วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

‘บิ๊กตู่’ไม่กังวลปมถวายสัตย์ ลั่นยึดรธน.พระบรมราชโองการ


สวัสดีครับ

         กรณี 'บิ๊กตู่' กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณนั้น ข่าวรายงานว่า : นายกฯ ขอจบประเด็นถวายสัตย์ฯ ยันทำตาม รธน.-ตรงตามพระ

ปฐมบรมราชโองการ ในการดูแลประชาชน ระบุหลายคนที่โจมตีเป็นทหาร วอนอย่าเอาการเมืองทำประเทศชาติปั่นป่วน  รับฟังกระดุม

5 เม็ด แต่ต้องดูว่าทางปฏิบัติทำได้หรือไม่  แต่ข่าวทางฝ่ายค้านก็บอกว่า : ส.ส. เตรียมเข้าชื่อเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อรัฐ

บาลประยุทธ์เผยจุดตายให้เห็น

 

‘บิ๊กตู่’ไม่กังวลปมถวายสัตย์ ลั่นยึดรธน.พระบรมราชโองการ

‘บิ๊กตู่’ไม่กังวลปมถวายสัตย์ ลั่นยึดรธน.พระบรมราชโองการ

วันจันทร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 10.22 น.
 
 

นายกฯ ขอจบประเด็นถวายสัตย์ฯ ยันทำตาม รธน.-ตรงตามพระปฐมบรมราชโองการ ในการดูแลประชาชน ระบุหลายคนที่โจมตีเป็นทหาร วอนอย่าเอาการเมืองทำประเทศชาติปั่นป่วน  รับฟังกระดุม5 เม็ด แต่ต้องดูว่าทางปฏิบัติทำได้หรือไม่ 

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562  เวลา 07.45 น. ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จ.นครนายก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พล.อ.ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ท.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 รวมทั้งนายทหารชั้นผู้ใหญ่ และศิษย์เก่าเดินทางมาเข้าร่วมพิธีวันพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ครบรอบ 132 ปี อย่างพร้อมเพรียง ทั้งนี้พล.อ.ประยุทธ์ได้วางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 ก่อนเดินทางกลับกทม. ในเวลา 08.30 น. 

เมื่อถามว่า กังวลที่มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือไม่นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่กังวลอะไรทั้งสิ้น จะกังวลไปทำไม เพราะมีเรื่องที่น่ากังวลมากกว่านี้อีกมาก  การที่เป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีเรื่องหลายอย่างต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างมีตามรัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งต้องร่วมมือกับรัฐมนตรีที่มาจากพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งการเซ็นต์งบประมาณ การอนุมัติโครงการทุกอย่างต้องตอบสนองรัฐธรรมนูญทั้งนั้น โดยรัฐธรรมนูญได้เขียนแบบกว้างๆ เอาไว้ 

