วันที่ พุธ ตุลาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

‘บิ๊กตู่’เหน็บบางคนย้อนทางประเทศที่เจริญแล้ว ชวนแต่แก้ กม.ให้มากที่สุด


สวัสดีครับ

         เลือดความ'เหวง'ของหมอเหวงคงแรงจัดยิ่งนัก จึงถ่ายทอดให้ลูกชายจนกลายเป็น 'ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น'ไปแล้ว แล้วนพ.

สลักธรรม โตจิราการ ที่มีสายเลือดของนางธิดา ถาวรเศรษฐ และนพ.เหวง โตจิราการ ก็คงจะใช้ความ 'เหวง' ก่อกวนสังคมไทยรับ

ช่วงจากพ่อ - แม่ ไปเต็มๆเลยทีเดียว

 

 

 

‘บิ๊กตู่’เหน็บบางคนย้อนทางประเทศที่เจริญแล้ว ชวนแต่แก้ กม.ให้มากที่สุด

‘บิ๊กตู่’เหน็บบางคนย้อนทางประเทศที่เจริญแล้ว ชวนแต่แก้ กม.ให้มากที่สุด

วันพุธ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.09 น.

‘บิ๊กตู่’ชี้ประเทศที่เจริญแล้วเคารพกฎหมาย เหน็บบางคนย้อนทางชวนแก้กฎหมายให้มากที่สุด เปรียบคำหวานดั่งยาพิษ สุดท้ายก็ตายอยู่ดี

เมื่อเวลา 10.20 น.วันที่ 2 ตุลาคม 2562 ที่วัดราชาธิวาส ถนนสามเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวว่า เรามีกฎหมายไว้ให้ทำ หรือไม่ให้เกิดปัญหา ถ้าไม่เคารพกฎหมายมันก็เลิกหมด ทุกประเทศที่เขาเจริญ เขาก็เคารพกฎหมายทุกตัว กฎหมายทุกตัวจริงๆ ต้องตามดูแล้วกัน แต่ชวนกันเลิกกฎหมายหรือชวนแก้กฎหมายให้มากที่สุด ตนไม่รู้มันย้อนทางกันอย่างไรยังไม่รู้เลย และการแก้ปัญหาอะไรก็ตาม ต้องใช้สติปัญญาในการแก้ไขปัญหา เพราะปัญหาไม่ใช่แก้ง่ายๆ หรือแก้เร็วๆ แล้วจบ ได้รับความชื่นชมแล้วจบ แล้วปัญหาจะเกิดอีกหรือไม่ ในวันหน้าก็เกิดขึ้นอีกนั่นแหละ เราต้องแก้วิธีการคิดใหม่ใช้สติปัญญาแก้ทุกเรื่อง ประชาชนต้องมีส่วนร่วมเจ้าหน้าที่เองก็ต้องเข้มแข็ง กฎหมายทุกตัวต้องใช้ได้ ถ้าทุกคนต่างลดการทำความผิด ก็ไม่เกิดขึ้นซักอย่าง ทุกอย่างจะมีการพัฒนา เศรษฐกิจก็เดินหน้าไปเรื่อยๆ

“เพราะฉะนั้นก็ขอความกรุณาช่วยกันเถอะ ผมรับผิดชอบอยู่แล้ว โยนไปให้ใครไม่ได้นายกฯ ต้องรับผิดชอบ แต่ช่วยผมหน่อยเท่านั้นเอง ผมขอแค่นั้นแหละ และกรุณาฟังสิ่งที่ผมพูดบ้าง เจตนาของผมไม่มีอะไรกับใครทั้งสิ้น แต่จะให้ผมพูดคำหวานอย่างเดียวก็คงไม่ใช่ ทุกคนชอบคำหวาน เสร็จแล้วนั่นก็คือยาพิษสำหรับท่าน การช่วยคนถ้าช่วยในทางที่ไม่ถูกต้อง นั่นคือการให้ยาพิษ วันหน้าท่านก็ตายอยู่ดี ผมไม่ใช่คนแบบนั้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

เชื้อไม่ทิ้งแถว! 'ลูกเหวง'ไปไกลมากโยง'ชิมช็อปใช้'ถึงค่ายกักกันไร้รั้ว'ซินเจียง'

เชื้อไม่ทิ้งแถว! 'ลูกเหวง'ไปไกลมากโยง'ชิมช็อปใช้'ถึงค่ายกักกันไร้รั้ว'ซินเจียง'

วันพุธ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.30 น.

