วันที่ พุธ สิงหาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

วิปครม.ลุยแก้ปัญหาตอบกระทู้ // วิษณุป้องบิ๊กตู่ไม่เคยหนีสภา!


สวัสดีครับ

การเมืองของเราเหรอครับ ... เฮ้อ ... !! 

         คำถามคาใจคนไทยตลอดเวลานานมา คือ เมื่อไรการเมืองของเราจะเป็นไปทิศทางที่สร้างสรรค์กันเสียสักที เพราะพรรคการ

เมืองที่พลาดจากการเป็นรัฐบาลก็จะตีรวนมันเรื่อยไป โดยจะติบ้าง ท้วงบ้าง ด่าบ้างไปเรื่อย ทุกวันนี้ก็ระบายสีว่ารัฐบาลเป็นรัฐบาล

เผด็จการ แต่ตัวเองทั้งจะล้มล้างรธน. ตลอดจนศรัทธาความเชื่อถือที่สืบทอดกันมาช้านาน จึงน่าจะเลวร้ายกว่าปัจจุบันนับร้อยเท่า

ก็ว่าได้

 

 

วิปครม.ลุยแก้ปัญหาตอบกระทู้ ยันรัฐบาลให้ความร่วมมือฝ่ายค้าน

วิปครม.ลุยแก้ปัญหาตอบกระทู้ ยันรัฐบาลให้ความร่วมมือฝ่ายค้าน

วันพุธ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 12.37 น.
 
“เทวัญ” เตรียมถกวิปรัฐบาล – ฝ่ายค้าน แก้ปัญหาตอบกระทู้ รับ อยากให้แจ้งเร็วกว่านี้ ที่ผ่านมากระชั้นชิดไป ยันรัฐบาลพร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่าง 
 

เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2562 เวลา 11.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ประสานงานคณะรัฐมนตรี หรือ วิป ครม. เปิดเผยว่า ในเวลา 14.00 น.วันที่ 2 ก.ย. ตนจะไปประชุมกับคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล รัฐสภา รวมถึงวิปฝ่ายค้าน ที่รัฐสภา โดยจะหารือกันหลายเรื่อง เช่น กระทู้สดที่เป็นปัญหาว่า แนวทางที่รัฐบาลจะต้องไปตอบควรเป็นอย่างไร เพราะช่วงที่ผ่านมา แม้ว่า จะมีการพูดคุยกัน แต่การสื่อสารยังมีข้อขัดข้อง

“ผมตั้งใจจะเข้าไปปรับตรงนี้ และคาดว่า หลังหารือจะเห็นภาพชัดเจนขึ้น  อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตั้งใจที่จะตอบทุกอย่าง ทำงานเพื่อให้ทุกอย่างเดินหน้าไปได้” วิป ครม. กล่าว 

เมื่อถามถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ระบุว่า มีการแจ้งกระทู้กระชั้นชิดเกินไป ทำให้เปลี่ยนแปลงกำหนดการการลงพื้นที่ที่มีอยู่แล้วยาก นายเทวัญ กล่าวว่า ปกติกระทู้สดจะทราบกันตอนเช้าวันพุธ กว่าจะมาถึงรัฐบาลประมาณ 11.00 น.  และจะต้องไปตอบตอน 13.00 น. ซึ่งหากเรื่องใดที่เกี่ยวกับนายกฯโดยตรง  ก็อยู่ที่นายกฯว่า จะว่างหรือไม่ แต่ถ้าเป็นเรื่องที่มอบหมายให้รัฐมนตรีคนอื่นไปตอบ ต้องไปพิจารณาอีกทีว่า รัฐมนตรีคนใดว่าง ดังนั้น ระยะเวลา 2 ชั่วโมงมันกระชั้นชิดไป 

“ผมพยายามจะไปหารือว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะเร็วกว่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องหารือกับวิปรัฐบาล แต่ยืนยันว่า เราให้ความร่วมมือกับรัฐสภาอย่างดี มีญัตติหรือกระทู้อะไร ครม. ยินดีที่จะไปตอบ” รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว 

เมื่อถามว่า ในการหารือที่รัฐสภา วันที่ 2 ก.ย. จะไปแจ้งฝ่ายค้านด้วยหรือไม่ว่า จะให้เปิดอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ในวันใด นายเทวัญ กล่าวว่า เมื่อสภาฯบรรจุญัตติแล้ว จะต้องนำไปหารือกันในที่ประชุม ครม. ก่อน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่ได้หารือกันว่า สะดวกในวันใด และต้องใช้เวลากี่วัน

....................................................

'ไพบูลย์'จ่อฟ้อง'อ.เจษฎ์' หมิ่นปมยุบพรรค'เผาบ้านเอาประกัน'

'ไพบูลย์'จ่อฟ้อง'อ.เจษฎ์' หมิ่นปมยุบพรรค'เผาบ้านเอาประกัน'

วันพุธ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.49 น.
 