“ก็ไปทะเลาะกันแต่เรื่องรัฐธรรมนูญ ซึ่งต้องไปดูว่ากฎหมายลูกมีอะไรบ้าง เพราะเป็นส่วนที่จะทำให้การทำงานเดินหน้าต่อไปได้ ขณะที่รัฐธรรมนูญเป็นเพียงแค่กรอบกว้าง จะไปทำอะไรได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องอาศัยกฎหมายลูกที่มีหลายพัน หลายหมื่นฉบับ รวมถึงกฎกระทรวง สิ่งที่ผมพูดเป็นวิธีของการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกษตรหรือเรื่องอะไรก็ตาม ที่พูดกันเรื่องเสื้อกระดุม 5 เม็ด ขอให้ลองไปดูว่าเราได้ทำอะไรไปหรือยัง บางอย่างมาจากต่างประเทศ เราก็นำหลักการนั้นมาคิดและประยุกต์ว่าสิ่งเหล่านั้นทำกับเราได้หรือไม่ อย่างประเทศเราตนก็เห็นใจเกษตรกรมากที่สุด เพราะเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ รวมถึงคนที่อยู่ในกระบวนการเหล่านี้ด้วย ทั้งปลูก ผลิตและแปรรูป ถือเป็นห่วงโซ่ทั้งหมด ซึ่งเราก็ต้องดูทั้งหมด  ถ้าไปดูแต่ขั้นต้น ตรงกลาง แรงงาน ตลาดก็มีปัญหา การแข่งขันด้านราคาก็มีปัญหาอีก เราต้องกลับมาย้อนดูว่าต้นทางคืออะไร ในประเทศที่เจริญแล้วห่วงโซ่ตรงนี้จะไม่มากนัก เนื่องจากมีการใช้เทคโนโลยีเครื่องมือที่ทันสมัย ซึ่งไทยยังไปไม่ถึงตรงนั้น เราก็ต้องพยายามไปให้ถึงตรงนั้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนการลดต้นทุนการผลิตเป็นตัวสำคัญที่สุด ถ้าลดไม่ได้ก็ไปไม่ได้ เช่นประเทศอิสราเอลที่หลายคนก็อยากเป็นเช่นนั้น แต่เขามีประชากรแค่ 10 ล้าน คน และมีประเทศเล็กกว่าเราหลายสิบเท่า ดังนั้นจึงอยากถามคำถามกลับไปว่าเราควรมีการบริหารจัดการที่เหมาะสมหรือไม่ในการทำการเกษตรในเมืองไทย ผมไม่ต้องการห้ามทั้งสิ้นว่าจะปลูกอะไร  แต่ถ้าปลูกแล้วเกิดความเสียหายรัฐบาลจะเข้าไปอุดหนุนทั้งหมดคงเป็นไปได้ยาก เพราะไม่คุ้มกับต้นทุน จึงเป็นเรื่องของการบริหารจัดการให้ปลูกพืชอย่างเหมาะสม มีแหล่งน้ำที่เพียงพอ ประเทศไทยสามารถจัดพื้นที่ชลประทานได้ถึง 40% เพราะมีลักษณะพื้นที่สูงต่ำ มีน้ำท่วมและมีน้ำแล้ง ส่วนใหญ่เป็นนาน้ำฝน. และอีกส่วนหนึ่งเป็นนานอกระบบชลประทาน เหล่านี้คือปัญหาของเรา รวมถึงการปลูกอะไรมากเกินไป ในส่วนที่ราคาดีให้สังเกตว่าเพราะอะไร ก็เพราะว่าจำนวนน้อยลง แรงงานที่มาจากต่างประเทศก็น้อยลง ที่ผ่านมาพอราคาดีขึ้นคนก็ไปปลูกตามกันหมด ทำให้ปัญหากลับมาที่เก่า ต้องคิดแบบนี้ เพราะนี่คือการติดกระดุมเม็ดที่ห้า ผมไม่ขัดแย้งและก็ขอขอบคุณที่พูดกันมาและขอชื่นชมหลายคน แต่ต้องไปดูว่าในทางปฏิบัติทำได้จริงหรือไม่ การพูดแล้วไม่ปฏิบัติจริงก็ถือว่ายาก 

“การปฏิบัติก็ทำโดยรัฐบาล ซึ่งก็คือคณะรัฐมนตรีที่ทุกคนได้รับการเลือกตั้งเข้ามา ผมเคารพกติกาตรงนี้ เขาจะชี้แจงว่าสิ่งไหนทำได้หรือทำไม่ได้ ไม่ใช่ให้มาทำในลักษณะนโยบายทั้งหมด เพราะทำไม่ได้มากขนาดนั้น ทั้งนี้ก็ต้องมีการประชุมเรื่องงบประมาณและแผนงาน ซึ่งไม่สามารถบรรจุสิ่งเรานั้นไว้ทั้งหมดภายในปีนี้ปีเดียวได้ ต้องทยอยไปแบบระยะสั้นและระยะยาว พร้อมทั้งใช้จ่ายงบประมาณตามห้วงระยะเวลา  และประเมินหนี้สาธารณะรายปีว่าต้องตั้งเงินกู้เท่าไหร่ที่คาดการณ์ไว้อีกหลายปี ที่จะทำให้ประเทศเรามีรายได้แบบสมดุลอย่างไรก็ตามขอให้ทุกคนรักประเทศไทยมาก อย่าไปนำเสนอข่าวที่ขัดแย้ง เพราะจะถอยกันทั้งประเทศ ผู้บัญชาการเหล่าทัพและทหารทำงานอย่างเต็มที่ ไม่มีใครอยากจะอยู่ตรงนี้เมื่อเข้ามาแล้วก็ต้องทำ จะไปย้อนกลับทำไม ไม่มีอะไรจะให้เดินหน้าสักอัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

