วันที่ อังคาร ตุลาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ราตรี...ดอกไม้เมื่อวันวาร


 

ยามค่ำๆ ของทุกๆคืนมักจะได้กลิ่นหอมเย็นๆเอียนๆลอยเอื่อยๆมาตามลม ผมได้กลิ่นหอมเย็นๆเอียนๆนี้ จนรู้สึกกลัว มันหอมเย็นจนบรรยากาศรอบๆตัวเงียบเหงาวังเวง ทำให้เราคิดโน่นคิดนี่ไปไกล จินตนาการไปถึงผีสางนางไม้ เมื่อนึกถึงแล้วก็นั่งเสียวๆต้นคอ ยิ่งในช่วงเวลานั้นไฟฟ้าตามบ้านพักก็ไม่ได้สว่างไสวเหมือนปัจจุบัน หลอดไฟที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นหลอดกลมให้แสงสว่างสีแดงๆสลัวๆทึมๆ  แล้ววันหนึ่งผมก็ถามพ่อ

ดอกไม้หอมๆเย็นๆเอียนๆนี้คือดอกอะไร  " ดอกราตรี " พ่อตอบมา

ต้นมันอยู่ที่ไหนครับพ่อ  " อยู่ในรั้วบ้าน ส.กาศ "

 

ลมพระพายชายชื่นในคืนนี้

กลิ่นราตรีหอมระรื่นชื่นใจแสน

ดอกไม้อื่นดื่นไปในดินแดน

จะเหมือนแม้นราตรีไม่มีเลย

(อิเหนา - พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2)

 

ส.กาศ เป็นชาวบางกอกมารับตำแหน่งสารวัตรช่างกลแทน ส.คนเก่า บ้านพักของ ส.กาศ มีรั้วลวดหนามล้อมรอบ เนื้อที่กว้างขวางใหญ่โตกว่าบ้านพักพนักงานระดับอื่นหลายเท่า ภายในรั้วบ้านปลูกดอกไม้หลากหลายชนิด บริเวนบ้านร่มรื่น ในเวลานั้นผมไม่รู้จักต้นอะไรมากนัก แม้แต่ต้นราตรีกลิ่นหอมเย็นๆก็ยังไม่เคยเห็นว่าหน้าตาเป็นอย่างไร

บ้านพัก ส. ในสภาพรกร้าง

 

ครอบครัว ส.กาศนับถือศาสนาคริสต์ เมื่อถึงวันศริสมาสแกจะจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ใหญ่โตมีดนตรีมาเล่น กลางวันก่อนที่จะมีงานเลี้ยงในช่วงค่ำ ชาว ครฟ.ที่เป็นชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านก็จะเตรียมทำอาหารกันด้วยความครึกครื้น มีเครื่องดื่มดีกรีร้อนแรงมาตั้งไว้ข้างๆตัว อาหารที่ทำก็เป็นพวกแกงกะทิหมูกระทะใหญ่ๆ ของทอดให้แม่บ้านเป็นผู้ลงมือ แต่สิ่งที่อร่อยและเป็นที่สนใจของเด็กๆนั่นคือการทำหมูหัน พวกเด็กๆไปยืนล้อมวงดูการทำหมูตั้งแต่เช้าจนกระทั่งเขาก่อไฟแล้วเอาหมูทั้งตัวเสียบเหล็กแหลมๆตั้งแต่หัวจนทะลุหาง นำไปพาดไว้บนขาเหล็กที่พาดไขว้กันเป็นรูปตัว X  แล้วก็หมุนไปเรื่อยๆจนหนังเกรียมส่งกลิ่นหอมจนน้ำลายสอ แต่พวกเราที่บ้านโดนแม่ห้ามไม่ให้ไปเกะกะเขาขณะที่เขากำลังทำงาน  เราก็ได้แต่นั่งอยู่ในบ้านรอเวลาเย็นๆค่ำๆก็ไปร่วงานเลี้ยงกับเขา

ส.กาศ ย้ายมาจากไหนปีไหนและมาอยู่กี่ปีผมจำไม่ได้ เพราะไม่ใช่หน้าที่ของเด็กจะต้องไปรับรู้ แต่จำได้ว่ามีงานเลี้ยงคริสต์มาสหลายปีทีเดียว หลังจากที่แกย้ายไปประจำที่อื่นหมู่บ้านของเราก็ซบเซาไม่คึกคักเหมือนช่วงที่แกอยู่  ส.กาศ ยังเป็นผู้นำที่สร้างสรรค์มากในช่วงเวลานั้น สนามเด็กเล่นก็ปรับปรุงจนสะอาดสะอ้าน ในสนามหญ้ามีชิงช้ามีเครื่องเล่นให้เด็กๆออกกำลังกายมากมาย  วัสดุที่ใช้ในการทำเครื่องเล่นสำหรับเด็กๆก็นำมาจากวัสดุเหลือใช้ในโรงงาน ฝีมือการทำเครื่องเล่นก็เป็นช่างในโรงงาน สนามที่เราชอบใจมากที่สุดคือสนามบาส ขนาดกว้างยาวได้มาตรฐาน สามารถใช้แข่งขันในระดับอำเภอ บางปีเทศบาลก็มาขอใช้สนามบาสของบ้านพักรถไฟจัดการแข่งขัน 

ทุกเย็นหลังกลับจากโรงเรียน มีเด็กหลายรุ่นมาชุมนุมกันในสนามเด็กเล่น แล้วแต่ใครจะชอบเล่นอะไร ชีวิตในเวลานั้นมีแต่ความสุข แต่เราจะเล่นสุขจนเพลินไม่ได้เพราะมีเวลาให้สนุกได้ไม่เกินหกโมงครึ่ง ถือเป็นเวลามาตรฐานที่เราต้องปฏิบัติมิฉะนั้น....... 