 "ไพบูลย์"จ่อฟ้องหมิ่นประมาท"อ.เจษฎ์" หลังออกรายการวิพากษ์"เป็นการเผาบ้านเอาประกัน" กรณี"ยื่นยุบพรรคประชาชนปฏิรูป"
 

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ได้เปิดเผยว่า ด้วยปรากฎว่า นายเจษฎ์ โทณวณิก อดีตที่ปรึกษาคณะกรรมธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ได้ให้สัมภาษณ์ออกเผยแพร่ทางนิวทีวี ช่อง 18 เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 และให้สัมภาษณ์ออกเผยแพร่ทางรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 และให้สัมภาษณ์อีกครั้งออกเผยแพร่ทางรายการตอบโจทย์ ช่องไทยพีบีทีเอส เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 โดยทั้ง 3 ครั้ง นายเจษฏ์ได้ให้สัมภาษณ์โดยมีข้อความที่มีการใส่ความ กล่าวหาให้ผู้ชมรายการทีวีและสื่อออนไลน์ เข้าใจผิดว่า นายไพบูลย์ ซึ่งได้นำมติคณะกรรมการบริหารพรรค 16 คน ไปยื่นจดแจ้งเลิกพรรค นั้นบิดเบือนข้อเท็จจริงให้เข้าใจว่า "นายไพบูลย์ยื่นยุบพรรคตัวเอง เป็นการเผาบ้านตัวเองเพื่อเอาประกัน" และถ้อยคำอื่นๆ ที่ผิดกฎหมาย การกระทำดังกล่าวทั้ง 3 ครั้ง ของนายเจษฎ์ เป็นการกระทำการไส่ความโดยวิธีโฆษณาเผยแพร่ในสื่อทีวี 2 ช่อง และสื่อออนไลน์ 1 แห่ง ทำให้นายไพบูลย์ เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ดังนั้น การกระทำทั้ง 3 ครั้งของนายเจษฏ์ จึงเข้าข่ายกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 และมาตรา 328

นายไพบูลย์ กล่าวต่อว่า เพื่อประโยชน์ต่อการรักษาหลักการแห่งกฎหมาย จึงจะฟ้องดำเนินคดีกับนายเจษฎ์ ไปยังศาลอาญาในความผิด ฐานหมิ่นประมาทโดยวิธีโฆษณาทางทีวีและป่าวประกาศในสื่อโซเชียลมีเดีย ในเร็วๆ นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายไพบูลย์ได้เคยให้ข่าวที่จะฟ้องหมิ่นประมาท นายบุญยอด สุขถิ่นไทย อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ หลังจากที่นายบุญยอด ได้วิพากษ์ผ่านเฟซบุ๊กในกรณีเดียวกันว่า "เป็นการทรยศเสียงของประชาชน"

เปิดคลิปเด็กหนุ่มกตัญญูหยุดเรียนมาดูแลพ่อป่วยอัมพฤกษ์

เปิดคลิปเด็กหนุ่มกตัญญูหยุดเรียนมาดูแลพ่อป่วยอัมพฤกษ์

วันพุธ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 12.46 น.
 
 
'วิษณุ'ระบุเป็นเรื่องดีหากศาลรธน.รับวินิจฉัยปมถวายสัตย์

'วิษณุ'ระบุเป็นเรื่องดีหากศาลรธน.รับวินิจฉัยปมถวายสัตย์

วันพุธ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.07 น.
 
"วิษณุ"ระบุเป็นเรื่องดีหากศาลรธน.รับวินิจฉัยปมถวายสัตย์ บอกการรับพระราชดำรัสทำให้ครม.เกิดความมั่นใจ
 
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นการถวายสัตย์ปฏิญาณ ว่า เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องไปยังศาล ศาลจะพิจารณาว่ารับเรื่องหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเคยมีการไม่รับเรื่องด้วย แต่ถ้ารับไว้จะเป็นการดี เมื่อศาลรับแล้วจะส่งมาให้รัฐบาลชี้แจงโดยให้กรอบเวลา เหมือนการชี้แจงความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ซึ่งให้เวลามา 15 วัน รัฐบาลก็ตอบในเวลาดังกล่าว จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วแต่ศาลว่าใช้เวลาเมื่อไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรอบเวลาอาจจะเป็น 1 - 2 เดือนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ตอบไม่ถูก แต่เป็นไปได้ เพราะกระบวนการในชั้นศาลเราไม่สามารถกำหนดเวลาได้ เช่น กรณีความเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่มั่นใจว่าเขายื่นไปเมื่อไร แต่ทราบจากข่าวว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยในวันที่ 18 กันยายน และการพิจารณาของศาลไม่ส่งผลกระทบอะไรกับการทำงานของรัฐบาล เพราะตั้งแต่มีการยื่นเรื่องความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของ พล.อ.ประยุทธ์ รัฐบาลก็ทำงานปกติ แม้แต่มีข่าวเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ รัฐบาลก็ทำงานได้ปกติ เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล หากมีการร้องแล้วอยู่เฉย ไม่ทำอะไร จะกลายเป็นผิดอีกแบบหนึ่ง และฉกาจฉกรรจ์กว่าด้วย

