วันที่ ศุกร์ สิงหาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กรุงไทยประเมินบ้านแฝดมาแรงสุด มูลค่าโอนช่วง 3 ปีที่ผ่านมาโต 30%


กรุงไทยประเมินบ้านแฝดมาแรงสุด มูลค่าโอนช่วง 3 ปีที่ผ่านมาโต 30%

ธนาคารกรุงไทยประเมินบ้านแฝดเป็นทางเลือกใหม่ด้านที่อยู่อาศัย โดยมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเติบโต 30% และใน 5 เดือนแรกที่ผ่านมา เติบโตต่อเนื่องที่ 9% บ้านแฝดมีตัวเลือกมากขึ้นและคุณภาพดีขึ้น หลังผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หันมาจับตลาดนี้ คาดปี 2562-2563 จะมียูนิตเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล 6,500-7,500 หรือขยายตัวเฉลี่ยปีละ 18% โดยบ้านราคา 3-5 ล้านบาท มียูนิตพร้อมขายมากที่สุด
 
 
ดร.พชรพจน์ นันทรามาศ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส สำนักวิจัย Krungthai Compass ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า หลังเกณฑ์ใหม่ควบคุมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย หรือ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย มีผลบังคับใช้เมื่อ 1 เมษายนที่ผ่านมา มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑลในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมติดลบ 16% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน
 
โดยตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบติดลบน้อยกว่าแนวสูงหรือคอนโดมิเนียม เนื่องจากส่วนใหญ่ซื้อเพื่ออยู่จริง ไม่ได้ปล่อยเช่าหรือเก็งกำไร และประเมินว่าปีนี้ ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯและปริมณฑล จะมีมูลค่า 5.1 แสนล้านบาท หดตัว 10% โดยที่อยู่อาศัยแนวราบหดตัว 4% ขณะที่คอนโดมิเนียมมีโอกาสติดลบ 20%
 
และพบว่าบ้านแฝดหรือบ้านที่อยู่อาศัยกึ่งกลางระหว่างบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์ มีส่วนช่วยพยุงตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบ โดยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ได้รับความนิยมมากขึ้น มูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์บ้านแฝดเติบโต 30%  ขณะที่ทาวเฮ้าส์ขยายตัว 7% บ้านเดี่ยวและตึกแถวอยู่ในภาวะหดตัว
 
“ช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา การโอนกรรมสิทธิ์บ้านแฝดเติบโตต่อเนื่องที่ 9% สูงกว่าตลาดที่อยู่อาศัยโดยรวมราว 2 เท่า ด้วย 4 จุดเด่น ได้แก่  ฟังก์ชั่นการใช้งานและความเป็นส่วนตัวไม่ต่างจากบ้านเดี่ยว แต่ราคาถูกกว่าถึง 30% เมื่อเทียบกับคอนโดมิเนียมขนาดครอบครัว บ้านแฝดมีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าและใช้เงินดาวน์น้อยกว่า
 
นอกจากนี้ ยังอยู่ในทำเลที่ไม่ไกลจากแนวรถไฟฟ้าในอนาคต ตอบโจทย์ความสะดวกสบายในการเดินทาง อีกทั้งในปัจจุบันบ้านแฝดมีตัวเลือกที่มากขึ้นและคุณภาพที่ดีขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่หันมาพัฒนาบ้านแฝดมากขึ้น และคาดว่าในปี 2562-2563 จะมียูนิตเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯและปริมณฑลประมาณ 6,500-7,500 ยูนิต หรือขยายตัวเฉลี่ยปีละ 18%”
 
นายกณิศ อ่ำสกุล นักวิเคราะห์ ผู้ร่วมทำงานวิจัย เปิดเผยว่า......
 
 
 
 
 
 

โดย คิดลึกณสยาม

 

กลับไปที่ www.oknation.net