วันที่ พุธ ตุลาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เก็บตกThailand Museum Expo 2019


 

 

มิวเซียมหลวง

 

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 มีการเจริญสัมพันธไมตรีกับชาติมหาอำนาจ โดยเฉพาะยุโรปและอเมริกาส่งผลมีการพัฒนาราชอาณาจักรสยาม ตามแนวทางของประเทศตะวันตกเป็นอย่างมากในหลายๆด้าน งานพิพิธภัณฑ์สถานจึงถือกำเนิดขึ้นจากความสนพระราชหฤทัยส่วนพระองค์และพระราชพิธีโสภาพายเผยแพร่ความมีอารยะและความทันสมัยของสยาม ต่อสายตาชาวโลกทรงเป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สถานขึ้นเป็นครั้งแรก ณพระที่นั่งราชฤดีข้างพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย ด้านทิศตะวันออกในพระบรมมหาราชวังเป็นพิพิธภัณฑสถานส่วนพระองค์แต่ก็เปิดให้ผู้อื่น ชมส่วนใหญ่เป็นคณะทูตานุทูตชาวต่างประเทศ ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ให้ย้ายวัตถุจัดแสดงจากพระที่นั่งราชฤดี มาไว้ที่พระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์ บริเวณที่ตั้งพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาทปัจจุบันเป็นอาคารใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมสามารถจัดวางสิ่งของในลักษณะของพิพิธภัณฑ์สถานส่งเรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า The Royal Museum ทรงบัญญัติศัพท์ภาษาไทยว่าพิพิธภัณฑ์แล้วก็ตาม

 

มิวเซียมหลวงที่วังหน้า  

 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ย้ายวัตถุจัดแสดงทั้งหมดจากพระที่นั่งประพาสพิพิธภัณฑ์มาไว้ที่อาคารใหม่คือหอคองคอเดียโดยเรียกทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่ารอยัล siamese Museum หรือ Museum หลวง ศาลาสหทัยสมาคมปัจจุบัน​ มีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 19 กันยายนพ.ศ 2417 ถือเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งแรกที่เป็น การเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม ต่อมาในปีพุทธศักราช 2538 รัฐบาลไทยโดยมติคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบให้วันที่ 19 กันยายนของทุกปีเป็นวันพิพิธภัณฑ์ไทย ผู้ดูแลกิจการ Museum หลวงณหอคองคอเดียคือกรมทหารมหาดเล็ก กระทรวงวางต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ย้ายหอมิวเซียมมาอยู่บนพื้นที่พระราชวังบวรสถานมงคลหรือวังหน้าบางส่วนบางท่านเรียกว่าแซมหลวงหรือพิพิธภัณฑ์วังหน้าแล้วยกฐานะเป็นกรมพิพิธภัณฑ์ขึ้นกับกระทรวงธรรมการ กระทรวงศึกษาธิการปัจจุบันดำเนินงานหรือกิจการพิพิธภัณฑ์สถานอย่างเป็นระบบตามหลักสากล

 

ประชาคมพิพิธภัณฑ์ไทย

 

กรมศิลปากรในฐานะหน่วยงานของรัฐที่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานด้านพิพิธภัณฑ์ได้กำหนดให้มีกิจกรรมเนื่องในโอกาส วันพิพิธภัณฑ์ไทยอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี การจัดกิจกรรมมหกรรมพิพิธภัณฑ์ไทยเริ่มครั้งแรกเมื่อพุทธศักราช 2559 ภายใต้กรอบแนวคิดเราจะร่วมแรงร่วมใจสร้างสรรค์พิพิธภัณฑ์ไทยให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิตเช่นกิจกรรมว่ามหกรรมพิพิธภัณฑ์ไทย 2559 อัศจรรย์พิพิธภัณฑ์ Thai Thailand Expo 2016 Amazing  Thai Museums​ ประกอบด้วยการจัดนิทรรศการพิเศษเรื่องของดีมีมาอวดนะพระที่นั่งอิศราวินิจฉัยการเสวนาวิชาการและการแสดงของสะสมล้ำค่าณห้องประชุมดำรงราชานุภาพการออกร้านแสดงผลงานและนวัตกรรม ด้านพิพิธภัณฑ์บริเวณสนามข้างพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ ในปี 2560 และ 2561 ไม่มีกิจกรรมแบบปี 2559 แต่เป็นการจัดประชุมเสวนาวิชาการในหมู่เครือข่ายพิพิธภัณฑ์และผู้ประกอบการธุรกิจด้านพิพิธภัณฑ์เนื่องจากมี พระราชพิธี ถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชพระเมรุมาศท้องสนามหลวง