เมื่อวานนี้(1 ตุลาคม 2562) นพ.สลักธรรม โตจิราการ บุตรชายนางธิดา ถาวรเศรษฐ และนพ.เหวง โตจิราการ  แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผ็จการแห่งชาติ(นปช.)  แสดงความคิดเห็นโครงการ“ชิมช็อปใช้”ผ่านเฟซบุ๊กว่า“ชิมช็อปใช้” สิ่งที่น่ากลัวสุดไม่ใช่แค่การเอาเงินใส่มือชาวบ้านไปให้นายทุนใหญ่ แต่เป็นเรื่อง “การจดจำใบหน้าผ่านแอปพลิเคชัน”ที่รัฐไทยพยายามสร้าง “ระบบจดจำใบหน้า” ของประชาชน

วิธีคือการที่ให้สแกนใบหน้าแล้วมีผ่านไม่ผ่านนั่นแหละ

การให้สแกนคือการเอารูปถ่ายในชีวิตจริงไปเทียบกับรูปถ่ายในบัตรประชาชนว่าเวลาถ่ายรูปในชีวิตจริงแล้วเอาระบบคอมพิวเตอร์ไปจับจะตรวจสอบได้ตรงกับความจริงแค่ไหน

เท่ากับรัฐให้เงินคน 1,000 บาทเพื่อเป็น “หนูทดลอง”ระบบจดจำใบหน้าของรัฐไทย

ระบบนี้อาจเป็นพื้นฐานในการสร้างระบบรัฐตำรวจที่กล้องวงจรปิดจดจำผู้ “กระด้างกระเดื่อง”ต่อรัฐ 100% และสร้าง “ค่ายกักกันไร้รั้ว”แบบที่จีนทำในซินเจียงได้

เรื่องนี้ดำเนินการโดยไม่ได้มีการแจ้งประชาชน ไม่ได้มีการออกกฎหมาย ไม่ได้มีการถกเถียงในสภาเลย

ถามจริงเถอะแบบนี้เป็นธรรมกับประชาชนเหรอ?

 

 
ชลประทานเตือน! ปรับระดับน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เฝ้าระวังปลากระชังแม่น้ำน่านน็อคตาย

ชลประทานเตือน! ปรับระดับน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เฝ้าระวังปลากระชังแม่น้ำน่านน็อคตาย

วันพุธ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 14.32 น.

2 ตุลาคม 2562 นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า ด้วยในช่วงนี้เขื่อนสิริกิติ์มีความจำเป็นจะต้องปรับแผนการระบายน้ำ จึงทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำน่าน จะมีการเปลี่ยนแปลงพอสมควรในช่วงสัปดาห์นี้ อาจมีขึ้นและลงในระดับที่แตกต่างกันมาก จึงขอให้ระมัดระวังในการดำเนินการกิจกรรมในแม่น้ำน่าน เช่น การเลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำ แพสูบน้ำ แพผู้อยู่อาศัย เป็นต้น นอกจากนี้ยังขอความร่วมมือเกษตรกรปลูกข้าวนั้นให้ชะลอก่อน เพื่อประหยัดการใช้น้ำ ซึ่งรอดูในวันวันที่  30 ตุลาคมนี้ก่อนว่าปริมาณน้ำในเขื่อนหลัก 4 แห่ง จะมีประมาณน้ำเท่าไร ก่อนที่จะเปิดส่งน้ำให้เกษตรกรทำนาอีกครั้ง

จากการที่ระดับน้ำในแม่น้ำน่าน ทำให้มวลน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองพิษณุโลก โดยเฉพาะช่วง ต.จอมทอง อ.เมืองพิษณุโลก ที่ผ่านมามีระดับน้ำลดลงไปมากตามแผนการปรับใช้น้ำ จนแม่น้ำน่านบางจุดตื้นเขินเห็นสันดอนทรายและส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังเล็กน้อย 

ล่าสุดวันนี้ทางชลประทานได้ประกาศให้ผู้เลี้ยงปลากระชังทราบว่า จะมีการระบายน้ำเพิ่มมากขึ้น ทำให้ระดับน้ำแม่น้ำน่านเพิ่มสูงขึ้นเกือบ 1 เมตร โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังต้องเฝ้าคอยปรับกระชังให้เหมาะสมกับระดับน้ำที่ขึ้นลงตามไปด้วยอย่างใกล้ชิด เพราะที่ผ่านมาหากน้ำลดกระชังเกยตื้นจะส่งผลให้ปลาในกระชังตายได้