เมื่อถามว่า หลังจากพิธีรับพระราชทานพระราชดำรัสและลายพระหัตถ์ ทำให้การทำงานของรัฐบาลคล่องตัวและสบายใจขึ้นหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า "ไม่ตอบ ไม่เกี่ยวกัน เพราะเป็นเรื่องที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณมา แน่นอนโดยส่วนตัวของรัฐมนตรีทั้ง 36 คน ก็เกิดพลังและกำลังใจ เกิดความมั่นใจ และนายกฯ ได้กล่าวในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ว่าเหตุข้างนอกจะเป็นอย่างไร แต่ขอให้ ครม.ทุกคนทำงานด้วยความเข้มแข็ง มั่นใจ อย่าได้วอกแวกในสิ่งใด ถ้าอะไรจะเกิดให้มันเกิด แต่ขณะนี้ยังไม่มีอะไรเกิด เราเป็นผู้มีหน้าที่ มีอำนาจ และปัญหาบ้านเมืองมาจ่ออยู่ในขณะนี้ ก็ต้องทำไปแก้ไป ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ"

เมื่อถามว่า รัฐบาลมั่นใจเช่นนี้ จะส่งผลต่อการยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปของฝ่ายค้านหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องของฝ่ายค้าน และไม่ทราบว่าเขาจะถอนญัตติหรือไม่

มหาดไทย คลอดข้อมูล‘จปฐ.’ปี 62 ชี้เป้าแก้จน ลดเหลื่อมล้ำ‘คนไทย’

วันพุธ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.42 น.
.
 
 

วานนี้ ( 27 ส.ค.) ที่ห้องประชุมราชสีห์ กระทรวงมหาดไทยนายบุญธรรม  เลิศสุขีเกษม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน (พชช.) ครั้งที่ 1 /2562 โดยมี นายนิสิต จันทร์สมวงศ์ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช. ) นายทวีป บุตรโพธิ์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และนายชัยยา ขำสะอาด ผู้อำนวยการศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาชุมชน พช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการกล่าวรายงานในการประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญคือ การรายงานคุณภาพชีวิตของคนไทย ปี 2562 เป็นการนำเสนอผลการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน(ของรอบปีที่ผ่านมา (ปี 2561)จากครัวเรือนที่มีผู้อาศัยอยู่จริง ทั้งในเขตชนบทและเขตมือง ในรูปแบบการรายงานผลคุณภาพชีวิตของคนไทย ทำให้ทราบถึงคุณภาพชีวิตของประชาชน ภาพรวมในทุกระดับของประเทศ โดยมีเครื่องมือในการวัดผลคุณภาพชีวิต จำนวน 5 หมวด 31 ตัวชี้วัด ซึ่งตัวชี้วัดที่ไม่ผ่านเกณฑ์ คือ ปัญหาที่ทุกคนในครัวเรือนต้องร่วมกันแก้ไข เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนในครัวเรือนสามารถช่วยแก้ไขได้ด้วยตนเอง สำหรับตัวชี้วัดที่ไม่ผ่านเกณฑ์เป็นจำนวนมากในภาพรวมระดับหมู่บ้าน/ชุมชน ตำบล อำเภอ และจังหวัด เป็นภารกิจของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ต้องนำไปใช้ในการวางแผนเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

โดยผลการจัดเก็บข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน (จปฐ) ปี 2562  ซึ่งได้ทำการสำรวจคุณภาพชีวิตของคนไทยจากครัวเรือนที่มีผู้อาศัยอยู่จริงในพื้นที่เกิน 6 เดือน ทั้งที่มีเลขที่บ้านและไม่มีเลขที่บ้าน โดยจัดเก็บข้อมูลรอบปีที่ผ่านมา (ปี 2561)  มีผลการจัดเก็บข้อมูลครัวเรือนทั่วประเทศใน 76 จังหวัด 878 อำเภอ 7,255 ตำบล 7,776 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ 84,116 หมู่บ้าน/ชุมชน จำนวน 12,975,931 ครัวเรือน มีประชากรที่อาศัยอยู่จริงจำนวน 36,890,212 คน แยกเป็น เพศชาย จำนวน 17,978,483 คน (48.74%) เพศหญิง จำนวน 18,911,729 คน (51.26%) 

'วิษณุ'ป้อง'บิ๊กตู่'ไม่เคยหนีสภา! เชื่อรู้จริงตอบปมถวายสัตย์ด้วยตัวเองแน่นอน

'วิษณุ'ป้อง'บิ๊กตู่'ไม่เคยหนีสภา! เชื่อรู้จริงตอบปมถวายสัตย์ด้วยตัวเองแน่นอน

วันพุธ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.01 น.
 