 

ในโอกาสวันพิพิธภัณฑ์ไทยเวียนมาบรรจบครบรอบอีกวาระในพุทธศักราช 2562 กรมศิลปากรจึงได้จัดให้มีกิจกรรม ภายใต้กรอบแนวคิดประชาคมพิพิธภัณฑ์ไทยเพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของสภาการพิพิธภัณฑ์ระหว่างชาติ International Council of Museum หรือICOM ประจำปี 2562

 

งานมหกรรมพิพิธภัณฑ์ไทย 2562 หรือ Thailand Museum Expo 2019 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 กันยายน ถึง 22 กันยายน 2562 เนื่องจากวันที่ 19 กันยายน ทุกปี เป็นวันพิพิธภัณฑ์ไทย กรมศิลปากร จึงถือเป็นภารกิจจัดงานที่ระลึก โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ประชาคมพิพิธภัณฑ์ไทย เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของสภาการพิพิธภัณฑ์ ระหว่างชาติ หรือICOM ที่ว่าพิพิธภัณฑ์ เสมือนศูนย์กลางวัฒนธรรมสัมพันธ์ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนสู่อนาคต

 

นายกฤษศญพงศ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติจากวงการพิพิธภัณฑ์ และสื่อมวลชนแล้ว ทุกคนต่างแยกย้ายกันชมบูธพิพิธภัณฑ์ต่างๆ มากกว่า 50 บูธภายในเต็นท์ปรับอากาศขนาดใหญ่ ซึ่งรูปแบบจัดงาน จัดขึ้นตามแนวคิดจัดนิทรรศการ ที่เรียกว่า เนชั่นนาล เอกษฮีบิชั่น(National Exhibition) ณ ท้องสนามหลวงสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อ พุทธศักราช 2425 สมัยนั้นจัดแสดงสินค้าหัตถกรรมและสินค้าพื้นเมืองเนื่องในโอกาสสมโภชพระนคร (กรุงรัตนโกสินทร์) สถาปนาครบ 100 ปี โดยแยกจัดแสดงเป็นห้อง ๆตามประภทวัตถุสิ่งของ แต่อยู่ภายใต้หลังคาเดียวกัน

 เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกันขอเก็บตก เล่าบรรยากาศของพิพิธภัณฑ์ที่ร่วมกิจกรรมThailand Museum Expo 2019 ในครั้งนี้ เริ่มจากวังสวนผักกาด เคยเป็นที่ประทับของพลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต หรือ เสด็จในกรมฯ พระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และ ม.ร.ว.พันธุ์ทิพย์ บริพัตร หรือคุณท่าน พระชายา ตั้งอยู่บนที่ดินจำนวน 6 ไร่ ติดถนนศรีอยุธยา ซึ่งเดิมที่ดินผืนนี้เป็นสวนผักกาดของชาวจีน เมื่อสร้างตำหนักและย้ายเรือนไทยที่เป็นมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษมาปลูกที่นี่แล้ว จึงได้ประทานชื่อวังแห่งนี้ว่า “วังสวนผักกาด”

 

ด้วยความสนใจในศิลปะ วัฒนธรรม และโบราณวัตถุของท่านเจ้าของวัง คือ เสด็จในกรมฯ และ คุณท่าน นำมาสู่การรวบรวมสะสมโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และของสะสมต่างๆ ทั้งที่เป็นของสะสมส่วนพระองค์ในจอมพลเรือ จอมพล สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์ วรพินิต หรือทูนกระหม่อมบริพัตรฯ พระบิดา ที่ทรงเคยรวบรวมไว้ ตลอดจนของที่ทรงสะสมเพิ่มเติม และของที่มีผู้นำมาถวายในภายหลังมาจัดแสดงในเรือนไทย และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้บุคคลภายนอกเข้าชมตั้งแต่ปี พ.ศ. 2495 โดยที่เจ้าของวังยังประทับอยู่ ซึ่งนับได้ว่าเป็นกรณีแรกในประเทศไทยที่เจ้าของบ้านเปิดบ้านเป็นพิพิธภัณฑ์ให้บุคคลภายนอกเข้าชมในขณะที่ยังพักอาศัย