(คลิกที่คำบรรยายใต้รูปเพื่ออ่านข่าว)

การเมือง

 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป

 หน้าแรก / ในประเทศ

ขีดเส้นหลัง28ส.ค. ยึดที่ดินบ้าน‘แพรวา’ขายทอดตลาดเยียวยาญาติเหยื่อใน 6 เดือน

ขีดเส้นหลัง28ส.ค. ยึดที่ดินบ้าน‘แพรวา’ขายทอดตลาดเยียวยาญาติเหยื่อใน 6 เดือน

วันจันทร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 12.06 น.
 
 

ขีดเส้นหลัง28ส.ค. ยึดที่ดินบ้าน‘แพรวา’ขายทอดตลาดเยียวยาญาติเหยื่อใน 6 เดือน

5 สิงหาคม 2562 นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาค่าเสียหายให้กับครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวน 9 ราย ตามคำพิพากษาในคดีแพรวา 9 ศพ ว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้แต่งตั้งตนเป็นผู้ประสานงานระหว่างศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้รับมอบอำนาจให้เป็นทนายความของผู้เสียหายทั้งหมดกับกลุ่มจำเลยทั้ง 4 ราย ซึ่งตามขั้นตอนต้องรอจนถึงวันที่ 28 สิงหาคม 2562 หากฝ่ายจำเลยไม่สามารถขายที่ดินจำนวน 21 แปลงได้ ทางศูนย์นิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ จะนำรายการทรัพย์สินที่ตรวจสอบพบไปยื่นคำขอให้กรมบังคับคดียึดอายัดทรัพย์เพื่อนำออกขายทอดตลาด

“ตั้งเป้าจะเปิดประมูลขายและนำเงินมาเฉลี่ยให้กับผู้เสียหายตามคำพิพากษาให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน หรือ 180 วัน อย่างไรก็ตามระหว่างนี้ยังไม่มีฝ่ายใดติดต่อเข้ามายังกระทรวงยุติธรรม จึงถือว่าหน้าที่ของกระทรวงจะเริ่มตันนับหนึ่งหลังวันที่ 28 สิงหาคม นี้” นายธวัชชัย กล่าว

 

กวนน้ำให้ใส

กวนน้ำให้ใส

สารส้ม
วันจันทร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 02.00 น.

ขอให้ ‘กองปราบ’ ติดตามจับตัว ‘ธัมชโย’ ชะตากรรม ‘เจ้าสัว’ กับมูลนิธิคู่แฝดธรรมกาย

 
 

 

เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ดีเอสไอประชุมติดตามความคืบหน้าคดีโกงสหกรณ์ฯคลองจั่น คดีฟอกเงินที่เกี่ยวพันเกี่ยวเนื่อง

รวมถึงคดีของธรรมกาย

1. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าที่สำคัญหลายประการ ดังนี้

1.1 ปัจจุบัน พระธัมมชโยยังคงเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของดีเอสไอและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รวมจำนวน 12 หมายจับ

1.2 ที่ผ่านมา มีการประชุมติดตามหาเบาะแสมาโดยตลอด แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันถิ่นที่อยู่ของพระธัมมชโย

ส่วนกรณีของนางศศิธร โชคประสิทธิ์ ผู้ต้องหาร่วมกับพระธัมมชโยและนายศุภชัยในคดีฟอกเงิน รับของโจร ได้ทราบว่าหลบหนีไปต่างประเทศ ดีเอสไอได้ประสานหมายจับไปยังตำรวจสากลแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนขอส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน

1.3 คดีฟอกเงินเกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับนายอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าสัวธรรมกาย พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้สรุปสำนวนมีความเห็นสั่งฟ้อง ส่งไปให้อัยการพิจารณาแล้ว ขณะนี้อยู่ขั้นตอนการนำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาล

ส่วนคดีของน.ส.อลิสา อัศวโภคิน (ลูกสาวนายอนันต์) ผู้รับซื้อที่ดินแปลงอาคารบุญรักษาจากนายศุภชัย ผลการสอบสวนของดีเอสไอน่าเชื่อว่าน.ส.อลิสาไม่น่าจะมีส่วนรู้เห็น คาดว่านายอนันต์ นำชื่อลูกสาวไปใช้

สำหรับอาคารบุญรักษา ปปง. มีคำสั่งอายัดทรัพย์ไว้แล้วเช่นเดียวกับอาคารลูกโลกและอาคารวิหารคตที่พบว่าถูกนำเงินที่ไหลมาจากสหกรณ์ฯ โดยมิชอบไปใช้ก่อสร้าง ก็ได้ถูกปปง.อายัดไว้เช่นกัน

1.4 ความคืบหน้าคำร้องที่เสนอให้อัยการยื่นต่อศาลแพ่งให้ยุบมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง และให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน ปรากฏว่า ดีเอสไอได้ส่งคำร้องไปที่อัยการภาค 1 แล้ว แต่อัยการสั่งสอบเพิ่มและมีความเห็นให้รอผลการตัดสินในคดีอาญาให้สิ้นสุดลงก่อน จึงดำเนินการทางแพ่ง ระหว่างนี้
ดีเอสไอจะตรวจสอบข้อกฎหมายว่าจะมีช่องทางใดสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว โดยในส่วนของคดีอาญาฐานฟอกเงินนั้น ดีเอสไอได้สรุปสำนวนสั่งฟ้องนางวรรณา จิรกิติ ประธานมูลนิธิอุบาสิกาจันทร์ฯ และพวก และส่งให้อัยการไปดำเนินการแล้ว

2. จากความคืบหน้าข้างต้น และจากการติดตามเรื่องนี้ต่อเนื่องมา (ตั้งแต่สมัยรัฐมนตรียุติธรรมชื่อพลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายา ซึ่งท่านมีผลงานได้รับการชื่นชมจากสังคมอย่างยิ่ง) มีข้อสังเกตดังนี้

2.1 กรณีการติดตามจับกุมพระธัมมชโย

เวลาผ่านไปนานมากแล้ว วันนี้ ยังมีหมายจับอยู่ถึง 12 หมายจับ คดีมีมูลค่าความเสียหายจำนวนมาก หากเป็นคนทั่วไปคงจะมีการตั้งรางวัลนำจับแล้ว

นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้กำกับดูแล สตช. ดีเอสไอ น่าจะบูรณาการการทำงานกับตำรวจกองปราบปราม อาจจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นในการติดตามจับกุม โดยมอบภารกิจการติดตามจับกุมพระธัมมชโยไปให้กองปราบปรามเสียให้เด็ดขาด เหมือนตอนที่ไปจับอดีตพระพุทธอิสระ เชื่อว่าตำรวจกองปราบปรามสามารถจะติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ได้อย่างแน่นอน

2.2 กรณีคดีฟอกเงินของนายอนันต์

เจ้าตัวยังมีสิทธิต่อสู้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง

นายอนันต์ไปซื้อที่ดินแปลงหนึ่ง 46 ไร่ ใกล้ๆ วัดพระธรรมกาย จากเครือข่ายนายศุภชัย แล้วขายต่อ 492 ล้านบาท จากนั้นนำเงินบางส่วนมอบให้มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาฯ แล้วนำมาสร้างอาคารบุญรักษา ถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงิน ขณะนี้คดียังไปไม่ถึงศาล และนายอนันต์อยู่ที่ไหน? กลับมาจากต่างประเทศหรือยัง?

อีกด้านหนึ่ง เกี่ยวกับที่ดินอีกแปลงหนึ่ง อันเป็นที่ตั้งของอาคารบุญรักษาในปัจจุบัน หากดีเอสไอเห็นว่า น.ส.อลิสา (ลูกสาวนายอนันต์) ไม่น่าจะมีส่วนรู้เห็น คาดว่านายอนันต์ นำชื่อลูกสาวไปใช้

น่าสนใจว่า นายอนันต์จะต้องถูกดำเนินคดีฐานฟอกเงินเกี่ยวกับที่ดินอันเป็นที่ตั้งของอาคารบุญรักษานี้ด้วย หรือไม่?

