วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ปารีสชุมทางแดง ทิ้งที่มั่นลาวเข้ายุโรป //


link @: นายกฯขอบคุณจนท.ทุกฝ่าย หลังบึ้มป่วนกรุงคลี่คลาย สั่งเยียวยาผู้บาดเจ็บ

 

สวัสดีครับ

         อาจจะเป็นเพราะนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นที่ชื่นชอบของคนไทยมิใช่น้อย โดยเฉพาะวัยรุ่นที่เพิ่งอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ทำให้

นายธนาธรพูดอย่างอหังการ์ทีเดียวว่า แม้จะไม่ได้เข้าสภา ตัวเองก็จะอยู่กับประชาชน แล้วก็ทำตามที่ว่าอยู่ในขณะนี้

 

 

 

สุดารัตน์ จี้ นายกฯ ทบทวนมาตรการดับไฟใต้ หลังบึ้มกทม.

วันที่ 4 สิงหาคม 2562 - 14:50 น.
สุดารัตน์,จี้นายกฯ,่ บิ๊กตู่,เรียกร้อง,ทบทวนดับไฟใต้,ระเบิดป่วนกรุง

"สุดารัตน์"เรียกร้อง"นายกฯ" ทบทวนแก้ปัญหาดับไฟใต้ หลังระเบิดสู่เมืองใหญ่ พร้อมจี้รัฐบาล ควรใช้ความเข้าใจในการแก้ปัญหา อย่ามุ่งแต่ซื้ออาวุธ

ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์  กล่าวถึงเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครว่า พรรคเพื่อไทยห่วงใยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งตามที่ได้มีข่าวว่า ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมตัวได้ ได้บอกถึงเหตุจูงใจในการก่อเหตุว่า เกิดจากความไม่พอใจต่อกรณีการจัดการปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนใต้ เพราะมีผู้ต้องสงสัยบาดเจ็บและเสียชีวิตในค่ายทหารนั้น

"ในเรื่องนี้ พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ก็ควรจะจัดการปัญหาความไม่พอใจการบริหารจัดการความมั่นคงของรัฐบาลอย่างจริงจัง  เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสาเหตุการขยายตัวความรุนแรงจากภาคใต้สู่กรุงเทพมหานคร  และเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น สมุยหรือสงขลา และสะท้อนให้เห็นว่า มีการใช้งบประมาณใน 5 ปีที่ผ่านมา อย่างไม่ถูกจุด เพราะเน้นแต่เรื่องของการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์

คุณหญิงสุดารัตน์  กล่าวอีกว่าเรื่องของความมั่นคงนั้น ต้องอาศัยความเข้าใจและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงแค่การซื้ออาวุธ  แต่ควรน้อมนำพระราชดำรัส เข้าใจ  เข้าถึง  และพัฒนา ของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้  และทบทวนแนวทางการจัดการปัญหาความมั่นคง รวมถึงมาตรการความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ๆ

เปิดภาพชายต้องสงสัยวางบึ้มศูนย์ราชการ เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนหนี

วันที่ 4 สิงหาคม 2562 - 17:50 น.
วางระเบิด,ป่วนกรุง,วางบึ้ม,คดีระเบิด,ชายต้องสงสัย,วางระเบิดศูนย์ราชการ,ศูนย์ราชการ,เปลี่ยนเสื้อผ้า

หลักฐานเด็ด ตร.เจอเสื้อผ้าชายต้องสงสัยวางระเบิดศูนย์ราชการ ซุกห้องน้ำห้างดังย่านแจ้งวัฒนะ หลังก่อเหตุเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่อำพรางตัวก่อนหลบหนี