 

ภายในบริเวณวังสวนผักกาด ประกอบด้วยเรือนไทย 8 หลัง บางหลังเป็นของสมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิชัยญาติ (ทัต บุนนาค) ผู้เป็นพระปิตามหัยกา (ปู่ทวด) ของเสด็จในกรมฯ  โดยแต่ละหลังจัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุต่างๆ ได้แก่

 

เรือนไทยหลังที่ 1 ชั้นบนจัดแสดงโบราณวัตถุที่พบในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น พระพุทธรูปสมัยต่างๆ เทวรูปในศิลปะลพบุรี เป็นต้น ชั้นล่างจัดแสดงเครื่องดนตรีไทยในทูนกระหม่อมบริพัตรฯ

 

เรือนไทยหลังที่ 2 จัดแสดงเครื่องใช้ส่วนพระองค์ของเสด็จในกรมฯ และ คุณท่าน เช่น ตะลุ่มและเตียบประดับมุก ตลับงาช้าง ขวดน้ำหอมจากต่างประเทศ เป็นต้น

 

เรือนไทยหลังที่ 3 ชั้นบนจัดแสดงเครื่องเบญจรงค์ เครื่องถมเงิน เครื่องถมทอง ส่วนชั้นล่างเป็น "ห้องอาลีบาบา" จัดแสดงหินสวยงามแปลกทั้งในและต่างประเทศ

 

เรือนไทยหลังที่ 4 เป็นห้องพระ ภายในจัดแสดงพระพุทธรูปสมัยต่างๆ หน้าห้องพระจัดแสดงบานประตูประดับมุกสมัยอยุธยาตอนปลาย 

เรือนไทยหลังที่ 5 ชั้นบนจัดแสดงโบราณวัตถุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่พบจากแหล่งโบราณคดีบ้านเชียงและแหล่งโบราณคดีอื่นๆ ในประเทศไทย ส่วนชั้นล่างจัดแสดงหิน เปลือกหอย และซากสัตว์โบราณขนาดเล็กที่อยู่ในหินฟอสซิล 

เรือนไทยหลังที่ 6 เป็นพิพิธภัณฑ์โขน นำเสนอเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวการแสดงโขน ภายในจัดแสดงหัวโขนตัวละครสำคัญในเรื่องรามเกียรติ์ หุ่นละครเล็ก และตุ๊กตาดินเผาแสดงเรื่องราวแต่ละตอนของรามเกียรติ์ 

เรือนไทยหลังที่ 7 จัดแสดงเครื่องถ้วยจากแหล่งเตาต่างๆ เช่น เครื่องสังคโลกจากสุโขทัย เครื่องถ้วยเตาเวียงกาหลงจากเชียงราย เครื่องถ้วยจีน เป็นต้น

   

เรือนไทยหลังที่ 8 จัดแสดงเครื่องแก้วลายทอง เครื่องแก้วคริสตัล เครื่องเงิน และเครื่องลายคราม จากทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงแจกันรูปผักกาดที่เป็นสัญลักษณ์ของวัง

 

นอกจากนี้ภายในพิพิธภัณฑ์วังสวนผักกาดยังจัดแสดง เรือพระที่นั่งเก้ากึ่งพยาม ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระราชทานแก่ทูนกระหม่อมบริพัตรฯ เพื่อใช้ในการตามเสต็จประพาสต้น และหอเขียน อาคารไม้เรือนไทยโบราณ ภายในตกแต่งด้วยภาพรดน้ำ จากวัดบ้านกลิ้ง จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เสด็จในกรมฯ และคุณท่าน ทรงกระทำผาติกรรมไถ่ถอน พร้อมบูรณะและย้ายมาเก็บรักษาที่วังสวนผักกาดแห่งนี้ เมื่อปี พ.ศ. 2502

โดย feng_shui

 

กลับไปที่ www.oknation.net