วันที่ พุธ สิงหาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รู้จักกับ SMART PATROL


รู้จักกับ SMART PATROL การลาดตระเวนเชิงคุณภาพ

คงเป็นที่คุ้นหูกันบ้างแล้วกับคำว่า SMART PATROL หรือที่เขาให้เป็นนิยามโดยย่อว่า การลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำมาใช้ในการเดินลาดตระเวนตรวจป่า ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วไป โดยเริ่มตั้งแต่ ๑ ก.ค. ๒๕๖๐ เป็นต้นมา ทำให้คำว่า SMART PATROL ถูกพูดถึงเรื่อยมา แล้วจริงๆ SMART PATROL คืออะไร?

เดิมการลาดตระเวนตรวจป่าของชุดสายตรวจของป่าอนุรักษ์ต่างๆ(อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า วนอุทยาน เขตห้ามล่าสัตว์ป่าฯลฯ) เป็นระบบที่ต่างคนต่างทำ โดยไม่มีแบบแผน เป็นแต่เพียงการออกไปลาดตระเวนป่าเชิงป้องปราม หากเจอผู้กระทำความผิดก็ทำการจับกุมดำเนินคดี ความถี่ในการออกลาดตระเวนก็ขึ้นกับการเอาใจใส่ของหัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์ว่ามีมากน้อยเพียงใด ข้อมูลของการลาดตระเวน เช่น พบการตัดไม้ที่ไหน มีการบุกรุกแผ้วถามตรงไหนหรือมีการลักลอบล่าสัตว์เมื่อใดที่ไหน ข้อมูลเหล่านี้ก็จะอยู่กับตัวของหัวหน้าหน่วยงาน เมื่อหัวหน้าพื้นที่อนุรักษ์ ย้ายหรือ เกษียณอายุราชการไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ข้อมูลต่างๆ ก็เหมือนจะตามตัวหัวหน้าหน่วยงานไปด้วย ครั้นมีคนใหม่มารับหน้าที่ต่อ ก็เหมือนต้องมาเริ่มกันใหม่ ทำให้การวางแผนดำเนินการไม่ต่อเนื่องและขาดการบูรณาการระหว่างพื้นที่อนุรักษ์ที่อยู่ติดกัน ทำให้การป้องกันดูแลรักษาป่าไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่

มีการจดบันทึกอย่างละเอียด

แต่ระบบลาดตระเวนแบบ Smart Patrol นี้ เป็นระบบลาดตระเวนที่เน้นการใช้ฐานข้อมูลที่ได้มาจากการลาดตระเวนและมีการเก็บข้อมูลไม่ว่าจะพบเจออะไรบ้าง ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกทั้งหมด แม้กระทั่งคนที่ไม่ได้เดินลาดตระเวนด้วยจริงๆ ก็จะพลอยรู้ข้อมูลเหล่านั้นไปด้วย แล้วข้อมูลเหล่านี้ก็จะถูกนำมาวิเคราะห์ เพื่อใช้ในการวางแผนการป้องกันรักษาป่าต่อไป โดยระบบ SMART PATROL เป็นระบบที่รับได้รับการยอมรับใช้กันในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั่วโลก เป็นการลาดตระเวนที่ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่เข้ามาใช้อย่างเต็มระบบ

