วันที่ อังคาร กันยายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

YESTERDAY ที่หวลคืนมา....อีกครั้ง


           เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน 2562 แม่หมีกับเจ้าหมีน้อยไปดูหนังเรื่อง Yesterday มาค่ะ   4-5 เดือนที่ผ่านมาแม่หมีกับหมีน้อยไปดูหนังกันแทบทุกอาทิตย์   แต่ก็ดูเฉพาะหนังที่เราชอบ  แต่ถ้าไม่ชอบและหนังใหม่ก็ยังไม่เข้าฉาย  เราก็ดูหนังที่ดูไปแล้วซ้ำได้อีก ( เดี๋ยวจะเฉลยให้ทราบตอนท้ายเอ็นทรี่ ว่าทำไมถึงทำแบบนี้้) ใครที่ติดตามเรื่องของแม่หมีมาตลอดก็จะทราบว่าครอบครัวหมีชอบดูหนังมาก  แม่หมีน่ะดูหนังในโรงหนังตั้งแต่ยังเป็นเด็ก   พี่สาวพี่ชายชอบดูหนังเลยพาพวกน้องๆไปดูหนัง  แม่หมีเลยติดการดูหนังมาก มันมีความสุขและมันทำให้เราเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหนัง  แบบอินจัด 555  พอโตมาก็เริ่มไปกับเพื่อน  พอมีแฟนก็ไปกับแฟน พอแต่งงานมีลูกก็พาลูกไปดู  จนในที่สุดลูกๆก็กลายเป็นคนชอบดูหนังในโรงภาพยนตร์ไปด้วย5555 มันคงเป็นการถ่ายทอดทางDNAกระมัง   และวิถีการดูหนังที่จะให้ฟินสุดๆ ก็คือกินข้าวโพดคั่วที่ขายหน้าโรงหนัง  ดูหนังไปเคี้ยวข้าวโพดไปนี่ฟินสุดๆ   บางทีลูกไปเดินห้างขากลับแวะซื้อข้าวโพดคั่วหน้าโรงหนังมาให้   กะว่าแม่คงจะมีความสุขถ้าเคี้ยวข้าวโพดพร้อมกับดูหนังที่บ้าน  แต่เปล่าเลยค่ะรู้สึกไม่อร่อยเท่ากับการเข้าไปนั่งกินในโรงหนัง  สรุปว่าแม่หมีติดบรรยากาศในโรงหนังนั่นเอง

         ความจริงที่ไม่ได้โพสท์เรื่องมานานมาก   ไม่ใช่ไม่มีเรื่องจะเขียนแต่มันหมด Passion (ขอใช้คำนี้หน่อย เพราะเห็นใครๆเขาใช้กัน) คือสุขภาพไม่ค่อยจะอำนวย   เลยไม่สามารถนั่งนานๆได้  จนมีความรู้สึกว่าโน๊ตบุ๊คมันจะน้อยใจแถมรู้สึกใช้ไม่คล่องแคล่วเหมือนเดิม  ราวกับว่า  นักดาบไม่หยิบดาบออกมาฟาดฟันเลย   มันเลยเก้ๆกังๆกับการพิมพ์   นี่ยังไม่รู้ว่าถ้าโพสท์จะยังทำได้หรือไม่   ลองดู!!

         ไปดูหนังทุกเรื่องก็มีเรื่องอยากเล่า  แต่แม่หมีไม่ถนัดจะเขียนเรื่องหนัง   ถนัดที่จะเขียนเรื่องเจ้าหมีน้อยเสียมากกว่า บังเอิญคราวนี้มันมีเรื่องราวที่น่าประทับใจ  แม่หมีเป็นเด็กที่เติบโตมากับเสียงเพลง   พี่สาวชอบฟังเพลงสุนทราภรณ์   พี่ชายชอบฟังเพลงฝรั่ง  วงดังๆในอดีตเช่น   Nirvana , Led Zeppelin , Pink Floyd,  Rolling Stones, The Who,Black Sabbath, The Beatles  และยังมีวงดนตรีเพลงหวานๆแบบ The Carpenters,Bee Gees นี่ก็ฟังค่ะ ถ้าเป็นวัยรุ่นยุคนั้นก็จะฟังเพลงฝรั่งค่ะ  ส่วนแม่หมีนี่ยังเป็นเด็กประถมก็ฟังตามพี่ชายค่ะ   มันโดนใจกว่า    ไม่ใช่ดัดจริตนะคะ   แต่พี่ชายมักจะพาเพื่อนๆ มาตีกลอง ร้องเพลงกันประจำ  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพี่ๆจากรร.กรุงเทพคริสเตียนชั้นมัธยมปลายก็จะเอ็นดูน้องสาวคนนี้เหมือนเป็นน้องสาวของพวกเขา     เราก็เลยเนียนเข้ากลุ่มไปกับเขาด้วย  เพราะบ้านเราเป็นเด็กในรั้วค่ะ   ไม่มีเพื่อนเล่นแถวบ้าน เพื่อนพี่จึงกลายเป็นเพื่อนเรา   แม่หมีจึงมีสองบุคคลิกแมนๆก็ได้เรียบร้อยก็เป็น  พี่ๆพวกนี้ก็เป็นอีกหนึ่งความทรงจำในอดีต  ที่ทำให้เรารู้สึกดีๆ