"วิษณุ"ป้อง"บิ๊กตู่"ไม่เคยหนีสภา เหตุติดภารกิจ-ไม่ได้รับแจ้ง เชื่อรู้จริงตอบปมถวายสัตย์ด้วยตัวเองแน่นอน

เมื่อเวลา 09.40 น.วันที่ 28 สิงหาคม 2562 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ถึงกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หนีสภา ซึ่งข้อเท็จจริงคล้ายจะเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ใช่ เพราะฝ่ายค้านเพียงเตรียมยื่นตั้งกระทู้ถามนายกฯ และสอบถามมาด้วยวาจาหรือทางโทรศัพท์ จากนั้นเมื่อพบว่านายกฯ ติดภารกิจ ไม่สามารถเดินทางไปชี้แจงต่อสภาได้ ทำให้ฝ่ายค้านถอนกระทู้ไป นั่นเท่ากับว่า 1.สภายังไม่เคยแจ้งให้ไปตอบอย่างเป็นทางการ 2.ฝ่ายค้านถอนกระทู้ เพราะกลัวกระทู้สดตกไป อย่างไรก็ตาม หากในสัปดาห์ต่อไปทางสภาแจ้งมาอย่างเป็นทางการ ว่าจะมีการตั้งกระทู้ถามนายกฯ ก็จะมีการตอบกลับไปอย่างเป็นทางการ ว่าจะไปหรือไม่ หากไม่ไป แล้วจะไปเมื่อใด เพราะเมื่อมีการถามมาอย่างเป็นทางการ ก็จะต้องตอบกลับอย่างเป็นทางการ

รบ.เร่งบรรเทา'ภัยแล้ง-น้ำท่วม' ก.เกษตรฯประสานเหล่าทัพช่วยทำฝนหลวง

รบ.เร่งบรรเทา'ภัยแล้ง-น้ำท่วม' ก.เกษตรฯประสานเหล่าทัพช่วยทำฝนหลวง

วันพุธ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 11.25 น.
 
28 สิงหาคม 2562 ทำเนียบฯ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีชี้แจงถึงมติครม.เมื่อวานนี้ที่อนุมัติโครงการเพื่อแก้ไขและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบภัยแล้งและอุทกภัย 74 จังหวัด รวมวงเงิน15,800 ล้านบาท ทั้งนี้กระทรวงมหาดไทยจะเป็นเจ้าภาพหลักและต้องทำงานบูรณาการกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมมาตรการและโครงการต่างๆให้มีความพร้อมที่จะดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว อาทิ โครงการสร้างอาชีพ การจ้างแรงงาน การซ่อมแซมปรับปรุงพัฒนาแหล่งน้ำ การขุดเจาะเป่าล้างบ่อบาดาล ระบบส่งน้ำและระบบประปา ทั้งนี้ห้ามนำงบประมาณไปซื้อครุภัณฑ์ จัดสัมมนา จ่ายค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าล่วงเวลา

รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้สั่งการกรมฝนหลวงให้เร่งปฏิบัติเติมน้ำในเขื่อน ใช้ห้วงท้ายก่อนสิ้นสุดฤดูฝน ช่วงชิงสภาพอากาศทำให้ฝนตกมากที่สุด โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เขื่อนขนาดใหญ่บริเวณตอนกลางของภาคมีน้ำน้อย จึงต้องเพิ่มปริมาตรน้ำ นอกจากนั้น นายเฉลิมชัย ยังกับชับให้ทางกรมฯรีบรายงานทันทีหากมีการขาดแคลนบุคลากร เครื่องมือและ 

อุปกรณ์ใดๆในการทำฝนหลวง สำหรับระยะเร่งด่วนนี้ได้ประสานกับเหล่าทัพเข้ามาบูรณาการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทั้งอากาศยาน นักบิน และกำลังพลเพื่อลำเลียงสารฝนหลวง ที่ผ่านมาทำให้สามารถบินปฏิบัติการได้บ่อยครั้งและทั่วถึงขึ้นยังแก้มลิง

 
 
ฝนถล่ม'คิวชู'หนักสุดในรอบ10ปี  อพยพปชช.หนี2แสนกว่าคน

ฝนถล่ม'คิวชู'หนักสุดในรอบ10ปี อพยพปชช.หนี2แสนกว่าคน

วันพุธ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 10.31 น.
 