                วันที่ 4 สิงหาคม 2562 ชุดสืบสวนคลี่คลายคดีระเบิดทั่วกรุงเทพฯ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของคนร้ายที่ลงมือวางระเบิดที่ศูนย์ราชการ ทั้งหมด 4 จุดนั้น โดยพบว่าภายหลังจากลงมือในสถานที่ดังกล่าวแล้ว มี 1 ในผู้ต้องสงสัยเป็นชายสูงประมาณ 165 เซนติเมตร ใส่แว่นกันแดดสีดำ สวมหมวกแก็ปสีดำ ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อน นุ่งกางเกงลายสีน้ำตาล สะพายกระเป๋าเป้สีดำ ได้เดินทางหลบหนีไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดังย่านแจ้งวัฒนะ เมื่อไปถึงภายในห้างได้เข้าไปในห้องน้ำ ก่อนจะเดินออกมา ซึ่งพบว่ามีการเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย แต่ใส่แว่นตาดำเช่นเดิม สวมหมวกแก็ปสีเหลือง ใส่หน้ากากอนามัยสีเหลือง สวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น ลายหัวกระโหลกสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์สีซีดขาสามส่วน ใส่รองเท้าผ้าใบแบบกีฬาสีแดง ที่ข้อมือซ้ายใส่นาฬิกาสีเหลือง และสะพายกระเป๋าเป้สีดำ เดินออกไปจากห้างดังกล่าว

                จากนั้นทางชุดสืบสวนจึงลงพื้นที่ตรวจสอบภายในห้องน้ำแห่งนี้จนพบกระเป๋าเป้ขนาดใหญ่ ระบุตัวอักษรภาษาอังกฤษ “Naan” เมื่อเปิดดูด้านในพบเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อน 1 ตัว กางเกงสแลคขายาวสีน้ำตาลอ่อน 1 ตัว เข็มขัดแบบผ้าสีกรมท่าขีดสีแดง 1 เส้น หมวกแก็ป ระบุตัวอักษรภาษาอังกฤษ “BLACK” และรองเท้าผ้าใบ แบบสวมสีดำ 1 คู่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นของผู้ต้องสงสัยรายนี้ได้ทิ้งเอาไว้ จึงรวบรวมเก็บไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตามทางตำรวจอยู่ระหว่างทำงาน เร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้ต่อไป

 

ปลุกไฟท้องถิ่น "พ่อฟ้า" ล้าง "บ้านใหญ่"

วันที่ 3 สิงหาคม 2562 - 09:41 น.
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ,พรรคอนาคตใหม่,ธนาธรเดินสาย,เจาะประเด็นร้อน

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก 3-4 ส.ค. 62

*************************

“ถ้าไม่ให้เข้าสภา ก็จะอยู่กับประชาชน” ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ลั่นวาจาไว้อย่างถูกใจกองเชียร์ไม่นานมานี้ แต่ประเด็นคือไม่ได้แค่พูด

เพราะนับจากวันนั้น เสี่ยส้มหวานลงลุยเกือบทั่วไทย เพื่อทำตามโจทย์ 3 ข้อที่พรรคอนาคตใหม่วางไว้ในวาระครบรอบ 1 ปี 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา หลังชัดเจนว่าพรรคของเขาฤดูกาลนี้ คือพรรคร่วมฝ่ายค้านไม่มีเป็นอื่น

ถ้าจำได้ในงาน “1 ปี​ พรรคอนาคตใหม่​ เดินไปด้วยกัน​ Walk with me Talk​ with me” ที่ธรรมศาสตร์ ธนาธรลั่นว่าโจทย์ที่ต้องทำข้อหนึ่งคือจะลุยเขย่าการเมืองท้องถิ่น ให้หมดยุค บ้านใหญ่” ไม่เอาแล้วที่มากันทั้งสาแหรก !

 
 ยุทธศาสตร์ไร้ข้อจำกัด ?

หลายคนวิเคราะห์ว่า พรรคอนาคตใหม่มียุทธศาสตร์การรุกเข้าการเมืองท้องถิ่น ที่เน้นพื้นที่ทาง “ยุทธศาสตร์” คือไม่ต้องปักหมุดเช็กอินมันหมดทั้ง 77 จังหวัดทั่วไทย แต่ที่จะไปต้องมีอิมแพ็ค โดยต้องมี ส.ส.เขตของพรรคอยู่แล้ว

มุมหนึ่งมีการวิเคราะห์ว่า ธนาธรไม่ต้องการชนกับพรรคฝ่ายเดียวกันโดยตรงอย่างเพื่อไทย ที่ครอบครองอยู่หลายพื้นที่ ด้วยการทำการเมืองท้องถิ่นแบบเดิม คือเรื่องของหัวคะแนน