         พอรู้ว่ามีหนังเรื่องYesterday เข้าฉาย ก็เลยหาข้อมูลว่าเนื้อหาเป็นอย่างไร   พอรู้ว่าเป็นหนังเกี่ยวกับวงThe Beatles นี่ร้อง ว้าว!!!! เลย ใบหน้าของ จอห์น เลนนอน, พอล แม็กคาร์ตนีย์, ริงโก สตาร์, จอร์จ แฮร์ริสัน ลอยมาเลย   ขวัญใจวัยเยาว์ของเรานี่เอง  เสียงเพลง  Ob-La-Di  Ob-La-Da, Let It Be,Hey Jude,I Saw Her Standing There,I Want To Hold Your Hand,Yesterday และอีกหลายๆเพลงมันดังก้องในความทรงจำ   แล้วก็เลยบอกหมีน้อย อาทิตย์นี้แม่อยากดูหนังYesterday นะ    เจ้าหมีน้อยก็น่ารักเหลือใจ  แม่อยากทำอะไร  อยากได้อะไรหมีน้อยจัดให้หมด(มันมีเหตุผลเดี๋ยวจะบอกทีหลังตอนท้ายเอ็นทรี่)  หนังเรื่องนี้เข้าเมื่อวันพฤหัสบดี พอวันเสาร์เราไปดูกะว่าจะไปดูรอบบ่ายจะได้กินข้าวกลางวัน  ชิ!! ดันฉายรอบ 11.20น.เราไปกินข้าวมันก็เที่ยงกว่าเข้าไปแล้ว   จะฉายอีกทีก็บ่ายสี่โมง  มองดูรายชื่อหนังเรื่องอื่นก็ดูแล้ว   เสียเซ้ลฟ์!!  งั้นสองคนแม่ลูกก็ไปหาอะไรกินแบบชิลๆ  เพราะกินอาหารกลางวันไปแล้ว  บอกหมีน้อยงั้นพรุ่งนี้เรามาใหม่    ถามพนักงานขายตั๋วว่า  พรุ่งนี้มีรอบกี่โมง  เขาบอก  "รอบเช้า11โมงแบบนี้ล่ะครับ  คุณป้าจะจองตั๋วเลยมั๊ย"  แม่หมีบอก " ไม่ล่ะค่ะ   พรุ่งนี้ป้าจะมาใหม่ "  ก็ชีวิตแม่หมีต้องดูเป็นวันๆค่ะ  เกิดกลางคืนต้องไปนอนรพ.ก็เสียดายบัตรดูหนังใช่มั๊ย