28 สิงหาคม 2562 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นประกาศเตือนภัยระดับ 5 ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุด ในพื้นที่ทางตอนเหนือของเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น หลังเผชิญกับฝนที่ตกลงหนักมากที่สุดในรอบ 10 ปี โดยวัดปริมาณน้ำฝนได้ที่ 100 มิลลิลิตรต่อชั่วโมง ภาพจากสื่อทีวีเผยให้เห็นน้ำที่ท่วมสูงเหนือล้อรถยนต์และประชาชนที่กำลังเดินลุยน้ำที่สูงถึงเข่า ขณะที่ทางการได้อพยพประชาชนกว่า 240,000 คน ที่อยู่พื้นที่เสี่ยงเผชิญเหตุน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในเมืองฟุกุโอกะ นางาซากิ และซางะ ไปยังที่ปลอดภัยแล้ว
 
 
 
 
 
กรมชล'ฟัน'บริษัทฯรับเหมาสร้างระบบระบายแม่น้ำตรังงบกว่า 600 ล้านทิ้งงาน

กรมชล'ฟัน'บริษัทฯรับเหมาสร้างระบบระบายแม่น้ำตรังงบกว่า 600 ล้านทิ้งงาน

วันพุธ ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2562, 13.33 น.
 
กรมชลประทาน "ฟัน" บริษัทฯรับเหมาก่อสร้างโครงการระบบระบายแม่น้ำตรัง งบประมาณกว่า 600 ล้านบาท แจงบริษัทฯทิ้งงานสร้างความเสียหายให้กับกรมฯและชาวบ้านเมืองตรัง เผยต้องเก็บกวาดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผู้รับเหมามาดำเนินการเอง ยืนยันกรมฯมีความพร้อมก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2563 แน่นอน

ที่จังหวัดตรัง วันที่ 28 สิงหาคม 2562 นายประพิศ จันทร์มา รองอธิบดีกรมชลประทาน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ นายเสริมชัย เขียวศิริถาวร ผอ.สำนักแหล่งน้ำหาดใหญ่ นายรุทร์ อินนุพัฒน์ ผอ.สำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 11 นายประเสริฐ วงศ์นราทิพย์ ผอ.ชลประทานจังหวัดตรัง เดินทางมาพบปะผู้นำท้องถิ่น ประกอบด้วยนายก อบต.นาตาล่วง, หนองตรุด, นาโต๊ะหมิง และ อบต.บางรัก อ.เมือง จ.ตรัง พร้อมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อชี้แจงการยกเลิกสัญญากับบริษัท รับเหมาก่อสร้างโครงการะบบระบายแม่น้ำตรัง งบประมาณ 601 ล้านบาท เริ่มสัญญา 29 กุมภาพัพธ์ 2559 สิ้นสุดสัญญา 21 สิงหาคม 2562 หลังจากที่บริษัทฯดำเนินงานไปได้เพียง 21.86% ช้ากว่าแผน 78.14%

 

นายประพิศ กล่าวว่า โครงการระบบระบายแม่น้ำตรัง เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2559 สิ้นสุดสัญญาเดือนสิงหาคม  2562 โดยทางกรมฯ ได้ดำเนินการตามเงื่อนไขทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นการติดตามเร่งรัดควบคุมคุณภาพ ที่ผ่านมาแม้ว่าจะมีปัญหาการส่งมอบพื้นที่ล่าช้า แต่ทางกรมฯ ก็เปิดไม่ครบ บุคลากรก็ไม่เป็นไปตามที่เสนอเข้ามา ทางกรมฯจึงพิจารณาอย่างรอบคอบรอบด้านบอกเลิกสัญญา ขณะที่ทางกรมฯ รับฟังปัญหาของประชาชนในพื้นที่ไม่ว่าจะปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง ซึ่งการก่อสร้างได้ออกแบบมาเพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ช่วงน้ำหลากก็จะผันน้ำออกไป หน้าแล้งมีประตูปิดกั้นเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคเพื่อการเกษตร

นายประพิศ กล่าวอีกว่า หลังจากบอกเลิกสัญญาทางกรมชลประทานดำเนินการอยู่ในขั้นตอนของกระบวนการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านงบประมาณ จัดซื้อจัดจ้าง และการเริ่มลงมือการก่อสร้างซึ่งอธิบดีกรมชลประทานได้มอบนโยบาย 3 กิจกรรมหลัก การขุดดินคันคลองที่เหลืออยู่ การก่อสร้างสะพาน 6 แห่งและประตูระบายน้ำ 2 แห่ง จึงมั่นใจได้ว่าในปี 2563 โครงการนี้จะแล้วเสร็จและได้ใช้ประโยชน์ 

 

 

โดยจะเริ่มก่อสร้างต้นเดือนมกราคม 2563 ในส่วนของบประมาณเดิมของสัญญาจำนวน 1,482 ล้านบาท วงเงินสัญญา 601,000,000 บาท เบิกจ่ายไป 196,107,556.10 บาท เพราะฉะนั้นงบประมาณในส่วนที่เหลือที่มีอยู่เดิมกับงบฯ ที่เพิ่มออกมาที่กรมฯต้องทำราคาใหม่นำงบประมาณเหลือจ่ายมาเพิ่มต่อไป สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นไปตามระเบียบข้อกฎหมาย ซึ่งทางกรมชลประทานต้องดำเนินให้เป็นไปตามสัญญา ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องความเสียหายจะต้องดำเนินไปตามขึ้นตอน

