วันที่ จันทร์ ตุลาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

บ่ายนี้ปธ.สภาส่งเอกสารงบ 63 ให้ ส.ส.ศึกษารายละเอียด


สวัสดีครับ

         ผู้มีหน้าที่พิจารณางบประมาณ 2563 เมื่อรับร่างจากประธารสภา ชวน หลีกภัยแล้ว ต้องวางมือจากงานอื่น แล้วมาตรวจสอบเรื่อง

นี้แทน โดยพิจารณาตามความชอบธรรม ไม่ควรใช้คามอคติมาเป็นตัวตั้งเป็นอันขาด ทั้งนี้ เพราะงบประมาณจะเป็นพลังขับเคลื่อนการ

บริหารจัดการประเทศ แล้วผลทั้งหมดจะตกอยู่กับคนไทยทุกคน

         สิ่งที่ไม่อยากเห็นจากฝ่ายค้านเป็นอย่างยิ่ง คือ การอภิปรายเจื้อยแจ้ว แบบน้ำท่วมทุ่ง สอดแทรกการโจมตีรัฐบาลเอามันเท่านั้น

แต่เมื่อพบสิ่งใดที่ไม่เห็นด้วย ค่อยอภิปรายให้ได้เห็นทั่วกัน

 

 

จ่ายแล้ว..พ่อแม่13 ศพรับเงินบริจาคทั้งน้ำตาแต่ไม่ขอรับสินไหม

วันที่ 7 ตุลาคม 2562 - 18:35 น.
จ่ายแล้ว,พ่อแม่13ศพ,นศวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ

จ่ายแล้ว.. พ่อแม่13 ศพร่ำไห้รับเงินบริจาค รายละ3.2แสน ระบุปิดบัญชียอดเงิน 4,9 ล้านบาท กรณีนศ.วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษประสบอุบัติเหตุหมู่ แต่ไม่ขอรับสินไหมจากคนขับ

              วันที่ 7 ตุลาคม 2562 ที่ วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ นายอักษรศิลป์ แก้วมหาวงศ์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิค พร้อมด้วยคณะกรรมการสถานศึกษา และบิดา - มารดา ผู้ปกครองของน้องๆ นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ ที่เดินทางไปฝึกงานที่อู่ซ่อมรถที่จังหวัดสมุทรปราการ และเมื่อฝึกจบรุ่นพี่ที่ทำหน้าที่เป็นครูฝึกก็ได้เลี้ยงส่ง ก่อนที่จะเดินทางไปชมหมอลำกันต่อ

             แต่ขากลับโชคร้าย รถยนต์ที่เดินทางไปประสบอุบัติเหตุหมู่ ทำให้นักศึกษาเสียชีวิต 10 คน บาดเจ็บ 2 คน ขณะที่มีรุ่นพี่เสียชีวิตด้วย 2 คน รวมทั้งคนงานที่อู่ที่เดินทางไปด้วยกันเสียชีวิต 1 คน รวมมีผู้ชีวิตทั้งหมด 13 คน บาดเจ็บ 6 ราย รวมที่เดินทางไปด้วยกัน 19 คน

           ล่าสุดวันนี้ (7 ต.ค.2562) นายธงชัย เจริญพานิชย์กุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางมาร่วมเป็นสักขีพยานในการปิดบัญชีบริจาค ชื่อบัญชี “เพื่อนักศึกษาผู้ประสบอุบัติเหตุ วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ” โดยได้เปิดไว้ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน 2562 และได้ทำการปิดบัญชีลงในวันที่ 7 ตุลาคม 2562 สรุปยอด ณ เวลาที่ปิดบัญชี 09.20 น. มียอดเงินทั้งสิ้น 4,930,116.59 บาท 

