วันที่ อังคาร กันยายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“มนัญญา” บุกดูขั้นตอนตรวจสารเคมีนำเข้า ขอนั่งหัวโต๊ะ กก.เชื่อ 60 วันแบนสารพิษได้


“มนัญญา” บุกดูขั้นตอนตรวจสารเคมีนำเข้า ขอนั่งหัวโต๊ะ กก.เชื่อ 60 วันแบนสารพิษได้

เผยแพร่: 23 ก.ย. 2562 15:29   ปรับปรุง: 23 ก.ย. 2562 16:03   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

 

 

ภาพ  : นางสาวมนัญญา  ฯ  รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าตรวจสต๊อคนำเข้าสารเคมีมีพิษ

                (ภาพจากผู้จัดการออนไลน์-ขอขอบคุณ)

 

รมช.เกษตรฯ ลุยต่อเนื่องลงพื้นที่ดูขั้นตอนตรวจสอบสารเคมีนำเข้า หวั่น 3 สารพิษเล็ดลอด เล็งตรวจตัวเลขบริษัทที่นำเข้าสารเคมี กับข้อมูลของกรมวิชาการเกษตร ที่ไม่ตรงกัน พร้อมขอนั่งหัวโต๊ะ กก.4 ฝ่าย เชื่อแบนได้ภายในระยะเวลา 60 วัน

วันนี้ (23 ก.ย.) น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาสารเคมีเกษตรที่มีความเสี่ยงสูง 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลฟอเซต ณ ด่านตรวจพืชท่าเรือกรุงเทพ กรมวิชาการเกษตร โดยระบุว่า เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมาได้รับตัวเลขสต๊อกของสารเคมีมาแล้ว แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ในเวลานี้ และต้องการลงพื้นที่สุ่มตรวจและเปิดเผยให้สาธารณชนรับทราบ เพราะประชาชนเป็นผู้บริโภค ฉะนั้นต้องรู้ข้อมูลว่าสิ่งที่บริโภคเข้าไปนั้นมีความเป็นพิษหรือไม่

“สารเคมีทั้ง 3 ชนิดอยู่ตรงไหน ประชาชนจับตาดูอยู่ แล้วคุณบอกว่ามีอยู่เป็นหมื่น แล้วตอนนี้ขายไปแล้วอยู่เท่าไหร่ ณ วันที่ตรวจเหลืออยู่เท่าไหร่ และอยู่ในท้องตลาดอีกเท่าไหร่ แต่ตอนนี้มีข้อมูลตรงนี้อยู่แล้วว่าสต๊อกมีอยู่ขนาดนี้ รู้แม้กระทั่งร้านค้าจำหน่ายอยู่แห่งหนตำบลใด เมื่อมีการยกเลิก ของเหล่านี้ต้องหายไป ไม่ใช่การยืดระยะเวลาขายของ เราไม่ต้องการให้ยืดระยะเวลาขายของ เราต้องการให้สาร 3 ชนิดนี้ขาดไปเลย แต่ตราบใดคณะกรรมการวัตถุอันตราย ต้องยืดมติไปอีก 2-3 เดือน เป็นโอกาสให้การขายสารเคมีสามารถยืดออกไป ทั้งที่ไม่สามารถนำเข้ามาได้”

น.ส.มนัญญากล่าวว่า ปฏิบัติการวันนี้ต้องการตรวจสอบการนำเข้าการนำเข้าสารเคมีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทราบว่ามี 5 ชนิด ประกอบด้วย สารป้องกันกำจัดโรคพืช และป้องกันกำจัดแมลง รวมถึงมีการตรวจสอบตัวอย่างสารให้เป็นไปตามขั้นตอนหรือไม่ ทั้งนี้ ตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการนำเข้าสารเคมีที่มีการปะปนกันมามากกว่าหนึ่งชนิดในตู้คอนเทนเนอร์เดียวกันใช่หรือไม่ เช่น 3 ตู้ มี 3 สารปนกันอยู่ในแต่ละตู้ซึ่งทำให้ยากต่อการตรวจสอบ และอาจมีการปลอมปนเข้ามาได้ จึงเสนอให้มีการแยกสารแต่ละชนิดอยู่แต่ละตู้ นอกจากนี้ยังสอบถามถึงสินค้าเกษตรต่างๆ ที่นำเข้ามาด้วย เช่น เมล็ดผักชีที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ

สำหรับสารเคมีเกษตรที่มีความเสี่ยงสูงทั้ง 3 ชนิด คือ พาราควอต คลอร์ไพรีฟอส และไกลโฟเซต หลังจากที่ถูกสั่งห้ามนำเข้าตั้งแต่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นสารเคมีอันตรายที่กระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมปรากฏว่าไม่พบมีการนำเข้าผ่านด่านตรวจพืชท่าเรือกรุงเทพ แม้จะไม่มีการนำเข้า 3 สารเคมีดังกล่าว แต่ขณะนี้ยังคงค้างอยู่ในสต๊อก

น.ส.มนัญญากล่าวว่า การที่ “คณะกรรมการวัตถุอันตราย” ยังไม่มีมติออกมาชัดเจน และขอยืดระยะเวลาพิจารณาออกไปก็เท่ากับปล่อยให้สารเหล่านี้สามารถยืดการขายต่อไปได้อีก

จากนั้นเดินทางต่อไปยังนิคมอุตสาหกรรมบางปู เข้าไปที่บริษัทเเห่งหนึ่งที่ได้รับใบอนุญาตในการนำเข้าพาราควอต และไกลโฟเซต เพื่อตรวจสอบสต๊อกการนำเข้าและคงค้าง โดยเจ้าหน้าที่บริษัทฯ ให้ข้อมูลว่า ปี 2562 ได้นำเข้าสารทั้ง 2 ชนิดจริง มีใบอนุญาต โดยพาราควอตนำเข้า 190 ตัน ส่วนไกลโฟเซตนำเข้า 370 ตัน

ขณะเดียวกัน มีอีกหนึ่งบริษัทที่เป็นเจ้าของเดียวกัน สามารถนำเข้าได้เพียงสารพาราควอต ซึ่งปี 2562 นำเข้ามาแล้ว 54 ตัน โดยสารทั้ง 2 ชนิดได้จำหน่ายต่อให้ร้านค้า และบางส่วนอยู่ในมือเกษตรกรแล้วจึงไม่มีสต๊อกตกค้างที่บริษัท

ทั้งนี้ ทีมงานของรัฐมนตรีช่วยเกษตรฯ ได้ขอเอกสารการนำเข้าและปริมาณของสารเคมีอันตรายทั้งสองชนิด เพื่อนำกลับไปตรวจสอบว่าเป็นข้อมูลที่ตรงกับข้อมูลของกรมวิชาการเกษตรหรือไม่ เบื้องต้นพบว่าตัวเลขไม่ตรงกัน

 

---------------------------------  

ที่มา  :    

                            https://mgronline.com/politics/detail/9620000091681

                               ( ขออนุญาตเผยแพร่และขอขอบคุณ)

 

โดย แดนอีศาน

 

กลับไปที่ www.oknation.net