 โดย นายทวี  ด้วงฉุน อายุ 58 ปี ชาวบ้าน หมู่ 4 บ้านปากโทก ต.จอมทอง กล่าวว่า ที่ผ่านมาระดับน้ำในแม่น้ำน่านต่ำมากเพราะเขื่อนหยุดการระบายน้ำ ซึ่งก็ต้องปรับตัวตามไปด้วยเนื่องจากเพิ่งลงพันธุ์ปลานิลจำนวนกว่า 5,000 ตัว แต่ขณะนี้ทางเขื่อนได้ประกาศออกมาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังรับทราบ ว่าจะมีการระบายน้ำออกมา จึงอาจทำให้ปลาที่เลี้ยงอยู่เกิดน็อคน้ำตายได้เพราะปรับตัวไม่ทัน แต่ก็พบว่ามีปลาที่เลี้ยงไว้ตายไปจำนวนไม่มากนัก เฉลี่ยวันละประมาณ 5-6 ตัวเท่านั้น 

ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังในพื้นที่หลายรายต่างทราบดีเพราะทางเขื่อนมีการประกาศแจ้งเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงคอยเฝ้าปรับรอกให้กระชังขึ้นลงตามระดับน้ำที่เหมาะสม พร้อมเฝ้าดูแลกระชังอย่างใกล้ชิดตลอด ส่วนในปีนี้ปลาขายได้ราคาดีอยู่ที่กิโลกรัมละ 77 บาท จะมีพ่อค้าขาประจำมารับถึงที่เพื่อไปจำหน่ายต่ออีกทอดหนึ่ง แต่ก็ยังมีปลาบางส่วนที่มีอาการป่วยจึงต้องให้ยารักษาโรค อาจจะแจ้งทางกรมประมงให้รับทราบเรื่องอีกครั้งหนึ่ง.

 
  •  
 
 
ที่สุดในโลก!! ชาวโคราชร่วมทำ'ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนเจ' ยาว67เมตร-ใช้คนปรุง167คน

ที่สุดในโลก!! ชาวโคราชร่วมทำ'ก๋วยเตี๋ยวลุยสวนเจ' ยาว67เมตร-ใช้คนปรุง167คน

วันอังคาร ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 22.02 น.

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ที่ลานพระอาทิตย์ หน้าศูนย์การค้าเดอะมอลล์นครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นายชัชวาล วงศ์จร ประธานหอการค้า จ.นครราชสีมา , นางฌัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย นายกเหล่ากาชาด จ.นครราสีมา คนไทยเชื้อสายจีน ตระกูลแซ่ ใน จ.นครราชสีมา และหน่วยงานองค์กรต่างๆ ได้ร่วมกันปรุงเมนูอาหารเจ เป็นก๋วยเตี๋ยวแปดเซียนลุยสวนเจยาวที่สุดในโลก เทิดพระเกียรติฯ ในหลวง รัชกาลที่ 10 ทรงพระชนมายุ 67 พรรษา โดยมีขนาดความยาว 67 เมตร ใช้คนปรุงเมนูมากถึง 167 คน

ทั้งนี้ ก๋วยเตี๋ยวแปดเซียนลุยสวนเจ ใช้วัตถุดิบมงคล 8 อย่าง ประกอบด้วย เห็ดออรินจิ เห็ดหอม เต้าหู้ แปะก๊วย เม็ดบัว ถั่วแดง พุทราจีน และแครอท ผัดสดหลากชนิด ห่อด้วยเส้นก๋วยเตี๋ยวแบบไม่ตัดแผ่นใหญ่ แจกให้คนที่มาเดินเที่ยวชมงาน "เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย" ภายในห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์นครราชสีมา ซึ่งสามารถแจกให้คนกินได้มากกว่า 670 จาน อร่อยจนทุกคนต่างยกนิ้วให้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด ทั้งนี้ เพื่อเป็นการร่วมทำบุญเนื่องในโอกาสเทศกาลกินเจ ประจำปี 2562

 
 
 
 
 

สังขละบุรีเริ่มหนาวแล้ว! หมอกลอยอ้อยอิ่งเหนือทะเลสาบยั่วยวนชวน นทท.มาสัมผัส

สังขละบุรีเริ่มหนาวแล้ว! หมอกลอยอ้อยอิ่งเหนือทะเลสาบยั่วยวนชวน นทท.มาสัมผัส

วันพุธ ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 11.26 น.

