วันที่ เสาร์ สิงหาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เจ้าของพิตบูลสามตัวรุมขย้ำเด็กหญิง 9 ขวบโดนข้อหาฆาตกรรม


สวัสดีครับ

         ผมไม่ค่อยชอบใจกับสุนัขดุๆ คงฝังใจที่เคยโดนหมาดุในสวนผักของชาวจีนเป็นฝูงไล่กัดหลายหน ผมถึงกับต้องใช้ทั้งมือและ

เท้าสู้กับพวกมันเหมือนต่อยกับคนด้วยกัน โดยผมจะวิ่งไปที่สะพานข้ามท้องร่องที่เดินสวนกันไม่ได้ ยึดเป็นชัยภูมิก่อนที่พวกมันจะวิ่ง

ไล่มาทัน เพราะฉะนั้น ผมกับหมาจึงเผชิญหน้ากันตัวต่อตัวจนมันวิ่งกลับไปครับ

         ด้วยเหตุดังกล่าว ผมจึงไม่ค่อยพอใจเมื่อเห็นคนเลี้ยงสุนัขพันธุ์ดุๆที่สามารถกัดคนตายได้ ซึ่งคนธรรมดาคงสู้กับหมาพวกนั้นไม่

ได้แน่ แล้วยิ่งเป็นเด็กตัวเล็กๆ หมาพันธุ์ดุพวกนั้นก็จะกัดเอาจนตายอย่างทารุณดังเป็นข่าวบ่อยๆ ล่าสุดมีข่าวต่างประเทศ ที่เจ้าของ

หมาพันธุ์ดุถูกตั้งข้อหาฆ่าคนตาย เพราะหมาพิตบูลที่เขาเลี้ยง 3 ตัวกัดเด็กหญิง 9 ขวบจนตายต่อหน้าพ่อของเด็กที่ช่วยลูกไม่ได้

กรณีเช่นนี้ ควรนำมาใช้ในเมืองไทยเราบ้าง

 

A Pitbull Dog

เจาะประเด็นร้อน

ยกฟ้อง กปปส. ดีเอสไอรีวิวคดีนักการเมือง-ดารา "กบฏ"

วันที่ 24 สิงหาคม 2562 - 16:29 น.
กปปส,ดีเอสไอ,รีวิว

 คำพิพากษายกฟ้องคดีกบฏ กปปส. กับ 4 จำเลย แนวร่วม ทำให้ดีเอสไอ กำลังทบทวนคดีว่าจะเอายังไงต่อกับดารา-นักการเมือง ที่เป็นแนวร่วม กปปส.

     ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย    

     คำพิพากษายกฟ้องคดีกบฏ กปปส. กับ 4 จำเลย แนวร่วมกลุ่มนักวิชาการ สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม สกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯกทม. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และอดีตประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง และสภาปฏิรูปการเมือง (สปช.) และนายเสรี วงศ์มณฑา นักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน ส่งผลให้ดีเอสไอ ต้องนำรายละเอียดในคำพิพากษามาศึกษาและทบทวน ถึงการตั้งข้อหาดำเนินคดีกบฏกับแนวร่วมกปปส. กลุ่มนักการเมือง นักวิชาการ ดารา นักร้อง กว่า 50 ราย ที่เข้าร่วมเวทีปราศรัย “ชัทดาวน์กรุงเทพฯ”

     เมื่อศาลชี้ออกมาแล้วว่า พยานหลักฐานที่นำสืบในชั้นศาล รับฟังได้เพียงว่าจำเลยทั้ง 4 รายได้เข้าร่วมชุมนุม กับกปปส. “จริง” แต่ไม่ได้เป็นแกนนำที่สั่งการผู้ชุมนุมหรือขึ้นปราศรัยสั่งการให้กระทำการรุนแรง 

       อีกทั้งการชุมนุมของ กปปส.ศาลรัฐธรรมนูญก็ได้วินิจฉัยไว้แล้วในคำวินิจฉัยที่ 59/2556 ว่าการชุมนุมของกปปส. สืบเนื่องมาจากการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญฯ มาตรา 63 ซึ่งสืบเนื่องจากเหตุที่คัดค้านการออกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมและไม่พอใจการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งเป็นการชุมนุมทางการเมืองโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการปฏิรูปก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง พยานหลักฐานที่อัยการโจทก์ นำสืบมาจึงยังไม่พอฟังได้ว่าจำเลยทั้ง 4 ได้กระทำความผิดตามฟ้องทั้ง 8 ข้อหา

     จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานร่วมกันเป็นกบฏ , กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หรือวิธีอื่นใดที่ไม่ใช่การกระทำในความมุ่งหมายตามรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือความไม่สงบในราชอาณาจักรฯ , อั้งยี่ , ซ่องโจร , มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ , เจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการกระทำนั้นแต่ไม่เลิก, ยุยงให้ร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้างเพื่อบังคับรัฐบาล , ร่วมกันบุกรุก และร่วมกันขัดขวางเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง , ร่วมกันขัดขวางการปฏิบัติงานของ กกต. ความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มา ซึ่ง ส.ว. พ.ศ. 2550 ยกฟ้องทั้งหมดทุกข้อหา

        ผลคำตัดสินคดีจะสะท้อนไปยังคดีในส่วนของแกนนำร่วมกลุ่มนักการเมือง ดารา นักแสดง ดีเอสไอยังจะไปต่อ เดินหน้าฟ้องทุกคนที่ขึ้นเวทีปราศรัยเป็นผู้สนับสนุนหรือร่วมกันก่อกบฏ หลังกำนันสุเทพ ประกาศยึดอำนาจประเทศไทย หรือจะนำคำพิพากษาของศาลมาเป็นแนวพิจารณา สั่งไม่ฟ้องคดี เพราะพวกเขาเหล่านั้นไม่ใช่แกนนำผู้สั่งการการชุมนุม

       หากจะย้อนเวลากลับไปทบทวนเหตุการณ์การชุมนุมของกลุ่ม  กปปส. จะพบว่ามีดารา นักแสดงชื่อดัง เกือบ 30 คน เข้าร่วมการเดินขบวนประท้วง อาทิ “นก” ฉัตรชัย- สินจัย เปล่งพานิช ,“ออฟ” พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง ,“อิง” อชิตะ ปราโมช ณ อยุธยา, “ตู่” นพพล โกมารชุน ,“โตโน่” ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ “แตงโม” ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ ,ณัฐ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ,“หมอก้อง” พ.ต.นพ.สรวิชญ์ สุบุญ ,“อ่ำ” อัมรินทร์ นิติพน ,“ดีเจเปิ้ล” หัทยา วงศ์กระจ่าง ,“โย” ยศวดี หัสดีวิจิตร ซึ่งผู้ที่ขึ้นปราศรัยบนเวที กปปส. ทุกราย ล้วนมีชื่อเป็นผู้ต้องหาในคดีพิเศษที่ 235/2560 ตกเป็นดารากบฏ  ร่วมกับนักการเมืองและกลุ่มคนดังอีกว่า 30 ชีวิต อาทิ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน, ชินวรณ์ บุญยเกียรติ ,พนิช วิกิตเศรษฐ์ ,สาธิต ปิตุเตชะ, ทศพล เพ็งส้ม, บุญยอด สุขถิ่นไทย ,องอาจ คล้ามไพบูลย์, นาถยา เบ็ญจศิริวรรณ, ไทกร พลสุวรรณ ซึ่งทุกรายมีบทบาทเข้าร่วมชุมนุมเป่านกหวีด ปราศรัยคัดค้านการออกร่างกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับสุดซอย

     จากนี้จึงต้องจับตาการทบทวนรูปคดีของดีเอสไอ จะเดินหน้าสั่งฟ้องฐานร่วมกันก่อกบฏ แบบเหมาเข่ง หรือจะแยกย่อยฟ้องโดยจำแนกข้อหาความผิดตามพฤติการณ์ของแต่ละคนหรือว่าสั่งไม่ฟ้อง

