วันที่ พฤหัสบดี กันยายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โรงฟักไข่โบราณของอียิปต์


 

 

บรรดาไก่ที่เลี้ยงกันในฟาร์มนั้น
ส่วนใหญ่แทบไม่เคยผ่านการฟักไข่จากแม่ไก่ของพวกมันเลย
แต่พวกมันจะถูกฟักไข่โดยใช้ความร้อนเทียม
ซึ่งเป็นเตาอบไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่เรียกว่า ตู้ฟักไข่
ซึ่งมีหลายขนาดมาก  ตั้งแต่หลักสิบฟองถึงพันฟอง
โดยสามารถทำหน้าที่ฟักไข่ได้ในเวลาเดียวกัน
ตู้ฟักไข่เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ทันสมัย ​​แต่กว่าจะได้ตู้ฟักไข่ไก่นั้น
ต้องผ่านประสบการณ์และการเรียนรู้มายาวนานหลายพันปีเลยทีเดียว

ชาวอียิปต์โบราณเป็นชาติแรกที่สร้างโรงฟักไก่
ทำให้บรรดานักเดินทางชาวต่างชาติต่างพากันหลงใหล
และแทบจะไม่เชื่อเลยเพราะไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน
นักเดินทางหลายคนยอมรับวิธีการที่แปลกประหลาดในเรื่องนี้
ในการที่ชาวอียิปต์เพาะเลี้ยงลูกไก่จากโรงฟักไข่
แต่เพราะบรรดานักเดินทางไม่ค่อยจะรู้ถึงรายละเอียด
เกี่ยวกับการทำงานภายในของโรงฟักไข่
เพราะส่วนหนึ่งมาจากชาวอียิปต์เองมักจะบอกไม่หมด
ทำให้บรรดานักเดินทางต่างพากันคาดการณ์และมักจะเข้าใจผิดในเรื่องนี้

นักเขียนคนหนึ่งอ้างว่า ไข่นั้นถูกฟักโดยมีคนเข้าไปนั่งฟัก
Friar Simon Fitzsimons ผู้เดินทางไปยังอียิปต์ในช่วงศตวรรษที่ 14
เขียนด้วยความไม่เชื่อว่า ลูกไก่ฟักออกจากกองไฟ
โดยไม่มีพ่อไก่กับแม่ไก่  ไข่จะฟักเป็นตัวได้อย่างไร
แต่ท่านไม่รู้ว่า ไข่ไก่ผ่านการผสมพันธุ์มาก่อนแล้ว
ก่อนที่จะนำไข่ไก่ไปวางไว้ในโรงฟักไข่ประจำบ้าน

แม้แต่ Aristotle ก็เขียนเกี่ยวกับโรงฟักไข่
โดยบอกว่า ลูกไก่ถูกฟักออกมาโดยการฝังไข่ไว้ในกองมูลสัตว์
(Aristotle เป็นอาจารย์ของ Alexandre The Great 
ได้ติดตามไปในการรบหลายครั้งรวมทั้งการไปยึดอียิปต์ด้วย)

หนังสือท่องเที่ยวเล่มแรกที่มีคำอธิบายที่แท้จริง
เกี่ยวกับโรงฟักไข่ของอียิปต์คือ
The Travels of Sir John Mandeville  ตีพิมพ์เมื่อปี 1356  ได้เขียนว่า
ตามบ้านทั่วไปในเมืองนั้น เต็มไปด้วยเตาเผาขนาดเล็ก
และหลังจากนั้น บรรดาผู้หญิงในเมืองต่างนำ
พวกไข่ไก่ หรือไข่ห่าน หรือไข่เป็ด เข้าไปในเตาเผาเหล่านั้น
และคนที่ดูแลบ้านหลังนั้น(เตาฟักไข่) จะทำความร้อน/ฟักไข่จากการเผามูลม้า
โดยไม่ต้องใช้แม่ไก่ แม่ห่าน หรือ แม่เป็ด ทำการฟักไข่แต่อย่างใด
และเมื่อสิ้นสุดสามสัปดาห์หรือราวหนึ่งเดือน
พวกเธอก็จะกลับมาอีกครั้ง และเพื่อพาพวกไก่ พวกเป็ด พวกห่าน
บรรดาสัตว์เลี้ยงของพวกเธอที่ฟักตัวออกจากไข่แล้ว
เพื่อนำไปขาย/เลี้ยงต่อภายในครอบครัวของพวกตน
ทำให้บ้านเรือนในชนบทเหล่านี้เต็มไปด้วยลูกไก่ ลูกห่าน ลูกเป็ด