"ความเสียหาที่เกิดขึ้นส่วนที่ผู้รับจ้างทำไปแล้วแต่ไม่แล้วเสร็จจะต้องดำเนินไปตามระเบียบข้อกฎหมาย ส่วนเงินที่เพิ่มขึ้นมาจากเงินที่มีอยู่เดิมทางกรมฯจะต้องเรียกค่าเสียหาย ที่ผ่านมาทุกสัญญาที่มีการบอกเลิกสัญญาจะต้องมีการฟ้องร้องซึ่งจะเป็นคดีแพ่ง ท่านมาทางกรมชลประทานมการยกเลิกไปแล้ว 3สัญญา โครงการบรรทุกข์อุทกภัยที่หาดใหญ่1งบประมาณ 1,300 ล้าน สัญญา ที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก งบประมาณ 400 ล้าน และที่จังหวัดตรัง 600 กว่าล้าน ส่วนทิ่อื่นที่อยู่ในเหตุที่จะชี้ได้ว่าจะยกเลิกสัญญาก็ยังมี สาเหตุหลักที่บริษัทฯทิ้งงานเนื่องจากไม่ปฎิบัติไปตามแผนก่อสร้างที่เสนอคณะกรรมการเห็นชอบแต่ไม่ทำไปตามแผน เช่นไม่ส่งเครื่องจักรลงพื้นที่ตามแผน บุคคลการทำงาน200คน แต่เอามาทำ 30คน จึงส่งผลทางความล่าช้า แม้จะมีการเร่งรัดตักเตือนแต่ไม่เชื่อฟังจึงเป็นเหตุผลให้ต้องยกเลิกสัญญา" นายประพิศ กล่าว

 

นายประพิศ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาตนบอกเลิกสัญญาไปตั้งแต่ปี 2558-2559 และได้ตั้งข้อสังเกตุว่าถ้ารับงานหลายงานจะส่งผลกระทบอย่างไรจนมาโครงการนี้ได้รับผลกระทบจึงต้องบอกเลิกสัญญา บริษัทฯทุกแห่งที่เข้าดำเนินการมาตามครรลองที่ถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น โครงการนี้ตั้งราคากลางไว้ 900 ล้าน แต่เสนอราคา 600 ล้าน ซึ่งเป็นประโยชน์กับทางราชการถึง 300 ล้าน ถ้าทำงานเสร็จก็เป็นประโยชน์กับชาวบ้านด้วยแต่กลับมาสร้างภาระ

ตนมั่นใจว่าเมื่อกรมชลประทานลงมาดำเนินการเองซึ่งมีเครื่องไม้เครื่องมือมีบุคลากรที่ชำนาญ ปี 2563 จะแล้วเสร็จ สำหรับงบประมาณที่มีอยู่เมประมาณ 400 ล้านขาดกว่า 300 ล้าน ซึ่งทางกรมชลประทานต้องจัดสรรงบประมาณก้อนดังกล่าว ที่จะต้องหารือกับสำนักงานประมาณและกรมบัญชีกลางเรื่องของการจัดหาวัสดุคิดว่าไม่มีปัญหา ตนยืนยันว่าโครงการจะแล้วเสร็จในปี 2563 อย่างแน่นอน

ด้านนายสาทิตย์ กล่าวว่า โครงการขุดคลองดังกล่าวปัญหาที่เกิดขึ้นโดยที่ชาวบ้านเริ่มไม่แน่ใจว่าโครงการดังกล่าวจะทำต่อไปหรือไม่ หรือจะเสร็จหรือไม่ เนื่องจากมีการทิ้งงาน และการดำเนินการก่อสร้างดูจะครึ่งๆ กลางๆ ซึ่งทางรองอธิบดีกรมชลประทานและคณะที่ลงมาให้ความกระจ่างถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ด้วยการยกเลิกสัญญากับบริษัทฯและลงมาดำเนินการเอง ส่วนเรื่องของงบประมาณใน 700 กว่าล้านต้องทำต่อ ซึ่งเงิน 400 กว่าล้านมีอยู่แล้วอีก 300 กว่าล้านเป็นงบประมาณของกรมชลประทานเอง ซึ่งตนในฐานะ ส.ส.ช่วยได้ด้วยการช่วยประสานงานและยินดีที่จะช่วยเพื่อให้โครงการก่อสร้างนี้สำเร็จ ที่น่ายินดีที่มีการกำหนดเงื่อนไขว่าจะแล้วเสร็จในปี 2563 ทำให้ทุกฝ่ายในจังหวัดตรังรู้สึกเบาใจขึ้น 

จากการติดตามเท่าที่เห็นระหว่างคนที่ทำงานกับชาวบ้านในพื้นที่ยังขาดการสื่อสารว่าโครงการทำอะไรไปแคไหน ผลกระทบอย่างไร ซึ่งวันนี้ผู้นำท้องถิ่น ท้องที่มาคุยกับทางกรมชลประทานโดยตรงมีการทำความเข้าใจกันซึ่งจะช่วยกันแก้ไขปัญหาต่อไป ผู้ทำงานจึงควรลงพื้นที่พบปะชาวบ้านอธิบายแจกแจงเนื่องจากชุมชนป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง คิดว่าโครงการใหญ่ของจังหวัดตรังปี 2563 เสร็จจะสามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมของจังหวัดตรังได้