ก่อนหน้านี้ ปปง. พิจารณาแล้ว เชื่อได้ว่า ที่ดินแปลงนี้ เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น อดีตไวยาวัจกรของวัดพระธรรมกาย เจ้าพนักงานเชื่อว่า นายศุภชัย
รู้ว่าตนถูกดำเนินคดีโกงสหกรณ์ฯคลองจั่น ก่อนที่จะโอนขายที่ดินจำนวน 8 แปลง ให้แก่
นางสาวอลิสา ราคา 298 ล้านบาท และเห็นว่า นางสาวอลิสาเป็นผู้ถือครองแทนนายอนันต์ อัศวโภคิน และปรากฏต่อมาว่า นางสาวอลิสายินยอมให้มูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ฯ ปลูกสร้างอาคารบุญรักษา จึงอายัดที่ดินไว้ก่อนแล้ว

ล่าสุด ในส่วนคดีแพ่งเกี่ยวกับที่ดินบุญรักษา ทราบว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาให้คืนที่ดินทั้ง 8 แปลง แก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นแล้ว ขณะนี้ คดียังอยู่ในชั้นอุทธรณ์

2.3 กรณียื่นอัยการให้ร้องต่อศาลยุบเลิกมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ฯ เนื่องจากกระทำผิดกฎหมาย และขอให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน

กรณีนี้ จำเป็นต้องคดีอาญาให้ถึงที่สุดหรือไม่?

เห็นว่า ไม่จำเป็น และไม่สมควรต้องรอ

ประการแรก คดีที่ ปปง.อายัดทรัพย์ของมูลนิธิหลายกรณี หลังตรวจสอบเส้นทางการเงิน อาทิ บัญชีเงินฝาก ที่ดินบุญรักษา อาคารเวิลด์พีซวัลเล่ย์ ฯลฯ ก็นำไปสู่ศาลแพ่ง โดยไม่ต้องรอคดีอาญา แล้วศาลแพ่งก็มีคำพิพากษายึดเป็นของแผ่นดิน หรือคืนแก่สหกรณ์คลองจั่นแล้วหลายคดี (รอชั้นอุทธรณ์)

ประการที่สอง การร้องขอต่อศาลแพ่งให้มีคำสั่งนั้น กฎหมายก็ไม่ได้บอกว่าจะต้องรอคดีอาญาถึงที่สุดเลย

ประการที่สาม หากจะรอคดีอาญาถึงที่สุด ถึงตอนนั้น ก็ไม่รู้อีกกี่ปี และบรรดาทรัพย์สินของมูลนิธิจะถูกผ่องถ่ายไปไหนต่อไหนแล้วบ้าง ใครจะไปรู้ ใครจะรับผิดชอบ

ประการที่สี่ ขณะนี้ กรณีดังกล่าวอยู่ในการพิจารณาของอัยการภาค 1 ซึ่งในอดีต “อัยการ” กับคดีธรรมกาย ยังมีแผลเก่า มีปมเดิมกันอยู่ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลทักษิณ ที่อัยการมีการไปขอถอนฟ้องคดีธัมมชโย ทั้งๆ ที่ ศาลไต่สวนจวนจะเสร็จสิ้น จ่อจะมีคำพิพากษาอยู่แล้ว หากกรณีนี้มีการดำเนินการที่ทำให้สังคมกังขา ย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นที่มีต่อต้นธารกระบวนการยุติธรรมในส่วนที่เรียกว่า “อัยการ” แน่นอน

น่าสงสัยว่า เหตุใดเรื่องต้องไปติดอยู่ที่อัยการภาค 1 ทั้งๆ ที่ คดีแพ่งที่ ปปง.อายัดทรัพย์ของมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ฯ เอาไว้ แล้วศาลแพ่งมีคำตัดสินให้ยึดเป็นของแผ่นดิน หลายคดีแล้ว

