แต่ก็ไม่มีท่านใดพูดจาเอ็ดตะโร ข่มขู่ ตะคอก เหมือนนายกฯประยุทธ์!

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องปกติที่มีประชาชนส่วนหนึ่งสนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ อยู่ยาวไปจนกว่าพวกเสื้อแดงจะล้มหายตายจากแผ่นดินนี้

จึงมีประเด็นว่าพวกเสื้อแดงจะมีวันหายไปจากประเทศไทยหรือ?

ดูกร ชีวิตสังคมไม่มีอายุขัย ไม่เหมือนคน ดูแต่กรุงศรีอยุธยาที่หลังจากล่มเหลือเพียงเถ้าถ่านก็ยังมีกรุงรัตนโกสินทร์ต่อมา ฉันใดก็ฉันนั้น เยอรมันหรือญี่ปุ่นหลังราบเป็นหน้ากลองจากพิษสงครามโลกก็กลับมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจได้

ความจริงวันนี้คือ สังคมไทยยังคงมีคอมมิวนิสต์ที่บัดนี้ยังคงแสดงเจตนารมณ์ที่จะเปลี่ยนประเทศ และไม่ต่างจากคำสัญญาของ คสช. เมื่อ 5 ปีก่อนว่า “ขอเวลา (ปฏิรูป)อีกไม่นาน”  วิธีหรือกระบวนการเท่านั้นที่อาจผิดแผกกัน 

มีคำถามว่า รัฐบาลวันนี้จะมองเห็นปัจจัยบวกของบรรยากาศของความเป็นประชาธิปไตยที่หลากหลายกว่า และเต็มใบมากกว่าในยุคของพลเอกเปรม มาทำสังคมไทยให้ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันภายใต้ระบบรัฐสภาได้หรือไม่ และอย่างไร?
 
พลเอกประยุทธ์จะมีความ “ข่มใจ” (self-restraint) ที่จะไม่ปล่อยให้โมหจริตเข้ามาสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้ที่นำความเกลียดชังและแตกแยกมาสู่สังคมรอบใหม่ ได้หรือไม่ อย่างไร? 

และท่านจะสามารถอิมปอร์ต “สัมมาทิฏฐิ” มาเป็นเจ้าเรือน แทนการให้อคติที่มองความเห็นต่างจากรัฐบาลว่ามาจากพวกที่ไม่หวังดีต่อประเทศชาติ ไม่รักท่าน มาครอบงำหรืออย่างไร?

เหล่านี้คือคำถามที่ยังหาหลักประกันคำตอบไม่ได้ว่า พลเอกประยุทธ์จะไม่เผลอตัดสินใจยึดอำนาจตัวเองเข้าสักวัน!

โดย อารยา

 

กลับไปที่ www.oknation.net