อนึ่ง สำหรับโครงการระบบระบายแม่น้ำตรัง เป็นการขุดคลองผันน้ำความยาว 7.55 กิโลเมตร พร้อมทั้งก่อสร้างประตูระบายน้ำ 2 แห่ง สามารถระบายน้ำได้ 750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ ต.หนองตรุด ต.นาโต๊ะหมิง และ ต.บางรัก คิดเป็นพื้นที่ 10,525 ไร่ เก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรและอุโภคบริโภคในฤดูแล้งได้ประมาณ 3.2 ล้าน ลบ.ม.พื้นที่รับประโยชน์จากโครงการฤดูฝนประมาณ 10,000 ไร่และฤดูแล้ง 3,000 ไร่และในช่วงฤดูแล้งเป็นแหล่งน้ำต้นทุนในการผลักดันการรุกตัวของน้ำเค็มเพื่อรักษาระบบนิเวศ ช่วยผลิตน้ำประปีละ 1.74 ล้าน ลบ.ม.โดยมี บริษัท สยามพันธุ์วัฒนา จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับเหมาโครงการ 

ล่าสุดกรมชลประทานได้อนุมัติบอกเลิกสัญญา เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2562 และมีแผนปรับเปลี่ยนวิธีการก่อสร้างมาเป็นงานดำเนินการเอง และยืนยันว่าโครงการก่อสร้างจะแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2563

 ..........................................................
 
หน้าแรก / ตลาดเงิน - ตลาดทุน สาวปมลึก! ทอท.กลับลำยกเลิกคืนที่

สาวปมลึก! ทอท.กลับลำยกเลิกคืนที่

28 Aug 2019
 
นายกฯสั่งเคลียร์ปมขัดแย้งเอาต์เลตหรูกลุ่มเซ็นทรัล ทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ พบหลักฐาน ทอท. ทำพิลึกผ่านไป 4 ปี กลับลำขอยกเลิกคืนที่ดินราชพัสดุ สร้างโครงการท่อร้อยสายไฟใต้ดิน รับสุวรรณภูมิเฟส 2 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการกลางที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 ให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ปิดทางเข้าออกห้ามผู้เช่านำรถเข้าไปในโครงการเซ็นทรัลวิลเลจ มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ไม่ว่าจะเป็นการขออนุญาตก่อสร้างอยู่ในพื้นที่สีเขียวหรือไม่ และจะมีผลกระทบต่อการบินอย่างไร หากอะไรที่เอกชนทำถูกต้องรัฐบาลก็ต้องอนุญาต เพื่อให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย แม้ว่าทุกคนจะยืนยันว่าไม่ได้ไปเอื้อประโยชน์ให้กับใคร

ประเด็นหลักที่นำมาสู่ความขัดแย้งระหว่างทอท.กับซีพีเอ็นในครั้งนี้ มาจากทอท.ตีความว่าที่ราชพัสดุ ในเขตทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ที่เชื่อมต่อจากถนนบางนา-ตราดเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้นเป็นที่ดินที่อยู่ในความครอบครองของทอท.  ขณะที่ซีพีเอ็นตีความว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ที่ทุกคนมีสิทธิใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งนายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ระบุว่าเห็นด้วยกับการที่นายกฯสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดให้มันถูกต้อง วันหน้าก็จะปลอดภัยกันทุกฝ่ายทอท. จะได้ไม่ต้องรับเละอยู่ฝ่ายเดียว

“ฐานเศรษฐกิจ”ตรวจสอบพบว่า ปัญหาที่ดินบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิและที่เกี่ยวเนื่องกับถนนหมายเลข 370 ซึ่งมีโฉนดที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 26 แปลงโดยกรมท่าอากาศยาน(ทย.) และทอท. ได้ทำหนังสือเลขที่ 494/58 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2558 ถึงกรมธนารักษ์ ขอส่งคืนที่ราชพัสดุ บริเวณถนนทางเข้าออก ด้านทิศใต้ สนามบินสุวรรณภูมิ ที่กรมทางหลวงใช้ก่อสร้างถนนหมายเลข 370 มาตั้งแต่ปี 2548 และกรมทางหลวงรับมอบจากทย.แล้วเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2550

