วันที่ จันทร์ สิงหาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

งูเห่าโผล่แล้ว กับประวัติศาสตร์จุดจบพรรคทหาร // 5รัฐมนตรีพปชร.งัดข้อลุงป้อม


สวัสดีครับ

         ฝ่ายค้าน(ร่วม)เรียกตัวเองแบบตีกินว่าฝ่ายประชาธิปไตย เป็นการผลักดันรัฐบาลว่าไม่ใช่ประชาธิปไตยไปเลย ทั้งๆที่ที่ตัวเองก็

อยู่ภายใต้การชี้นำของคนนอกแท้ๆ แล้วที่เรียกร้องกันเย้วๆให้นายกฯตอบประเด็นถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนในสภานั้น พรุ่งนี้ครม.ก็จะถวาย

สัตย์ฯอีกครั้ง เบื้องหน้าพระบรมรูปพระเจ้าอยู่หัว เกินกว่าจะเป็นการตอบในสภาเสียด้วยซ้ำ

         อันที่จริงนั้น การผิดพลาดเกิดขึ้นเนื่องจากท่านนายกฯเป็นคนพูดเร็ว อ่านหนังสือเร็ว จึงเกิดความผิดพลาดได้ง่ายๆ แล้วยังอยู่

ในระหว่างการกล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณ จะมัวตะกุกตะกักอยู่ได้อย่างไรกันเล่า

         นอกจากนั้น การประขุมรัฐสภาครั้งนั้น ทุกคนก็ตกอยู่ในสภาพเหน็ดเหนื่อย อิดโรยไปตามกัน สมาธิจึงยากที่จะคงที่กว่าปกติ

หลายเท่า

 

royal coronation

วันที่ 26 สิงหาคม 2562    

งูเห่าโผล่แล้ว กับประวัติศาสตร์จุดจบพรรคทหาร

วันที่ 26 สิงหาคม 2562 - 09:20 น.
งูเก่า,พรรคทหาร

รายงาน...

          รายการเนชั่นสุดสัปดาห์กับ 3 บก.ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลาห้าโมงเย็น ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 “สมชาย มีเสน” ซีอีโอเครือเนชั่น ”วีระศักดิ์ พงษ์อักษร“ บรรณาธิการบริหาร นสพ.กรุงเทพธุรกิจ และ ”บากบั่น บุญเลิศ“ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นสพ.ฐานเศรษฐกิจ ร่วมวิเคราะห์ประเด็น ”งูเห่าโผล่แล้ว! กับประวัติศาสตร์จุดจบพรรคทหาร”

          “สมชาย” กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) โดนกล่าวหามาก่อนหน้านี้ว่าเป็นพรรคทหารและพูดกันมากขึ้นเมื่อพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไปเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคพปชร. และบอกว่าตอนนี้เป็นนักการเมืองแล้ว และพปชร.ไม่ใช่พรรคทหาร ก่อนการเลือกตั้งและช่วงตั้งรัฐบาล พล.อ.ประวิตรอยู่เบื้องหลัง และเมื่อตั้งครม.เสร็จ พล.อ.ประวิตรเหลือแค่ตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และไม่ได้ดูแลกระทรวงที่ต้องการ เช่น พลังงาน ส่วน ครม.ที่ใกล้ชิด พล.อ.ประวิตรได้ตำแหน่งไม่สำคัญ เช่น รมว.ศึกษาธิการ (ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ), รมช.กลาโหม (พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล) และ รมช.เกษตรและสหกรณ์ (ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า) ส่วน รมว.ดีอี (พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์) นั้นพลิกไปพลิกมา

          แต่รมช.สองคนนั้นก็ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมด้วยเช่นกัน

          ครม.สายของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เข้ามาดูแลกระทรวงสำคัญเยอะ เช่นกลุ่มสามมิตรและกลุ่มสี่รมต. และยังบริหารพรรค ดังนั้นคนใกล้ชิด พล.อ.ประวิตรจึงคิดว่าตอนนี้ พล.อ.ประวิตรควรไปบริหารพรรคก่อน เพราะอำนาจในรัฐบาลหายไปเยอะ

          “วีระศักดิ์” ตั้งคำถามว่า หาก พล.อ.ประวิตรเข้าไปในพปชร.แบบนี้จะโดนกล่าวหาว่าเป็นพรรคทหารมากกว่าเดิม

          “สมชาย” กล่าวว่า คนในพรรคก็พูดกันมาก แต่บทบาทและเครือข่ายของ พล.อ.ประวิตรก่อนและหลังเลือกตั้งมีมาก และ พล.อ.ประวิตรได้บอกว่าห้ารัฐมนตรีพปชร.ที่ยังเป็นส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ควรลาออก เพื่อเลื่อนลำดับถัดไปขึ้นมาเพื่อให้มีเสียงในรัฐสภาเพิ่ม เพราะส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์พรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคได้มีการลาออกหลังได้เป็นรัฐมนตรีแล้ว

          “บากบั่น” สอบถามว่า บทบาทดังกล่าวของ พล.อ.ประวิตรจะทำอย่างไรต่อ เพราะครม.พปชร.ไม่ลาออก แม้พรรคร่วมรัฐบาลจะลาออกแล้วตามข้อตกลง

          “สมชาย” กล่าวว่า พล.อ.ประวิตรบอกว่าให้พิจารณา เพราะเสียงในรัฐสภาไม่พอและเริ่มมีปัญหา ตอนนี้ห้ารัฐมนตรีของพปชร.ตอบแล้วว่าไม่ลาออก เพราะครม.ส่วนนี้กลัวขาลอยหากลาออกจาก ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และอ้างว่าต้องคุมส.ส.พปชร.ในรัฐสภา แบบนี้เรียกว่าอ้างเพื่อความชอบธรรมของตัวเอง เพราะ พล.อ.ประวิตรก็ไม่ได้เป็น ส.ส.แต่ก็คุมส.ส.ได้