ปรากฏการณ์ "ประชาชนปฏิรูป" บทพิสูจน์ "พรรคเล็ก" ตายก่อนโต

วันที่ 24 สิงหาคม 2562 - 12:04 น.
ประชาชนปฏิรูป,บทพิสูจน์,พรรคเล็ก

'ไพบูลย์" เปิดใจ ถึงเหตุผลสำคัญที่ต้อง ทุบโต๊ะ เพื่อเลิกพรรค หลังจากที่ปลุกปั้นและก่อร่างมากับมือ เหตุมาจากบทโหดใน"กติกาเลือกตั้ง"

   ขนิษฐา เทพจร 

   การก่อตั้ง“พรรคประชาชนปฏิรูป”ที่มี “ไพบูลย์ นิติตะวัน” เป็นหัวหน้าพรรค เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2561 (นับจากวันที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) รับรองความเป็นพรรค) ผ่านมา 10 เดือน ถึงคราวที่ พรรคนี้ต้องมีอันเป็นไป

   หลังกรรมการบริหารพรรค ที่มี “ไพบูลย์” เป็นหัวโต๊ะ เคาะบทสรุปและยุติการเป็นพรรคการเมือง และยื่นเรื่องนี้ ต่อ นายทะเบียน ให้รับรองการ “เลิกความเป็นพรรค” ตามที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 กำหนดไว้ในมาตรา 91(7)

   โดยห้วงเวลาจากนี้ คือ การรอการพิจารณาของ กกต.​ฐานะนายทะเบียน และประกาศการเลิกพรรคอย่างเป็นทางการ ในราชกิจจานุเบกษา ที่คาดว่าไม่เกินเดือนสิงหาคมนี้ จะมีผลอย่างเป็นทางการ ที่ “พรรคประชาชนปฏิรูป” ถูกตัดออกจากระบบความเป็นพรรคการเมือง

    กับเรื่องนี้ “ไพบูลย์” เปิดใจกับ ทีมข่าวคมชัดลึกออนไลน์ ถึงเหตุผลสำคัญที่ต้อง ทุบโต๊ะ เพื่อ เลิกพรรค หลังจากที่ปลุกปั้นและก่อร่างมากับมือ

    “ผมไม่เสียใจนะ เพราะเรื่องนี้ มีเกิด ก็ต้องมีดับ เหมือนที่คำสอนของพระพุทธเจ้าเคยกล่าวเอาไว้ เมื่อกรรมการบริหารพรรคลาออก และมีส่วนหนึ่งแจ้งความประสงค์จะลาออก ผมไม่มีคนทำงาน เพราะกรรมการบริหารพรรคนั้นถือเป็นกลไกขับเคลื่อนงานตามที่รัฐธรรมนูญ และกฎหมายประกอบกำหนดไว้ ทั้งงานของสาขาพรรค, ตัวแทนพรรคในจังหวัดต่างๆ รวมถึงการหาสมาชิกพรรค ทำให้หารือกัน แล้วลงมติเอกฉันท์ เลิกพรรคดีกว่า จะเข็นไปแบบนี้ แล้วพรรคทำไม่ได้ตามกติกา จนนำไปสู่การเลิกกิจการของพรรคการเมืองในภายหน้า”

      ขณะที่ข้อสังเกตอีกอย่าง คือ ขาด “เงิน” ขับเคลื่อนพรรค“หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป” ปฏิเสธ เพราะทุนที่ขับเคลื่อนพรรค เพิ่งได้รับจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง จำนวน 8 แสนบาท แต่เงินส่วนนี้จะคืน กกต. ภายหลังจากที่การเลิกพรรคมีผลโดยสมบูรณ์

     ในวันที่เริ่มก่อตั้งพรรค ที่ประกาศตนและแสดงเจตจำนง จะตั้งพรรค เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 ภายใต้อุดมการณ์สร้าง“สภาประชาชน77จังหวัด” เพื่อผลักดันงานการเมืองและแก้ปัญหาให้ประชาชนหลังจากที่“ไพบูลย์” ในฐานะอดีตกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญในชุดของ“บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” อกหักจากข้อเสนอให้บัญญัติให้มีสภาประชาชนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับยกร่างครั้งแรก

     ถือเป็นแนวคิดที่ถูกตั้งคำถามจากสังคม ว่า จะเป็นจริงได้หรือไม่? และตอนนี้พรรคต้องเลิก อุดมการณ์ที่ว่า ต้องละทิ้งใช่หรือไม่“ไพบูลย์” ถอนหายใจก่อนตอบว่า“เมื่อผมย้ายไปพรรคพลังประชารัฐแล้ว มีโอกาสจะผลักดันสภาประชาชนได้ แต่ต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตามอุดมการณ์อื่นๆ ของพรรคที่เคยระบุไว้ผมยืนยันจะสานต่อแน่นอน โดยเฉพาะประเด็นของพระพุทธศาสนา ที่ตั้งใจจะเข้าไปเป็นกรรมาธิการการศาสนาของ ศิลปะ วัฒนธรรม ของสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขับเคลื่อน”

     และเหตุผลสำคัญที่ “ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนปฏิรูป” ประกาศเจตนาจะย้ายเข้าสังกัด “พลังประชารัฐ” นั้น หากจับความตั้งแต่ช่วงแข่งขันเลือกตั้ง เขาประกาศสนับสนุน “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” อดีตหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยุคนั้น เป็น “นายกฯ” หลังการเลือกตั้ง ซึ่ง “พลังประชารัฐ” คือ พรรคการเมืองที่ชู “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ

     เมื่อวันที่ “ไพบูลย์” ถูกระบบคำนวณคะแนนรวมของพรรค ที่ได้กว่า 4 หมื่นคะแนน จนได้เป็น “ส.ส.บัญชีรายชื่อ” และยกมือสนับสนุน “บิ๊กตู่” เป็นนายกฯ ตามเป้าหมาย สิ่งที่ถูกตั้งคำถามอีกประเด็น หลังปรากฎการณ์​ “เลิกพรรค” คือ การไม่ได้สิ่งตอบแทนใดๆ จาก “ฟากรัฐบาล” ใช่หรือไม่ ทำให้ “กรรมการบริหารพรรค” น้อยใจขอลาออก

    “นานาจิตตังในเรื่องนี้ และผมไม่ได้ถามคนที่ลาออกไปด้วยว่า เพราะสาเหตุอะไร เนื่องจากเป็นเอกสิทธิ์ของเขา แต่ผมเข้าใจเขาในเหตุที่ลาออกไป เพราะมีงานอื่นที่เขาต้องทำ ที่ผ่านมาเขาทำงานให้พรรคแต่ไม่ได้รับตำแหน่ง ส.ส. และหากจะรอให้มีการเลือกตั้งโอกาสที่เขาจะเป็น ส.ส.คงยาก”

    อย่างไรก็ตามในประเด็น “เลิกพรรค” และ ส.ส. ย้ายสังกัดไปพรรคอื่น ในทางกฎหมายถูกตั้งคำถาม ว่า ทำได้หรือไม่? และสิทธิของการเป็น “ส.ส.” นั้นจะคงอยู่หรือไม่ เพราะ “ไพบูลย์” คือส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่มาโดยคะแนนของพรรค และเมื่อย้ายไปสังกัดพรรคอื่น คะแนนที่ได้มานั้นจะต้องเกลี่ยให้พรรคใหม่ เพื่อคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือไม่?