อย่างไรก็ตาม เมื่อกรมธนารักษ์ได้ตรวจสอบการส่งมอบที่ดินดังกล่าวเห็นว่า เป็นการมอบที่ไม่ถูกต้องตามระเบียบราชการ เนื่องจากเป็นการส่งมอบระหว่าง กรมการขนส่งทางอากาศกับผู้อำนวยการ แขวงการทางสมุทรปราการ แต่ที่ดินดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุ ถือกรรมสิทธิ์โดยกระทรวงการคลัง โดยมีทย.เป็นผู้ใช้ประโยชน์ ดังนั้นก่อนที่จะส่งมอบให้หน่วยงานอื่น ทย.จะต้องส่งคืนที่ดินดังกล่าวให้เจ้าของกรรมสิทธิ์ก่อน ในเดือนพฤศจิกายน 2561 กรมธนารักษ์จึงทำหนังสือถึงทย. ให้ดำเนินการให้ถูกต้อง

ในระหว่างนี้ซีพีเอ็นได้ยื่นเรื่องมาที่ธนารักษ์พื้นที่ เพื่อขอใช้พื้นที่เป็นทางเข้าออก ซึ่งธนารักษ์พื้นที่ได้ลงพื้นที่ทำรังวัดให้แล้วเห็นว่าเซ็นทรัลดำเนินการขอถูกต้องทุกอย่าง และยังเป็นรายเดียวที่ยื่นขอใช้พื้นที่มายังธนารักษ์พื้นที่ด้วย แต่ธนารักษ์พื้นที่ได้ทำเรื่องสอบถามไปยังกรมธนารักษ์ว่า การ ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ดังกล่าว ใคร จะเป็นคนเก็บค่าเช่า กรมธนารักษ์ในฐานะเจ้าของพื้นที่ หรือทอท.ในฐานะผู้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่

ในระหว่างที่กรมธนารักษ์กำลังพิจารณาเรื่องอยู่นั้น ทอท.ได้ทำหนังสือเลขที่ ทอท.10993/62 ลงวันที่ 26 กรกฎาคม 2562 ถึงกรมธนารักษ์ เพื่อขอยกเลิกการส่งคืนที่ราชพัสดุดังกล่าว โดยอ้างว่าจะนำที่ดินไปก่อสร้างโครง การท่อร้อยสายเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 ทำให้ที่ดินดังกล่าวกลับไปอยู่ภายใต้การครอบครองของทอท.

ด้านแหล่งข่าวจากกรมทางหลวงระบุว่าเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมากรมทางหลวงได้อนุมัติเชื่อมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 370 ชั่วคราว ให้กับกลุ่มเซ็นทรัล สำหรับอำนวยความสะดวกประชาชน ที่มาใช้บริการ ภายในโครงการเซ็นทรัลวิลเลจ แต่ทั้งนี้ต้องพิสูจน์สิทธิ์ว่ากรรมสิทธิ์เป็นของใครและสุดท้ายแล้ว เซ็นทรัลสามารถใช้ทางดังกล่าวได้หรือไม่ เพราะตามข้อเท็จจริงเมื่อรัฐเวนคืนที่ดินใช้ในกิจการของรัฐ ต้องโอนให้รัฐด้วยกันคือ กรมธนารักษ์ และเมื่อ มอบให้กรมสร้างและซ่อมทาง สาธารณะตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ทางหลวงทำให้กรมเชื่อ โดยสุจริตใจว่าเส้นทางนั้นเป็นกรรมสิทธิ์กรมทางหลวงโดยชอบ

“ทางออกเรื่องนี้กลุ่มเซ็นทรัลต้อง ยื่นขออนุญาตใช้ทางกับทอท. อีกครั้ง หาก ทอท.ไม่อนุมัติ ต้องมีเหตุผลชี้แจงว่า ไม่อนุมัติให้ใช้ทางด้วยเหตุผลใด เพราะปมขัดแย้งระหว่างทอท.กับเซ็นทรัลถือเป็นเรื่องใหญ่ หากหาทางออกไม่ได้ ผู้ที่เดือดร้อน จะเป็น ผู้ลงทุน นักท่องเที่ยวและ ประชาชนที่ใช้ทาง”

ขณะที่จังหวัดสมุทรปราการ สั่งการให้องค์การบริหารส่วนตำบลบางโฉลง (อบต.บางโฉลง ) เจ้าของพื้นที่ รวบรวมข้อมูลทั้งหมดตั้งแต่ต้นกรณีการขออนุญาต ก่อสร้างโครงการเซ็นทรัลวิลเลจ ว่ารุกลํ้าที่ดินทอท.หรือไม่ ล่าสุดได้รับรายงานว่า เซ็นทรัลวิลเลจสร้างบนที่ดินของตนเอง โดยมีไหล่ทาง ทางหลวง 370 คั่นอยู่ 2-5 เมตร ซึ่งเข้าใจว่า น่าจะอยู่ในความดูแลของกรมทางหลวง สำหรับทางออกหากทอท. ไม่ยินยอมให้ลูกค้าของเซ็นทรัลวิลเลจใช้ทาง 370 มีเส้นทางเดียวคือคลองสาธารณะ ซึ่งมองว่า ไม่น่าเป็นไปได้ 

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3500 วันที่ 29-31 สิงหาคม 2562

........................................................................
 
28 สิงหาคม 2562
 
 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net