วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

Road Trip Norway 2019 (29) : The Atlantic Ocean Road ..สุดยอดถนนแห่งศตวรรษ


Road Trip Norway 2019 (29) : The Atlantic Ocean Road .. ปลายทางแห่งฝันของสุดยอดถนนแห่งศตวรรษ


เส้นทางสายแอตแลนติก เป็นเส้นทางเลียบชายฝั่งที่สวยงาม

สะพานมีความยาวราว 8.3 กิโลเมตร (5.2 ไมล์)

Atlantic Ocean Road เชื่อมชุมชนชายฝั่ง จากเมืองคริสเตียนซุนด์ ไปยังเกาะโมลเด

ใช้เวลาสร้างราว 6 ปี ด้วยงบประมาณ 122 ล้านนอร์เวย์โครน

ทางสายนี้เดิมจะสร้างเป็นทางรถไฟในตอนต้นศตวรรษที่ 20 แต่ถูกยกเลิก …

เริ่มสร้างเป็นถนนเมื่อ 1 สิงหาคม 1983 ในระหว่างการก่อสร้างได้ถูกพายุถล่มถึง 12 ลูก แต่ก็สามารถสร้างจนเสร็จ และเปิดใช้งานเมื่อ 7 กรกฎาคม 1989

เชื่อมเมือง Eide กับเมือง Averoy .. ทางสายนี้ถือว่าเป็น 1 ใน 18 ของ National Tourist Route

ถนนสายนี้ ได้รับการยกย่องจากนิตยสาร The Guardian ของอังกฤษให้เป็น The best road trip in the world เป็นหนึ่งในถนนที่สวยงามที่สุดของโลก …

โดยถนนเส้นนี้ประกอบไปด้วยสะพาน 8 แห่งที่เชื่อมเกาะแก่งต่างๆ

 

สะพานที่ถ่ายภาพมาฝาก เป็น 1 ใน 8 แห่งลักษณะที่แปลกกว่าสะพานอื่นๆ

คือเป็นสะพานที่มีโค้งสะพานที่สูงมาก ... นัยว่าเพื่อหนีการปะทะจากคลื่นที่ซัดสาดในวันที่คลื่นลมแรง

เป็นสะพานที่มีมุมมองที่สวยงาม .. นับว่าเป็นสุดยอดทางวิศวกรรมของฝีมือมนุษย์ที่น่าทึ่งมากๆ

สะพานอื่นๆ จะไม่สูงมากนัก … ความน่ากลัวจึงจะอยู่ในช่วงเวลาที่มีพายุฝนฟ้ากระหน่ำ

เนื่องจากถนนเหล่านี้จะเป็นแค่เพียงสะพานต่ำๆเท่านั้น

… นักท่องเที่ยวที่รักที่จะให้ต่อมอะดรีนาลีนทำงานสูงสุดด้วยความเสียว จะเลือกเดินทางไปยังถนน Atlantic Ocean Road ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

เนื่องจากในช่วงเวลานั้น .. พวกเขาจะได้สัมผัสกับพายุที่โหมกระหน่ำถนนอย่างดุเดือด ดูน่าหวาดเสียว ซึ่งในบางครั้งอาจจะเจอพายุเฮอริเคนก็ได้

ถนนสายนี้ถูกจัดให้เป็น National Tourist Route มรดกทางวัฒนธรรมอีกด้วย

ด้วยความงดงามของเส้นทาง จึงทำให้มีบริษัทภาพยนตร์ดังๆของฮอลลีวู้ดใช้เป็นสถานที่ในการถ่ายทำภาพยนตร์ ... นอกจากนี้บริษัทรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของโลกเกือบทุกบริษัท ก็ยังใช้ถนนสาย Atlantic ในการถ่ายโฆษณารถยนต์ของตนเองมาแล้วทั้งนั้น

การได้มาเห็นและนั่งรถผ่านถนนสายสำคัญนี้ จึงเป็นความปรารถนาของนักเดินทางทั่วโลก

... รวมทั้งพวกเราด้วย

ถนนสายนี้มาสิ้นสุดที่เมือง Kristiansund เราจึงแวะชมเมืองนี้กันค่ะ

Kristiansund ... เป็นเมืองท่าแห่งการท่องเที่ยว

ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลด้านตะวันตกของประเทศนอร์เวย์ ... เป็นเมืองที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์