         นายอักษรศิลป์ แก้วมหาวงศ์ ผอ.วิทยาลัยเทคนิค ชี้แจงว่า ในยอดเงินดังกล่าวที่ทำการปิดบัญชีมาแล้ว ได้ดำเนินการพิจารณาจัดสรรตามมติของคณะกรรมการสถาบันอาชีวศึกษา ในจังหวัดศรีสะเกษ ที่มีการประชุมหารือกันไปแล้วเมื่อวานนี้ ดังนี้ 1.จ่ายเยียวยาให้กับญาติผู้ที่เสียชีวิต ทั้งหมด ทั้ง 13 คน จำนวนคนละ 320,000 บาท คือทั้งที่เป็นนักศึกษา และไม่ใช่นักศึกษา ให้เท่ากันทั้งหมด 2.ในส่วนของผู้บาดเจ็บที่ยังนอนพักรักษาตัว อาการสาหัส ยังไม่ได้สติอีก 1 ราย มอบให้ญาติ จำนวน 280,116.59 บาท และบาดเจ็บแต่รู้สึกตัวแล้วอีก 2 ราย คนละ 200,000.-บาท พร้อมกับในส่วนที่บาดเจ็บไม่สาหัส พูดจา หรือออกจาก รพ.ไปรักษาตัวต่อที่บ้านได้แล้ว มอบให้ญาติ รายละ 30,000.-บาท 3 ราย เงินจำนวนนี้ก็จะหมดพอดี

              นายธงชัย เจริญพานิชยฺกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ในนามของผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ในนามของคนศรีสะเกษ ก็ขอแสดงความเสียใจกับญาติพี่น้อง ของน้องๆ นักศึกษา และญาติของผู้ที่เสียชีวิต และบาดเจ็บในเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งขอย้ำว่า ทั้งหมดเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากที่จะให้เกิด แต่เมื่อเกิดแล้ว

         "ก็ขอแสดงความเสียใจ หากมีสิ่งใดที่จังหวัดศรีสะเกษ พอที่จะช่วยได้ก็จะดำเนินการทันที และในวันนี้เงินที่พี่น้องประชาชนคนไทยได้ร่วมกันโอนมาบริจาคเพื่อน้องๆ เราก็ได้จัดสรรให้กับทุกคน ทั้ง 19 คน อยากเป็นธรรม โดยผ่านคณะกรรมการดำเนินการของสถาบัน วิทยาลัยเทคนิคศรีสะเกษ แล้ว" รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าว

 

             ด้าน นางทิพพากรณ์ สีถาน ซึ่งเป็นแม่ของ นายสุริยัน สีถาน น้องนักศึกษาเทคนิคที่เสียชีวิต แต่เป็นชาวจังหวัดยโสธร เปิดเผยทั้งน้ำตา ว่า วันนี้ต้องขอขอบคุณทุกฝ่าย ขอบคุณคนไทยทั้งประเทศที่ได้ช่วยพวกตนที่สูญเสียลูก ๆ ไปโดยไม่มีวันกลับ ตนเสียใจมากนับตั้งแต่ทราบข่าว ซึ่งลูกเป็นความหวังของแม่ที่จะมาดูแลครอบครัวต่อไป แต่เมื่อเขาจากไปแล้วก็ได้แต่ทำใจ และในส่วนเงินสินไหมทดแทนที่จะได้อีกส่วน จากกองทุนทดแทนผู้ประสบภัยจากรถ จำนวนรายละ 35,000 บาท ซึ่งหากจ่ายให้กับตนแล้ว ก็จะต้องไปเรียกเก็บจากเจ้าของรถยนต์ หรือผู้ที่ขับรถยนต์พาทุกคนไปประสบอุบัติเหตุ

           นางทิพพากรณ์  กล่าวว่า ในส่วนนี้ ตนจะไม่ขอรับ เพราะเห็นใจเขา ทุกคนไม่อยากจะให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น ในวันเผาศพพ่อของน้องที่ขับรถไป ยังมางานศพลูกตน ก็พูดคุยกันอยู่ ตนจึงขอปฏิเสธที่จะรับเงินก้อนนี้ เพราะเชื่อว่าเขาคงลำบากทั้งกาย และใจเช่นกัน ลูกเขาก็บาดเจ็บสาหัสอยู่

บ่ายนี้ปธ.สภาส่งเอกสารงบ 63 ให้ ส.ส.ศึกษารายละเอียด

วันที่ 7 ตุลาคม 2562 - 12:01 น.
งบประมาณ,ชวน หลีกภัย,ศึกษารายละเอียด

ประธานสภาฯ เตรียมส่งเอกสารงบ 63 ให้ ส.ส.ศึกษารายละเอียดบ่ายวันนี้ เชื่อ วิปสองฝ่ายมีวิธีดูแลเสียงปริ่มน้ำ ขณะกรณี นวัธ เตาะเจริญสุข ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