          วันรุ่งขึ้น หมีน้อยตื่นแต่เช้า กินอาหารเช้าเสร็จ  รีบรีดผ้าอันเป็นภารกิจใหม่ล่าสุดที่เขาต้องทำ  เพราะแม่บ้านลาออกไปอยู่กับลูกชาย  ซึ่งถ้าอยู่กับลูกสาวนางก็มาทำงานได้แต่การไปอยู่กับลูกชายคือ  ไม่ต้องทำงานเลยลูกให้อยู่เฉยๆซึ่งต้องยินดีกับนางที่ลูกชายและลูกสะใภ้ดีกับนางมาก   แต่พอนางไม่อยู่ก็ลำบากครอบครัวเรา  แต่ไม่เป็นไร พ่อหมีบอกดีแล้วนางจะได้มีชีวิตที่สบายเสียที  ไปสู่สุคติ  555  ดังนั้นแม่หมีจึงต้องสอนให้หมีน้อยรีดผ้า  ความจริงหมีน้อยทำงานบ้านได้ทุกอย่าง   เราฝึกลูกให้ทำเป็นโดยเฉพาะหมีน้อย  เราต้องการให้เขาทำงานบ้านได้ทุกอย่าง  โดยไม่มีการแบ่งว่างานไหนของผู้หญิงหรือของผู้ชาย    เพราะเมื่อก่อนแม่หมีทำงานบ้านเองก็จะฝึกลูกๆไปด้วย   พอมีแม่บ้านก็เลยไม่ต้องทำ   คราวนี้แม่บ้านไม่มีหมีน้อยก็เลยต้องหัดรีดผ้า  ฝึกมาได้สามอาทิตย์  กว่าจะจบหลักสูตรรีดผ้า  เล่นเอาแม่หมีเครียด  สอนลูกต้องใจเย็นๆ  ปากก็ชมดีมากลูก,  แต่ตรงนี้ต้องรีดแบบนี้นะครับ, กางเกงสแลคของลูกกลีบไม่เรียบกริ๊บ  มันต้องคม, รีดแบบนี้ไม่ได้ครับเดี๋ยวพอใส่กางเกงมันจะกลายเป็นรถไฟรางคู่นะครับ ฯลฯ  เริ่มจากรีดผ้าเช็ดหน้า  กางเกงขายาว   จนตอนนี้รีดเสื้อเชิร์ทแขนยาวได้แล้วค่ะ   ตอนฝึกแม่หมีต้องลุกไปเปิดตู้เย็นดื่มน้ำ  เอาหน้าไปแหย่ในช่องฟรีซ   ให้มันเย็นๆจะได้ใจเย็นๆ  ขนาดเปิดแอร์ให้รีดผ้านะคะ บางครั้งอยากลุกไปรีดเอง  แต่ถ้าเราไม่อดทนหมีน้อยก็จะทำไม่ได้  ตอนนี้โปรแล้วค่ะ  แต่ยังไม่ถึงขั้นมือวางอันดับหนึ่ง  มือวางอันดับหนึ่งคือพ่อหมี   คนนั้นเขารีดผ้าเป็นมาตั้งแต่เด็กๆ  มาเลิกรีดก็ตอนมาแต่งงานกับแม่หมีนี่ล่ะค่ะ   อ้าวนอกเรื่องออกทะเลไปไกลเลย

          พอได้เวลา 9โมง กว่าๆ  แม่หมีบอกหมีน้อย  เดี๋ยว 10โมงเช้าออกจากบ้านเลยนะครับ   วันนี้เราไปสองคน  เราจะไปให้ทันดูหนัง  และก็ตามแผน เราถึงโรงหนังทันเวลา  หมีน้อยไปซื้อเบอร์เกอร์เพื่อเอาไปกินก่อนเข้าโรงหนัง   แม่หมีไปซื้อตั๋ว  แล้วทุกอย่างก็ตามแผนเบอร์เกอร์ลงท้องเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว   แล้วเราเข้าห้องน้ำซื้อข้าวโพดคั่วคนละกล่อง (จะเล่าอะไรละเอียดกันนักหนา  ฮะ....ยัยแม่หมี!!)

