วันที่ อังคาร ตุลาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

แสตมป์ออสเตรเลียและอิสราเอล นกสวย - การชลประทานระบบน้ำหยด


 

ขุดนกสวย

งานแสตมป์ของออสเตรเลีย 6 วัน

จำหน่ายแสตมป์ชุดใหม่ แต่ตราประทับเดิม

 

 

 

 

 

 

 

 

ชุดเครื่องดนตรีดูแปลกตา

 

แซมซันง้างปากสิงโต เก่งจริงๆ

 

อิสราเอลเอาชนะธรรมชาติได้ จาก "น้ำหยด"

 

โดย ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

“อิสราเอล” นับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีข้อจำกัดด้านทรัพยากรธรรมชาติ จากการที่มีสภาพอากาศแบบทะเลทรายและกึ่งทะเลทราย ซึ่งส่งผลให้ช่วงเวลาที่ฝนตกอยู่ที่เพียง 4 เดือน/ปีเท่านั้น นำไปสู่ปัญหาแหล่งน้ำไม่เพียงพอ ทั้งน้ำที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคและน้ำสำหรับการเกษตร

จากปัญหาดังกล่าวส่งผลให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องน้ำ ทั้งการแปลงน้ำทะเลเป็นน้ำจืด หรือการบำบัดน้ำเสียจากครัวเรือน และสิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือ “การชลประทานแบบน้ำหยด” ซึ่งเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อใช้น้ำให้น้อยที่สุด และเพิ่มผลผลิตให้ได้มากที่สุด

ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเกษตรของอิสราเอล ทำให้กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ มองเห็นโอกาสในการนำความรู้ด้านนี้มาปรับใช้เพื่อยกระดับภาคเกษตรกรรมของไทย และเป็นตัวอย่างการแก้ปัญหาการจัดการน้ำในการเพาะปลูก โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่มีสภาพอากาศแห้งแล้งคล้ายคลึงกับในอิสราเอล

ทั้งนี้ ชลประทานแบบน้ำหยดเป็นการวางระบบท่อส่งน้ำเพื่อให้น้ำและปุ๋ยไปเลี้ยงรากพืชแต่ละต้นได้โดยตรง ซึ่งสามารถช่วยประหยัดน้ำได้ถึง 80% ไม่เพียงแค่ลดการใช้น้ำลงได้อย่างมากเท่านั้น ระบบดังกล่าวยังทำให้พืชได้รับสารอาหารจากปุ๋ยและน้ำในปริมาณพอเหมาะเพียงพอ ส่งผลปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นมาราว 30-50%

สำหรับประสิทธิภาพเบื้องหลังชลประทานแบบน้ำหยดนั้น มาจากการวางเครือข่ายการให้น้ำอย่างเป็นระบบ ซึ่งเห็นได้จาก “เนตาฟิม” บริษัทผู้นำระบบน้ำหยดรายใหญ่ที่สุดของอิสราเอล ที่พัฒนา NetBeat ระบบคอมพิวเตอร์อัจฉริยะสำหรับเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และควบคุมการให้น้ำและปุ๋ยแบบอัตโนมัติ

โดยระบบดังกล่าวจะรวบรวมข้อมูลการเพาะปลูกจากเซ็นเซอร์ที่ติดไว้ตามแปลงเกษตร จากนั้นนำไปเก็บไว้ในระบบคลาวด์ เมื่อเกษตรกรเปิดแอพพลิเคชั่นเฉพาะที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย จะสามารถตรวจสอบแปลงเพาะปลูกได้แบบเรียลไทม์ และยังตั้งโปรแกรมกำหนดเวลาให้น้ำหรือปุ๋ยผ่านทางสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย

นอกจากเนตาฟิมแล้ว “เมตเซอร์” บริษัทพัฒนาระบบน้ำหยดรายใหญ่อีกแห่งในอิสราเอล ก็มีการพัฒนาระบบแบบอัตโนมัติดังกล่าวเช่นกัน โดยเมตเซอร์ค่อนข้างให้ความสำคัญกับระบบควบคุมน้ำเป็นหลัก โดยต้องมีการกรองน้ำเพื่อทำความสะอาดและขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ เสียก่อน จากนั้นค่อยส่งน้ำไปปรับอุณหภูมิและความดัน แล้วส่งต่อไปยังท่อส่งน้ำต่อไป

พลังวิจัยเสริมศักยภาพ

นอกจากระบบชลประทานแบบน้ำหยดแล้ว อิสราเอลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรอื่นๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านเกษตรกรรมด้วยเช่นกัน โดยองค์กรวิจัยทางการเกษตร (Agricultural Research Organization : ARO) เป็นองค์กรวิจัยภาครัฐสังกัดกระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทอิสราเอล ได้รับการก่อตั้งขึ้นเพื่อค้นคว้าและพัฒนานวัตกรรมเกษตรโดยเฉพาะ

ทั้งนี้ ARO ประกอบด้วยหน่วยงานย่อยๆ เพื่อดำเนินการวิจัยเฉพาะด้าน ได้แก่

1.หน่วยวิจัยด้านพืชที่เน้นพัฒนาสายพันธุ์ผักและผลไม้เพื่อให้สามารถเพื่อปลูกได้นอกฤดูกาลและในสภาพอากาศที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังพัฒนาการทำเชื้อเพลิงชีวภาพด้วย

2.หน่วยวิจัยดิน น้ำ และสภาพแวดล้อม ที่พัฒนาแนวทางทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

3.หน่วยวิจัยพัฒนาพันธุกรรมสัตว์ เพื่อเพิ่มผลผลิตจากฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์ต่างๆ เช่น ฟาร์มปลา ไก่ วัว และแกะ

4.หน่วยวิจัยเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว ที่มุ่งยืดอายุผลผลิตทั้งสำหรับการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ และสำหรับกระบวนการนำไปแปรรูป รวมถึงเพิ่มคุณภาพผลผลิตและลดปริมาณสารตกค้าง

5.วิศวกรรมเกษตร ซึ่งเน้นพัฒนาเครื่องจักรและเครื่องมือต่างๆ เพื่อทุ่นแรงในการทำเกษตรกรรม ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ตรวจโรคพืช ควบคุมได้ผ่านสมาร์ทโฟนแบบเรียลไทม์ ระบบช่วยดูแลปลาเพาะเลี้ยง หรือเครื่องดูดแมลงเพื่อกำจัดศัตรูพืช

นอกจากดูแลด้านการวิจัยแล้ว ภายใน ARO ยังมีพื้นที่นำนวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนาแล้วมาใช้จริง รวมถึงยังเป็นตัวกลางสนับสนุนการแลกเปลี่ยนนักวิจัยและเกษตรกรกับนานาประเทศด้วยเช่นกัน

ตัดความมาจาก ถอดโมเดล‘อิสราเอล’ ดึงนวัตกรรมเสริมแกร่งเกษตร

วันที่ 16 มิ.ย. 2561 เวลา 15:18 น.

 

ขอบคุณโพสต์ทูเดย์ - ทีมข่าวต่างประเทศ

สิริสวัสดิ์ภุมวาร สิริมานรมเยศนะคะ

โดย vinitvadee

 

กลับไปที่ www.oknation.net