ยกตัวอย่าง

ศาลแพ่งพิพากษา คดีที่พนักงานอัยการยื่นคำร้อง ขอให้ศาลมีคำสั่งให้เงินในบัญชีเงินฝาก 4 บัญชี มูลค่า 58 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน ประกอบด้วย เงินในบัญชีวัดพระธรรมกาย และชื่อบัญชีมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ขนนกยูง ในอุปถัมภ์พระราชภาวนาวิสุทธิ์ ปปง.ตรวจสอบแล้วเห็นว่า เป็นเงินอันเกี่ยวข้องหรือได้มาจากความผิดมูลฐาน นายศุภชัยโกงสหกรณ์ แล้วผ่องถ่ายเงินออกมา จึงขอให้ทรัพย์ตกเป็นของแผ่นดิน

ศาลแพ่งพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้ว เห็นว่า วัดและมูลนิธิฯ ยังกระทำการอันมีลักษณะเป็นการหลีกเลี่ยงการรายงานการทำธุรกรรมเป็นระยะเวลาหลายปีหลายครั้ง ส่อแสดงให้เห็นว่ากระทำเพื่อปกปิดลักษณะที่แท้จริงของแหล่งที่มาของเงิน เชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเกิดขึ้น ยิ่งกว่านั้น ศาลแพ่งชี้อีกด้วยว่า พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้แต่งตั้งในนายศุภชัยเป็นไวยาวัจกรของวัด เชื่อได้ว่าวัดพระธรรมกายเกี่ยวข้องกับนายศุภชัย และมูลนิธิมหารัตนอุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ในอุปถัมภ์พระราชภาวนาวิสุทธิ์ เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับนายศุภชัย โดยผ่านทางพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ธัมมชโย) พฤติการณ์ที่ช่วยเหลือเกื้อกูลอุปถัมภ์ค้ำจุนกันเช่นว่านั้น ย่อมแสดงให้เห็นถึงความใกล้ชิดระหว่างกันที่มีมากกว่าเพียงการศรัทธาของบุคคลทั่วไป แถมวัดและมูลนิธิฯ ไม่มีหลักฐานความสำเร็จในการประกอบธุรกิจของนายศุภชัยที่เป็นรูปธรรมอันจะพิสูจน์ได้ว่านายศุภชัยบริจาคเงินเป็นจำนวนที่เหมาะสมกับฐานานุรูป ฟังไม่ได้ว่าวัดและมูลนิธิฯ รับโอนเงินโดยสุจริตและตามสมควรในทางกุศลสาธารณะ

ในที่สุด ศาลแพ่งพิพากษาให้คืนเงินในบัญชีเงินฝาก ทั้ง 4 บัญชีข้างต้น แก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น (ขณะนี้ ยังรอคำพิพากษาในชั้นอุทธรณ์) คดีแพ่งเกี่ยวกับที่ดินบุญรักษา และอาคารเวิรด์พีซวัลเล่ย์ ก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น จึงไม่ใช่ว่าไม่มีมูลความผิดอะไรเลย

เรื่องนี้ หากอัยการสูงสุด ต้องการให้เกิดความยุติธรรมแท้จริง เพื่อให้สังคมสิ้นสงสัย ควรร้องต่อศาลแพ่ง มิใช่ปล่อยเรื่องไปคาอยู่ที่อัยการภาค 1 เพื่อให้ศาลแพ่งได้ทำหน้าที่ตามกฎหมาย

 สารส้ม

 

ข้องใจไปยื่นศาล!‘เสรี’ชี้ครม.‘บิ๊กตู่’ถวายสัตย์ฯ-ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ตามรธน.

ข้องใจไปยื่นศาล!‘เสรี’ชี้ครม.‘บิ๊กตู่’ถวายสัตย์ฯ-ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ตามรธน.

วันจันทร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 12.23 น.
 
 

ข้องใจไปยื่นศาล!‘เสรี’ชี้ครม.‘บิ๊กตู่’ถวายสัตย์ฯ-ทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ตามรธน.