การเมือง

ธนกร โร่แจ้งปอท.แจ้งจับมือตัดต่อภาพใส่ข้อความเท็จ

วันที่ 7 ตุลาคม 2562 - 11:27 น.
ธนกร,แจ้งความปอท,ใส่ร้าย

"ธนกร" โร่แจ้งความปอท.ถูกตัดต่อภาพใส่ข้อความเท็จปมรถบรรทุกขนยาเสพติดหล่นเกลื่อนถนน เผย ถูกแชร์ไปมากกว่าหมื่นครั้งถูกเกลียดชัง ชี้การเมืองยุคใหม่ควรสร้างสรรค์


           7 ต.ค.2562-นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ  รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เพื่อเอาผิดกลุ่มบุคคลที่่นำข้อมูล รูปภาพ และข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับตนไปเผยแพร่ในเฟซบุ๊ก และโซเชียลมีเดีย ทำให้ถูกเข้าใจผิดและเกลียดชัง โดยนำข้อความและรูปที่ถูกนำมาโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก มาเป็นหลักฐานมอบให้ตำรวจ

คลิปที่ 2

 

              นายธนกร บอกว่า มีกลุ่มคน หรือกลุ่มแฮ็คเกอร์ ได้นำภาพของตนเองไปตัดต่อ และนำข้อความอันเป็นเท็จมาใส่ โดยได้นำภาพไปโพสต์ในเฟซบุ๊คและถูกแชร์ต่อกันในโซเชียลมีเดีย ซึ่งมีข้อความว่า “สิบล้อพลิกคว่ำที่เพชรบุรี ยาไอซ์เกลื่อนถนนมูลค่านับพันล้าน แต่นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ บอกว่าเป็นสารส้มบด ไม่ใช่ยาไอซ์ คนก็ด่ากันทั้งประเทศฯ” ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ตนไม่เคยพูดหรือให้ข่าวแก่ผู้ใดด้วยถ้อยคำดังกล่าว ถือว่าเป็นการให้ร้ายตน ทำให้ถูกกลียดชัง ดังนั้น จึงต้องการพิสูจน์ให้เห็นว่าการใส่ร้ายอย่างร้ายแรงนี้ ตัวเองไม่สามารถยอมรับได้ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความและดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลนี้ให้ถึงที่สุด

           “ยอมรับว่า ที่ผ่านมาตัวเองทำหน้าที่รองโฆษกพรรค เพื่อคอยชี้แจงประเด็นต่างๆ ตามหน้าที่ แต่ก็เคยถูกโจมตี ด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรงมาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยคิดจะฟ้องร้อง หรือดำเนินคดีกับบุคคลใด แต่ครั้งนี้จำเป็นต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เพราะถือว่าเกินเลยไป ที่นำตนไปเกี่ยวข้องกับการจับยาเสพติด ซึ่งตนรับไม่ได้ พร้อมกับหวังว่าเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับการเมือง เพราะเชื่อมั่นว่าการเมืองสมัยใหม่เน้นสาระข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่สร้างเรื่องเท็จบิดเบือนข้อมูลโจมตีกันเช่นนี้” รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐฯ กล่าว 

          นายธนกร กล่าวอีกว่า สำหรับคดียาเสพติดดังกล่าวนั้น เป็นการจับกุมหลังรถบรรทุกสิบล้อเกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ จนพบยาไอซ์เกือบ 500 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท เกลื่อนถนน เหตุเกิดที่บริเวณถนนเพชรเกษม จ.เพชรบุรี ก่อนจะนำของกลางและผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดดำเนินคดี

         ขณะที่พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว และจะเร่งตรวจสอบ พร้อมสอบปากคำนายธนกร ก่อนดำเนินการต่อไป ขณะเดียวกันทาง ปอท. ได้เตรียมดำเนินการปราบปราม และเอาผิดกับกลุ่มคนทำเฟคนิวส์ หรือข่าวปลอมอีกด้วย