      กับประเด็นแรก ว่าด้วยการเลิกพรรค “ไพบูลย์” อธิบายตามบทบัญญัติของ “พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง” มาตรา 91 ว่าด้วยการสิ้นสภาพพรรคการเมือง ว่าสามารถทำได้ และยังมีอีก 2 พรรคที่ใช้ช่องทางนี้เลิกกิจกรรมของพรรคและยื่นต่อ นายทะเบียนพรรคแล้วเช่นกัน

    โดยรายละเอียดของ มาตรา 91ด้วยการสิ้นสภาพพรรคการเมือง ที่เขียนไว้ 7 กรณี คือ ไม่แก้ไขข้อบังคับให้ถูกต้อง, สมาชิกมีไม่ถึงเกณฑ์กำหนด, สาขาพรรคไม่ครบตามกำหนด, ไม่มีการประชุมใหญ่พรรคหรือไม่ทำกิจกรรมทางการเมือง 1 ปี ติดต่อกัน, ไม่ส่งสมาชิกลงเลือกตั้ง 2 ครั้งติดต่อกันหรือ8 ปีติดต่อกัน, มีหนี้สินล้นพ้นตัวตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย และ พรรคการเมืองเลิกตามข้อบังคับ

     และในวรรคท้ายของมาตราดังกล่าวขยายความด้วยว่า การสิ้นสภาพพรรคตาม 7กรณีนั้น ให้ถือว่า “เป็นการยุบพรรค”

       “เมื่อกรณีที่เราทำภายใต้มติของกรรมการบริหาร ถือเป็นการยุบพรรค ผมฐานะ ส.ส. ยังได้รับความคุ้มครอง จากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (10) ให้ ส.ส.หาสังกัดใหม่ได้ภายในเวลา 60วัน ซึ่งทั้งหมดผมได้พิจารณาในข้อกฎหมายอย่างละเอียดแล้ว” ไพบูลย์ ขยายความ

 

       และตอบคำถามต่อประเด็น "คะแนนเลือกตั้ง"ในนามพรรคประชาชนปฏิรูป ต่อว่า“กรณีหาสังกัดใหม่ กฎหมายไม่ได้บอกว่า ต้องเป็น ส.ส.เขต หรือส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะฐานะคือ ส.ส.เหมือนกัน ดังนั้นผมจึงมีสิทธิเป็น ส.ส.ต่อไปในนามพรรคพลังประชารัฐ ไม่ต้องต่อคิวนับลำดับกัน อย่างไรก็ดี หากอนาคตจะเกิดอุบัติเหตุ ให้มีการเลือกตั้งใหม่ ภายในระยะเวลา 1 ปีจากนี้ ที่กฎหมายกำหนดให้คิดคำนวณคะแนนบัญชีรายชื่อใหม่ ผมดูแล้วว่า การเปลี่ยนคะแนนจะไม่เกิดแบบที่ส่งผลให้เกิดผลเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬาร และส่งผลต่อส.ส.ของพรรคประชาชนปฏิรูปในปัจจุบัน แต่หากมีขึ้นคะแนนของพรรคพลังประชาชนปฏิรูปที่มีจะไม่สามารถนำไปรวมกับพลังประชารัฐ เพื่อเลื่อนบัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐเป็นส.ส.ได้”

      แต่ในคำอธิบายของ “หัวหน้าประชาชนปฏิรูป” กลับถูกโต้แย้งจากนักกฎหมายว่า ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น โดยเฉพาะ“สมาชิกภาพ” และในทางปฏิบัติควรให้“ศาลรัฐธรรมนูญ”ตีความ

      อย่างไรก็ดี ปมสำคัญ​ที่กลายเป็น“ต้นเหตุ”​ให้เลิกพรรคประชาชนปฏิรูป ที่ระบุตอนต้นคือ ขาดบุคลากรทำงาน ซึ่งตามกฎหมายแล้ว หลังจากตั้งพรรคการเมือง มีกติกาที่กำหนดให้ทำ ทั้งการตั้งสาขาพรรคให้ครบ 4 ภาค, มีตัวแทนประจำจังหวัด และการหาสมาชิกพรรค ที่หลังจากการเลือกตั้งครั้งแรกแล้ว “คำสั่งมาตรา 44” ที่งดเว้นการใช้ เกณฑ์สมาชิกขั้นต่ำเพื่อได้สิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ถือว่า สิ้นสุดลง และหากมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป การส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตใดได้ ต้องใช้เกณฑ์สมาชิกพรรค เกิน 100 คนขึ้นไปเป็นเกณฑ์ และต้องทำไพรมารี่โหวต หรือ การเลือกตั้งขั้นต้นในพรรคก่อนส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง

      ดังนั้นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด แม้เป็นมาตรฐานกำกับที่ดี แต่สร้างปัญหาให้ พรรคการเมืองขนาดเล็ก

       ซึ่งพรรคประชาชนปฏิรูป ทำให้เห็นแล้วว่า เป็นประเด็นที่ “พรรค” เดินต่อไปไม่ไหว ในเรื่องนี้ “ไพบูลย์” ให้ความเห็นไว้ว่า“แม้เป็นพรรคการเมืองขนาดเล็ก แต่กติกาที่กำหนดไว้ ต้องทำเหมือนกับพรรคการเมืองใหญ่ ที่มีบุคลากรมาก ดังนั้นพรรคเล็กถือว่าเสียเปรียบ หากพรรคใดทำได้ ก็อยู่ได้ แต่หากพรรคไหนทำไม่ได้ ต้องเลิกไป ผมไม่ติดใจกติกาที่เข้มข้น แต่ต้องยอมรับว่ามีตั้งพรรคได้ ต้องเลิกได้”

      “ผมยังอยากเป็นหัวหน้าพรรคต่อ แต่เมื่อไปไม่ไหว ขอเลิก ก่อนจะทำให้พรรคต้องทำผิดกฎหมาย ส่วนอนาคตต่อไป ผมตัดสินใจว่าจะเข้าไปช่วยงานด้านกฎหมายในพรรคพลังประชารัฐ ส่วนจะมีตำแหน่งในฐานะคณะทำงานหรือหัวหน้าฝ่ายกฎหมายหรือไม่ ยังไม่คิดถึงขนาดนั้น”หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ก่อนจะกลายเป็นอดีต ปิดท้าย

      และนี่อาจเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่บทโหดใน “กติกาเลือกตั้ง” กลายเป็นสิ่งที่ทำลาย“พรรคการเมือง” ที่ก่อตั้งใหม่ และเร่งโตมากจนเกินไป.

การเมือง

ตราชั่งเริ่มร้อน สมศักดิ์ ฉุน ซัดกลับดูงานทำไมมองล้วงลูก

วันที่ 24 สิงหาคม 2562 - 13:42 น.
สมศักดิ์,ล้วงลูก,กระทรวงยุติธรรม,กำไลอีเอ็ม

สมศักดิ์ ยันไม่เคยล้วงลูกในกระทรวงแค่เดินสายมอบนโยบายตามปกติ ชี้หาก รมต.ไม่ตรวจเยี่ยมถือว่าผิด เผย 26ส.ค.เตรียมแถลงผลสอบกำไรEM

ล่าสุดตนได้รับแจ้งว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงได้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ตนยังไม่ทราบรายละเอียดว่าเป็นเช่นไร โดยได้ขอให้คณะกรรมการผู้รับผิดชอบได้แถลงข่าวให้สาธารณชนได้รับรู้ ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ ซึ่งผลจะออกมาเป็นอย่างไรนั้นเราจะได้รู้พร้อมๆกัน จึงให้ให้ทุกท่านได้ติดตาม

ต่อข้อถามถึงกรณีกระแสการเข้าไปล้วงลูกภายในกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนยืนยันว่าไม่มีการเข้าไปล้วงลูกใดๆทั้งสิ้น ที่ผ่านมาหลังเข้ารับตำแหน่งตนเพียงแค่เดินสายตรวจเยี่ยมกรมต่างๆภายในกระทรวง เพื่อรับฟังข้อมูลการปฏิบัติงาน และมอบนโยบายเท่านั้น ซึ่งการไปตรวจราชการในแต่ละกรมถือเป็นเรื่องปกติที่รัฐมนตรีต้องทำ เพื่อจะได้รับรู้ถึงปัญหาในการปฏิบัติงาน และได้มอบแนวทางการทำงานให้แต่ละกรมเพื่อความสอดคล้องกันและการทำงานแบบบูรณาการร่วมกันภายในกระทรวง แต่หากรัฐมนตรีไม่มีการไปมอบนโยบายให้แต่ละกรมตรงนี้ถือว่าผิด