5 สิงหาคม 2562 ที่รัฐสภา เกียกกาย นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตต่อการถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อาจกล่าวไม่ครบถ้อยคำ ซึ่งอาจกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ว่า ไม่ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่เป็นความเห็นต่าง ต้องรอ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนให้ข้อเท็จจริง

“ส่วนที่ฝ่ายค้านยกเป็นประเด็น และเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถือเป็นประเด็นทางการเมืองเท่านั้น แต่จะไม่เป็นปัญหาบานปลาย หรือกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ หากผู้ใดยังติดใจต้องใช้กระบวนการวินิจฉัยชี้ขาด คือ ศาลรัฐธรรมนูญ แต่ผมไม่ทราบว่าเมื่อมีคนยื่นเรื่องแล้ว ศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้วินิจฉัยหรือไม่” นายเสรี กล่าว

เปิดภาพวงจรปิด10โจรใต้ แต่งกายคล้ายทหารบึ้มตู้ATMปัตตานี

เปิดภาพวงจรปิด10โจรใต้ แต่งกายคล้ายทหารบึ้มตู้ATMปัตตานี

วันจันทร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.11 น.
 
 

เปิดภาพวงจรปิด10โจรใต้ แต่งกายคล้ายทหารบึ้มตู้ATMปัตตานี

5 สิงหาคม 2562 ความคืบหน้าเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดหน้าตู้เอทีเอ็ม หน้ามหาวิทยาลัยฟาฏอนี บ้านโสร่ง หมู่ 3 ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี จนได้รับความเสียหาย โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนั้นยังเกิดเหตุในลักษณะเดียวกันในพื้นที่ตะบิ้ง อ.สายบุรีซาง และยังเกิดเหตุเผายางรถยนต์บนถนนสาย 409 หน้า บริเวณหน้าโรงเรียนอาซิซสถาน ต.นาประดู่ บริเวณถนนสาย 42 บ.ชะเมา ต.นาเกตุ และบนถนนสาย 42 แยกตัดคลองชลประทาน บ้านโพธิ์ ต.นาเกตุ อ.โคกโพธิ์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : 'ปัตตานี'ป่วนหนัก! 6ชายชุดดำลอบบึ้มตู้ATMพังยับ-เผายางรถหลายจุด)

ด้าน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี กล่าวว่า จุดเกิดเหตุที่ ต.นาประดู่ คนร้ายไม่ต่ำกว่า 10 คน กระจายกำลังในการก่อเหตุ โดยชุดแรกนำระเบิด น้ำหนักประมาณ 5 กก.แบบลากสายไฟมาวางไว้ที่ตู้ ATM ก่อนจะจุดชนวนระเบิดจนทำให้ตู้พังเสียหาย แล้วได้เข้าไปขโมยเงินในตู้ทั้งหมดไป ขณะที่คนร้ายอีก 2 ชุดได้เผายางรถยนต์และโปรยตะปูเรือใบปิดเส้นทางทั้ง 2 เส้นทางเพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่ไล่ติดตาม ก่อนจะหลบหนียังได้ใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่และเปิดทางหลบหนี ส่วนอีกสองจุดคนร้ายไม่สามารถขโมยเงินจากตู้ไปได้

ทั้งนี้ เชื่อว่าคนร้ายกลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกันที่มีหมายจับคดีความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งตนแจ้งไปยังโรงพักทุกแห่งทั้ง 12 อำเภอให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษดูแลความปลอดภัยสถานที่ราชการ ธนาคาร ตลาด ร้านสะดวกซื้อ รวมไปถึงย่านชุมชน เนื่องจากยังพบข้อมูลการเคลื่อนไหวของคนร้ายพยายามที่จะก่อกวนในหลายพื้นที่

“จะเกี่ยวข้องกับเหตุลอบวางระเบิดที่กรุงเทพฯ จนเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 รายได้หรือไม่ ต้องรอการตรวจสอบจากพยานหลักฐานให้แน่ชัดอีกครั้ง” ผบก.ภ.จว.ปัตตานี กล่าว

 
 
 
 
 
 
 
 
 
‘หมอระวี’ลุยลากไส้ปณ.คูคต เขมือบพัดลมแพงลิ่ว จี้‘พุทธิพงษ์’พักงาน‘สมร’

‘หมอระวี’ลุยลากไส้ปณ.คูคต เขมือบพัดลมแพงลิ่ว จี้‘พุทธิพงษ์’พักงาน‘สมร’

วันจันทร์ ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.31 น.
 