คลิปที่ 3

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรอบเวลาในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายงบประมาณปี 2563 ว่า เตรียมจัดส่งเอกสารงบประมาณให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในช่วงบ่ายวันนี้ (7 ต.ค.) เพื่อให้สมาชิกได้มีเวลาในการศึกษารายละเอียดล่วงหน้า เนื่องจากเอกสารมีจำนวนมากและมีหลายเล่ม

พร้อมย้ำว่าเรื่องกำหนดวันที่ใช้ในการพิจารณาอย่างน้อยคือวันที่ 17 - 18 ต.ค. นี้ จะเริ่มขึ้นในเวลา 9.30 น.โดยไม่มีการกำหนดเวลาเลิกการประชุม แต่หากพิจารณาไม่เสร็จก็สามารถอภิปรายต่อไปได้ในวันที่ 19 ต.ค.นี้ โดยขณะนี้ยังไม่ได้พูดคุยกับวิปพรรคร่วมรัฐบาลและวิปพรรคร่วมฝ่ายค้าน แต่ก่อนเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญก็จะต้องหารือกันก่อนอย่างแน่นอน

ส่วนปัญหาเสียงปริ่มน้ำของรัฐบาลจะสามารถครอบคลุมได้หรือไม่นั้น นายชวน กล่าวว่า เข้าใจว่าทุกฝ่ายคงดูแลเสียงฝั่งของตนเอง ซึ่งการจะให้ใครไปประชุมต่างประเทศในช่วงนี้ ก็คงไม่อนุมัติ เพื่อไม่ให้คะแนนเสียงมีปัญหา

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีนายนวัธ เตาะเจริญสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร์จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย จะสามารถใช้เอกสิทธิ์การเป็น ส.ส.คุ้มครอง เพื่อเบิกตัวออกจากเรือนจำมาประชุมสภาฯได้หรือไม่นั้น นายชวน กล่าวว่า ต้องรอการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

การเมือง

(คลิป) ฝ่ายค้านฟอร์มทีมซักฟอกงบฯความมั่นคง

วันที่ 7 ตุลาคม 2562 - 12:58 น.
พรบงบประมาณ,ฝ่ายค้าน,ความมั่นคง

ฝ่ายค้านไม่โหวตหนุนงบฯ 63 แค่อยู่เงียบๆ ก็คือไม่คัดค้านแล้ว จัดทีมซักฟอกปมเทงบให้งานความมั่นคงมากกว่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ไม่ค้านซื้อยุทโธปกรณ์ แต่ต้องไม่เว่อร์

 

คลิปที่ 1

 

7 ตุลาคม 2562 สถาบันพระปกเกล้า ห้องรำไพพรรณี  นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563  

คลิปที่ 2

 

โดยยืนยันว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านจะไม่ยกมือสนับสนุนให้รัฐบาล  ที่ผ่านมาจากประสบการณ์การเป็นส.ส.มา 30 ปี ไม่เคยเห็นส.ส.ฝ่ายค้านไปยกมือสนับสนุน แต่จะใช้วิธีการอยู่เงียบ ๆ  ไม่คัดค้านอะไร เพราะไม่ใช่เรื่องที่ ส.ส. จะต้องยกมือเห็นด้วยทั้งหมด 500 คน แตกต่างจากกรณีเสนอตั้งกรรมาธิการศึกษาแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ส.ส.ทั้งหมดเห็นด้วย

ส่วนตัวคิดว่าการที่ฝ่ายค้านไม่ยกมือให้คงไม่ถึงขั้นทำให้ร่าง พ.ร.บ.งบฯไม่ผ่าน แต่ต้องดูที่ข้อเท็จจริงจากร่าง พ.ร.บ.งบฯที่ผ่าน คณะรัฐมนตรีในวันนี้ ซึ่งถ้าไม่ผ่านมาจริงๆก็เป็นเรื่องของนายกรัฐมนตรีที่จะพิจารณาว่าจะแสดงความรับผิดชอบ แต่ไม่ทราบว่าท่านจะรับผิดชอบหรือไม่ เพราะหลาย ๆ ครั้งที่นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบก็ไม่ได้รับผิดชอบ แต่ส่วนตัวเห็นด้วยว่า ถ้าหากร่าง พ.ร.บ.งบฯไม่ผ่านประชาชนก็จะเดือดร้อน เพราะเมื่อมีงบประมาณก็จะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน มีการใช้จ่ายจากการลงทุนสร้างถนนและเส้นทางต่างๆ แต่ที่ผ่านมาไม่ทราบว่าหมุนเวียนอย่างไรเศรษฐกิจจึงไม่ดีขึ้น จนต้องมีการแจกเพื่อให้เงินหมุนเวียน