          เมื่อครม.พปชร.ไม่ลาออก ก็แสดงว่าคำพูดของ พล.อ.ประวิตรนั้น อดีตนายทหารสั่งไม่ได้ แสดงว่าพปชร.ไม่ใช่พรรคทหาร

          ส่วนประวัติศาสตร์พรรคทหารที่มีในวงการการเมืองไทยนั้น “วีระศักดิ์และบากบั่น” ตั้งคำถามว่า พรรคเพื่อไทยและอนาคตใหม่ไม่ได้บอกว่า พปชร.เป็นพรรคทหาร แบบนี้แปลว่าอะไร และประวัติศาสตร์การเมืองไทยที่ทหารเข้าไปมีบทบาทบริหารพรรคนั้น สุดท้ายแล้วเป็นเช่นใด


          “สมชาย”กล่าวว่า สองพรรคนั้นกำลังหลอกล่อให้นายทหารคนอื่นๆ เข้ามาเพื่อเตรียมโจมตีพปชร.ต่อ และประวัติศาสตร์บอกว่าพรรคทหารนั้นมีกี่พรรค เริ่มที่จอมพล ป. พิบูลสงคราม ตั้งพรรคเสรีมนังคศิลาใน พ.ศ.2498 เพื่อเตรียมลงเลือกตั้งใน พ.ศ.2500 โดยมี พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ เป็นเลขาธิการพรรค รวมทั้งยังมีจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ และจอมพลประภาส จารุเสถียร ร่วมเป็นแกนนำพรรคด้วย พรรคนี้มีความขัดแย้งภายในเพราะแกนนำพรรค ต่อมาพรรคนี้ชนะเลือกตั้งแต่ถือว่าเป็นการเลือกตั้งสกปรกที่สุดครั้งหนึ่งและมีการประท้วง โดยตอนนั้นโกงเลือกตั้งจนมีศัพท์ว่า "พลร่ม ไพ่ไฟ” จากนั้นจอมพลสฤษดิ์ได้ยึดอำนาจ และพรรคนี้สลายไปหลังเลือกตั้งครั้งนั้น

          พรรคสหประชาไทยเกิดขึ้นในพ.ศ.2511 หลังจอมพลสฤษดิ์เสียชีวิต โดยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นหัวหน้าพรรค และจอมพลประภาสเป็นรองหัวหน้าพรรค รวมทั้งมีทหารและตำรวจที่มีตำแหน่งมาเป็นแกนนำพรรค พรรคนี้ลงสนามเลือกตั้งใน พ.ศ.2514 และชนะเลือกตั้งเพราะอาศัยกลไกของกระทรวงมหาดไทยจัดการเลือกตั้ง แต่พรรคนี้ชนะเลือกตั้งและมีเสียงไม่เบ็ดเสร็จ ตอนนั้นส.ส.ในสภาผู้แทนฯ ได้อภิปราย ต่อมาจอมพลถนอมสั่งยึดอำนาจรัฐบาลตัวเองใน พ.ศ.2514 และเป็นเหตุที่เกิดความวุ่นวายในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516

          พรรคสามัคคีธรรมเกิดใน พ.ศ.2535 หลังจากรสช.ยึดอำนาจ โดยณรงค์ วงศ์วรรณ เป็นหัวหน้าพรรค และ น.ต.ฐิติ นาครทรรพ เป็นเลขาธิการพรรค หนึ่งใน รสช. คือ พล.อ.อ.เกษตร โรจนนิล มีบทบาทหลังฉากของพรรคสามัคคีธรรม พรรคนี้ชนะเลือกตั้ง และมีพรรคพี่น้องคือพรรคชาติไทย เมื่อ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ลาออกจากหัวหน้าพรรค พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์ ที่เป็นคนสนิทของ พล.อ.ชาติชายได้เป็นหัวหน้าพรรคและประสานกับรสช. เพราะสองพรรคนี้ตกลงล่วงหน้าไว้แล้วว่าจะจับมือกันตั้งรัฐบาล

          กรณีนี้รสช.วางโรดแม็พไว้แล้ว เพราะณรงค์ถูกเสนอชื่อให้เป็นนายกฯ และโดนกล่าวหาติดแบล็กลิสต์จากสหรัฐจนมีเปลี่ยนตัวและมีการเสนอ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ขึ้นเป็นนายกฯ แต่สังคมต่อต้าน เพราะก่อนหน้านี้ พล.อ.สุจินดาบอกว่าจะไม่รับตำแหน่งนายกฯ แต่ต่อมา พล.อ.สุจินดา อ้างคำว่าเสียสัตย์เพื่อชาติ

          พรรคนี้อยู่ได้ไม่กี่เดือน เพราะณรงค์แยกไปตั้งพรรคเทิดไทและคนอื่นๆ ก็แยกตัวไปเช่นกัน

          ไชยันต์ ไชยพร นักวิชาการรัฐศาสตร์ ได้อธิบายเรื่องนี้ว่า "พรรคทหารที่ชัดเจนคือเสรีมนังคศิลา เพราะกรรมการบริหารพรรคมีแต่ทหารและตำรวจ พรรคนี้ตั้งพรรคเพื่อเลือกตั้งโดยใช้กลไกประชาธิปไตยให้ได้อำนาจ แต่เมื่อจอมพลสฤษดิ์แยกออกมาจากพรรคนี้ กองทัพก็ตามมา แปลว่ากองทัพไม่ได้อยู่กับพรรคนั้นๆ สหประชาไทก็เช่นกัน สามัคคีธรรมแตกต่างกับสองพรรคนั้น เพราะแกนนำพรรคส่วนใหญ่เป็นพลเรือนมีแค่เลขาธิการพรรคที่เคยเป็นทหาร และหนุนรสช.ที่เป็นทหารส่วนหนึ่ง แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง กองทัพก็ไม่ได้หนุนพรรคนี้