อำเภอสังขละบุรีเริ่มหนาวแล้ว เช้าๆ มีหมอกลอยอ้อยอิ่งเหนือทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ์ หรือ "เขื่อนเขาแหลม" กาญจนบุรี เชิญชวนนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบธรรมชาติมาสัมผัสได้แล้ว

บรรยากาศบ้านวังกะ หมู่ที่ 2 ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นชุมชนชาวมอญที่สร้างบ้านเรือนลดหลั่นบนไหลเขา ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ ส่งผลให้ในช่วงเช้าช่วงนี้เริ่มมีสายหมอกลอยอ้อยอิ่งเหนือผืนน้ำส่งผลให้บรรยากาศโดยรอบของหมู่บ้าน สวยงามและเงียบสงบ จึงเป็นอีกส่วนที่หนึ่งที่นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวสังขละบุรี เลือกที่จะมาชื่นชมความสวยงามและถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึกในช่วงเช้าๆ

อีกสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่ทุกคนต้องหาโอกาสมาเดินชมบรรยากาศยามเช้าในการมาท่องเที่ยวพักผ่อนที่สังขละบุรีก็คือสะพานไม้อุตมานุสรณ์ ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย สร้างขึ้นมาเพื่อใช้เดินทางข้ามแม่น้ำซองกาเลีย ซึ่งเช้าๆจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากลงมาสัมผัสอากาศที่เย็นสบาย โดยมีเด็กๆท้องถิ่นที่ทำหน้าที่มัคคุเทศน์น้อย คอยบอกเล่าเรื่องราวการก่อสร้างสะพานให้นักท่องเที่ยวได้รู้ และคอยให้บริการการทาแป้งทานาคา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของเมืองสังขละบุรี ซึ่งมีลวดลายหลายแบบให้เลือกตามใจชอบ พร้อมเสียงเจื้อยแจ้ว ทาแป้งไหมคะแล้วแต่จะให้ ที่ค้นหูนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสะพานแห่งนี้

นอกจากนั้นการได้เริ่มวันใหม่ด้วยการตักบาตรข้าวสุกและดอกไม้ ธูปเทียน แบบมอญ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทุกคนที่มาเยือนเมืองเล็กๆแห่งนี้ไม่พลาดที่จะมาร่วม

โดยนักท่องเที่ยวจะเดินทางมาแต่เช้าตรู่เพื่อเลือกหาร้านค้าที่ให้บริการชุดใส่บาตรที่สนนราคาชุดละ 99 บาท ซึ่งประกอบด้วยข้าวสุก น้ำดอกไม้ ธูป เทียน อาหารแห้ง บรรจุไว้ในถาดที่สวยงาม พร้อมมีเก้าอี้ให้ได้นั่งรอ ระหว่างที่รอพระสงฆ์เดินทางมา ทางร้านยังมีบริการให้สวมชุดพื้นเมืองทั้งชุดกะเหรี่ยง มอญ พม่า ให้นักท่องเที่ยวได้สวมใส่ระหว่างการใสบาตร ซึ่งเป็นอีกบริการที่ทุกคนชื่นชอบ จึงไม่แปลกที่จะเห็นนักท่องเที่ยวสวมชุดพื้นเมืองรอใส่บาตรพระยาวสุดสายตา ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามและเป็นที่ประทับใจของทุกคนที่มาเยือนสังขละบุรี 

โดยการใส่บาตรจะมีข้อห้ามสำคัญคือระหว่างใส่บาตรพระสงฆ์ ห้ามสวมรองเท้า ซึ่งเป็นประเพณีปฎิบัติของชาวมอญที่นี่ที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ในอดีต ส่วนการใส่บาตร ให้เริ่มด้วยการตักข้าวสุกใส่ในบาตรพระ ส่วนดอกไม้ธูปเทียนและของอย่างอื่นให้วางไว้บนบาตรพระ ส่วนกับข้าวชาวบ้านที่นี่จะนำไปถวายที่วัดในภายหลัง

 

