วันที่ จันทร์ กันยายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Road Trip Norway 2019 (21) … Burgen : Bryggen อาคารประวัติศาสตร์ของเมืองมรดกโลก


Road Trip Norway 2019 (21) … Burgen : Bryggen อาคารประวัติศาสตร์ของเมืองมรดกโลกที่คุ้นตาคนทั้งโลก


เราเดินชมท่าเรือ และตลาดปลาด้วยความเพลิดเพลิน ..

แต่ใครบางคนบอกว่า หากไม่ได้ไปเยือนเมืองเก่าของ Bergen และฟังอาคารเก่าแก่เหล่านั้นกระซิบเล่าเรื่องราวอดีตที่เคยรุ่งเรืองของพื้นที่นี้ ก็ดูเหมือนจะมายังไม่ถึงเมืองเก่าแก่แสนสวยนี้

Bryggen เป็นท่าเทียบเรือ และศูนย์กลางการซื้อขายของ Hanseatic หรือ Hansa สมาพันธ์การค้าที่เกิดขึ้นในประเทศเยอรมนี

ดำเนินธุรกิจตามแนวชายฝั่งทางตอนเหนือของทวีปยุโรป ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 13-17

โดยพ่อค้าชาวเยอรมันได้ล่องเรือเข้ามาเปิดสำนักงานนำเข้าและส่งออกสินค้า

ที่บริเวณท่าเรือ Bryggen ในคริสต์ศตวรรษที่ 13 และค้าขายต่อเนื่องมาถึง 400 ปี

ในปี คศ. 1702 กลุ่มอาคารของพ่อค้าHanseatic ถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่

แต่มีการบูรณะขึ้นมาใหม่ให้เหมือนเดิม ทำให้คนยุคปัจจุบันได้เห็นสถาปัตยกรรมที่ยังคงรูปแบบแรกเริ่ม

พื้นที่นี้ มีกลุ่มบ้านเรือนที่โดดเด่นสุดคลาสสิกริมอ่าว เอกลักษณ์โดดเด่นมาก ๆ ด้วยอาคารหลังคาจั่วสามเหลี่ยม สร้างติดกัน หันหน้าออกทะเล

บางหลังทาด้วยสีขาว ถัดไปเป็นสีเหลือง อีกหลังทาสีครีม ส่วนถัดไปทางโน้นทาสีแดง สีสันสดใสราวกับลูกกวาด เป็นอาคารที่เปี่ยมเอกลักษณ์ที่สร้างขึ้นจากไม้ มีทั้งหมดเหลืออยู่ 58 หลัง โดยรอบท่าเรือที่น่าท่องเที่ยว

อาคารเหล่านี้ในอดีตเป็นโกดังสินค้าเก่า

หน้าบ้านมักจะตกแต่งด้วยไม้แกะสลักเป็นรูปหัวกวาง หรือยูนิคอร์น และรูปตุ๊กตาต่างๆ

ปัจจุบันอาคารเหล่านี้นอกจากจะเป็นที่อยู่อาศัย บางส่วนยังได้รับการดัดแปลงมาเป็นร้านอาหาร โรงแรม อาร์ตแกลเลอรี่ พิพิธภัณฑ์ขนาดเล็ก และร้านค้าต่างๆมากมาย

กลางย่านเก่าแก่แห่งนี้มีการดัดแปลงอาคารให้เป็นแกลเลอรี่แสดงงานศิลปะ คาเฟ่กลางแจ้ง

ด้านในของย่านนี้ เป็นตรอก ซอกซอย .. เมื่อเดินเข้ามาอาจจะรู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาในโลกของอดีต

ดึงจินตนาการให้เห็นลักษณะของเมืองในยุคกลาง ที่คึกคักด้วยพ่อค้า นายวานิชที่เข้ามาค้าขาย แลกเปลี่ยนสินค้าได้ไม่ยากเย็น

***ภาพจากอินเตอร์เน็ต

พิพิธภัณฑ์เธียตะ (Theta Museum) .. ห้องเล็ก ห้องลับของขบวนการกู้ชาติ

ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 นาซีบุกเข้ายึดเมืองเบอร์เก้น ชาวนอร์เวย์วัย 19-22 ปี ได้ลุกขึ้นมาจัดตั้งขบวนการใต้ดินเพื่อต่อต้านนาซี ส่งข้อมูลให้แก่ผู้รักชาติและฝ่ายสัมพันธมิตร ทำให้อังกฤษจมเรือรบเทียร์ปืคย์ของเยอรมันลงได้

ขบวนการใต้ดินนี้มีชื่อว่า กลุ่มเธียตะ” (Theta) .. โดยซ่อนตัวอยู่ในห้องลับของอาคารบริกเกน แต่ในวันที่ 17 ตุลาคม คศ. 1942 นาซีได้เจอห้องลับนี้ด้วยความบังเอิญ แต่โชคดีที่เวลานั้นไม่มีสมาชิกของกลุ่มเธียตะอยู่ที่นั่น

เมื่อเยอรมันโจมตีเบอรฺเก้น ห้องลับนี้ได้รับความเสียหาย ก่อนที่จะได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาในเวลาต่อมาให้เป็นพิพิธภัณฑ์เธียตะ และติดอันดับที่สุดของประเทศ .. คือ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เล็กที่สุดในนอร์เวย์