แต่ปรากฏว่าวันที่ 11-12 มิถุนายน ธนาธรเปิดฉากด้วยการเทกระจาดนักวิเคราะห์ลงน้ำ เพราะเขาลงไปพังงาและภูเก็ต ที่เป็นถิ่นของพรรคสีฟ้าประชาธิปัตย์มายาวนานเหนียวแน่น หรือที่ภูเก็ตต่อให้งวดนี้ เก้าอี้จะย้ายไปเป็นของ ส.ส.พลังประชารัฐ แต่มันก็ไม่ใช่พื้นที่ของอนาคตใหม่อยู่ดี

 มุมนี้ ถ้าไม่เพราะเป็นหมายเดิมที่ต้องทำให้ครบ ก็แปลว่าอนาคตใหม่กำลังลงไปเปิดตลาด คือต่อให้ยังไม่มีคนซื้อ ก็ขอให้ไปติดแบรนด์ไว้ก่อน

ว่าแล้วที่พังงา ภูเก็ต ธนาธรลุยกิจกรรมครบเครื่อง ทั้งรับฟังปัญหาประมงพื้นบ้าน พบปะสมาชิกพรรค และพูดคุยในกิจกรรม “ฟังเสียงบ่นคนภูเก็ต” ปัญหาการท่องเที่ยว และสิ่งแวดล้อม

จากนั้นช่วงค่ำก็ขึ้นปราศรัยอนาคตใหม่กับการเมืองท้องถิ่น แถวลานหลังห้างจังซีลอน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นประหนึ่งว่าไม่มีอะไรหยุดเขาได้อีก

อีสานออนทัวร์

พอถึงคิวอีสาน 24 กรกฎาคม นครพนม, 25 กรกฎาคม มุกดาหาร และ อุบลราชธานี และไปจบที่นครราชสีมา ในวันที่ 26 กรกฎาคม 2562

นาทีนี้วิเคราะห์ไปทำไมมี เพราะนครพนม คือพื้นที่ของพรรคเพื่อไทยและภูมิใจไทย อุบลราชธานีก็ไม่ใช่พื้นที่ของอนาคตใหม่ ยิ่งโคราชยิ่งไมใช่เลยสักเขต แต่ธนาธรพุ่งไปที่ตรงนี้อย่างไม่ยี่หระ

โดยสรุปแล้วเนื้อหาของการไป ธนาธรระบุว่าพรรคอนาคตใหม่ จะยังคงผลักดันการแก้กฎหมายหลายเรื่องที่่ส่งผลต่อวิถีชีวิตของประชาชนต่อไป แต่ที่เร่งด่วนที่สุดคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

แถมยังไปร่วมงานเสวนาที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ให้วัยโจ๋ได้กรี๊ดกร๊าด ขอเซลฟี่และลายเซ็น แล้วไปจบที่โคราชกับกิจกรรม งาน “โคราชคุยเดิ้งธนาธรดา” ที่สีมา อารีน่า สนามฟุตบอลหญ้าเทียม

ฉากหน้า นี่เรียกว่าเป็นการเดินสายพบปะสมาชิกพรรค และรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในจังหวัดภาคอีสาน

ฉากหลัง นี่คือการบุกถึงกลางบ้านคู่แข่ง หรือศัตรูทางการเมือง ฉกฉวยจังหวะหาเสียงล่วงหน้าของการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะถึง หรือล่วงหน้าของล่วงหน้าเผื่อไว้สำหรับวันที่เกมเปลี่ยนก็ได้เหมือนกัน

เอกต๊ะต่อนยอน

ไม่ต้องถูกหาว่าใช้งบประมาณรัฐหาเสียงเนียนๆ เหมือนกับรัฐไทยทุกสมัยโดนมา เพราะนี่ไม่ใช่ทัวร์นกขมิ้นของรัฐบาลฝ่ายหนึ่ง และไมใช่ ครม.สัญจรของอีกรัฐบาลหนึ่ง

