วันที่ อาทิตย์ สิงหาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทส. เดินหน้าหนุนราษฎรนาแห้ว ปลูกป่า คทช. กว่า 7 หมื่นไร่



ทส. เดินหน้าหนุนราษฎรนาแห้ว ปลูกป่า คทช. กว่า 7 หมื่นไร่

เมื่อวันที่ 25 ส.ค.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.นาแห้ว จ.เลย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ติดตามและตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าโครงการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชน (คทช.) ในพื้นที่ อ.นาแห้ว จ.เลย ตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาทรัพยากรที่ดินและป่าไม้ ในโอกาสนี้ รมว.ทส. จะเป็นประธานในการปล่อยแถวขบวนรถยนต์ลำเลียงกล้าไม้มีค่ากว่า 300,000 กล้า เพื่อปลูกในพื้นที่ คทช. ลุ่มน้ำชั้นที่ 1,2 ก่อนมติคณะรัฐมนตรี 30 มิ.ย. 2541 พร้อมทั้งมอบกล้าไม้มีค่าให้กับตัวแทนผู้นำชุมชน อ.นาแห้ว และจะร่วมปลูกต้นไม้ในแปลงพื้นที่ของเกษตรกรที่ได้รับการจัดระเบียบการใช้ที่ดินเพื่อรับรองสิทธิ์ในการเข้าร่วมโครงการจัดที่ดินทำกินให้กับชุมชน (คทช.) ในพื้นที่ ลุ่มน้ำชั้น 1,2

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยทำกินของประชาชนในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และกำชับให้หน่วยงานภายในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ปัญหาให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยและทำกินอยู่ในพื้นที่ป่าตามกรอบมาตรการและแนวทางที่หน่วยงานภาครัฐเป็นผู้กำหนดโดยยึดถือแนวทางการปฏิบัติงานการแก้ปัญหาให้คนกับป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้ภายใต้นิยาม “รัฐได้ป่า ประชาได้ที่ทำกิน บนผืนแผ่นดินเดียวกัน” ส่งเสริมให้มีการสร้างความรู้ ความเข้าใจ พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกให้กับประชาชน ให้เกิดความรักและหวงแหนทรัพยากรป่าไม้ของชาติ พร้อมทั้งมุ่งเน้นส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มนายทุนที่เข้าไปบุกรุกป่า และแอบลักลอบตัดไม้มีค่า ทั้งนี้เพื่อจะรักษาและป้องกันพื้นที่ป่าที่ยังเหลืออยู่ ควบคู่กับการฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุกให้กลับคืนความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง

นายอรรถพลเจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวต่อว่า กรมป่าไม้ ได้รับมอบหมายจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการดำเนินการแก้ปัญหาดังกล่าวภายใต้นโยบายให้คนกับป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้โดยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ได้กำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงานตามกรอบมาตรการแก้ไขปัญหาการอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 โดยแบ่งตามระดับชั้นลุ่มน้ำ และระยะเวลาในการเข้าอยู่อาศัยทำกินในพื้นที่ป่า กำหนดแนวทางการฟื้นฟูพื้นที่ คทช. ในลุ่มน้ำชั้น 1,2 ที่มีการอยู่อาศัยทำกินมาก่อนมติ ครม. 30 มิ.ย. 41 เป็นพื้นที่ที่ประชาชนจะได้รับการจัดระเบียบการใช้ที่ดินเพื่อรับรองสิทธิ์ให้ใช้ประโยชน์ในที่ดินได้อย่างถูกต้อง โดยต้องอยู่ภายใต้กรอบมาตรการที่กรมป่าไม้กำหนด ทั้งนี้ กรมป่าไม้จะนำร่องการปลูกฟื้นฟูป่าในพื้นที่ 13 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และจังหวัดเลย เนื้อที่รวม 1.5 ล้านไร่ ซึ่งจะส่งเสริมให้ปลูกป่า 3 อย่าง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ เป็นเนื้อที่ปลูกป่าจำนวน 306,017 ไร่ โดยกำหนดกรอบแนวทางให้ประชาชนปลูกไม้โครงสร้างซึ่งเป็นไม้ประจำถิ่นและเป็นไม้ยืนต้น เช่น ต้นสัก ประดู่ยางนาฯลฯ มีสัดส่วนพื้นที่ 1 ไร่ ต้องปลูกต้นไม้จำนวน 200 ต้น แบ่งเป็นไม้โครงสร้างหลักไม้ประจำถิ่นไม้ยืนต้น อาทิ ยางนาสัก ประดู่ พะยูง ฯลฯ จำนวน 100 ต้น ไม้โครงสร้างรองซึ่งเป็นไม้ปลูกไว้สำหรับทานใบ ทานผล เช่น ขี้เหล็ก สะตอ ฯลฯ จำนวน 50 ต้น และปลูกพืชคลุมดินพืชผลทางการเกษตรและเป็นพืชที่ไม่ต้องการแสงมากให้ผลผลิตเร็ว จำพวก กาแฟ หัวข่า ชา ฯลฯ อีก 50 ต้น ให้ประชาชนเป็นผู้ปลูกและดูแลรักษาตามแนวเขตพื้นที่แปลงของตนเองโดยรอบ และห้ามตัดฟันเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ป้องกันการชะล้าง ป้องกันการพังทลายของหน้าดิน และประชาชนต้องช่วยดูแลหากพบต้นไม้ต้นใดตายต้องมีการปลูกไม้ต้นใหม่ทดแทนต้นเดิม

"กรมป่าไม้จะเป็นผู้สนับสนุนกล้าไม้พันธุ์ดีให้กับราษฎรในพื้นที่นำไปปลูกรวม 5,056,611 กล้า ในอนาคตเราจะสังเกตเห็นในแต่ละพื้นที่หมื่น ๆ ไร่ ที่ที่เคยเป็นพื้นที่เสื่อมโทรมโล่งเตียนจะไม่มีให้เห็น เพราะว่าทุกๆ 5 ไร่ 10 ไร่ ที่มีการถือครองก็จะต้องปลูกต้นไม้เป็นแนวขอบแปลงไม่น้อยกว่า 20 % พื้นที่ 5 ไร่ อย่างน้อยก็ 1 ไร่ หรือ 2 แถวรอบแปลง พื้นที่ 10 ไร่ หรืออย่างน้อยก็ 2 ไร่ หรือ 3 แถวรอบแปลงเราก็จะเห็นแนวขอบแปลงที่ถือครองของราษฎรแต่ละราย สำหรับการปลูกฟื้นฟูป่าในพื้นที่ คทช. จ.เลย ตามโครงการจัดระเบียบการใช้ที่ดินในพื้นที่ลุ่มน้ำ 1,2 มีพื้นที่เป้าหมายจำนวน 75,734 ไร่ มีราษฎรที่ร่วมโครงการที่จะได้รับการรับรองสิทธิ์จำนวนประมาณ 26,705 ราย โดยพื้นที่แห่งนี้จะใช้การปลูกฟื้นฟูรูปแบบแนวทางใหม่ที่กล่าวมาข้างต้นและจะนำมาใช้นำร่องก่อนใน 13 จังหวัดภายในปีนี้ และจะใช้เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับขยายผลในการดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่อื่น ๆ ต่อไปในอนาคต" อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าว

 

โดย อานานนนนน

 

กลับไปที่ www.oknation.net