          พรรคที่สนับสนุนทหารนั้นต้องดูประวัติศาสตร์ด้วยว่าหนุนพรรคนั้นๆ เพื่อประโยชน์ของกองทัพและประเทศ หรือหนุนทหารบางคนที่อยู่กับพรรคนั้นๆ

          เสรีมนังคศิลา สหประชาไท กับพปชร.นั้น พปชร.ไม่มีทหารเยอะ แม้บางคนเข้าใจว่าทหารบางคนกำหนดนโยบายพรรคนี้ หากเทียบกับสองพรรคนั้น สามัคคีธรรมจะเหมือนพปชร.มากกว่า

          แต่อย่าผนวกกองทัพเข้ามากับพรรคนี้ เพราะประวัติศาสตร์บอกว่าถึงเวลากองทัพจะดีดตัวเองออกจากการเชื่อมโยงกับพรรคนั้นๆ และเชื่อว่ากองทัพไม่ชอบกับการโดนเชื่อมโยงเข้ากับบางพรรค


          วันนี้แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะไม่ได้เข้าไปเป็นเนื้อเดียวกับพปชร. แต่พล.อ.ประวิตรเข้าไปแล้ว อย่าลืมว่าก่อนหน้านี้พปชร.มีปัญหาโควตาครม.มองแล้วเมื่อ พล.อ.ประวิตรเข้าไปในพรรคเพื่อแก้ปัญหา แต่มองแล้วคงทำได้ยาก”

          “วีระศักดิ์และบากบั่น” ตั้งคำถามว่า แบบนี้ พล.อ.ประวิตรเข้าไปค้ำยันพรรคและจะทำอะไรต่อ ส่วน พล.อ.ประยุทธ์จะไปเป็นหัวหน้าพรรคพปชร.หรือไม่

          “สมชาย” กล่าวว่าเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ไม่เข้าไปในพปชร.เพราะภาพจะชัดว่าเป็นพรรคทหารและตกเป็นเป้า วันนี้พล.อ.ประวิตรจะไปบริหารงูเห่า เพราะตอนนี้งูเห่าโผล่แล้ว พรรคเศรษฐกิจใหม่ที่แสดงตัวล่าสุดและมี 6 ส.ส.นั้น คนที่ประสานพรรคนี้คือ "ส.” ไม่ใช่ พล.อ.ประวิตร

          ตอนนี้พรรคเพื่อไทยเริ่มมีความแตกแยกเพราะส.ส.สุรินทร์จำนวน 3 คน ไปต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ตอนลงพื้นที่และให้สัมภาษณ์ทำนองหนุนรัฐบาลรวมทั้งตำหนิพรรคตัวเอง แบบนี้แสดงว่าเริ่มมีความขัดแย้งในพรรคแล้ว และน่าจะมีงูเห่าเพิ่ม เพราะหลายคนในพปชร.เริ่มประสานพรรคอื่นๆ มาเพิ่มเสียง เพราะตอนนี้มีแล้ว 8 ส.ส.ที่เป็นงูเห่า

          “บากบั่น” สรุปว่า พรรคเพื่อชาติมีความขัดแย้งในพรรคจริง

          “วีระศักดิ์” กล่าวว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ 6 คนน่าจะมาฝั่งรัฐบาลแล้วเพราะบอกว่าเป็นฝ่ายค้านอิสระ ตอนนี้ฝ่ายค้านเหลือแค่ 6 พรรคแล้ว และพรรคเพื่อชาติไปแล้ว 1 คน และกำลังชักชวนคนอื่นๆ ไปด้วย รวมทั้งเร็วๆ นี้จะมีส.ส.จากพรรคอนาคตใหม่มาด้วยหลังการยุบพรรค เพราะพปชร.ต้องการ 270 เสียง 

5รัฐมนตรีพลังประชารัฐงัดข้อ ลุงป้อม

วันที่ 26 สิงหาคม 2562 - 08:55 น.
พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ,พลังประชารัฐ,กวาดบ้ารกวาดเมือง

คอลัมน์...  กวาดบ้านกวาดเมือง  โดย...  ลมใต้ปีก

          เข้าไปเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรค ครั้งแรกของ "ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พี่ใหญ่แห่งค่ายบูรพาพยัคฆ์ โชว์ความเหนือด้วยการประกาศว่าจะนำพาพรรคพลังประชารัฐชนะเลือกตั้งครั้งหน้าเกินครึ่งสภา หรืออย่างน้อยรักษาฐานเสียงเดิม 116 เสียง ให้ได้อย่างแน่นอน 

          ลุงป้อม จะเดินเกมในพรรคเพื่อค้ำบัลลังก์นายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้อยู่ครบ 4 ปี จึงต้องลงมาบัญชาการเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งในพรรคดังที่เคยเกิดมาตั้งแต่ตอนตั้งรัฐบาล ที่ “แย่งชามข้าว” ถึงขนาดไล่กันภายในพรรค

          ลุงป้อมได้แสดงความเป็นผู้นำพรรคในการประชุมนัดแรก ขอให้ 5 รัฐมนตรีของพรรคที่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ไปคิดทบทวนเรื่องลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อเลื่อนลำดับผู้สมัครบัญชีรายชื่อขึ้นมาแทน อันจะทำให้การทำงานในสภามีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่มีองค์ประชุมล่มหรือแพ้โหวตฝ่ายค้านดังที่ผ่านมา 3 ครั้ง 