"เท่าที่ทราบเบื้องต้นงบประมาณที่ออกมากลับไปให้ความสำคัญในด้านความมั่นคงมากกว่าด้านเศรษฐกิจที่ประชาชนกำลังเดือดร้อน ทำมาหากินลำบาก แต่กลับเอาเงินไปซื้อยุทโธปกรณ์ต่างๆมากมาย  ผมพูดเช่นนี้ไม่ขัดข้องกับการซื้อยุทโธปกรณ์แต่ควรเป็นไปอย่างพอเหมาะพอดี ไม่เว่อร์จนเกินไป อย่างเรือดำน้ำซึ่งผมก็ไม่เห็นด้าย เราซื้อยุทโธปกรณ์เพื่อป้องกัน ไม่ได้ไปสู้รบกับใคร" ผู้นำฝ่ายค้านกล่าว

นายสมพงษ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ฝ่ายค้านได้เตรียม ส.ส.สำหรับอภิปรายงบประมาณแล้ว โดยจะแบ่งออกเป็นด้านๆ อาทิ ด้านสังคม เกษตร การเมือง  ส่วนตัวเห็นว่าการพิจารณาเพียงแค่ 2 วันอาจไม่เพียงพอ อาจจำเป็นต้องขยายออกไปเป็นวันที่ 3 เพราะปัจจุบันรายละเอียดของงบประมาณมีมากกว่าในอดีต  และยังต้องตรวจสอบไปถึงที่มาของงบประมาณ จึงต้องใช้ระยะเวลาในการสอบถามมากขึ้น ซึ่งแตกต่างจาก 5 ปีที่ผ่านมา ที่ประชาชนไม่ค่อยได้รับทราบ พ.ร.บ.งบฯเข้าสภาฯก็พิจารณากันแค่ 3 ชั่วโมง ไม่รู้ว่าได้พิจารณารายละเอียดหรืออ่านแค่เพียงหน้าปก

 

รับลูกยกเลิกสารพิษอันตราย​ 3 ชนิด

วันที่ 7 ตุลาคม 2562 - 16:09 น.
รับลูก,ยกเลิกสารพิษอันตราย​,คมชัดลึก

"สุริยะ" พร้อมรับลูกยกเลิกสารพิษอันตราย​ 3 ชนิด​ รอ ​ก.เกษตรฯชง ก่อนเรียกประชุมกก.วัตถุ​อันตรายได้ในสัปดาห์​นี้ มั่นใจรอบนี้สำเร็จแน่​ 

        7​ ต.ค.2562-ที่ทำเนียบรัฐบาล​ นายสุริยะ​ จึง​รุ่งเรือง​กิจ​ รัฐมนตรี​ว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม​ กล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอให้ยกเลิกการใช้สารเคมีอันตรายในภาคเกษตรกรรม​ 3 ชนิด​ ได้แก่​ พาราควอต ไกลโฟเซต​ และคลอร์ไพริฟอส ว่า​ เป็นเรื่องที่กรมวิชาการเกษตรในฐานะดูแลรับผิดชอบ​เรื่องสารพิษอันตราย​ 3 ชนิด​นี้​ จะต้องเสนอมายังคณะกรรมการ​วัตถุ​อันตราย​หากเห็นว่าควรยกเลิก​

 

              หลังจากนั้นคณะกรรมการ​ดังกล่าวจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา​ ยืนยันกระทรวงอุตสาหกรรม​และผู้แทนกระทรวงอุตสาหกรรม​ที่อยู่ในคณะกรรมการ​ชุดนี้ชัดเจนว่าต้องการให้ยกเลิกการใช้​ ทราบว่าในบ่ายวันเดียวกัน​  น.ส.มนัญญา​ ไทยเศรษฐ์​ รัฐมนตรี​ช่วยว่าการ​กระทรวง​เกษตรและสหกรณ์​ ได้ประชุมคณะกรรมการ​ 4 ฝ่าย​ ประกอบด้วย ภาครัฐ ผู้นำเข้าสารเคมี เกษตรกร และผู้บริโภค​ ซึ่งหากผลเป็นอย่างไร​ ตนจะให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม​ในฐานะประธานคณะกรรมการ​วัตถุ​อันตราย​นำเรื่องเข้าที่ประชุมและลงมติ​

