วันที่ ศุกร์ ตุลาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มาคุยเรื่องเงินกัน ตอนที่ 3


 

#มาคุยเรื่องเงินกัน ตอนที่ 3

+++++++++++++++

.

สรุป “#ความเชื่อเรื่องเงิน” (ตามความเชื่อของผม)

ความเชื่อที่ 1 : “เงิน” ไม่มีดีหรือเลว มีแต่ “วิธีหาเงิน” ต่างหากที่ทำให้เราเป็นคนดีหรือเลว

ความเชื่อที่ 2 : รายได้ของคุณคือรายจ่ายของใครบางคนเสมอ

ความเชื่อที่ 3 : สิ่งที่ทำให้รวย ไม่ใช่จำนวนเงินที่คุณมี แต่คือจำนวนทักษะที่คุณมี

.

นโปเลียน ฮิลล์ เขียนไว้ในหนังสือ “ปรัชญาชีวิต ศาสตร์แห่งความสำเร็จ” ว่า

“ความมั่งคั่งที่แท้จริง ไม่ได้วัดจากสิ่งที่คุณมี แต่วัดจากสิ่งที่คุณเป็น”

.

#สิ่งที่คุณมี วัดจากทรัพย์สินเงินทองที่คุณมี

#สิ่งที่คุณเป็น วัดจากความเชี่ยวชาญที่คุณมีเพื่อใช้ในการสร้างทรัพย์สินเงินทอง

ทักษะความเชี่ยวชาญ จึงเป็นความมั่งคั่งที่แท้จริงตามความหมายลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ในคำกล่าวของนโปเลียน ฮิลล์

.

แต่เนื่องจากทักษะใดก็ตามจะตกผลึกกลายเป็นความเชี่ยวชาญได้ ต้องอาศัยทั้งเวลาและความตั้งใจ รวมถึงความสม่ำเสมอในการฝึกฝน

ซึ่งความสม่ำเสมอ คือยาขมสำหรับคนขี้เกียจ

ด้วยเหตุนี้คนที่ชอบอะไรที่ง่ายๆ เร็วๆ ใจร้อน อดทนรอคอยผลลัพธ์ไม่ได้จึงยากนักที่จะฝึกฝนตนเองให้เชี่ยวชาญสิ่งใดได้

และทางออกที่รวดเร็วทันใจของคนเหล่านี้คือ อะไรก็ได้ที่ง่ายๆ สบายๆ

.

เคราะห์กรรมทางการเงินของคนจำนวนมากมาย

ไม่ได้เกิดขึ้นจาก “ความโลภที่มากเกินไป” อย่างเดียว

แต่เกิดจากการมี “สติที่น้อยเกินไป” ด้วย

เมื่อ “เหตุ” ทั้งสองนี้มาเจอกัน “ผล” ที่ไม่คาดฝัน(แต่ไม่ยากเกินคาดเดา)จึงเกิดขึ้น

เงินของคุณได้กลายเป็น “รายจ่าย” ของคุณและแปรเปลี่ยนไปเป็น “รายได้” ของใครบางคนไปแล้ว

.

สิ่งเดียวที่จะไม่ทำให้เงินที่คุณมีกลายเป็น “รายได้” ของคนอื่นโดยไม่จำเป็นก็คือ “ความรู้ทางการเงิน” ที่มากพอ

และสิ่งที่จะช่วยเปลี่ยน “รายจ่าย” ของคุณให้งอกเงยเป็น “รายได้” ก็คือ “ความเชี่ยวชาญทางการเงิน” ที่มากพอ

แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่จะกำหนดอนาคตทางการเงินของคุณคือ “ความเชื่อเรื่องเงิน” ของคุณ

.