          5 รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ได้แก่ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม, สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง

          4 รัฐมนตรี นิ่งเงียบตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา หวังว่าจะใช้ “ความสงบสยบความเคลื่อนไหว” โดยไม่ “ลาออกจาก ส.ส." ขณะที่ สมศักดิ์ เทพสุทิน ออกมาสวนคำบัญชาลุงป้อม อ้างว่า การเป็นรัฐมนตรีควบ ส.ส.จะทำงานได้มากกว่า โดยเหตุผลการประสานในงานในสภา ความชอบธรรม เป็นสิ่งที่แต่ละคนยกมาอ้างเพื่อประโยชน์ของตัวเอง แต่ถ้าย้อนไปดูข้อตกลงภายในพรรคพลังประชารัฐที่รู้กันทั้งพรรคว่าก่อนการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี บรรดา ส.ส.บัญชีรายชื่อที่เป็นตัวเก็งรัฐมนตรี ต่างบอกว่าถ้าเป็นรัฐมนตรี จะลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อเพื่อเลื่อนลำดับคนถัดๆ ไปให้ขึ้นมาเป็น ส.ส. เพื่อประสิทธิภาพการทำงานสภาในสถานการณ์รัฐบาล “เสียงปริ่มน้ำ” 

          ขณะที่รัฐมนตรีพรรคร่วมรัฐบาลอื่นที่ไม่ใช่หัวหน้าและเลขาธิการพรรคทยอยลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อเพื่อเลื่อนลำดับคนถัดๆ ไปขึ้นมาทำหน้าที่ ส.ส.แทน เนื่องจากภารกิจการเป็นรัฐมนตรีต้องอยู่ฝ่ายบริหาร อาจจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานสภาลดลง จึงต้องหลีกทางให้ผู้อยู่ในบัญชีรายชื่อคนถัดไปขึ้นมาแทน 

          แม้แต่ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกรัฐบาล พรรคพลังประชารัฐ ก็ยังแสดงสปิริตลาออกจาก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพื่อมาทำหน้าที่โฆษกรัฐบาล แม้เงินเดือนจะน้อยกว่า ส.ส.ก็ตาม แต่ 5 รัฐมนตรีชายอกสามศอกของพรรคพลังประชารัฐยังหา “สปิริต” ไม่เจอ และเหตุผลเดียวที่พร้อมใจเฉยชาสวนคำบัญชาลุงป้อม เพราะกลัว “ตีนลอย” 

          ในรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำความเป็น ส.ส. แม้จะ 1 หรือ 2 เสียง ก็เป็นเสียงที่มีค่า รัฐมนตรีทั้ง 5 จึงเก็บสถานะไว้กับตัว เพื่ออำนาจต่อรองหากมีการ "ปรับคณะรัฐมนตรี” เกิดขึ้น ป้องกันการถูกปรับออกหรือปรับไปอยู่ตำแหน่งหรือศักดิ์ศรี "ต่ำลง” 

          ชีวิตทางการเมืองของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องขึ้นอยู่กับคนพวกนี้ เพราะมีเสียงอันมีคุณค่าต่อการอยู่หรือไปของนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลอยู่ในมือเขา 

          การปฏิเสธ “คำบัญชา” ของลุงป้อม สะท้อนให้เห็นอย่างหนึ่งที่ลุงป้อม และบรรดา เสธ.รอบตัวลุงป้อมต้องไปคิดใหม่แล้วว่า “การเมืองไม่ง่าย” จะสั่ง “ซ้ายหัน-ขวาหัน” เหมือนทหาร-ตำรวจ ไม่ได้ เพราะต่างคนต่างคิดว่า “เท่ากัน” ไม่มีใครกลัวใคร !

ข่าวด่วน

"บิ๊กตู่" สั่งเร่งสอบปล้นร้านทองนาทวี

วันที่ 26 สิงหาคม 2562 - 17:16 น.
นายกฯ,ปล้นร้านทองนาทวี,เร่งสอบ

"ประยุทธ์" เผยกำลังสอบสวน เหตุปล้นร้านทอง "นาทวี" เกี่ยวพันยึดโยงอะไรหรือไม่ เงินเอาไปใช้ที่ไหน

          เมื่อวันที่ 26 ส.ค.62 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในตอนนี้ โดยล่าสุดผู้ก่อเหตุได้ปล้นร้านทองมูลค่า 85 ล้านบาท ที่อ.นาทวี จ.สงขลา ว่า จากสถานการณ์ที่มีการปล้นอะไรต่างๆ วันนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) สืบสวนสอบสวน เพราะมีกรณีอย่างนี้ในช่วงที่ผ่านมาหลายกรณีเหมือนกัน ก็ต้องดูว่ามันยึดโยงเกี่ยวพันอะไรกันหรือไม่ เงินดังกล่าวเอาไปใช้ที่ไหนอย่างไร หรือเป็นแค่การกระทำความผิดทางอาญาอย่างเดียว กำลังสอบกันอยู่นะจ๊ะ ขอให้ใจเย็นๆ ทุกเรื่องอยู่ในการสอบสวนทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่ทำหรือหาหลักฐาน ไม่หาวัตถุพยาน หรือพยานบุคคล ท้ายสุดมันก็ดำเนินดดีไม่ได้สักที จึงต้องเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม 