***ภาพจากอินเตอร์เน็ต

พิพิธภัณฑ์ฮองเซียวติก (Hanseatic Museum) .. เรื่องราวของพ่อค้า

พิพิธภัณฑ์ฮองเซียวติก (Hanseatic Museum) เล่าเรื่องราวชีวิตของพ่อค้าชายเยอรฒันที่เข้ามาทำธุรกิจในเมืองเบอร์เก้นระหว่างปี คศ. 1350-1750 ทั้งปลาและธัญพืช

พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในอาคารที่สร้างขึ้นในปี คศ. 1704 เปิดตั้งแต่ปี คศ. 1872 ดูชีวิต ที่หลับที่นอน การทำมาค้าขาย รวมทั้งของเก่า และภาพโบราณ

ฉันชอบถ่ายภาพ และชอบมองลึกเข้าไปในสังคม วิถีชีวิตของผู้คน จึงสนุกมากในการถือกล้องไปเก็บเกี่ยวทุกสิ่งที่ผ่านเข้ามาในสายตา สิ่งสวยงามมากมายที่รออยู่ในเส้นทางที่ฉันได้ก้าวเดินในเมืองสวย

แห่งนี้ กลายมาเป็นประสบการณ์ของชีวิต ที่ยามใดที่หยิบภาพมาดู และอ่านเรื่องราวอีกครั้ง ก็นำรอยยิ้มมาประดับใบหน้าได้ทุกเมื่อ

หากทิวทัศน์สวยงามช่วยให้จิตใจของคนเราเบาสบายขึ้นจริง ฉันก็อยากให้เวลาหยุดนิ่งไว้เนิ่นนาน ณ ตอนนี้

เพระใจฉันกำลังสบายกับการชื่นชมเมืองสวย ที่มีร้านรวงน่ารัก แต่แอบแฝงไปด้วยความทันสมัย

 

ฉันเดินทอดน่องอย่างไม่กลัวรถเฉี่ยว หยุดชื่นชมความสวยบรรเจิดของทิวทัศน์ ประหนึ่งได้มองความสุขที่ไหลผ่านอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

ฉันลืมภาพวันธรรมดาๆที่แสนวุ่นวายในเมืองใหญ่ มาเดินแบบสบายๆในสไตล์นักท่องเที่ยวเต็มขั้น .. เมื่อรู้สึกเหนื่อย ก็มีมุมให้พักผ่อนอิริยาบถไปกับบรรยากาศสวยๆ ในบริเวณท่าเรือเก่าแก่มากมาย

ภาพของอาคาร Bryggen ที่ฉากหน้าเป็นผืนน้ำ ฉากหลังคือขุนเขาสูงตระหง่าน ภาพที่งดงามเปลี่ยนสีไปตามแสง ที่ผู้คนทั่วโลกต่างหลงใหล ..

ด้วยลักษณะเฉพาะและความเก่าแก่ของย่านคลังสินค้านี้เอง ที่ทำให้เราได้คำตอบว่า เหตุใดUNESCO จึงได้ประกาศให้เขต Bryggen เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อปี 1979

รถรางขึ้นเขา Floibanen

การมาเยือน Bergen จะสมบูรณ์ไม่ได้ หากไม่ได้ขึ้นรถรางไฟฟ้า Floibanen Funicular ขึ้นสู่ยอดเขา Floyen บนความสูง 320 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล อันเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดของเมือง

เพื่อชมทิวทัศน์ในมุมสูงของเมืองแบบพาโนรามา อันเป็นภาพบรรยากาศที่งดงามประทับใจ

จากตลาดปลา เดินตรงเข้าถนน Fv 264 ก็จะถึง Floibanen สถานีรถรางไฟฟ้าขึ้นสู่ยอดเขา Floyen อันเป็นจุดชมวิวที่สูงสุดของเมือง ซึ่งสูง 320 เมตรจากระดับน้ำทะเล

รถรางสายนี้สร้างและให้บริการมาตั้งแต่ปี 1918 และมี 2 ขขบวนเดินรถสวนทางกัน

เราไม่พลาดค่ะ .. จากจุดชมวิว สามารถมองเห็นตัวเมืองเบอร์เก้นได้รอบทิศ

ธรรมชาติที่ปรากฏในสายตานั้นงดงามดุจภาพวาด

จากด้านบน ฉันมองเห็นทะเลสาบขนาดย่อมอยู่กลางเมือง

เลยตั้งหมุดหมายว่า จะไปเดินเล่นแถวนั้น หลังจากลงเขาไปแล้ว

บนเขามีภัตตาคาร ที่มีโต๊ะอยู่กลางแจ้ง หากจะนั่งพักจิบชา กาแฟ รับลมเย็นบนยอดเขา ก็ชิล ดีค่ะ

นักท่องเที่ยวหลายคนเลือกที่จะนั่งรอพระอาทิตย์อัสดง

แต่เราเลือกที่จะลงมาชมเมืองด้านล่างต่อ เพราะกว่าพระอาทิตย์จะจูบลาโลก ก็คงราวสี่ทุ่มไปแล้ว

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net