แต่นี่คือการลงพื้นที่ของ นายกฯ ในใจฟ้า” ที่ชื่อ “ธนาธร” เพื่อเก็บให้หมด ทั้งชาวบ้าน ชาวเมือง และคนรุ่นใหม่ และเก็บให้ได้ถึงกลุ่มที่ไม่ใช่ฐานเสียง

ล่าสุดร้อนๆ นี่้เอง ธนาธรบุกขึ้นเหนือวันที่ 1 สิงหาคม ปักหมุดนครสวรรค์ พื้นที่ของพลังประชารัฐส่วนใหญ่ ที่เหลือคือ เพื่อไทย และภูมิใจไทยอีกพรรคละ 1 เขต

 

 แต่งานพบปะสมาชิกพรรค และจัดเสวนาย่อยที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ธนาธรได้ภาพประทับใจมาฝาก โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่ ที่เขาเก็บเกี่ยวมาได้พอสมควร

เขาระบุว่า อยากเห็นการเมืองที่สร้างสรรค์ ผลักดันนโยบาย เพื่อให้ประชาชนและชาวบ้าน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำภายในสังคม และ “เราไปไกลกว่านี้ไม่ได้ถ้าไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญ”

ไม่ต้องพวกเดียวกัน ไม่ต้องรักกันมาแต่ต้น ไม่ต้องบอกว่ามาเลือกผม แต่เสี่ยเอกขอซึมลึกไปก่อน ว่าแล้วก็วกเข้าพิษณุโลกวันที่ 2 สิงหาคม แล้วตบท้ายที่เชียงใหม่ บ้านเกิดภรรยาคนสวยในวันที่ 4 สิงหาคม

สองจังหวัดหลังพรรคอนาคตใหม่ มี ส.ส.จังหวัดละ 1 เก้าอี้เท่านั้น !

ยุทธวิธีย้ำซ้ำ?

 ที่เชียงใหม่ ธนาธรเปิดฉากรณรงค์แคมเปญ จินตนาการใหม่ ข้อตกลงใหม่ รัฐธรรมนูญใหม่” ราวกับจะประกาศหมุดหมายสำคัญ

เพราะที่นั่น คือพื้นที่ที่เคยแดงเถือกไปด้วยเพื่อไทย มีเลือกตั้งหนนี้ที่เพิ่งเป็นสีส้มไปหนึ่งเขต ส่วนที่อื่น ก็เป็นพื้นที่ของพรรคอื่นทั้งสิ้นเหมือนกัน

มุมนี้ หากล้อไปกับการประกาศลุยท้องถิ่นเพื่อล้างบาง “บ้านใหญ่” หรือหัวคะแนนในพื้นที่ ก็คงเข้าใจได้ว่าทำไมธนาธรต้องกล้าลุย

จะห่วงก็แต่คนที่จะยุส่ง ว่านี่อาจเป็นการเปิดฉากต่อสู้กับพันธมิตรซึ่งแนบแน่นอย่างพรรคเพื่อไทย ที่ครั้งหนึ่งมีหัวหอกประกาศทำการเมืองท้องถิ่นแบบลงฐานราก จนสำเร็จในแบบฉบับของเมืองไทยยุค 2544

วันนี้ ถามว่าถ้าธนาธรจะทะลวงลงไปถึงราก ตามแบบฉบับของส้มหวานในฉากเมืองไทยยุค 2562 บ้าง คงไม่เกินไป

เพราะคะแนนรวมทั้งประเทศหกล้านกว่าเสียง เป็นอันดับสามในการเลือกตั้งใหญ่ แถมหากวิเคราะห์ดีๆ หลายจังหวัดที่กล่าวมาข้างต้น ส้มหวานแม้ไม่ได้เก้าอี้ ส.ส. แต่ก็มีคะแนนเป็นพรรคไม่ตกจากลำดับที่ 3

นี่แปลว่า ธนาธรกำลังลงไปเน้น ไปย้ำ ในพื้นที่ที่มีโอกาส ไปในที่ที่ติดแบรนด์ไว้ระดับหนึ่งแล้วนั่นแหละ 