 

          โดยหาก น.ส.มนัญญาประชุมและมีมติเสนอให้ยกเลิกการใช้ภายในวันนี้และเสนอมายังกระทรวงอุตสาหกรรม​ในวันที่​ 8​ ตุลาคม​ ในสัปดาห์นี้หรืออย่างช้าก็ต้นสัปดาห์หน้า​ ก็จะสามารถประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณา​เรื่องดังกล่าวได้​ ยืนยันไม่มีดึงเรื่อง​ ซึ่งตอนนี้หลายฝ่ายเห็นด้วยให้ยกเลิก  เชื่อว่าคณะกรรมการ​จะมีมติยกเลิกการใช้​ ส่วนที่นายอนุทิน​ ชาญ​วี​รกูล​ รองนายก​รัฐมนตรี​และ​รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​สาธารณสุข​ อยากให้คณะกรรมการลงมติอย่างเปิดเผย​ ตนก็เห็นว่าไม่มีปัญหาอะไร​ เรื่องนี้ไม่มีวาระซ่อนเร้น​ การเปิดเผยจึงเป็นเรื่องที่ดี​ ตนเชื่อมั่นว่า​การยกเลิกการใช้สารเคมีครั้งนี้​จะสำเร็จ

 

(คลิป) มท.1 เผยงบมหาดไทยเรียบร้อยดี

วันที่ 7 ตุลาคม 2562 - 09:06 น.
กอรมน,อนุพงษ์ เผ่าจินดา,มท1,กระทรวงมหาดไทย,ปฏิรูปกอรมน

อนุพงษ์ บอก ธนาธรเสนอปรับโครงสร้างกอ.รมน. รื้อได้ก็ทำไป ตามกรอบกฏหมาย เผยจัดทำงบฯมหาดไทยเรียบร้อย สภาฯทำหน้าที่กลั่นกรอง 

คลิปที่ 1

7 ตุลาคม 2562  ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีการจัดทำงบประมาณในส่วนของกระทรวงมหาดไทย ว่า เรียบร้อยดี วันนี้ (7ก.ย.)จะเป็นการนำหลักเกณฑ์การใช้งบ 

 
 
     
  •  
คลิปที่ 2

โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่น รวมถึงกรอบดำเนินการใช้งบเข้าสู่มี่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) 

ต่อข้อถามที่ว่า มีหลายส่วนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปรับลดงบประมาณในกระทรวงสำคัญแล้วไปเพิ่มให้กับกระทรวงด้านความมั่นคง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ก็ควรจะต้องไปว่ากันในขั้นตอนการเสนองบประมาณ ก็มีสภาอยู่ทั้งสภา มีการตั้งคณะกรรมาธิการมีการพิจารณาในวาระต่างๆ ทุกอย่างมีกลไกในการดำเนินการอยู่แล้ว อย่างนั้นก็จะต้องไปดำเนินการในสภา และคิดว่าสภาก็คงทำหน้าที่อยู่แล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อว่าพ.ร.บ.งบฯของรัฐบาลจะผ่านรัฐสภาไปอย่างราบรื่นใช่หรอไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตนตอบในหลักการไปแล้วว่ามีกลไกของสภา และการตั้งกรรมาธิการ จะให้ตนไปวิพากษ์คงไม่ได้ 
 
 

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้  นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ให้สัมภาษณ์กรณีเป็น 1 ใน 12 แกนนำฝ่ายค้านที่ถูกพล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก และผู้ชำนาญการสำนักงาน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แจ้งความดำเนินคดีตามม.116 ฐานยุยงปลุกปั่นให้เกิดความแตกแยกว่า เป็นข้อหาที่ร้ายแรง ในต่างประเทศตามปกติไม่ใช้กันกับเวทีสัมมนา ซึ่งเวทีที่ฝ่ายค้านจัดขึ้นนั้นเพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความไม่เป็นประชาธิปไตยในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็นการรณรงค์อย่างสันติ 