ข่าวด่วน

(คลิป) นายกฯ อุบนำครม.ถวายสัตย์ใหม่พรุ่งนี้

วันที่ 26 สิงหาคม 2562 - 18:21 น.
นายกฯ,อุบนำครม,ถวายสัตย์

"นายกฯ" อุบ นำ ครม. "ถวายสัตย์" ใหม่ พรุ่งนี้หรือไม่ เปรย รอพรุ่งนี้ พูดวันนี้ไม่ตื่นเต้น

          เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 62 เวลา 17.50 น. ที่ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกำหนดการก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม) ในวันพรุ่งนี้(27 ส.ค.) ที่นายกรัฐมนตรีจะนำคณะรัฐมนตรี รับพระราชทานพระราชดำรัสและลายพระราชหัตถ์ ภายหลังจากที่นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าธุระอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณเมื่อวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา

          โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆ อย่างอารมณ์ดีว่า "เป็นเรื่องของครม. เป็นไปตามกำหนดการ ให้รอวันพรุ่งนี้เดี๋ยวพูดวันนี้จะไม่ตื่นเต้น"

ถวายสัตย์ ไม่ครบ พรุ่งนี้รู้เรื่อง

วันที่ 26 สิงหาคม 2562 - 17:26 น.
ผู้ตรวจการ,ถวายสัตย์ไม่ครบ,วินิจฉัย,ชวน,โหวตเลือกนายกฯ

พรุ่งนี้ "ผู้ตรวจฯ" นัดตั้งโต๊ะแถลงผลวินิจฉัยปมร้อง "บิ๊กตู่" ถวายสัตย์ฯ ไม่ครบ – "ชวน" รวบรัดประชุมโหวตเลือกนายกฯ

          วันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 27 ส.ค. ผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีการประชุมพิจารณากรณีนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นายอัยย์ เพชรทอง เลขาธิการองค์กรปกป้องพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ และนายภาณุพงศ์ ชูรักษ์ นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ขอให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลปกครอง วินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี กล่าวคำถวายสัตย์ไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 161 เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

หนุ่มติดกล้องแอบดูเมีย แต่ภาพที่เห็น

วันที่ 26 สิงหาคม 2562 - 18:28 น.
หนุ่มติดกล้อง,แอบดูเมีย,เลี้ยงลูกอยู่บ้าน

หนุ่มติดกล้องแอบดูเมีย แอบคิดภรรยาแสนสบาย เลี้ยงลูกอยู่บ้าน ขณะเจ้าตัวต้องออกไปทำงานหาเงินงกๆ แต่ภาพที่เห็นเมียแทบไม่มีเวลาพักผ่อน

          เพจข่าวดีข่าวได้ ได้เผยแพร่เรื่องราวที่สามารถเตือนใจไปถึงคู่ชีวิตหลายๆ คู่ ได้เป็นอย่างดี สำหรับเหตุการณ์ต่อไปนี้ ที่คุณสามีจำนวนไม่น้อยคงต้องมีแอบคิดว่า ภรรยาแสนสบาย เลี้ยงลูกอยู่กับบ้าน ในขณะที่ตัวเองต้องออกไปทำงานงกๆ เหนื่อยหาเงินเลี้ยงลูก เลี้ยงภรรยา คุณสามีที่คิดเช่นนั้น

          งานนี้อาจต้องคิดใหม่ เมื่อได้รับรู้ในอีกแง่มุม ต่อเรื่องราวที่ถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า วิทวัส โกศัลวัฒน์ ซึ่งได้ออกมาเผยผลลัพธ์ จากการที่ตัวเขาได้ทดลองติดกล้องวงจรปิดเพื่อแอบดูภรรยาของตัวเองที่บ้าน

          โดยได้โพสต์เล่าว่า "แอบดูเมีย ผมชอบเข้าไปดูกล้องวงจรปิด ว่าลูก และเมียทำอะไร แต่ภาพที่เห็นเกือบทุกๆ ครั้งคือภาพด้านล่าง น้อยครั้งจริงๆ ที่จะเห็นพักผ่อน นอนหลับ คนเป็นแม่แทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนจริงๆ ไม่ว่าเวลากลางวันหรือกลางคืน แต่แปลก แทบจะไม่ได้ยินคำบ่นหรือบอกว่าเหนื่อยเลย

          ไม่รู้จะหาคำไหนมาขอบคุณที่ช่วยดูแลลูกของเราขนาดนี้ คนที่ออกไปทำงานที่บ่นว่าเหนื่อยๆๆๆ แล้วกลับคิดว่า เมียสบาย อยู่บ้านเลี้ยงลูกเฉยๆ ให้คิดใหม่ และลองสังเกตเมียดูดีๆ ว่าเค้าสบายจริงหรือเปล่า ผมว่างานที่เราออกไปทำแล้วบ่นเหนื่อยๆๆๆ ยังไม่ถึงครึ่งของเมียเราเลย"

 

สุริยะ เตรียมเสนอ ครม. เพิ่มทุน ธพว. 8 พันล้านใน 3 ปี

26 Aug 2019
 
รมว.อุตสาหกรรมเผยเตรียมเสนอ ครม. เพิ่มทุนให้ ธพว. อีก 8 พันล้านบาทภายในระยะเวลา 3 ปี  ชี้เป็นการช่วยเอสเอ็มอีได้มากขึ้น  พร้อมลุยนำงบ 1 หมื่อนล้านช่วยคนตัวเล็กรายละ 1 ล้านบาท  ดอกเบี้ย 1% ระยะเวลา 7 ปี
 

                นายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ  รัฐมนตรีว่การกระทรวงอุตสาหกรรม  เปิดภายว่า เตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอเพิ่มทุนให้กับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank  ตามที่นายอภิศักดิ์  ตันติวรวงศ์  อดีตรัฐมนตรีว่ากระทรวงการคลังได้นำเสนอแนวทางเอาไว้  เพื่อให้สามารถสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ได้เพิ่มมากขึ้น  โดยในระยะเวลา 3 ปีจะเพิ่มทุนประมาณ 8 พันล้านบาทภายในระยะเวลา 3 ปี  แบ่งเป็น ปี 62 จำนวน 4 พันล้านบาท ส่วนปี 63 เพิ่มทุนจำนวน 2.5 พันล้านบาท  และปี 64 เพิ่มทุนจำนวน 1.5 พันล้านบาท

                อย่างไรก็ดี  เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 62 ครม. ยังได้มีมติเห็นชอบอนุติเงินกองทุน 1 หมื่นล้านบาท ผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2562 ในโครงการสินเชื่อพิเสษสนับสนุนเอสเอ็มอี (SME) รายย่อย  ผ่านกองทุนส่งเสิรมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม  โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ดำเนินการร่วมกับ SME D Bank โดยกองทุนดังกล่าวจะมีหลักเกณฑ์ที่เปิดกว้าง  เพื่อให้เอสเอ็มอีรายเล็กสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่าย  โดยมีวงเงินปล่อยสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท  อัตราดอกเบี้ย 1เป็นระยะเวลา 7 ปี  ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน  ซึ่งถือว่าเป็นข้อสนเอที่น่าจะดีที่สุดสำหรับเอสเอ็มอีที่ต้องการวงเงินเพือ่เสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ

                นอกจากนี้  ยังรอสรุปข้อมูลจากกองทุนพัฒนาเอสเอมอีตามแนวประชารัฐ  ซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 2 กอง ได้แก่ 1.เพื่อเอสเอ็มอีขนาดกลาง  และ2.เพื่อเอสเอ็มอีขนาดเล็ก  โดยในส่วนของวเงินที่ปล่อยให้กับเอสเอ็มอีขนาดกลางนั้น  ยังคงมีวงเงินเหลือจากการปล่อยสินชื่ออีกประมาณ 3 พันล้านบาท  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น  จะต้องรอดูสรุปตัวเลขที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่งภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้  หลังจากนั้นจะมีการนำวงเงินที่เหลือดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม. เพื่อนำมาปล่อยให้กับเอสเอ็มอีรายเล็กต่อไป

นายนายพงชาญ  สำเภาเงิน  รองกรรมการผู้จัดการ  รักษาการแทนกะรรมการผู้จัดการ ธพว. กล่าวว่า ปัจจุบัน ธพว. มีเจ้าหน้าที่ตลาดที่อยู่สาขา 95 สาขา  ประมาณ 800 คน  โดยขณะนี้ได้มอบหมายให้ทั้งหมดไปหาลูกค้าที่อยู่ในคุณสมบัติเอสเอ็มอีคนตัวเล็กคนละ 15 ราย  ซึ่งจะได้ประมาณ 1.2 หมื่นราย  เพื่อให้ได้มีโอกาสใช้เงินจากกองทุน 1 หมื่นล้านบาท 

                ทั้งนี้  เดิมที ธพว. ได้มีการนำเสนอขอวงเงินไป 2 หมื่นล้านบาท  โดยในเบ้องต้นได้รับการอนุมัติมา 1 หมื่นล้านบาท  ซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถเริ่มปล่อยสินเชื่อได้ประมาณกลงเดือนกันยายน  และจะใช้วงเงินจนหมดประมาณเดือนตุลาคม  หลังจากนั้น  จะมีการพิจารณาขอวงเงินเพิ่มเติม  หากโครงการสามารถเดินหน้าไปด้วยดีอย่างเป็นรูปธรรม  เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอีรายเล็ก  นอกจากนี้ ธพว. เองก็ยังมีวงเงินอีก 6 หมื่นล้านบาท  เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อในส่วนของธนาคารเอง  

หน้าแรก / Politics “ไพบูลย์”เฮ! มติกกต.ให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพ

“ไพบูลย์”เฮ! มติกกต.ให้พรรคประชาชนปฏิรูปสิ้นสภาพ

26 Aug 2019
 
มติกกต.ให้พรรคประชาชนปฏิรูป ที่มี “ไพบูลย์ นิติตะวัน” เป็นหัวหน้าพรรค สิ้นสภาพการเป็นพรรคการเมือง ตามที่ร้องขอ

วันนี้ ( 26 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเห็นชอบให้พรรคประชาชนปฏิรูป ที่มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นหัวหน้าพรรค สิ้นสภาพการเป็นพรรคการเมืองตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 91(7) หลังจากที่นายทะเบียนพรรคการเมืองได้มีการตรวจสอบคำร้อง และหลักฐานต่างๆ  ที่พรรคเสนอแล้วพบว่าพรรคมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคและมีมติให้มีการเลิกกิจการ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับพรรคประชาชนปฏิรูปที่ได้กำหนดไว้ และหลังจากนี้กกต.จะมีการส่งเรื่องไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา และเมื่อมีการประกาศในราชกิจจาฯแล้ว การสิ้นสภาพของพรรคประชาชนปฏิรูปจะมีผลโดยสมบูรณ์