2.

.
ในปี 1750
René Antoine Ferchault de Réaumur
นักธรรมชาติวิทยาและนักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศส
ที่ได้อธิบายได้อย่างถูกต้องเป็นครั้งแรกของโรงฟักไข่
หลังจากที่ได้เดินทางไปที่อียิปต์และเยี่ยมชมโรงฟักไข่หลายแห่งมาก

โดยทั่วไปแล้ว โรงฟักไข่อียิปต์จะทำด้วยโครงสร้างอิฐ
สูงประมาณ 9 ฟุตและประกอบด้วยทางเดินยาวกลาง
ที่เดินผ่านห้องทั้งสองข้าง  ที่ก่อสร้างเป็น 2 ชั้นซ้อนกัน
แต่ละชั้นมีขนาดเท่ากัน และมีช่องเปิดที่ใหญ่พอให้คนคลานเข้าไปข้างในได้
บรรดาไข่จะวางอยู่บนชั้นล่างจัดเรียงบนกองผ้าลินินหรือฟาง
ห้องด้านบน(ชั้นสอง) ใช้สำหรับจุดไฟโดยใช้มูลวัวและอูฐผสมกับฟาง
วิธีการนี้ช่วยให้ไฟเผาไหม้ช้าลง และควบคุมความร้อนได้ง่ายขึ้น

ไฟจะถูกจุดให้ลุกไหม้เพียงวันละสองครั้งโดยขึ้นกับสภาพอากาศ
และบรรดาไข่จะถูกหมุนอย่างเพียงพอ
เพื่อให้พวกไข่ได้รับความอบอุ่นทุกด้านเสมอกัน
(แต่เกษตรกรบางคนบอกถ้าไม่หมุนไข่ไก่
ลูกไก่อาจจะตาย/ฟักออกมามักพิการ
คงคล้าย ๆ กับการต้มไข่  ให้ไข่แดงอยู่ตรงกลาง
ต้องใช้วิธีการกวนให้ไข่หมุนไปรอบ ๆ
พอไข่สุก ไข่แดงจะอยู่ตรงกลาง)
การหมุนไข่จะทำอย่างต่อเนื่องอีกประมาณ 2 สัปดาห์หลังจากที่ดับไฟ
เมื่อผ่านมาถึงระยะเวลานี้แล้ว อวัยวะของตัวอ่อนค่อนข้างจะสมบูรณ์
และตัวอ่อนนั้นก็เริ่มก่อรูปก่อร่างเพื่อเตรียมฟักออกมาเป็นลูกไก่ ลูกห่าน ลูกเป็ด

ความร้อนภายในเตาฟักไข่ยังมีการจุดไฟอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งจะต้องใช้เวลาอีกราวหนึ่งสัปดาห์
ที่ทำให้ในที่สุดบรรดาไข่จะฟักตัวออกมาในวันที่ 21