โดยบอกว่า "เชื่อว่าคดีนี้ยังไงก็ไม่ผิด ก็ต้องเรียนพี่น้องประชาชนว่า คสช.ในฐานะองค์กร ละลายหายไปแล้ว ละเหยหายไปแล้วหลังจากการเลือกตั้ง แต่มันยังแฝงอยู่ในรัฐบาลชุดนี้ บางส่วนแฝงอยู่ในกอ.รมน.รูปแบบใหม่ที่มีอำนาจเพิ่มขึ้น ดังนั้น ผมคิดว่าเดินหน้าต่อไป เราเองจำเป็นต้องปฏิรูปกอ.รมน.ด้วย การใช้กรอบคิดที่มองประชาชนเป็นศัตรู ไม่สามารถทำให้ประเทศชาติปรองดองได้ ผมคิดว่ารัฐบาล กอ.รมน. หน่วยงานความมั่นคงมีปัญหากับวิธีคิดแบบนี้มากที่มองประชาชนเป็นศัตรู มองผู้เห็นต่างทางความคิดเป็นคู่ขัดแย้ง" 

 

จุดชนวนแก้รัฐธรรมนูญเพื่อ…

วันที่ 7 ตุลาคม 2562 - 11:20 น.
วงในวงนอก,รัฐธรรมนูญ,สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

คอลัมน์...  วงในวงนอก   โดย... อสนีบาต aussaneebard@hotmail.com

          ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้กำหนดโครงสร้างประเทศประกอบด้วย บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ โดยเฉพาะอำนาจนิติบัญญัติตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสมาชิก หรือ ส.ว. 

          กล่าวสำหรับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาจากพี่น้องประชาชนเลือกตั้ง เพื่อมาทำหน้าที่เป็นปากเป็นเสียงแทนปวงชนชาวไทย คอยตรวจสอบท้วงติง เสนอกฎหมาย ผ่านกระบวนการในสภา

          บนฐานความคิดแบบบ้านๆ ไม่ได้เป็นนักเรียนนอกจบระดับดอกเตอร์เข้าใจสถานะของ ส.ส.เพียงเท่านี้ล่ะครับ


          ครั้นให้อธิบาย ส.ส.ทำอะไรที่นอกเหนือกว่านี้ จะต้องปฏิบัติตนภายใต้กรอบจริยธรรมตามมาตราไหนบ้าง เห็นทีต้องเปิดตำรารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันอธิบายกันยาว

          แต่สิ่งที่เห็นและเป็นอยู่ในอดีตและปัจจุบันทั้งที่โลกมีพัฒนาการด้านเทคโนโลยีไปเรื่อยๆ นี่จะเข้าสู่ยุค 5.0 แต่พัฒนาการนักการเมืองที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของไทยก็ยังไม่ก้าวไปไหนเลย

          ท่านผู้แทนในสภาอย่าเพิ่งน้อยใจ…อสนีบาต… กำลังกล่าวถึงกลุ่ม นักการเมืองหน้าเดิม เจือสมด้วย นักการเมืองรุ่นใหม่ ที่ว่าน่าจะฝากฝังสร้าง อนาคตใหม่ ให้ประเทศ แต่จมปลักอยู่กับสิ่งเรียกว่า “แก้ไขรัฐธรรมนูญ”

          แทนที่จะเอาเวลาร่วมคิดค้นสิ่งดีงามจรรโลงจิตใจ หรือลองไปหย่อนก้นสัมผัสธุลีดิน มองดูวิถีชีวิตผู้คนในเมืองหรือต่างจังหวัด จะเห็นมิติชีวิตต้องดิ้นรนต่อสู้ในแต่ละวัน เห็นมนุษย์เดินดินกินข้าวแกง เห็นความเหลื่อมล้ำต่ำสูง

          แล้วกลับมาคิดทบทวน เมื่อเราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน สวมสูทผูกเนกไทอยู่ในสภาอันทรงเกียรติจะทำอะไรเพื่อประชาชนบ้าง จะเสนอร่างกฎหมายให้ผ่านสภาเพื่อความก้าวหน้าสถาพรกี่ฉบับ