 ทั้งนี้มีรายงานว่า ในที่ประชุมกกต.ไม่ได้มีการพิจารณาในประเด็นที่เป็นข้อถกเถียงในสังคมขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นการขอเลิกกิจการของพรรคประชาชนปฏิรูปดังกล่าวจะกลายเป็นวิธีการที่ทำให้พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลใช้ดูดพรรคการเมืองขนาดเล็กหรือไม่ และถือเป็นการหนีการหลุดจาการการเป็นส.ส.หรือไม่ หากในอนาคตกกต.มีการแจกใบเหลืองใบแดงผู้สมัครส.ส.หรือส.ส.จนต้องมีการเลือกตั้งใหม่และต้องมีการคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อใหม่ โดยเห็นว่า เป็นเรื่องที่ยังไม่ได้เกิดขึ้น  ไม่มีคำร้องมารวม ทั้งที่ผ่านมานับแต่พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง  2560 กกต.ก็เคยพิจารณาให้พรรคการเมืองสิ้นสภาพไปแล้วถึง 29 พรรคจากเหตุต่างๆ ตามที่มาตรา 91 กำหนด ขณะเดียวกันกฎหมายพรรคการเมืองก็ไม่มีบทบัญญัติให้กกต.ไม่ดำเนินการตามที่พรรคร้องขอได้

หน้าแรก / ธุรกิจ การตลาด "เซ็นทรัล"ออกโรงกระทุ้งรัฐ เร่งหย่าศึก AOT

"เซ็นทรัล"ออกโรงกระทุ้งรัฐ เร่งหย่าศึก AOT

26 Aug 2019

      “เซ็นทรัล วิลเลจ” แจงได้รับอนุญาตและก่อสร้างถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน ปลอดภัยตามหลักการบิน วอนภาครัฐช่วยคลี่คลายสถานการณ์ เพื่อเปิดให้บริการตามกำหนดเดิม พร้อมเปิดไทม์ไลน์โปร่งใส

        บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ผู้บริหารและพัฒนาโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ  ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2558-2562) ในการพัฒนาโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ บริษัทได้ดำเนินการทุกอย่างตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง และได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและมีอำนาจรับผิดชอบโดยตรง มีความโปร่งใสพร้อมให้ตรวจสอบ ดังนี้

       - ในปี พ.ศ. 2558 บริษัทได้ทำการตรวจสอบที่ดินว่า ที่ดินดังกล่าวนั้นสามารถพัฒนาโครงการเซ็นทรัล วิลเลจได้ตาม พ.ร.บ. ผังเมือง และที่ดินติดถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ไม่ใช่ที่ดินตาบอดแต่อย่างใด

       - ในวันที่ 22 ธ.ค. 2559 บริษัทได้รับหนังสือรับรองการใช้ประโยชน์ที่ดินตาม พ.ร.บ. ผังเมือง ว่า พื้นที่สีเขียวบริเวณ ก1-10 ของผังเมืองสมุทรปราการ ยังมีพื้นที่เพียงพอให้บริษัทฯ สร้างโครงการนี้ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

       - ในวันที่ 30 ม.ค. 2560 และ 25 ก.ค. 2562 บริษัท ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างและแบบปรับปรุง ภายในเขตปลอดภัยในการเดินอากาศ จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.)

       - ในวันที่ 24 เม.ย. 2561 ได้ใบอนุญาตการก่อสร้างอาคาร (อ1) จาก อบต. บางโฉลง

       - ในวันที่ 24 เม.ย. 2561 บริษัทฯ ได้แถลงข่าวเปิดตัวครั้งแรกโครงการต่อสาธารณชน

       - ในวันที่ 10 เม.ย. 2562 กรมทางหลวงได้อนุญาตให้การประปา ใช้พื้นที่ไหล่ทางในการดำเนินการวางท่อเข้าโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ

       - ในวันที่ 24 ก.ค. 2562 กรมทางหลวงได้อนุญาตให้ทำทางเชื่อมเข้าออก ขยายผิวจราจร และปรับปรุงทางเท้า ซึ่งรวมไปถึงไหล่ทางด้วย เช่นเดียวกับที่เคยได้อนุมัติเชื่อมทางให้กับผู้ร้องขอรายอื่นบนถนนสายนี้ทั้งสิ้น 37 ราย รวมถึง ทอท. ก็เป็นหนึ่งในผู้ที่เคยขออนุญาตจากกรมทางหลวงมาโดยตลอด และล่าสุดเมื่อ 14 พ.ค. 2562 ได้มีหนังสือจากกรมทางหลวงอนุญาตให้ ทอท. เดินท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินและบ่อพัก ทั้งนี้ ไม่ปรากฏว่าเคยมีผู้ใช้ประโยชน์รายใด ยื่นขออนุญาตเชื่อมทางจาก ทอท. เลย

       - ในวันที่ 14 ส.ค. 2562 บริษัทได้รับใบอนุญาตเปิดใช้อาคาร (อ6) จาก อบต. บางโฉลง

        - ในวันที่ 22 ส.ค. 2562 ทอท. มาปิดกั้นทางเข้าออก หน้าโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ

        - ในวันที่ 31 ส.ค. 2562 มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ

        ดังนั้น บริษัทได้ใบอนุญาตอย่างถูกต้องทุกขั้นตอนตลอด 5 ปีที่ผ่านมา   

สำหรับประเด็นที่อาจมีความเข้าใจผิด ทางซีพีเอ็นขอชี้แจงให้เกิดความเข้าใจอย่างถูกต้อง 3 ประเด็น ได้แก่
  1.  พื้นที่โครงการมีการเชื่อมทางเข้าออกอย่างถูกต้อง ไม่มีการรุกล้ำที่ดินของภาครัฐ (ที่ดินราชพัสดุ     ลำรางสาธารณะ) และไม่ได้เป็นที่ดินตาบอด

              • ที่ดินที่ราชพัสดุได้จัดหาและมอบให้กรมทางหลวงสร้างเป็นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 และให้กรมทางหลวงเป็นผู้ดูแล เป็นพื้นที่คนละส่วนกับที่ดินที่เวนคืนของสนามบินสุวรรณภูมิที่ ทอท. ดูแล