อย่างที่เกริ่นว่า “ถ้าไม่ให้เข้าสภา ก็จะอยู่กับประชาชน” แต่การไปหาประชาชนหนนี้ จะทำให้ธนาธรได้กลับเข้าสภาหรือไม่ (ภายในวงเล็บว่าถ้ารอดจากคดีต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับเกมยุบพรรคและตัดสิทธิ์การเมือง) น่าติดตามจริงๆ

**************//***************

"ปารีส"ชุมทางแดง ทิ้งที่มั่นลาวเข้ายุโรป ตั้งสมาคมผู้ลี้ภัย

วันที่ 3 สิงหาคม 2562 - 08:47 น.
เจาะประเด็นร้อน,ม112,ลี้ภัยการเมือง,กลุ่มไฟเย็น,แยมไฟเย็น,สมาคมผู้ลี้ภัย 112

********************

 เป็นเวลา 4 ปี ที่สถานีวิทยุใต้ดิน(ยูทูบ)จากฝั่งลาว ส่งกระจายเสียงข้ามโขงปลุกระดมคนไทยลุกขึ้นโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการทหาร บางกลุ่มฝันถึงสหพันธรัฐ บางกลุ่มก็เพ้อหาสาธารณรัฐ

ทันทีที่ “กลุ่มไฟเย็น” 5 ชีวิต เดินทางออกจากนครหลวงเวียงจันทน์ มุ่งสู่ปารีส ฝรั่งเศส ก็หมายถึงกาลอวสานของวิทยุใต้ดินฝั่งซ้าย และบทเริ่มต้นของการต่อสู้ครั้งใหม่

กลุ่มไฟเย็นไปถึงปารีส เมื่อ ส.ค.2562 ประกอบด้วย "รมย์ชลี สมบูรณ์รัตนกูล“ (แยม ไฟเย็น) และ ”ไตรรงค์ สินสืบผล“ (ขุนทอง ไฟเย็น), ”นิธิวัต วรรณศิริ" (จอม ไฟเย็น) ,ปริญญา ชีวินกุลปฐม (พอร์ท ไฟเย็น) และ “วรวุฒิ เทือกชัยภูมิ” (ดีเจตีโต้) 

 

จอม ไฟเย็น ดีเจตีโต้ ขุนทอง ไฟเย็น และแยม ไฟเย็น ถึง ปารีส 2 ส.ค.

 

 

ด้าน "จรรยา ยิ้มประเสริฐ" นักเคลื่อนไหวแรงงานในต่างแดนที่อาสาช่วยกลุ่มไฟเย็น ก็บินมาจากฟินแลนด์มาสมทบกับ “จรัล ดิษฐาอภิชัย” และ “วัฒน์ วรรลยางกูร” ที่ปารีส เพื่อวางดูแลกลุ่มไฟเย็น ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค.2562 

สิ้นเสรีไทย..แดงกระเจิง

หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศยึดอำนาจ เมื่อ 22 พ.ค.2557 นักการเมืองค่ายเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดงประมาณร้อยคนไปรวมตัวอยู่ในอพาร์ตเมนต์กลางกรุงพนมเปญ อาทิ จารุพงศ์ เรืองสุวรรณ, จารุวงศ์ เรืองสุวรรณ, สุรชัย แซ่ด่าน, สุนัย จุลพงศธร, โกตี๋ วุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ, อาจารย์หวาน-สุดา รังกุพันธุ์ ฯลฯ

วัฒน์ จรัล และ จรรยา ประชุมเตรียมการรอรับกลุ่มไฟเย็น

"จารุพงศ์" ได้แจ้งว่า จะมีการจัดตั้ง องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย” เป็นแกนหลักในการนำพาประชาชนไทยต่อสู้อำนาจเผด็จการทหาร

ดังนั้น กลุ่มสุรชัย แซ่ด่าน และโกตี๋ ที่หลบหนีมาอยู่ในลาว จึงได้รับการช่วยเหลือด้านการเงินจากองค์กรเสรีไทย โดยสองปีแรก “เสรีไทย” ยังแข็งขัน 

ชีวิตใหม่ผู้ลี้ภัย 112

ย่างเข้าสู่ปี 2559 จารุพงศ์ และคณะนำองค์กรเสรีไทย กลับไม่มีการชี้นำแดงใต้ดินในลาว เงินทองที่อุดหนุนจุนเจือก็ร่อยหรอ ยิ่งสู้เหมือนยิ่งสิ้นหวัง