"ผมไม่เข้าใจว่าการไปตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายคนถึงมองว่าเป็นการล้วงลูก ซึ่งการให้นโยบายกับการล้วงลูกมันต่างกัน การไปตรวจเยี่ยมทุกครั้งผมทำแบบเปิดเผย ตนเป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวงที่ผ่านมาไม่เคยไปก้าวก่ายการทำงานหรือล้วงลูกใคร ขณะนี้ตนยังไปมอบนโยบายไม่ครบทุกกรมเลย ซึ่งคงต้องเร่งไปดำเนินการให้ครบทั้งหมด" นายสมศักดิ์ กล่าว

ต่างประเทศ

เจ้าของพิตบูลสามตัวรุมขย้ำเด็กหญิง 9 ขวบโดนข้อหาฆาตกรรม

วันที่ 24 สิงหาคม 2562 - 12:20 น.
พิตบูล,ฆาตกรรม,เจ้าของพิตบูล,ขย้ำเด็ก

คืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ สุนัขพิตบูล 3 ตัว หลุดจากรั้วข้างบ้าน รุมกัดเด็กหญิงวัย 9 ขวบจนเสียชีวิต ที่เมืองดีทรอยท์ รัฐมิชิแกน 

พ่อใจสลายช่วยลูกสาว 9 ขวบไม่ได้ พิตบูล 3 ตัวกัดตายต่อหน้า 

ล่าสุด ว่า ปีแอร์ คลีฟแลนด์ วัย 33 ปี เจ้าของสุนัขถูกนำตัวไปขึ้นศาลเพื่อรับฟังข้อกล่าวหา โดยอัยการ คิม เวิร์ทที ในเวย์น เคานตี แถลงว่า คลีฟแลนด์ถูกแจ้งข้อหาเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยประมาท ( involuntary manslaughter  ) และมีสุนัขอันตรายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 


อัยการกล่าวหาว่า คลีฟแลนด์ปล่อยปละสุนัขพันธุ์ดุ 3 ตัวไว้หลังบ้าน และรั้วกั้นเสียหายไม่แข็งแรง แถมประตูด้านข้างโรงรถของบ้านก็เปิดไว้ซึ่งเป็นทางออกถึงซอยที่เด็กหญิงเอมมา เออร์นานเดซ วัย 9 ขวบกำลังขี่จักรยานเล่น และถูกสุนัขโจมตีเมื่อวันจันทร์ เพื่อนบ้านและพ่อของเด็กหญิงพยายามช่วย แต่ไม่ทันการ  ( อ่านต่อ  พ่อใจสลายช่วยลูกสาว 9 ขวบไม่ได้ พิตบูล 3 ตัวกัดตายต่อหน้า  ) 

พร้อมกันนี้ อัยการขอให้ผู้พิพากษาตั้งวงเงินประกันตัว 1 แสนดอลลาร์ แต่ศาลปรับขึ้นเป็น 2 ล้านดอลลาร์ ทั้งยังสั่งห้ามจำเลยติดต่อกับครอบครัวเหยื่

การไต่สวนขั้นต้นเป็นไปแบบรวบรัด ท่ามกลางบรรยากาศสะเทือนใจกับความสูญเสียของครอบครัวเด็กหญิง ที่ร่ำไห้ในห้องพิจารณาคดี เมื่อได้ยินอัยการพูดว่าเจ้าของรู้ดีว่าสุนัขของตนอันตราย 

อัยการระบุว่า จำเลยรู้ธรรมชาติสุนัขของตนเองดี แต่ยังปล่อยให้อยู่ตามลำพังในวันเกิดเหตุ และราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนกัดเด็กหญิง ก็เพิ่งกัดลูกสุนัขในบ้านตาย เมื่อวันที่ 29 ก.ค. นอกจากนี้เขายังรู้ว่ารั้วหลังบ้านที่เก็บสุนัข ไม่ได้แน่นหนามากพอ 

ปัจจุบัน สุนัขพิตบูล 2  ตัวอยู่ที่ศูนย์ควบคุมและดูแลสุนัข เตรียมถูกการุณยฆาต ส่วนอีกตัวถูกเพื่อนบ้านยิงตายในที่เกิดเหตุ เพื่อพยายามเปิดทางให้หน่วยแพทย์เข้าถึงเด็กหญิงได้

ทนายของคลีฟแลนด์ กล่าวต่อผู้พิพากษา ขอลดวงเงินประกัน โดยระบุว่าลูกความของเขาไม่เคยกระทำผิดมาก่อน และกระทำการโดยประมาทแต่ไม่ได้มีเจตนามุ่งร้าย เขาเพิ่งเสียนิ้ว 3 นิ้วจากอุบัติเหตุการทำงานเมื่อไม่นานมานี้ แต่ศาลปฏิเสธ 

 

 
ต่างประเทศ

ภรรยาสูญเสียความจำหลังอุบัติเหตุตกหลุมรัก-แต่งใหม่สามีคนเดิม

วันที่ 24 สิงหาคม 2562 - 14:05 น.
แต่งสามีคนเดิม,ภรรยาเสียความจำ,อุบัติเหตุ,ตกหลุมรัก

รื่องราวความรักเหลือเชื่อที่เจ้าของเรื่องในแคนาดา โพสต์เล่าบนเฟซบุ๊ก เมื่อ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา และถูกแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง 

ลอรา ฮาร์ท ฟากาเนลโล หญิงสาวชาวแคนาดา ประกาศข่าวแต่งงานใหม่กับ ไบรเดน ฟากาเนลโล สามีของเธอเอง หลังจากที่เธอบาดเจ็บที่สมอง ไม่เหลือความทรงจำใดๆเกี่ยวกับคนรักเป็นเวลา  2 ปี 

ทั้งคู่รู้จักกันและพัฒนาความสัมพันธ์ผ่านการเขียนจดหมาย 8 เดือน ก่อนพบหน้ากันเป็นครั้งแรกที่วิคตอเรีย เมืองหลวงบริทิช โคลัมเบีย ประเทศแคนาดา และแต่งงานกันในปี 2559 

9 เดือนต่อมา ลอราประสบอุบัติเหตุขณะจัดอีเวนท์ เสาขนาดใหญ่ล้มฟาดใส่ศีรษะ ได้รับบาดเจ็บที่สมอง รู้สึกตัวอีกครั้ง เธอจำอะไรไม่ได้ และคิดว่าตัวเองอายุ 17 ปี  ความทรงจำที่ว่า เคยรู้จัก ตกหลุมรัก และแต่งงานกับไบรเดน ไม่เหลืออยู่เลย 

ความพยายามประติดประต่อหลายปีที่หายไป เป็นกระบวนการที่ยากลำบาก กระทบความสัมพันธ์กับไบรเดน  

 

เธอต้องผ่านช่วงเวลาโกรธ และหดหู่ รู้สึกเหมือนถูกดึงทึ้งหลายอย่างไปจากตัวเอง เธอหวังว่าความทรงจำจะกลับมา วันหนึ่งจะมองไบรเดนและจำทุกอย่างได้ แต่โชคร้าย วันนั้นไม่เคยมาถึง ในที่สุด ก็มาถึงจุดที่ต้องเลือก เธอไม่สามารถอยู่ในชีวิตคู่ที่แบบจำที่มาไม่ได้ เธอถอดแหวนแต่งงานออกและบอกเขาว่าอยากจะเดตกับเขา เริ่มต้นกันใหม่