 

“พลังธรรมใหม่”ลงพื้นที่ปณ. คูคต - ธัญบุรี พร้อมให้กำลังใจประธาน เเละเลขาสหภาพปณท.หลังถูกตั้งกก.สอบวินัย เหตุแฉเรื่องทุจริต จี้ “พุทธิพงษ์”พักงาน “สมร” 

เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 ที่ปณ. คูคต  อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ พร้อมนายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ โฆษกพรรค นายเจษฎา ศรีสุข ฝ่ายกฎหมายพรรค เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบที่ทำการไปรษณีย์ 2 แห่ง ที่ปรับปรุงเสร็จล่าช้าเลยกำหนดการส่งมอบงานมาเป็นระยะเวลาถึง 6 เดือน ส่งผลให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้บริการไม่ได้รับความสะดวกจากการปรับปรุงพื้นที่ 

ทั้งนี้เมื่อลงพื้นที่จริงทำให้ได้เห็นความผิดปกติในหลายส่วนเช่นพัดลม ที่ติดไปก่อนหน้านี้ในห้องที่มีพื้นที่ขนาด 58.50 ตรม.ติดพัดลมเพดานไปถึง 30 ตัว ราคาตัวละ 6,000 บาททั้งที่ราคากลางตามท้องตลาดเบ็ดเสร็จรวมค่าติดตั้งไม่น่าจะเกิน 2,000 บาท ขณะที่กรมบัญชีกลางกลางกำหนดราคาไม่เกิน 1,360/ตัว ปัจจุบันถูกถอดออกเหลือเพียง 12 ตัว และยังมีบริเวณห้องน้ำที่ก่อนหน้าใช้กระเบื้องเกรดทั่วไปปูหน้ากระจกอ่างล่างหน้าปัจจุบันได้รื้อกระเบื้องออกเปลี่ยนเป็นแผ่นหินอ่อนปูแทนของเดิม ยังมีเคาน์เตอร์รับฝากซึ่งใช้โครงสร้างไม้อัดจำนวนหลายตัว ตัวละ 29,000 บาทพร้อมท้อปหรือชั้นวางด้านข้างแต่ละเคาน์เตอร์อีกตัวละ 18,000บาท รวมถึงสติ๊กเกอร์ที่ตัดเป็นตัวเลขกำกับแต่ละเคาน์เตอร์ตัวละ 1,400 บาทราคาตลาดสั่งตัดไม่เกินตัวละ 200 บาท รวมถึงการวางระบบสายแลนด์แต่ละเคาน์เตอร์รับฝากไปยังเซฟเวอร์ที่อยู่ไม่ไกลกัน ใช้สายถึง 1,500 เมตร 

โดย นพ.ระวี กล่าวว่า พรรคพลังธรรมใหม่เตรียมยื่นเรื่องนี้ให้กับนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากกระทรวง ขึ้นมาตรวจสอบและขอให้โยกย้ายหรือมีคำสั่งพักงานนางสมร เทิดธรรมพิบูลกรรมการผู้จัดการใหญ่ไปรษณีย์ไทยระหว่างการตรวจสอบ พร้อมตั้งคำถามถึงรัฐมนตรีถึงกรณีผู้ออกมาให้ข้อมูลการทุจริตอย่างสหภาพแรงงานปณท.ซึ่งถือเป็นผู้กล้าหาญดำเนินการตรวจสอบทุจริตในองค์กรภาครัฐ ตามนโยบายรัฐบาลแทนที่จะได้รับคำชมเชยกลับถูกตั้งกรรมการสอบวินัยจากผู้บริหารไปรษณีย์ไทย อาจถึงขั้นนำกรณีนี้ไปฟ้องศาลแรงงานเอาผิดสหภาพ โทษหนักถึงขั้นถูกเลิกจ้างไล่ออกจากราชการ

 

ต่างประเทศ

 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11  ถัดไป
 
...............................................................
 
5 สิงหาคม 2562
 
 
 
 
 
 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net