วันที่ อังคาร กันยายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กระทรวงการอุดมฯ วางนโยบาย เน้นนวัตกรรม – สตาร์ทอัพ


กระทรวงการอุดมฯ วางนโยบาย เน้นนวัตกรรม – สตาร์ทอัพ 

 

           สวัสดีชาวบล็อกโอเคเนชั่นนะคะ กลับมาพบกันอีกแล้วกับ อว.เข้มแข็ง มีข่าวสารมาแจ้ง เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมากระทรวง การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางมามอบนโยบายให้กับผู้บริหาร อว. ว่า มหาวิทยาลัยต้องสร้างคน ตอบโจทย์ ประเทศ โดยเฉพาะกำลังคนด้านนวัตกรรม วิศวกรรม เพราะขณะนี้ โอกาสการลงทุนจากต่างประเทศมาถึงหน้าบ้านทั้ง  จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น ดังนั้น ต้องเร่งสร้างคน โดยเฉพาะกำลังการผลิตในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ให้ได้จำนวนตามต้องการ ระหว่างปี 2563 – 2565 โดยในส่วนของกลุ่มมหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ ขอ 25,000 คนต่อปี มหาวิทยาลัยราชภัฎ 17,000 คนต่อปีและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 10,000 คนต่อปี รวมทั้งต้องผลิตกำลังคนแบบไม่มีปริญญา เช่นอาชีวะ ที่มีฝีมือเฉพาะด้านควบคู่ไปด้วย นอกจากนี้ มหาวิทยาลัย อย่างจุฬาฯ มหิดล เกษตรศาสตร์ ควรไปตั้งสำนักงานที่อีอีซี ไม่อย่างนั้น นักลงทุนหนีไปเวียดนามกันหมด ที่สำคัญ มหาวิทยาลัย ต้องไม่เน้นไปที่ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ของประเทศเท่านั้น แต่ต้องทำทั้งระบบ และมหาวิทยาลัยต้องสร้างฐานให้ภาคเอกชน  เพราะที่ผ่านมามีงานวิจัย แต่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ ขณะที่จากนี้ในอนาคตคือเรื่องนวัตกรรม และสตาร์ทอัพ  

        ต่อมาเป็นการประชุมสภานโยบายการอุดมศึกษาฯ ครั้งที่ 1/2562 โดย ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.อว.แถลงข่าวที่ประชุมมีมติแต่งตั้ง รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี(มทส.) เป็นประธานกรรมการพิจารณางบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และ แต่งตั้ง  รศ.ดร.ศักรินทร์ ภูมิรัตน อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เป็นประธานกรรมการพิจารณางบประมาณด้านการอุดมศึกษา และแต่งตั้งให้ตนเป็นประธานกรรมการบริหารสภานโยบายฯ นอกจากนี้ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2563 รวมทั้งสิ้น 37,000 ล้านบาท ทำใน 4 เรื่อง ประกอบด้วย 

            1.การพัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ 30 เปอร์เซ็นต์

            2.การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม 15 เปอร์เซ็นต์

            3.การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน 25 เปอร์เซ็นต์

            4.การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ  20 เปอร์เซ็นต์ 

โดยมีตัวอย่างโปรแกรมสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ อาทิ BCG Action เช่น ระบบเกษตรปลอดภัยมาตรฐานส่งออก โปรตีนทางเลือกจากแมลง ประเทศไทยไร้ขยะ นวัตกรรม เพื่อผู้สูงวัย และการยกเครื่องมหาวิทยาลัย เป็นต้น

            ข่าวสารน่ารู้และข้อมูลดี ๆเหล่านี้ยังมีให้ติดตามอีกนะคะ  โอกาสหน้า อว.เข้มแข็ง จะมีเรื่องราวมานำเสนออีกแน่นอน ฝากติดตาม ร่วมแชร์ความคิดเห็น และให้กำลังใจด้วยนะคะ  

 

 

โดย อว.เข้มแข็ง

 

กลับไปที่ www.oknation.net