ลอราเขียนว่า ไบรเดนเป็นคนอ่อนโยน ตลกและขี้เล่น เธอจึงอยากก้าวไปข้างหน้า ซึ่งหลังจากที่กลับมาทำความรู้จักผู้ชายคนนี้ เธอก็ตกหลุมรักเขา ต่อให้ความทรงจำเก่าก่อนที่มีไบรเดนอยู่ด้วย ไม่เคยหวนกลับมาอีกเลยก็ตาม 


 “ฉันไม่ได้ความทรงจำและความรู้สึกที่เคยมีกับเขาคืนกลับมาแบบปาฏิหาริย์ แต่ฉันได้ความรู้สึกและความทรงจำใหม่มาแทน ฉันเรียนรู้ว่า ความรักคือทางเลือก และฉันก็เลือกที่จะรักไบรเดน” 

 


ผู้ที่ได้อ่านเรื่องราวของเธอหลายคน บอกว่า นึกถึงพล็อตของหนังดรามาโรแมนติก The Vow ภาพยนตร์ปี 2012 ที่อิงจากชีวิตจริงของ คิม และ คริกคิตต์ คาร์เพนเตอร์ อุบัติหตุรถชนลบความทรงจำของคริกคิตต์ สามี ราว 10 สัปดาห์หลังแต่งงานในปี 2536 ทั้งคู่กลับมาคบหากันใหม่ และแต่งงานในปี 2538 แต่น่าเศร้า ที่ทั้งคู่ตัดสินใจแยกทางเมื่อปีที่แล้ว 

 

ข่าวด่วน

(คลิป)สนธิรัตน์ ปลื้ม ปชช.เชียร์อยู่ยาว

วันที่ 24 สิงหาคม 2562 - 09:43 น.
สนธิรัตน์,รัฐบาล,สวนลุมพินี

สนธิรัตน์ นำทีมส.ส.หญิง พปชร. ออกกำลังกายสวนลุม ประชาชนเชียร์ให้ทำงานต่อ 2 สมัย อยู่ยาว 8 ปี

สวนลุมพินี -24 สิงหาคม 2562 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย น.ส.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ส.ส. กรุงเทพฯ เขต 2 น.ส.กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ส.ส. กรุงเทพฯ เขต 1 ,น.ส.ภาดา วรกานนท์ ส.ส.กรุงเทพ เขต 6 พรรคพลังประชารัฐ และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมกันออกกำลังกายช่วงเช้าที่สวนลุมพินี พร้อมเดินพบปะทักทายพูดคุยกับประชาชนที่มาออกกำลังกาย

ทั้งนี้ ระหว่างที่นายสนธิรัตน์เดินทักทายพูดคุยกับประชาชนที่มาออกกำลังกายนั้น ก็มีประชาชนส่วนหนึ่งกล่าวสนับสนุนให้รัฐบาลชุดนี้ อยู่ทำหน้าที่ 2 สมัย หรือ 8 ปี เนื่องจากการทำงาน 4 ปีนั้น สั้นเกินไป และขอให้ช่วยบริหารประเทศให้ก้าวหน้าด้วย

 

 

 

หน้าแรก / ธุรกิจ การตลาด ศึก'ทอท.-เซ็นทรัล วิลเลจ' ชาวบ้านอ่วม! รถติดกว่า 1 กม.

ศึก'ทอท.-เซ็นทรัล วิลเลจ' ชาวบ้านอ่วม! รถติดกว่า 1 กม.

24 Aug 2019

         ศึกทอท.-เซ็นทรัล วิลเลจกระทบหนัก  ชาวบ้านอ่วมรถติดยาวกว่า   1 กิโลเมตร เมื่อทอท. ปิดทางเข้าออก ส่งผลกระทบช่าง ผู้รับเหมาไม่สามารถเข้าโครงการได้ ต้องจอดรถริมถนนทั้งเส้นทางหลัก และเส้นทางคู่ขนาน เพื่อเร่งก่อสร้างให้เสร็จทันเปิด 31 สค.นี้

          ข้อพิพากระหว่าง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.  กับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้บริหาร “เซ็นทรัล วิลเลจ” เริ่มลุกลามใหญ่โต ส่งผลกระทบในวงกว้าง เมื่อทอท.สั่งปิดพื้นที่ทางเข้าประตู 1 โครงการเซ็นทรัล วิลเลจ  ลักชัวรี่ เอาท์เล็ต ตั้งแต่เย็นวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมาโดยนำเต้นท์ขนาดใหญ่มาตั้งขวาง  ก่อนที่ช่วงเช้าของวันที่ 23 สิงหาคมจะนำแบริเออร์จำนวนหนึ่งมาตั้งกั้นบริเวณถนนทางเข้าเป็นระยะทางกว่า  1 กิโลเมตร ล่าสุดในวันที่ 24 สิงหาคม พบว่า การสัญจรในบริเวณโดยรอบกว่า 1 กิโลเมตร มีการติดขัด จากปริมาณรถที่จอดอยู่ริมสองฝั่งถนนเส้นทางคู่ขนาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ที่ต้องขนส่งวัสดุอุปกรณ์เพื่อมาก่อสร้างและตกแต่งภายในศูนย์เซ็นทรัล วิลเลจ แต่ไม่สามารถเข้าไปภายในพื้นที่ได้ ต้องจอดริมถนน  ทำให้เหลือช่องทางการจราจรเพียงช่องทางเดียว  ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบจากการสัญจรไปมา

            นอกจากนี้ถนนเส้นหลักเส้นทางเข้าจากถนนบางนา-ตราด สู่สนามบินสุวรรณภูมิ ทั้งขาเข้าและออก มีรถยนต์จอด 2 ข้างทางเช่นกัน  ทำให้รถโดยสารที่สัญจรผ่านไปมา ต้องชะลอความเร็ว  เพื่อความปลอดภัย

            อย่างไรก็ดี เซ็นทรัล วิลเลจ มีแผนจะเปิดให้บริการในวันที่ 31 สิงหาคมนี้ ซึ่งเหลือระยะเวลาไม่ถึง 7 วัน จึงเปิดให้ผู้รับเหมา และพนักงานทั้งจากศูนย์ และคู่ค้าซึ่งเป็นร้านค้าแบรนด์เนมระดับโลกกว่า 130 แบรนด์เข้าไปตกแต่งร้านค้าในพื้นที่ แต่ละวันจึงมีผู้คนต้องเดินทางเข้าไปทำงานจำนวนมาก และมีรถเข้าออกหลายร้อยคัน เมื่อไม่สามารถเข้าไปในศูนย์ได้จึงต้องจอดรถไว้ริมถนน และเดินเท้าพร้อมกับขนสัมภาระเข้าไปในโครงการ

        “เซ็นทรัล วิลเลจ” ตั้งอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิด้วยระยะเวลาเดินทาง 10 นาที ซึ่งเป็นเส้นทางหลักสำหรับสัญจรเข้าออกสนามบิน โดยประเมินว่าจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงผู้สัญจรผ่านไปมาจากเส้นทางถนนบางนา-ตราดสู่กว่า 2 แสนคันหรือกว่า 75 ล้านคันต่อปี

หน้าแรก / ข่าวทั่วไป สหภาพทอท. หวั่น'เซ็นทรัล วิลเลจ' กระทบความปลอดภัยการบิน

สหภาพทอท. หวั่น'เซ็นทรัล วิลเลจ' กระทบความปลอดภัยการบิน

24 Aug 2019

ประธานสหภาพแรงงาน ทอท.ออกโรงปกป้ององค์กรและประเทศชาติ กรณีการก่อสร้างห้างเซ็นทรัล วิลเลจ ในเขตความปลอดภัยทางการบิน หากถูกหน่วยที่กำกับดูแลตรวจสอบพบข้อบกพร่องอาจส่งผลให้โดนธงแดง ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นในกิจการการบิน และประเทศชาติจะได้รับความเสียหาย