ปี 2560-2561 กลุ่มแดงฮาร์ดคอร์ในลาว จึงจัดรายการวิทยุใต้ดินทางช่องยูทูบ หารายได้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง แต่แตกออกเป็น 3 ก๊ก แย่งแม่ยกกันเอง และทะเลาะเบาะแว้งออกอากาศ 

บ้านใหม่ฝรั่งเศส

ตามมาด้วยการถูก “อุ้มหาย” โดยฝีมือ “มือสังหารนิรนาม” เริ่มจาก “ดีเจซุนโฮ” อิทธิพล สุขแป้น และ “โกตี๋” วุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ

ปลายปี 2561 สุรชัย แซ่ด่าน, “ภูชนะ” ชัชชาญ บุปผาวัลย์ และ “กาสะลอง” ไกรเดช ลือเลิศ ต้นปี 2562 “ลุงสนามหลวง” ชูชีพ ชีวะสุทธิ์, “สหายยังบลัด” กฤษณะ ทัพไทย และ “ข้าวเหนียวมะม่วง” สยาม ธีรวุฒิ

กลุ่มไฟเย็น หิ้วทุเรียนไปฝากจรรยา

ด้วยเหตุนี้ “วัฒน์ วรรลยางกูร” จึงเผ่นออกจากไปตั้งหลักที่ปารีส และกลุ่มไฟเย็นก็ปั่นกระแสข่าวถูกไล่ล่ารายวัน จนได้ไปลี้ภัยในฝรั่งเศส

ทำนองเดียวกัน กลุ่มไฟเย็นรู้สึกผิดหวังองค์กรเสรีไทย ยุทธศาสตร์โลกล้อมไทย ไปไม่รอด แถมคนใกล้ตัวกลับถูกไล่ล่า ถูกฆ่าทิ้ง

"จรรยา ยิ้มประเสริฐ" นักเคลื่อนไหวแรงงานสากล จึงกระโจนออกมาช่วยกลุ่มไฟเย็น เธอพยายามส่งข่าวกลุ่มไฟเย็นถูกไล่ล่าไปให้สำนักข่าวในยุโรปตีข่าว หวังให้นานาชาติได้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในลาว

สมาคมผู้ลี้ภัย 112 

เมื่อทราบชัดว่า องค์การเสรีไทยเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ไปไม่รอด "จรัล ดิษฐาอภิชัย" อดีตผู้ประสานงานเสรีไทย จึงสร้างองค์กรใหม่ในนาม สมาคมนักประชาธิปไตยไร้พรมแดน”

องค์กรใหม่ของจรัล ไม่ต่างจาก “สมาคมผู้ลี้ภัย 112” เพราะเวลานี้ มีผู้หลบหนีคดี ม.112 มาอยู่ฝรั่งเศสถึง 8 คน

เริ่มจาก "ศรัณย์ ฉุยฉาย" หรือ อั้ม เนโกะ อดีตนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ซึ่งเรียนจบปริญญาเอกแล้ว ตามมาด้วย "สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล" อดีตอาจารย์ประจาภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ธรรมศาสตร์ ที่อยู่ระหว่างพักฟื้นร่างกาย

สำหรับสมาชิกใหม่ ได้แก่ วัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนรางวัลศรีบูรพา และสมาชิกวงไฟเย็นอีก 5 คน โดยทั้งหมดอยู่ภายใต้การประสานงานของ จรัล ดิษฐาอภิชัย ที่หวังจะใช้ปารีส เป็นฐานการต่อสู้ครั้งใหม่ 

จรัลเพิ่งนัดวางยุทธศาสตร์การต่อสู้เพื่อสถาปนาประชาธิปไตยประชาชน โดยกลุ่มผู้ลี้ภัยในยุโรป เมื่อได้กลุ่มไฟเย็นมาเป็นนักรบวัฒนธรรม คงได้มีการจัดกิจกรรมฉลองชัยในปารีสเร็วๆนี้

...............................................

4 สิงหาคม 2562

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net