โดยความสำคัญเริ่มแรกจะอยู่ที่เจ้าหน้าที่ที่ทำการลาดตระเวนให้เข้าใจถึงการลาดตระเวนในระบบนี้ โดยนอกจากจะฝึกอบรมทบทวนการเดินลาดตระเวน ระเบียบวินัย การใช้อาวุธ ตามปกติแล้ว ยังเพิ่มการจัดอบรมเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนต่างๆให้เข้าใจถึงการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยี่ต่างๆ เช่น เข้าใจระบบการรับสัญญานดาวเทียมระบุตำแหน่ง GPS การใช้แผนที่ภูมิประเทศ เข็มทิศ กล้องดิจิตอล และการเก็บข้อมูลในหลากหลายมิติจากการเดินลาดตระเวน เช่น การตัดไม้ล่าสัตว์ แผ้วถางป่า การเก็บหาของป่า การกระจายของสัตว์ป่า ข้อมูลของแหล่งนิเวศ เช่น โป่งสัตว์ ต้นไม้อะไรอยู่ตรงไหน ฯลฯ ข้อมูลเหล่านี้จะถูกมาเก็บรวบรวมเป็นข้อมูลพื้นฐานของแต่ละพื้นที่อย่างละเอียด แล้วจะถูกนำมาวิเคราะห์ เพื่อวางแผนป้องกัน เช่น เส้นทางที่เดินลาดตระเวนจะปรากฏในแผนที่ตามเส้นทางที่เดินลาดตระเวน ทำให้สามารถวางแผนการลาดตระเวนได้ว่า พื้นที่ตรงไหนไปมาหรือยัง หรือเส้นทางตรงไหนไปถี่มากน้อยเพียงใด ทั้งการเก็บข้อมูลพืชพันธุ์ไม้จะทำให้รู้ว่ามีพืชพันธุ์สำคัญตรงไหน อย่างไร สัตว์ป่าที่พบร่องรอยมีการกระจายไปในทิศทางใดหรือเพิ่มจำนวนขึ้นมากน้อยอย่างไร ข้อมูลเหล่านี้จะถูกบันทึกด้วยอุปกรณ์เทคโนโลยี่ต่างๆ ยิ่งเมื่อถูกนำมาเสนอประกอบภาพและแผนที่ดาวเทียม จะยิ่งทำให้แม้แต่คนที่ไม่ได้ไปเดินลาดตระเวนจริงๆ สามารถรู้ข้อมูลเหล่านี้ ทั้งการบันทึกและภาพเสียงจริง ทำให้หัวหน้าหน่วยงาน สามารถวางแผนการลาดตระเวนเพื่อปิดจุดอ่อนหรือต้องการเน้นไปเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นพิเศษได้ และฐานข้อมูลเหล่านี้ เมื่อถูกส่งเข้ามายังศูนย์ข้อมูลส่วนกลาง ทำให้ผู้บริหารระดับกรม สามารถวางแผนทิศทางการป้องกัน รักษาป่าในภาพรวมได้มากยิ่งขึ้น และต่อไปเทคโนโลยี่จะขึ้นไปถึงการดูภาพถ่ายทางอากาศจากดาวเทียม ผู้บริหารในกรมอยากดูข้อมูล ภาพ-เสียงจากตรงไหน สามารถเรียกดูได้จากในกรมได้

 

การลาดตระเวนแบบนี้จึงเป็นการลาดตระเวนที่ไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคลที่เข้ามาบริหาร แต่เป็นฐานข้อมูลที่เป็นระบบ ใครเข้ามาทำหน้าที่บริหารก็จะได้เห็นข้อมูลแบบเดียวกัน จึงเป็นระบบการลาดตระเวนที่ใช้ทั้งเทคโนโลยี่และแนวทางทางวิทยาศาสตร์มาช่วย ซึ่งระบบนี้ได้มีการทดลองทำมาล่วงหน้าแล้วนับสิบปี ในพื้นที่ป่าตะวันตกเป็นส่วนใหญ่ และได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน เช่น การยับยั้งป้องกันการบุกรุกแผ้วถางได้อย่างทรงประสิทธิภาพ มีการกระจายของสัตว์ป่าที่เคยหาได้ยาก เช่นเสือโคร่ง ซึ่งเป็นส่วนยอดของระบบนิเวศของสัตว์ป่า มีการกระจายไปยังพื้นที่ป่าอื่นและพบได้บ่อยมากขึ้น สะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าธรรมชาติในประเทศไทย

 

ดังนั้นเมื่อมั่นใจในระบบนี้ว่าจะเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพแล้ว กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชจึงจะได้นำระบบนี้ไปใช้ในอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่าและป่าอนุรักษ์อื่นๆภายใต้การดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติฯ โดยเริ่มใช้พร้อมกันทั่วประเทศ เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา หลังจากนั้นจะมีการประเมินผลสำเร็จใน ๓ เดือนหลังจากนั้น เพื่อแก้ไขจุดขัดข้องของพื้นที่ต่าง ให้ใช้ระบบนี้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างที่คาดหวัง

เพื่อมุ่งหวังให้พื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์นั้นยังคงอยู่คู่กับประเทศไทยต่อไป เป็นทรัพยากรที่สำคัญของประเทศ การป้องกันดูแลป่าที่จริงจังจึงเป็นสิ่งสำคัญ และระบบการลาดตระเวนเชิงคุณภาพนี้ จะเป็นทางออกหนึ่งที่สามารถฝากความหวังไว้ได้ในการดูแลรักษาป่าให้อยู่คู่กับประเทศไทยตลอดไป.....

......................................................................

 

 

 

โดย คมฉาน_ตะวันฉาย

 

กลับไปที่ www.oknation.net