นายณัฐวุฒิ ทาอินต๊ะ ประธานสหภาพแรงงาน บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ทอท.อยู่ในสถานะผู้ได้ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ มีหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ.2497 (ฉบับแก้ไข พ.ศ.2558) มาตรา 60/15 ที่มีการระบุถึงการรักษาสนามบินดูแลการบริการภายในสนามบินอนุญาตให้เป็นไปมาตรฐานที่กำหนดในข้อบังคับของคณะกรรมการการบินพลเรือน ประกอบกับกฎหมายอื่นที่ประกาศกำหนดให้มีหน้าที่ตามคู่มือการดำเนินงานสนามบินที่มีหน้าที่ตรวจสอบ เฝ้าระวัง และรายงานตามที่ระบุไว้ในคู่มือ การดำเนินงานสนามบินทั้งภายในเขตหรือบริเวณใกล้เคียงสนามบิน อันจะส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยสนามบิน รวมทั้งใช้การดำเนินการตามเงื่อนไขท้ายใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ ที่สนามบินต้องดำเนินการตามกระบวนการที่รัฐกำหนดตามกรณีที่ระบุ เช่นกรณี Air display นอกจากนี้ ทอท.ยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายในฐานะสนามบินรับรองสาธารณะใช้ดำเนินการ ได้แก่

1. พ.ร.บ.การเดินอากาศ พ.ศ.2497 (ฉบับแก้ไข พ.ศ.2558) มาตรา 60/15 หน้าที่ผู้ได้ใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะ และมาตรา 58 59 60 เรื่องเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ  2.เงื่อนไขและข้อจำกัดประกาศท้ายใบรับรองการดำเนินงานสนามบินสาธารณะทุกแห่ง  3. ข้อบังคับคณะกรรมการการบินพลเรือน ที่เกี่ยวข้องในแต่ละเรื่อง และ 4.Standard and recommend practices ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization – ICAO) ที่รัฐยังออกกฎหมายมาบังคับใช้ไม่ครอบคลุม ก็จะบูรณาการกับผู้เกี่ยวข้อง                  

ดังนั้น กรณีการก่อสร้างห้างเซ็นทรัล วิลเลจ ในเขตความปลอดภัยทางการบินที่ ทอท.มีอำนาจทางกฎหมายทางการบิน ทอท.จะต้องรับผิดชอบหากไม่ดำเนินการใดๆ เพราะหากมีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่กำกับดูแลกิจการการบินแล้วพบว่า การนำมาตรฐาน ICAO มาใช้บังคับในประเทศ (Effective Implementation หรือ EI) ของประเทศไทยไม่เป็นไปตามที่กำหนด หรือมาตรฐานการบริหารความปลอดภัยด้านการบินของประเทศไทย มีข้อบกพร่อง (ติดธงแดง)   จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติมากกว่านี้ ซึ่งที่ผ่านมาการตรวจสอบไม่ใช่เฉพาะเรื่องความสูงเท่านั้น แต่ยังมีหลายประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพราะถึงแม้ว่า พื้นที่ของเซ็นทรัล วิลเลจ จะอยู่นอกเขตสนามบิน แต่ก็เป็นบริเวณใกล้เคียงสนามบิน (vicinity of Aerodrome ) ที่แม้ว่าไม่ได้อยู่ในการกำกับของสนามบินโดยตรง แต่การที่จะมีผู้ใดที่มีพื้นที่อยู่บริเวณใกล้เคียงสนามบิน โดยเฉพาะในแนวบินร่อนลง (take off & approach ) จะมีกิจกรรมใดๆ หรือใช้พื้นที่ก่อสร้างจะอยู่ภายใต้การกำกับตรวจสอบจากรัฐ (กพท.) ที่จะต้องตรวจสอบกิจกรรมดังกล่าว ว่าจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานสนามบินหรือไม่ โดยนอกจากการตรวจสอบสิ่งก่อสร้างอันเป็นสิ่งกีดขวางในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศแล้ว ต้องพิจารณา ประเด็นต่างๆ ดังนี้

1. การรบกวนสัญญาณเครื่องช่วยในการเดินอากาศ  2.แสงไฟภายนอกสนามบิน (non aeronautical light ) อันส่งผลต่อการปฏิบัติการบิน ที่ต้องมีการควบคุมตามข้อกำหนด ICAO  3. กิจกรรมที่อาจเกิดมีควัน ที่ส่งผลให้ทัศนวิสัยสนามบินลดลง โดยเฉพาะการมองเห็นทางวิ่งในแนวร่อนลง  4.กิจกรรมที่อาจนำไปสู่การนำนกมาอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว  5. Laser emission free zone ที่ต้องมีการควบคุมออกไปภายนอกสนามบินตามข้อกำหนด ICAO   และ6. กิจกรรมอันส่งผลต่อแผนแม่บทและแผนพัฒนาสนามบิน โดยเฉพาะส่งผลกระทบต่อองค์ประกอบหลัก  ที่สำคัญเรื่องหนึ่งคือ Access capacity ที่เกิดได้จากบริเวณภายนอกใกล้เคียงสนามบิน ที่ไม่ได้ถูกนำมาพิจารณาในการทำแผนแม่บท และถูกกำกับจากรัฐ ตามข้อกำหนด      

ประธานสหภาพแรงงาน ทอท.กล่าวด้วยว่า การก่อสร้างห้างเซ็นทรัล วิลเลจ อาจส่งผลกระทบต่อสนามบินของ ทอท. อันเกิดจากกิจกรรมภายนอกสนามบินแต่ใกล้เคียงสนามบินที่อยู่นอกเหนือภายใต้การกำกับของ ทอท.    จึงขอเสนอให้มีการประชุมหารือในระดับนโยบายสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย โดยเร่งด่วน เพราะหากไม่ดำเนินการใดๆ อาจเข้าข่ายว่า ทอท.ซึ่งเป็นผู้ดูแลที่ราชพัสดุบริเวณดังกล่าว ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ และอาจส่งผลให้ประเทศไทยติดธงแดงอีกครั้ง แล้วใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ นอกจากนี้ยังพบข้อมูลว่าการก่อสร้างห้างเซ็นทรัล วิลเลจ   มีการกระทำที่เข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ผังเมืองหลายประการ อาทิ การถมลำรางสาธารณะ การปลูกสร้างอาคารในพื้นที่สีเขียวที่มีพื้นที่ใช้สอยมากเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดย พ.ร.บ.ผังเมืองกำหนดให้อาคารมีพื้นที่ใช้สอยได้ไม่เกิน 2000 ตารางเมตร และหากเป็นพื้นที่ตาบอดดังเช่นกรณีนี้ จะปลูกสร้างได้เพียง 200 ตารางเมตร ต่อ 1 ใบอนุญาต อย่างไรก็ตามพื้นที่ใช้สอยสูงสุดของข้อกฎหมายกำหนดไว้ว่าสิ่งปลูกสร้างรวมแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของพื้นที่ ซึ่งในกรณีนี้มีพื้นที่รวมประมาณ 100 ไร่ แต่จากการแถลงข่าวของเซ็นทรัล ทราบว่าห้างเซ็นทรัล วิลเลจ จะมีพื้นที่ใช้สอยราว 4 หมื่นตารางเมตร คิดเป็น 25 ไร่ หรือร้อยละ 25 ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งถือว่าเกินเพดานกฎหมายที่กำหนดไว้ นอกจากนี้พื้่นที่สีเขียวแปลงดังกล่าวยังอยู่ในข้อบังคับที่ห้ามให้มีการก่อสร้างโรงแรม และยังมีการผิดดำเนินการที่เข้าข่ายผิดกฎ ICAO  อีกหลายประการตามที่ได้กล่าวข้างต้น จึงขอเรียกร้องให้เซ็นทรัลชี้แจงประเด็นเหล่านี้ให้ชัดเจน เพราะ ทอท.ไม่สามารถ เป็นผู้สนับสนุนผู้กระทำผิดกฎหมายบ้านเมืองได้ ทั้งนี้สหภาพแรงงาน ทอท.กำหนดให้มีการประชุมวาระพิเศษเร่งด่วนเกี่ยวกับประเด็นนี้ ในวันที่ 29 สิงหาคม 2562 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจะนำคณะกรรมการลงตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างต่อไป 