เมืองนี้มีชายฝั่ง อ่าวธรรมชาติที่งดงาม และมีหมู่เกาะขนาดเล็กจำนวนมาก

โดยย่านสำคัญต่างๆของเมืองนั้นตั้งอยู่บนเกาะหลักๆจำนวน 4 เกาะ ที่ถูกเชื่อมต่อด้วยเข้าหากันด้วยถนน สะพาน รวมไปถึงการใช้เรือสัญจร

เป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่สำคัญของภูมิภาคด้วย

เราไปแวะชมท่าเรือ Sundbaten หนึ่งในท่าเรือที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ

ความงดงามของบรรยากาศริมน้ำที่มีบ้านเรือนและอาคารสไตล์สแกนดิเนเวียตั้งเรียงรายอยู่รอบๆท่าเรือนั้นสวยงามมากมายในสายตา

เรือประมงที่แล่นไปมาในท้องน้ำ เป็นสีสันของการเดินชมในเช้าวันนี้  

เราแวะไปชมประติมากรรม Feskarkjerringa ซึ่งเป็นรูปปั้น ของภรรยาของชาวประมงคนหนึ่ง ซึ่งเป็นประติมากรรมที่มีชื่อเสียงของที่นี่ ตั้งอยู่ที่ท่าเรือริมน้ำ .. เป็นเสมือนตัวแทนทั้งในอดีตและปัจจุบันเกี่ยวกับวิถีชีวิตแห่งชาวประมงอีกด้วย

... รูปปั้นนี้ คือเกียรติของผู้หญิงในอดีต ที่เคยมีบทบาทที่สำคัญต่อความรุ่งเรืองเมืองที่เป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติ เป็นส่วนที่สำคัญในประวัติศาสตร์ของเมือง

รูปปั้น Feskarkjerringa สร้างสรรค์โดย Tore Bjørn Skjølsvik .. เพื่อเป็นของขวัญในการเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 250 ปีของเมือง

ซึ่งในโอกาสนี้พระราชินี Sonja เสด็จพระราชดำเนินมาทรงทำพิธีเปิดในปี 1992

ซึ่งในวันนั้นหญิง 3 คนที่มีอาชีพตากปลาแห้งตัวจริงมาในงานด้วย

ไม่ไกลจากรูปปั้น Feskarkjerringa มีประติมากรรม "Sildegutten" /Herringboy ตั้งอยู่ด้วย

ซึ่งรูปปั้นทั้งสอง แสดงความสำคัญของประเพณีการประมงในอดีตของเมือง …

วันนี้ แม้ว่าการทำปลาตากแห้ง จะไม่ได้ทำในปริมาณมากอีกต่อไป ... แต่ภาพของรูปปั้นก็ยังเป็นสัญลักษณ์ที่น่าสนใจมาก

เราเดินชมรอบๆท่าเรือ มีข้อมูลที่พอจะประมวลได้ว่า ปัจจุบันเมืองนี้มีความสำคัญด้านการท่องเที่ยว .. เนื่องจากเมืองนี้เป็นที่รู้จักกันดีเกี่ยวกับโอเปร่าเก่าแก่ที่สุดของนอร์เวย์ จึงไม่ น่าแปลกใจ ถ้าหาก "คริสเตียนซุนด์ โอเปร่าเฮาส์ " (Kristiansund Opera House) จะเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวหลายๆคนที่มาเยือนเมืองคริสเตียนซุนด์ … แต่เราไม่มีเวลาพอ

จากท่าเรือในเมือง นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเดินทางไปยัง หมู่บ้านชาวประมงของไวฮอลเมน (Veiholmen fishing village) อันเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่ทางปลายเหนือสุดของ Smøla เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่มีชีวิตชีวามากแห่งหนึ่งของเมืองคริสเตียนซุนด์

หากคุณมีเวลามากพอ … การไปเยือนเกาะอื่นๆ เช่น เกาะกริพ (Grip Island) ที่ตั้งอยู่ออกไปในทะเล ประมาณ 14 กิโลเมตร ซึ่งเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็กที่มีประวัติความเป็น มาอันเก่าแก่ อาคารแต่ละหลังจะตั้งลดหลั่นไปตามถนนแคบๆ

บนเกาะยังเป็นที่ตั้งของ โบสถ์กริพ สตาฟ (Grip Stave church) โบสถ์ไม้สีแดงที่มีความเก่าแก่มากแห่งหนึ่งของเกาะ เป็นสถานที่แห่งการนัดพบในยามสุขและในเวลาเศร้าของคนบนเกาะที่มีความสำคัญกับผู้คนมากๆ

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net