เมื่อ  René Antoine Ferchault de Réaumur กลับไปที่ฝรั่งเศส
ท่านก็พยายามสร้างโรงฟักไข่โดยเลียนแบบวิธีการของอียิปต์
แต่เนื่องจากสภาพอากาศในยุโรปนั้นหนาวเย็นกว่า
จึงไม่ประสบความสำเร็จเช่นเดียวกับเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ปีกชาวอียิปต์
หลังจากการมตะของ René Antoine Ferchault de Réaumur
ตู้ฟักไข่ก็ถูกพัฒนาขึ้นโดย Abbé JeanAntoine Nollet
และต่อมาโดยฝีมือของ  Abbé Copineau
ผู้ปรับปรุงการออกแบบของ René Antoine Ferchault de Réaumur
โดยใช้ตะเกียงแอลกอฮอล์ เพื่อทำความร้อนให้กับไข่
แต่ก็ไม่ได้ผลเหมือนกับเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ปีกชาวอียิปต์
จนกระทั่งช่วงศตวรรษที่ 19
จึงมีโรงฟักไข่เชิงพาณิชย์แห่งแรกที่เปิดให้บริการ
ในการเพาะไข่ให้ฟักออกมาเป็นตัวเพื่อจำหน่ายให้กับเกษตรกร


3.
 
โรงเพาะฟักแบบอียิปต์ดั้งเดิมโดยใช้ตะเกียงน้ำมัน เพื่อให้แสงสว่างกับให้ไข่อุ่น 
Credit : Lenny Hogerwerf via Atlas Obscura
 
 
ในอียิปต์  ยังมีโรงฟักไข่หลายร้อยแห่ง

ที่ยังคงใช้วิธีการแบบดั้งเดิมที่พัฒนาการมานานหลายพันปีก่อน
แม้ว่าทุกวันนี้ บรรดามูลสัตว์จะถูกแทนที่ด้วยหลอดไฟ น้ำมันและเครื่องทำความร้อนไฟฟ้า
แต่เกษตรกรสัตว์ปีกเหล่านี้ยังคงไม่ใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัย
เช่น เทอร์โมมิเตอร์ หรือเทอร์โมสแตทเพื่อควบคุมอุณหภูมิในโรงฟักไข่
ผู้ฟักไข่ที่ชำนาญและมีทักษะสามารถตรวจวัดอุณหภูมิโรงฟักไข่
ด้วยการวางไข่ใบหนึ่งที่สุ่มมาบนเปลือกตา(หนังตา)
และใช้การมองเข้าไปภายในโรงพักไข่  เพื่อสัมผัสรับรู้ถึงความร้อนภายในโรงฟักไข่
และหากพบว่าไข่มีความร้อนสูงเกินไป จะพ่นน้ำเข้าไปข้างในโรงฟักไข่เพื่อลดความร้อน
ส่วนการดูว่าไข่มีการพัฒนาหรือไม่  ก็เพียงแค่จับไข่ส่องดูกับแหล่งกำเนิดแสง เช่น หลอดไฟ แสงแดด
เปลือกไข่โปร่งแสง พอที่จะแสดงถึงรูปร่างภายในของไข่ไก่ว่าพัฒนามาแล้วขนาดไหน
ทักษะเหล่านี้ได้รับการสืบทอดมาหลายชั่วอายุคนภายในครอบครัว
เทคนิคการประกอบวิชาชีพของเกษตรกรเหล่านี้เป็นความลับ
เป็นเคล็ดวิชาฟักไข่ที่ถ่ายทอดกันเฉพาะภายในครอบครัวเท่านั้น

แต่โรงฟักไข่แบบดั้งเดิมของอียิปต์
กำลังจะค่อย ๆ ทะยอยหายไปในไม่ช้านี้
จากการสำรวจที่จัดทำโดย องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ
Food and Agricultural Organization of the United Nations
ในปี 2009 เจ้าของโรงฟักไข่ทุกคนต่างถูกตั้งคำถาม
ถึงความปรารถนาภายในใจของแต่ละคน
ว่าจะปรับปรุงวิธีการฟักไข่ให้ทันสมัยมากขึ้นกว่าเดิมอย่างไร
เพราะอัตราการฟักไข่ของเครื่องรุ่นใหม่
มีประสิทธิผลมากกว่าเตาฟักไข่แบบเดิม
ที่ใช้ประสบการณ์และทักษะที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา
(เพราะอาจจะเรียนรู้กันมาแบบผิด ๆ ก็ได้
หรือบอกด้วยหลักการวิทยาศาสตร์ไม่ได้ในบางเรื่อง)

เรียบเรียง/ที่มา

https://bit.ly/2m674Qj

4.
 