          YESTERDAY ถ้าโลกนี้ไม่มีวงThe Beatles แล้วจะเป็นยังไง   แล้วถ้าคนบนโลกนี้ลืมเลือนความทรงจำในวันวานจะเป็นยังไงหนอ   ไม่สปอยล์แต่จะเล่าคร่าวๆว่า  มันมีเหตุการณ์ที่ไฟดับไปทั้งโลก   แจ๊ค มาลิก  พระเอกผิวคล้ำ หน้าตาบ้านๆ ความสามารถในการร้องเพลงที่ไม่น่าสนใจแต่อยากเป็นนักร้อง เกิดประสบอุบัติเหตุในช่วงเวลาที่ไฟดับเพียงไม่กี่วินาที   เมื่อเขาฟื้นขึ้นมา  นอกจากจะบาดเจ็บฟันหน้าหักไปสองซี   รวมทั้งกีต้าร์ที่ถูกรถเมล์ทับพังยับเยิน  เพื่อนของเขาซื้อกีตาร์ตัวใหม่ให้  เขาหยิบขึ้นมาเล่นโดยร้องเพลงที่ผุดขึ้นมาในหัวของเขา  มันคือเพลงเก่าของวงThe Beatles  เพื่อนต่างชมว่าเขาร้องเพลงเพราะ    แต่งเองหรือไง  เขาก็บอกว่า  ไม่ใช่มันคือเพลงของวงThe Beatles  แล้วเขาก็พบว่า  ไม่เคยมีใครรู้จักวงนี้    เขาเลยเสริชเข้าไปในGoogle ก็มีแต่รูปเต่าทอง  แต่ไม่มีเรื่องราวของวงThe Beatles    มีมุขหลายมุขที่ทำให้คนได้ขำกัน   แต่อย่าหวังว่าดูหนังแลัวจะได้ฟังเพลงจนจบ  มันมีStory   ดูหนังเรื่องนี้ไปต้องบอกว่าบางช่วงแม่หมีฮัมเพลงตามไป  บางช่วงมีขยับขา  โชคดีหนังมันเข้าเช้าเกินไปวันอาทิตย์ 11 โมงในโรงหนัง   บางคนยังนอนอยู่บนที่นอน   คนดูไม่เต็มโรง ( หรือเขาลืมวงThe Beatles กันไปหมดแล้ว) ข้างๆเราแถวบนสุดไม่มีใครนั่ง  แม่หมีเลยตามสบาย  ส่วนหมีน้อยเขาก็ชินกับแม่อยู่แล้ว

          หนังเรื่องนี้มีนักร้องดังEd Sheeran นักร้อง นักแต่งเพลงและนักแสดงชาวอังกฤษ  เจ้าของเพลงThinking Out Loud ที่ได้รับรางวัลแกรมมี สาขาเพลงแห่งปี  มาร่วมแสดงด้วย  พอเราเห็นหน้าEd Sheeran แม่หมีนี่ร้องเฮ้ยเลย  ก็ไม่ได้ดูว่ามีใครแสดงบ้าง  แต่จะดูหนังเพราะThe Beatles อย่างเดียว  เขาเล่นเป็นตัวเขาเอง  และยอมใจEd Sheeran เพราะในบทนี่เขายอมพ่ายให้กับเพลงของThe Beatles เลย    ตอนหนังจบมันทำให้เรารู้ว่า   ถ้าเราพูดความจริงมันจะเป็นสิ่งที่ดีมากๆ  เป็นหนังฟีลกู๊ดเรื่องนึงเลยค่ะ  ดีต่อใจแม่หมี  สว.ที่ยังคงมีความทรงจำดีๆกับวันวาน  คนที่ฟังเพลงของThe Beatles ควรไปดูนะคะ  แล้วมาบอกด้วยว่า ฟีลกู๊ด มั๊ย  ส่วนหมีน้อยผู้ไม่เคยสนใจวงThe  Beatles เลย  อาจได้ยินแม่หมีร้องบ้างแต่เขาก็บอกสนุกครับแม่   แม่หมีก็เชื่อค่ะว่าหมีน้อยก็สนุก เพราะเขาก็ดูอย่างสนใจและหัวเราะในทุกมุข