หน้าแรก / ธุรกิจ การตลาด ทอท. เพิ่มรปภ. คุมเข้ม เซ็นทรัล วิลเลจ

ทอท. เพิ่มรปภ. คุมเข้ม เซ็นทรัล วิลเลจ

24 Aug 2019

      ทอท. เพิ่มกำลังคนคุมเข้มขวางทางเข้า-ออก "เซ็นทรัล วิลเลจ" ยันซีพีเอ็นบุกรุกพื้นที่  ขณะที่คนงานบ่นอุบ ต้องเดินแบกหามเข้าตกแต่งพื้นที่เพื่อเปิดให้ทัน31 สค. นี้

      หลังจากที่นายนิตินัย  ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงการที่ทอท.นำเต้นท์และแบริเออร์ ไปปิดพื้นที่ในเขต ทางหลวงหมายเลข 370 หรือ ถนนเชื่อมระหว่างถนนมอเตอร์เวย์และถนนบางนา-ตราด ติดกับทางเข้า-ออก ประตู 1 ทางเข้าโครงการ เซ็นทรัล วิลเลจว่า   ทอท.ทำตามหน้าที่ เนื่องจากซีพีเอ็นบุกรุกที่ราชพัสดุ ที่อยู่ในส่วนการดูแลของทอท. ซึ่งการรุกล้ำก็ว่าไปตามผิด เปิดทางให้ไม่ได้ ทอท.ก็ส่งคนไปเฝ้า แต่ถ้าทางซีพีเอ็นเคลียร์ได้ว่าไม่ผิด โครงการถูกต้อง ทอท.ก็ยอมที่จะพิจารณาถอนเต้นท์ให้

        ล่าสุดจากการลงพื้นที่สำรวจบริเวณประตู1. โครงการเซ็นทรัล วิลเลจเมื่อช่วงเวลา 13.00 น. ของวันที่ 24 สิงหาคม พบว่า ยังมีเต้นท์กางขวางถนน เข้า-ออกพร้อมกับมีแบริเออร์ และมีรถของ AOTจอดขวาง3-4 คัน รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่  รปภ. ประจำทั้งภายในเต้นท์และบริการด้านหน้า. ตลอดระยะทาง 100 เมตร คอยตรวจสอบผู้สัญจรเข้า-ออก และยังห้ามรถทุกชนิดทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซด์เข้าออกประตูดังกล่าว  ทำให้รถยนต์ที่ขนวัสดุเพื่อเข้ามาก่อสร้างอาคาร ตกแต่งร้านค้า ไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ จึงต้องใช้วิธีจอดรถไว้ด้านนอกและเดินเท้าพร้อมแบกขนวัสดุเข้าไปแทน ส่งผลให้การจราจลติดขัดยาวกว่า1 กม.

       ทั้งนี้จากการสอบถาม ผู้รับเหมาตกแต่ง ร้านค้ารายหนึ่ง กล่าวว่า แม้จะห้ามไม่ให้รถเข้าออก แต่ก็ยังดำเนินการก่อสร้างและตกแต่งร้านค้าต่อไป เพื่อให้เสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ก่อนที่ร้านจะเปิด โดยเบื้องต้น นอกจากการเดินเท้าเข้าโครงการ ยังใช้รถเข็นขนวัสดุต่างๆเข้ามาถือเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน. และเชื่อว่าปัญหาต่างๆน่าจะคลี่คลายและเปิดประตูให้เข้าออกได้ในเร็วๆนี้

      " ที่ผ่านมายังไม่ได้รับแจ้งยกเลิก หรือห้ามเข้าตกแต่งร้านค้า. จึงยังทำงานตามเดิม"

       สำหรับ “เซ็นทรัล วิลเลจ” เป็นโครงการลักชูรี่ เอาท์เล็ตแห่งแรกของประเทศไทย ใช้งบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท รวมร้านค้าแบรนด์ดังระดับโลกกว่า 130 ร้านค้า บริหารโครงการโดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด( มหาชน) หรือซีพีเอ็น มีกำหนดจะเปิดให้บริการในวันที่ 31. สิงหาคมนี้

หน้าแรก / WOW Smart Life เตรียมตัวให้พร้อมรับ1,000บาท ‘ชิมช็อปใช้’ 

เตรียมตัวให้พร้อมรับ1,000บาท ‘ชิมช็อปใช้’ 

24 Aug 2019
 
หลังจากรอคอยมานานเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายใต้รัฐบาลใหม่ ในที่สุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เศรษฐกิจนัดแรกเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็เห็นชอบเบื้องต้นไปแล้วว่า มีอะไรออกมาบ้าง 

ที่น่าสนใจคือ มาตรการแจกเงินให้กับประชาชน 1,000 บาท สำหรับ “ชิม ช็อป ใช้” เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ เพราะใครๆ ก็สามารถเข้าร่วมโครงการได้ เพียงแค่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปและมีบัตรประชาชน เพียงแต่ต้องไว เพราะรัฐบาลตั้งเงื่อนไขไว้เพียง 10 ล้านคนเท่านั้น ใครมาก่อนได้ก่อน ช้าหมด ก็อดไปตามระเบียบ

สำหรับประชาชนที่ต้องการได้รับสิทธิ์ดังกล่าว ต้องลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการผ่านเว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) โดยจะเริ่มลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 21 กันยายนเป็นต้นไป และต้องดาวน์โหลดแอพพลิเคชัน “เป๋าตัง” ของธนาคารกรุงไทย เพื่อใช้ในการรับเงินหรือเติมเงินเพื่อใช้จ่าย เพราะรัฐบาลจะโอนเงินผ่านระบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์โดยภาครัฐ (g-Wallet) เท่านั้น

เมื่อลงทะเบียนแล้ว รัฐบาลไม่ได้ให้เป็นเงินสด แต่จะให้วงเงินสำหรับบัญชี g-Wallet ในแอพพลิเคชัน “เป๋าตัง” คนละ 1,000 บาท สำหรับการท่องเที่ยวในจังหวัดที่เลือกไว้เมื่อตอนลงทะเบียน และเพื่อซื้อสินค้าและบริการกับผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการตามหลักเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางกำหนดพร้อมติดตั้งแอพพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อรับชำระเงินด้วย

การจะได้รับสิทธิ์ชดเชยเงินคืน 15% เมื่อใช้จ่ายไม่เกิน 30,000 บาทหรือเป็นเงิน 4,500 บาทนั้น ผู้ลงทะเบียนต้องเติมเงินเข้าบัญชี g-walletในแอพพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อใช้จ่ายสำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม ค่าที่พักหรือซื้อสินค้าท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นสินค้า OTOP สินค้าวิสาหกิจชุมชนร้าน THAIDEN หรือร้านธงฟ้าประชารัฐ โดยเงินชดเชยจะเข้าบัญชี g-wallet ในแอพพลิเคชัน “เป๋าตัง” ภายใน 2 สัปดาห์หลังมาตรการสิ้นสุดเดือนพฤศจิกายน 2562 หรือไม่เกินกลางเดือนธันวาคม แต่ต้องเป็นใช้จ่ายผ่านแอพพลิเคชัน “เป๋าตัง” เท่านั้น ไม่นับรวมเงินสด แม้จะมีใบเสร็จรับเงินก็ตาม