Credit: Lenny Hogerwerf via Atlas Obscura

5.

6.

 
7.
 

8.

9.

10.

11.

12.

 
13.
 
 
เรื่องเล่าไร้สาระ
 
 
ไข่ไก่ที่ไม่ฟักออกเป็นตัว
แถวบ้านผมเรียกไข่ตายโคม
มีบางคนนิยมเอามาต้มกินเป็นอาหาร
แต่ผมขอสารภาพว่า  ผมเคยเห็นคนวางขาย/หาบขาย
แต่ผมไม่กล้าดูไม่กล้ากินแต่อย่างใด
 
ส่วนโรงงานฟักไก่ไข่ยักษ์ใหญ่แถวบ้านพรุ-บ้านทุ่งหาดใหญ่
จะขายไข่ตายโคมร่วมกับลูกไก่ตัวผู้
โดยนักตรวจ เพศลูกเจี๊ยบ มืออาชีพ
จะจับคัดแยกลูกไก่ตัวผู้ออกมารวมกัน
แล้วคนงานจะจับใส่ถุงดำ/ปิดปากถุงให้ขาดอากาศหายใจ
เพื่อขายต่อให้กับคนเลี้ยงจระเข้ ปลากินเนื้อ สัตว์อื่น ๆ
นำไปบดผสมกับหัวเชื้อ เนื้อปลา อาหารเม็ด ทำเป็นอาหารสัตว์
จากเดิมที่โรงงานต้องหาที่ฝังกลบ/แจกจ่าย
 

14.
 
 
ส่วนที่อีศานมีการขายในชื่อว่า ไข่ฮ้างฮัง
ไข่ด้าน ไข่ข้าว ไข่ที่ฟักไม่เป็นตัว
ต้มแล้วแข็งและเหนียวผิดปรกติ
เป็นอาหารธรรมดาแต่หากินยาก
เป็นทางเลือกสำหรับคนที่ชอบทานไข่
ต้องหามาลองชิมดูชักครั้ง
เนื้อสัมผัสและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
จะกึบ ๆ นิ่ม ๆ ส่วนรสชาติจะออกเค็มนิด ๆ มัน ๆ
และมีรสหวานจากตัวอ่อนของไก่
ส่วนหน้าตาจะเป็นเหมือนไข่ไก่ทั่วไป
แต่ข้างในจะมีตัวอ่อนของไก่ หรือเป็นรูปร่างไก่อยู่
 
ไข่ฮ้างฮัง คือ ไข่ที่ฟักไม่สำเร็จ
จนถึงเวลาที่แม่ไก่ต้องเลี้ยงลูกเจี๊ยบและต้องทิ้งรังไป
ตามวิถีชีวิตธรรมชาติของไก่ แม่ไก่จะฟักไข่ประมาณ 21 วัน
และจะทิ้งรังเพื่อเลี้ยงลูก ไข่ฮ้างฮังแบ่งออกเป็นสองประเภท
 
1. ไข่ลูก คือไข่มีเชื้อที่เริ่มเจริญเป็นตัวอ่อน และตายในระยะใดระยะหนึ่ง
ไม่สามารถฟักเป็นตัวออกมาจากไข่เป็นลูกเจี๊ยบได้
 
2. ไข่ข้าว คือไข่ที่ไม่มีเชื้อ ไม่มีการเจริญเป็นตัวอ่อน
แต่ได้รับการฟักทำให้สภาพของเนื้อไข่เปลี่ยนแปลงไป 
(ความร้อนจากแม่ไก่ฟัก) ทำให้ไข่ข้าวแตกต่างจากไข่ไก่สดที่ทั่วไป
 
 

15.

ไข่ฮ้างฮั้งที่ไม่ฟักแล้ว

 

โดย ravio

 

กลับไปที่ www.oknation.net