ภายในสนามหญ้าพวกเราสองสามคนในเวลานั้นได้นำเอาเมล็ดหูกวางมาปลูกในสนาม เราแวะเวียนไปดูทุกเย็นหลังกลับจากโรงเรียน ไม่นานหูกวางสองต้นที่เราช่วยกันปลูกก็เติบโตให้ร่มเงาแผ่กิ่งก้านออกไปรอบๆ กิ่งก้านที่ยื่นแผ่ออกมาใหญ่โตแข็งแรง เราก็เอาไม้ไปร้อยกับเชือกแล้วนำไปมัดไว้กับกิ่งหูกวางเพื่อโหนกันเป็นที่สนุก

สนามบาสเกตบอลในสภาพรกร้าง พื้นสนามผุพัง แป้นบาสเหลือแต่โครงเหล็ก

ผ่านห้วงเวลามานานหลังจากที่ได้กลิ่นหอมดอกราตรีในวัยนั้น กลิ่นหอมจากดอกราตรีก็ไม่ได้แผ่วพานมาให้ได้กลิ่นนานมากๆ นานจนจำไม่ได้ว่ากี่ปี  จนกระทั่งราวๆสิบปีที่ผ่านมาหลังกลับจากงานเลี้ยงแล้วแวะไปส่งเพื่อนที่อาศัยรถไปด้วย  เมื่อถึงบ้านเพื่อนแล้วก็จอดรถเปิดกระจกหน้าต่างคุยกันอีกนิดหน่อย กลิ่นที่คุ้นๆหอมๆเอียนๆลอยเอื่ยๆมาตามลม ใช่แล้วกลิ่นของดอกราตรีที่ผมลืมไปแล้วว่าเคยได้กลิ่นนี้เมื่อนานมาแล้วตั้งแต่ผมยังเป็นเด็กๆ แต่จินตนาการไม่เกิดขึ้นกับผมแล้ว นึกเพียงว่าจะหาต้นราตรีที่ไหนมาปลูกสักกระถางสองกระถาง แต่แล้วความนึกคิดนั้นก็ลืมไปเสียสนิท จนกระทั่งไม่กี่เดือนมานี้ผมได้ต้นราตรีมา ๑ กระถางจากพี่นินี่ รดน้ำใส่ปุ่ยสักเท่าไหร่ดอกก็ไม่ยอมออกสักที แล้ววันหนึ่งช่อดอกราตรีก็แย้มมามาให้ชื่นใจ แต่ราตรีต้นนี้มันไม่มีกลิ่นเอาซะเลย ได้แต่สงสัยว่า

" ราตรีต้นนี้มันเป็นพันธุ์อะไรหนอที่เราดูแลอย่างดี แต่เมื่อออกดอกแล้วกลับไม่มีกลิ่น "

ดอกราตรีของคุณเป็นอย่างของผมหรือเปล่า

 

(ขอบคุณภาพจาก nanasaraka.blogspot.com/p/blog-page_1877.html)

 

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cestrum Nocturnum
วงศ์ : solanaceae
ชื่อสามัญ : Night Jessamine
ชื่ออื่น ๆ : Lady of the Night ,ราตรี, หอมดึก

ข้อมูลทั่วไปและประวัติของราตรี
ราตรี เป็นไม้ดอก ที่มีกลิ่นหอมในเวลากลางคืนค่ะ เมื่อมีดอกมันจะส่งกลิ่นไปไกล กลิ่นไม่ฉุนจนเกินไป และมีกลิ่นเย็นเรื่อย ๆ ทำให้ได้อีกชื่อหนึ่งว่า หอมดึก ส่วนมากนิยมปลูกเป็นไม้ประดับตามบ้านเรือน มีถิ่นกำเนิดในหมู่เกาะอินดีส

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของราตรี
ราตรี เป็นไม้พุ่มขนาดย่อม ลำต้นมีเปลือกเป็นสีเทาอ่อน ๆ แตกกิ่งก้านสาขามาก พุ่มใบหนาต้นและใบมีกลิ่นเหม็นเขียวจัด ใบอ่อนบางรูปมนรี ปลายใบแหละโคนเรียวแหลม ขนาดใบยาวประมาณ 5-6 นิ้ว ดอกออกเป็นช่อสีขาวอมเขียว ดอกมีขนาดเล็กและออกจับกลุ่มติดกันมากมายในช่อหนึ่ง ๆ ปลายดอกบานออกเป็นรูปดาว 5 แฉก ขนาดอกบานเต็มที่กว้างประมาณ 0.5 ซม. ยาวประมาณ 2 ซม. ดอกราตรีมีกลิ่นหอมจัดในเวลากลางคืน พอเช้าดอกที่บานจะหมดกลิ่นและจะหอมใหม่ในคืนต่อไป ออกดอกคราว ๆ หนึ่ง ประมาณ 5-7 วัน

การขยายพันธุ์ราตรี
ต้นราตรีนั้นสามารถขยายพันธุ์ได้สองวิธีค่ะ นั่นคือ

-การชำกิ่ง
-ตอนกิ่ง

การปลูกและการดูแลรักษา
-ราตรีในช่วงปักชำกิ่งหรือปลูกลงกระถางใหม่ ๆ ควรปลูกในที่ร่มรำไร หลังจากนั้นเมื่อตั้งตัวได้แล้วค่อยนำไปไว้กลางแจ้ง
-ราตรีชอบดินชื้นและอยู่ได้ในสภาพค่อนข้างแฉะ
-ต้องการน้ำมาก

ขอบคุณข้อมูล :  http://flowers-of-the-world.blogspot.com/2009/09/blog-post_07.html

โดย สำรวจฟ้า

 

กลับไปที่ www.oknation.net