             •โดยโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ ตั้งอยู่บนที่ดินที่ติดกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 จึงมีการขออนุญาตโดยตรงจากกรมทางหลวง ซึ่งมีอำนาจเต็มในการอนุมัติการเชื่อมทางแต่ผู้เดียวเท่านั้น

             • และพื้นที่ที่กรมทางหลวงดูแลรับผิดชอบ หมายรวมถึง เขตทาง และไหล่ทาง ซึ่งติดกับที่ดินของเอกชน 2 ข้างถนน ซึ่งที่ดินของโครงการมีแนวเขตแนบสนิทต่อเนื่องกับเขตทางของทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ดังนั้น ที่ดินของโครงการจึงไม่ใช่ที่ดินตาบอด

  1. บริษัทได้ปฏิบัติตามกฎหมายผังเมืองอย่างเคร่งครัด

             • โครงการนี้ได้ปฏิบัติตามและได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องในการก่อสร้างในพื้นที่สีเขียว บริเวณ ก1-10 ไม่เกินร้อยละ 10 ของที่ดินพื้นที่สีเขียวบริเวณดังกล่าว โดยโครงการได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายผังเมือง ไม่ได้มีการขอปรับผังเมืองแต่อย่างใด

  1. บริษัทได้ขออนุญาตก่อสร้างในบริเวณพื้นที่เขตปลอดภัยในการเดินอากาศ จากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย อย่างถูกต้อง

              • มีความปลอดภัยต่อการบิน ไม่ได้ละเมิดกฏใดๆ ทั้งความสูง ไม่มีกิจกรรมใดๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานสนามบิน หรือรบกวนการบินแต่อย่างใด โดยแบบมีความสูงที่ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานที่กำหนด ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) จึงไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับการติดธงแดงตามที่มีการกล่าวอ้าง

              จากที่ได้กล่าวข้างต้น เป็นข้อมูลที่ได้มีการเปิดเผย และยินดีให้มีการตรวจสอบจากภาครัฐ เพื่อแสดงความจริงใจ และซีพีเอ็นยินดีให้ความร่วมมือ ชี้แจงในทุกประเด็น บริษัทมั่นใจว่า ภาครัฐจะสามารถช่วยคลี่คลายสถานการณ์นี้ เพื่อให้การร่วมมือครั้งนี้นำไปสู่ประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ เพื่อร่วมกันเดินหน้าประเทศไทย และเพื่อให้บริษัท ร้านค้ากว่า 170 ร้านค้า และพนักงานกว่า 1,000 คน พร้อมเปิดให้บริการตามกำหนดการเดิม

4อดีตรมต.ระทึก! ศาลรธน.ชี้ชะตาถือหุ้นสัมปทานพรุ่งนี้

26 Aug 2019
 
4 อดีตรัฐมนตรี“สุวิทย์-นพ.ธีระเกียรติ-ไพรินทร์-ม.ล.ปนัดดา” ระทึก!  ศาลรัฐธรรมนูญนัดตัดสินคดีถือหุ้นสัมปทานรัฐ บ่าย 2 พรุ่งนี้ หากศาลชี้ผิด เว้นวรรคการเมือง 2 ปี 

ในวันอังคารที่ 27 สิงหาคมนี้ เวลา 14.00 น. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะมีการประชุมเพื่อพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสามว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรมว.ศึกษาธิการ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร อดีตรมช.คมนาคม และ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุลอดีตรมช.ศึกษาธิการ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่ กรณีถือหุ้นในบริษัทที่เป็นสัมปทานกับรัฐ

                                

สำหรับคดีนี้ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ยื่นร้องเรียนต่อคณาะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตรวจสอบ นายสุวิทย์ ถือครองหุ้นในบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือGPSC จำนวน 90,000 หุ้น

เช่นเดียวกับ นายไพรินทร์ ที่ถือหุ้นบริษัท GPSC จำนวน 50,000  หุ้น ซึ่ง GPSC  เป็นบริษัทโฮลดิ้งที่รวมกับบริษัทลูกของ ปตท. ที่เป็นคู่สัญญากับสัมปทานรัฐ ทั้งยังถือหุ้นบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC จำนวน 240,000 หุ้น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) 5,000 หุ้น บริษัท พีทีที โกลบอล เคมีคอล จำกัด (มหาชน) 60,000 หุ้น บริษัท ไทยออย จำกัด (มหาชน) 40,000 หุ้น บริษัท กัลฟ์ เอนเนอร์จี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) 300,000 หุ้น บริษัท บ้านปู พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) 10,000 หุ้น บริษัท อินทัช โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) 26,000หุ้น

ด้าน ม.ล.ปนัดดา ถูกร้องเรียนว่าถือครองหุ้นของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ราว 6,000 หุ้น

ส่วน นพ.ธีระเกียรติ ถูกร้องเรียนว่า ถือหุ้นสัมปทาน บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCG จำนวน 5,000 หุ้น

 ทั้งนี้คดีดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องจาก กกต.เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา

สำหรับ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และเป็นรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

ขณะที่ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ เป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.)

ส่วน นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร เป็นอดีตรมช.คมนาคม สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยแรก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้อดีตรัฐมนตรี มีความผิด ก็จะต้องเว้นวรรคการเมือง เป็นเวลา 2 ปี นั่นหมายความว่า หาก ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล และ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ถูกศาลตัดสินมีความผิด ก็จะต้องพ้นจากเก้าอี้ ส.ว.ทันที

.......................................................

26 สิงหาคม 2562

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net