วันที่ อังคาร ตุลาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เตรียมรับมือคุณภาพอากาศในกรุงเทพที่ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ


1 ต.ค.62เวลา 13.00 น. ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล  เป็นประธานแถลงข่าว“การเตรียมรับมือคุณภาพอากาศในกรุงเทพที่ไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพ” ร่วมกับ   รศ.นพ.นิธิพัฒน์ เจียรกุล หัวหน้าสาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล  ณ ห้องประชุม 204 อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 2 รพ. ศิริราช 

สืบเนื่องจากปัญหามลพิษในอากาศของกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5) ที่รุนแรงขึ้นในช่วงปลายปีก่อนตลอดมาจนถึงต้นปีนี้ แล้วจึงค่อยๆ ดีขึ้นตามการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ จนเมื่อเริ่มมีมวลอากาศเย็นแผ่มาปกคลุมประเทศไทยตั้งแต่กลางเดือนที่แล้ว ทำให้เกิดปรากฏการณ์อุณหภูมิผกผัน (temperature inversion) คุณภาพอากาศจึงแย่ลงเร็วจากมลพิษในอากาศ ที่ไม่สามารถฟุ้งกระจายออกไปได้ตามปกติ สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าเรายังไม่สามารถควบคุมแหล่งการผลิตมลพิษเหล่านี้ได้  ไม่ว่าจะเป็นในภาคอุตสาหกรรม การคมนาคม การก่อสร้าง และกิจกรรมประจำวันของประชากรกรุงเทพ และคาดว่าจะรุนแรงมากขึ้นตามลำดับต่อไป

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล คำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชน จึงขอให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาขน ร่วมมือกันเตรียมความพร้อมในการรับมือสถานการณ์ดังกล่าว คือ

1. ให้ความรู้กับประชาชนเพื่อให้ตระหนักถึงพิษภัยของมลพิษในอากาศ ที่มีผลคุกคามต่อทุกคนโดยเฉพาะ

    เยาวชน สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง

2. ให้การศึกษากับประชาชนเพื่อปรับกิจกรรมประจำวันและใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเองที่ถูกต้องเหมาะสมตาม

    คุณภาพอากาศ โดยคำนึงถึงว่า

       2.1 การวัดปริมาณ PM2.5 ที่ไม่แยกปริมาณไอน้ำออกไป ด้วยเครื่องมือวัดแบบพกพาหรือแบบที่ไม่ซับซ้อน

             อาจจะได้ค่าสูงกว่าการวัดด้วยเครื่องมือมาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษถึง 1.5 เท่า

     2.2 ระดับการเตือนภัย (ในรูปแบบรหัสสีต่างๆ) ของกรมควบคุมมลพิษ สูงกว่าระดับที่รับรองโดยองค์การ

           อนามัยโลกและประเทศที่ให้ความสำคัญกับปัญหานี้

         3. จัดหาอุปกรณ์ป้องกันสาหรับประชาชนให้เพียงพอ ทั้งหน้ากากอนามัย หน้ากาก N-95 สำหรับใช้กลางแจ้ง

              และเครื่องฟอกอากาศหรือแผ่นกรองอากาศ สำหรับใช้ในตัวอาคาร

 

4. ดำเนินการตามกฎหมายโดยเคร่งครัดเมื่อคุณภาพอากาศอยู่ในระดับอันตราย ทั้งการควบคุมปริมาณและ

    คุณภาพยานพาหนะ การจำกัดกระบวนการก่อสร้าง ลดกำลังการผลิตทางอุตสาหกรรม และควบคุมการ            

    เผาในที่โล่งแจ้ง รวมถึงการปิดสถานศึกษาและสถานที่ทำงานของภาครัฐและเอกชน

5. จัดหาสถานที่สาธารณะในแต่ละชุมชนให้เพียงพอ เพื่อเป็นที่พักอาศัยของประชากรกลุ่มเสี่ยงเมื่อระดับคุณภาพ

    อากาศอยู่ในระดับอันตรายหรือวิกฤต โดยต้องมีการติดตั้งระบบปรับและฟอกอากาศที่มีประสิทธิภาพใน

    สถานที่นั้นด้วย

โปรดใส่ใจคุณภาพของอากาศที่ทุกคนต้องใช้ร่วมกัน โดยเฉพาะเยาวชนที่จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญของชาติใน

อนาคต 

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net