        หมายเหตุ  1 ในวงเล็บที่แม่หมีเขียนไว้ตอนต้นเรื่องว่า " 4-5 เดือนที่ผ่านมาแม่หมีกับหมีน้อยไปดูหนังกันแทบทุกอาทิตย์   แต่ก็ดูเฉพาะหนังที่เราชอบ  แต่ถ้าไม่ชอบหนังใหม่ก็ยังไม่เข้าฉายก็ดูหนังที่ดูไปแล้วซ้ำได้อีก"   และ  " เจ้าหมีน้อยก็น่ารักเหลือใจ  แม่อยากทำอะไร  อยากได้อะไรหมีน้อยจัดให้หมด(มันมีเหตุผลเดี๋ยวจะบอกทีหลังตอนท้ายเอ็นทรี่)"
                คือจะบอกว่า   แม่หมีเป็นมะเร็งระยะที่ 4 เริ่มที่กระดูกสันหลังมีเนื้องอกที่ไม่สามารถผ่าตัดได้  คือถ้าผ่าก็คืออัมพาต   มะเร็งระยะที่ 4  คือระยะที่กระจายไปแล้วและมันจะไปไหนของมันบ้างก็ไม่รู้ เรียกว่า หมอต้องจับเข้าอุโมงค์หลายครั้งเพื่อตรวจทุกระบบ  แต่เท่าที่หมอดูในการทำ MRI มันน่าจะได้ผลดี หรือจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน
 หมอก็ตอบไม่ได้  คือตอนนี้หมอก็ไม่ทำคีโมให้เพราะมันไม่มีประโยชน์   ช่วงนี้ก็กินยาที่หมอให้ทุกวัน  และฉีดยาซึ่งหมอวางแผนว่าจะฉีด 8 เข็ม  ส่วนถ้ามีอาการอย่างไรก็รักษาไปตามอาการ  เพราะฉะนั้นต้องขอโทษที่ไม่อาจรับความหวังดีของทุกคน   แนะนำมาหลายเรื่องโดยเฉพาะกัญชานี่ฮิตติดชาร์ทเลยเพราะที่สถาบันมะเร็งแห่งชาติ  ก็มีการรักษาด้วยกัญชา  แต่ด้วยอาการที่เป็นก็ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้  เพราะเราเป็นพวกโรคเยอะ  และสัญญากับหมอว่า  จะไม่มีสิ่งอื่นใดที่หมอไม่ได้สั่งมาใช้เด็ดขาด   หมอเขาก็มีวิธีการของหมอ  และแม่หมีก็เป็นคนที่มั่นคงถ้าตัดสินใจเลือกทางใดแล้วก็จะเดินตามนั้น  มีเพื่อนๆมากมายแนะนำสถานที่บำบัด  แนะนำโน่นนี่นั่นมากมาย บางอย่างทำได้ก็ทำ บางอย่างลำบากนักก็ตอบไปว่า   มาอยู่กับชั้นเลยจะได้ทำแบบที่เธอแนะนำ    ถ้าให้ทำเองไม่มีปัญญาทำอ่ะ  ขอบคุณในความหวังดีและทำให้เรารู้ว่า   เรามีคนที่รักเรามากมายจริงๆ

                       2 ในหลักศาสนาอิสลามการถึงแก่กรรมเป็นเรื่องที่เราทุกคนจะต้องเจอ   เมื่อเราได้ยินข่าวว่าใครถึงแก่กรรม  เราก็จะกล่าวว่า "อินนาลิลลาฮฺ วะอินนาอิลัยฮิ รอญิอูน " (แท้จริงพวกเราเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺ และแน่นอนว่าพวกเราจะต้องกลับไปหาพระองค์ )  ถามว่ากลัวมั๊ยก็กลัวนะ  แต่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้  ยื้อจนสุดแรงก็ต้องจากไปอยู่ดี  ตั้งมั่นอยู่ในความดีงาม  สะสมเสบียงความดีไว้ดีกว่า


              Paul  McCartney ได้เขียนไว้ในเพลง Ob-la-di, Ob-La-Da ว่าได้แรงบันดาลใจมาจากคำภาษาไนจีเรียนว่า Ob-la-di, Ob-La-Daซึ่งคนที่สอนคำนี้แก่เขาบอกว่ามันแปลว่า Life Goes On ...  ชีวิตต้องดำเนินต่อไป

              ฮาคูน่า มาทาท่า "Hakuna Matata" เป็นภาษาของชนเผ่าหนึ่งเป็นภาษาสวาฮิลีในทวีปแอฟริกา มีความหมายว่า "ไม่ต้องกังวล" วลีนี้เป็นวลีที่โด่งดังจากหนังเรื่องThe Lion King   ทีโมน และพุมบ้า สอนให้ซิมบ้า ลูกสิงโตซึ่งเป็นพระเอกรู้จักวลีนี้

              เพราะฉะนั้น  แม่หมีจึง Hakuna Matata  และ  Ob-la-di, Ob-La-Da

           ขอบคุณที่อ่านเรื่องนี้  มีสาระหรือไร้สาระก็ไม่รู้ค่ะ   ถ้าหายไปนาน  อาจอยู่หรืออาจหายไป   เอ๊ะ  หรือจะตั้งชื่อเอ็นทรี่นี้ว่า   YESTERDAY ถ้าโลกนี้ไม่มีแม่หมีน่าจะดี 5555

                                                           เด็กผู้หญิงที่ไม่ลืมThe Beatles

                                       ข้างหลังคือโปสเตอร์หนังที่เราจะไปดูสัปดาห์หน้าค่ะ

                                             Weathering with You   ฤดูฝัน ฉันมีเธอ

.......................................................................

                                                   

 

 

โดย แม่หมี

 

กลับไปที่ www.oknation.net