ส่วนบรรยากาศหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ อ.สังขละบุรี พบว่าอากาศเริ่มเย็นลงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงเช้าๆ ตั้งแต่เวลา 05.00-08.00 น. บางพื้นที่ในช่วงเวลาดังกล่าวจะเกิดภาพสายหมอกและทะเลหมอก เช่น บริเวณทางหลวงหมายเลข 323 ช่วงระหว่างจุดตรวจสะพานรันตี-ทางแยกเข้าบ้านกองม่องทะ ซึ่งทาง อบต.ไล่โว่ มีโครงการที่จะปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นจุดพักรถ ชมทะเลหมอกและดูพระอาทิตย์ขึ้น ก่อนเดินทางขึ้นไป ท่องเที่ยวต่อยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในตัวเมืองสังขละบุรี โดยคาดว่าทุกอย่างจะเสร็จภายในปีนี้ เพื่อรองรับการท่องเที่ยวของสังขละบุรี ในปี 2563

 
 
 
 
 


หน้าแรก / เศรษฐกิจมหภาค การค้า - การเกษตร “พพ.” ลุยสร้างต้นแบบสมาร์ทฟาร์ม

“พพ.” ลุยสร้างต้นแบบสมาร์ทฟาร์ม

02 Oct 2019

พพ. ลุยขยายผล ส่งเสริมทำสมาร์ทฟาร์มทั่วประเทศ ตามโครงการสาธิตเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปี 62 หนุนฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ประเภท  
                นายสาร์รัฐ  ประกอบชาติ  ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนิน โครงการสาธิตเทคโนโลยีการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ (Smart Farm)” ว่า พพ. ได้เร่งขยายผลการส่งเสริมให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ในรูปแบบฟาร์มทั่วประเทศ ไปสู่การเป็นสมาร์ทฟาร์ม โดยการปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ วัสดุ เครื่องจักร สนับสนุนให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีด้านการเกษตรสมัยใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะการปรับกระบวนการดำเนินงานที่มุ่งเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกับการใช้พลังงานทดแทนอย่างเหมาะสมและการนำระบบจัดการฟาร์ม  และIoT มาใช้

ขณะนี้ พพ. ได้เปิดให้ฟาร์มปศุสัตว์ที่เป็นทั้งส่วนของเอกชน สหกรณ์การเกษตร และวิสาหกิจชุมชนที่สนใจ สมัครขอรับเงินสนับสนุนกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปี 2562 ที่จะมีการคัดเลือกให้เข้าโครงการไม่น้อยกว่า 30 ราย แบ่งออกเป็นประเภท ฟาร์มสัตว์ปีก ฟาร์มสุกร ฟาร์มโค และฟาร์มสัตว์น้ำ เพื่อให้เกิดความหลากหลายของกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่จะสามารถยกระดับไปสู่การเป็นต้นแบบ สมาร์ทฟาร์ม หรือ ฟาร์มอัจฉริยะ ของประเทศ

ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของโครงการดังกล่าว ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณไม่เกิน 30% ของเงินลงทุน สูงสุด 900,000 บาทต่อราย เพื่อพัฒนาฟาร์มของตนสู่การเป็นฟาร์มต้นแบบสมาร์ทฟาร์ม ที่มีการใช้พลังงานให้เกิดประโยชน์และผลผลิตสูงสุด โดยฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นฟาร์มที่มีจำนวนของสัตว์เลี้ยงชนิดต่าง ๆ ดังนี้ ฟาร์มสัตว์ปีก มีจำนวนสัตว์ไม่เกิน 50,000 ตัวต่อ  โรงเลี้ยง ฟาร์มสุกร มีจำนวนสัตว์ไม่เกิน 5,000 ตัวต่อโรงเลี้ยง ฟาร์มโค มีจำนวนสัตว์ไม่เกิน 500 ตัวต่อโรงเลี้ยงหรือต่อฟาร์ม ฟาร์มสัตว์น้ำ (กุ้งหรือปลา) ต้องไม่เข้าข่ายเป็นอาคารหรือโรงงานควบคุมตาม พ.ร.บ. การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2550) 

สำหรับรูปแบบการเข้าไปสนับสนุนผู้ประกอบการฟาร์มนั้น  พพ. จะมีการจัดส่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เข้าไปเป็นพี่เลี้ยงคอยให้คำแนะนำในแต่ละขั้นตอนการพัฒนาการใช้พลังงานภายในฟาร์มอย่างใกล้ชิด  เพื่อยกระดับภาคเกษตรกรฟาร์มเลี้ยงสัตว์สู่การเป็นต้นแบบสมาร์ทฟาร์ม ที่สามารถขยายผลแนวทางการบริหารจัดการประหยัดพลังงานให้กับผู้ประกอบการฟาร์มอื่น ๆ ได้ 

..................................................

2 ตุลาคม 2562

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net