          ตัวอย่างเล็กๆ แบบนี้ แทบไม่เคยได้ยินได้ฟังจากกลุ่มคนเหล่านี้เลย

          กลุ่มคนที่เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย เป็นตัวแทนที่ได้ปฏิญาณตนด้วยความจงรักภักดีต่อสามเสาหลักของประเทศ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์

          การก่อร่างสร้างประเทศผ่านองค์กร บริหาร นิติบัญญัติ ตุลาการ ครบตามรัฐธรรมนูญ กำลังเดินไปได้ด้วยดี รัฐบาลบริหารประเทศผ่านมาได้แค่สามเดือนแต่กลับมีกลุ่มนักการเมืองกระเหี้ยนกระหือรือขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ

          กลุ่มหนึ่งใช้กลไกในสภาด้วยการยื่นญัตติเพื่อนำไปสู่การตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ก็ควรเป็นไปตามครรลอง อีกกลุ่มหนึ่ง เดินสายโน้มน้าวความคิดผู้คนอยู่นอกสภา

          จะไม่ว่าเลยหากการรณรงค์ให้ข้อมูลความรู้เรื่องของประเด็นปัญหาของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ทว่ากลับเริ่มต้นด้วยการปลุกปั่นจุดชนวนให้เกิดความแตกแยก ลองใช้รอยหยักในสมองเอามากลั่นกรองสิ่งที่พูดออกไปเถิดว่ามันสมควร เหมาะสมต่อกาลเวลาหรือไม่

          วีรกรรมความคิดกลุ่มคนเหล่านี้ปรารถนาอย่างยิ่งยวดด้วยความพยายามจะแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับสถาบันเบื้องสูง หรือกล่าวกันติดแฮทแท็ก “มาตรา 112” นั่นปะไร กระทั่งผ่านการเลือกตั้งเข้ามาเป็นผู้แทนหน้าสลอนในสภาออกมากล่าวหา "รัฐธรรมนูญเฮงซวยทุกมาตรา” มาถึงความหาญกล้า ริอาจเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 1

          อันว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาตรา 1 ระบุไว้ดังนี้ “ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียวจะแบ่งแยกมิได้” สื่อความหมายให้เห็นถึงความเป็นชาติที่สมัครสมานสามัคคี มิอาจแบ่งแยกได้

          อสนีบาต …เคยกล่าวไว้ การที่หัวโจกคนการเมืองที่ถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ออกมายืนยันต่อหน้าสื่อสารมวลชน จะไม่แตะมาตรา 1 มาตรา 2 มาตรา 3 แต่องคาพยพ คงแสดงความเห็นโฉบเฉี่ยวจะขอแก้ไขมาตราอันกระทบต่อความสงบสุขของประเทศ

          การออกมาเอื้อนเอ่ยไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญเพื่อตัวเอง ไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญให้พวกพ้อง ดูจะเป็นคำพูดเหม็นขี้ฟัน เพราะสิ่งที่ท่านสร้างวาทกรรมเบื้องหน้าไว้สวยหรูไม่ตรงกับพฤติการณ์ที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน

          ไม่แปลกใจเลยการรณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ละครั้งจึงสร้างประเด็นให้ฝ่ายเจ้าหน้าที่บ้านเมืองต้องตัดสินใจดำเนินคดีในข้อหายุยงปลุกปั่น

          ไม่แปลกใจเลยที่พวกท่านสุมหัวออกมาแถลง ไม่รู้สึกรู้สากับการถูกแจ้งความดำเนินคดี โดยยืนยันจะเดินหน้ารณรงค์แก้ไขรัฐธรรมนูญต่อไปพร้อมกับจับได้ในคำพูดเสมือนเปิดหน้าไพ่ออกมาว่า “ประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญได้จุดติดแล้ว"

          เมื่อขมวดความคิดอหังการ พอจะมองเห็นเป้าหมายลึกๆ ของพวกนี้ “กำลังใช้ประเด็นแก้รัฐธรรมนูญเป็นชนวนให้เกิด…." เติมช่องว่างกันเอาเอง

          จงเจริญเถอะพ่อคุณ เหล่านักการเมืองผู้ปลุกปั่นสร้างความแตกแยก

 ..............................................................

7 ตุลาคม 2562

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net