ใครอยากได้สิทธิ์ 2 เด้งก็ติดตามเงื่อนไขให้ดี ไม่งั้นจะพลาดได้


 หน้าแรก / ตลาดเงิน - ตลาดทุน คลังไล่บี้ แชร์ลูกโซ่ ผวาซ้ำเติมหนี้ครัวเรือน
 

คลังไล่บี้ แชร์ลูกโซ่ ผวาซ้ำเติมหนี้ครัวเรือน

24 Aug 2019

รมว.คลังสั่งสศค.ศึกษาแนวทางแก้ปัญหาแชร์ลูกโซ่ หวั่นซํ้าเติมปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งต่อเนื่อง หลังพบกลุ่มเสี่ยงวัยทำงาน ก่อหนี้สูงขึ้นและเป็นหนี้เสียกว่าครึ่ง

การลงทุนที่มีหลากหลายรูปแบบมากขึ้น ทั้งระยะสั้นและระยะยาว และส่วนใหญ่มักไม่ลงทุนในสินทรัพย์ความเสี่ยงตํ่า เพราะได้ผลตอบแทนตํ่าเช่นกัน คนกลุ่มหนึ่งจึงหันไปลงทุนในสิ่งที่จะได้ผลตอบแทนสูง แม้เสี่ยงที่จะขาดทุนสูงก็ตาม ไม่ว่าการลงทุนประเภทนั้นจะถูกกฎหมายหรือไม่

แชร์ลูกโซ่เป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่ยังพบเห็นคนเข้าไปลงทุนอยู่ตลอดแม้จะมีคดีดังๆให้เห็นเป็นบทเรียนมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแชร์แม่ชม้อย แชร์ชาร์เตอร์ และแชร์ลูกโซ่แฝงมากับธุรกิจต่างๆ อย่างคดียู ฟัน หรือขายตรงต่างๆ ทำให้ตลอดหลาย 10 ปีที่ผ่านมา มีประชาชนเสียหายจากการเล่นแชร์ลูกโซ่แล้วรวมหลายแสนล้านบาท

แม้จะยังไม่ขยายวงไปยังประชาชนในวงกว้าง และการเล่นแชร์ลูกโซ่ของประชาชนจะยังไม่สูงจนน่ากังวล แต่นายอุตตม สาวนายนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เตรียมสั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาการลงทุนในแชร์ลูกโซ่ของประชาชนว่า จะต้องมีแนวทางในการดูแล ให้ความรู้ และป้องกันการเกิดแชร์ลูกโซ่ที่สร้างความเสียหายให้ประชาชนอย่างไร ซึ่งอาจจะต้องทำงานประสานกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องด้วยทั้งกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)

อุตตม สาวนายน

นายอุตตมกล่าวว่า ปัจจุบัน แม้ตัวเลขความเสียหายจากการเล่นแชร์ลูกโซ่ของประชาชนจะยังไม่สูงมากจนเป็นสัญญาณที่น่ากังวล แต่จากตัวเลขของหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานที่มีความพร้อมในการเสาะแสวงหาการลงทุนที่หลากหลาย อาจทำให้แชร์ลูกโซ่เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ประชาชนเลือกได้ ฉะนั้นจะต้องปิดช่องทางดังกล่าวลง

ก็จะให้สศค.ไปดูว่า มีวิธีอะไรบ้างที่จะป้องกันไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการลงทุนประเภทนี้ ต้องทำแบบองค์รวม มีหน่วยงานอื่นเข้ามาร่วมด้วย จะได้แก้ไขปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ เพราะแม้ว่าตัวเลขคนเสียหายจากการเล่นแชร์ลูกโซ่จะอยู่ในวงเฉพาะกลุ่มคน แต่ก็ต้องป้องกันไว้” นายอุตตมกล่าว

ทั้งนี้อัตราการขยายตัวของหนี้ครัวเรือนของไทยขณะนี้แม้จะค่อนข้างทรงตัว แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับสูงที่ 77.8% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพีและข้อมูลจากบริษัท ข้อมูล เครดิตแห่งชาติ(เครดิต บูโร)พบว่า คนไทยเป็นหนี้เร็วขึ้น นาน ขึ้นและมากขึ้น” โดยเฉพาะกลุ่มคนทำงาน โดยคนในช่วงอายุปลาย 20-30 ปีต้นๆ มีปริมาณหนี้ต่อหัวเร่งตัวขึ้น และยังคงอยู่ในระดับสูงตลอดอายุการทำงาน ที่สำคัญระดับหนี้ไม่ได้ลดลงแม้จะเข้าสู่วัยใกล้เกษียณ ซึ่งสถิติพบว่า หนี้ต่อหัวเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จากประมาณ 70,000 บาท  สิ้นปี 2553 มาอยู่ที่ประมาณ 150,000 บาท  สิ้นปี 2559

สะท้อนถึงความเปราะบางความมั่นคงในชีวิตและตามมาด้วยความเปราะบางทางเศรษฐกิจ ฉะนั้นการสกัดช่องทางการเกิดหนี้เสียของคนไทยแต่เนิ่นๆ น่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้คนไทยมีหนี้ครัวเรือนลดลงหรือไม่ทำให้เพิ่มขึ้นได้บ้างไม่มากก็น้อย

นายพรชัย ฐีระเวช รองโฆษก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.)กล่าวว่า กำลังรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับคดีของแชร์ลูกโซ่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีทั้งตำรวจเศรษฐกิจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)และกระทรวงยุติธรรม หรือแม้แต่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)ว่า มีประชาชนได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใดเพราะที่ผ่านมาคดีเหล่านี้ ถูกแจ้งความไว้ในหลากหลายหน่วยงาน จึงไม่มีหน่วยงานกลางในการรวบรวมข้อมูล แต่จากนี้ไปจะเก็บข้อมูลให้เห็นตัวเลขที่ชัดเจน ก่อนจะหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด โดยสศค.มีพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ..2527 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ..2534 และ ..2545 ควบคุมดูแลอยู่ จึงจะนำกฎหมายที่มีอยู่มาเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขด้วย

แชร์ลูกโซ่ไม่จัดอยู่ในหนี้นอกระบบ แต่เป็นการลงทุนที่เป็นรูปแบบกู้ยืมเพื่อฉ้อโกงประชาชน ซึ่งยังหาความเสียหายรวมได้ยาก เพราะผู้เสียหายแต่ละกลุ่ม ไปแจ้งเอาผิดกับหน่วยงานที่แตกต่างกันไป แต่หลังจากนี้ เราจะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ว่า มีมากน้อยแค่ไหน ก่อนจะหาแนวทางแก้ไขเรื่องนี้ต่อไปนายพรชัยกล่าว

สำหรับสถิติการจับกุมผู้กระทำผิดเรื่องหนี้นอกระบบ โดยจับกุมผู้ปล่อยเงินกู้นอกระบบและผู้ติดตามทวงถามหนี้ โดยวิธีการผิดกฎหมายตั้งแต่เดือนตุลาคม 2559 - พฤษภาคม 2562 มีทั้งสิ้น 5,050 รายขณะที่สถิติการปล่อยสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของกระทรวงการคลัง ล่าสุด มียอดอนุมัติสินเชื่อสะสม 84,022บัญชี รวมเป็นเงิน 2,160.80 ล้านบาท หรือคิดเป็นวงเงินสินเชื่อเฉลี่ย25,717 บาทต่อบัญชี และสินเชื่อรายย่อยเพื่อใช้จ่ายฉุกเฉินของธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(...) เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบทดแทนหนี้นอกระบบรายละไม่เกิน 50,000 บาท มีการอนุมัติสินเชื่อรวม 574,760 ราย เป็นเงิน 25,867.87 ล้านบาท

อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ใหม่ ของสถาบัน การเงิน

24 Aug 2019
 
อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ใหม่ ของสถาบัน การเงิน
 

 

 ...........................................................

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net