#ประโยชน์ที่ได้จากการทำงานโดยโฟกัสที่การเพิ่มขนาดทักษะ_ไม่ใช่เงิน

1) “เงิน” ที่คุณหามาได้จะอยู่กับคุณเพียงชั่วคราว แต่ “ทักษะ” ที่คุณฝึกฝนจนเชี่ยวชาญแล้วจะอยู่กับคุณชั่วชีวิต

2) “เงิน” เป็นสิ่งที่คนอื่นขโมยหรือช่วงชิงไปจากคุณได้ แต่ “ทักษะ” เป็นสิ่งที่ไม่มีใครขโมยหรือช่วงชิงมันไปจากคุณได้

3) “เงิน” เวลายิ่งผ่านไป มูลค่ายิ่งลดลง แต่ “ทักษะ” เวลายิ่งผ่านไป มูลค่ายิ่งเพิ่มสูงขึ้น

ทั้ง 3 ข้อนี้คือเหตุผลที่สนับสนุนให้ผมเชื่อในเพิ่มขนาดของ “ทักษะ” มากกว่าขนาดของ “เงิน”

.

เหตุผลที่ผมยกมามันก็ฟังดูเข้าทีดี แต่มันไม่ขัดกับคำสอนของพ่อรวยเรื่อง “เงิน 4 ด้าน” หรอกเหรอ

.

ในหนังสือพ่อรวยแบ่ง “เงิน” ออกเป็น 4 ด้าน และแบ่ง “งาน” ออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้

E…mployee = ลูกจ้าง (ใช้เวลาและแรงกายทำเงิน)

S…elf - Employed = เจ้าของกิจการ (ใช้ทักษะทำเงิน)

B…usiness Owner = เจ้าของธุรกิจ (ใช้ระบบทำเงิน)

I…nvestor = นักลงทุน (ใช้เงินทำเงิน)

.

หากเน้นที่การสร้างรายได้จากทักษะ เราจะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม S คือ “คนที่มีเงินแต่ไม่มีเวลา” ตามคำจูงใจของคนในโลกการเงินที่ต้องการ “รายได้” จากคุณหรือต้องการให้คุณไปทำงานให้ทันที

.

ผมเองเมื่อนานมาแล้วก็เคลิบเคลิ้มไปกับความเชื่อนี้เช่นเดียวกัน จนเงินที่มีกลายเป็น “รายได้” คนอื่นไปมิใช่น้อย 555

เมื่อคนอื่นร่ำรวยได้ที่จาก “รายจ่าย” ของผมแล้ว

สิ่งที่เคยเป็นแค่ “ความรู้” ก็ตกผลึกกลายเป็น “ความคิด”

.

“ความคิด” ที่เกิดขึ้นนี่เองที่ผมมองว่ามีค่ามากกว่า “เงิน”

มันสอนให้ผมรู้ว่าผมลงทุนกับสิ่งใดแล้ว ผมจะกลายเป็นคนที่มั่งคั่งอย่างแท้จริง

.

ลูกจ้าง (Employee) คือผู้ที่ใช้เวลาและแรงกายทำเงิน

เจ้าของกิจการ (Self – Employed) คือผู้ที่ใช้ทักษะทำเงิน

เจ้าของธุรกิจ (Business Owner) คือผู้ที่ใช้ระบบทำเงิน

นักลงทุน (Investor) คือผู้ที่ใช้เงินทำเงิน

แม้การจัดกลุ่มคนตามที่มาของรายได้เช่นนี้จะเป็นข้อเท็จจริงที่เถียงไม่ได้

แต่เหรียญมี 2 ด้านครับ

.

หากคุณไม่ถูกความโลภบังตาจนเลือกจะมองเห็นแต่ “ข้อดี” ของรายได้ในช่องทางนั้นๆแล้วล่ะก็ สิ่งที่คุณจะได้เห็นควบคู่กับ “ข้อดี” เสมอก็คือ “ข้อเสีย” ครับ

และนี่คือ ข้อดีและข้อเสียของ “เงิน” 4 ด้านและ “งาน” 4 ประเภท (คร่าวๆ)

.

#ลูกจ้าง (Employee)

ข้อเสีย คือต้องใช้เวลาและแรงกายทำเงิน ทำให้รวยยาก

ข้อดี คือ ความเสี่ยงน้อยกว่าเจ้าของกิจการหรืองานในด้านอื่น

.

#เจ้าของกิจการ (Self – Employed)

ข้อเสีย คือรายได้จำกัดด้วยจำนวนเวลา เพิ่มทักษะได้ก็เพิ่มเวลาไม่ได้

ข้อดี คือ อิสระทางใจสูงเพราะเป็นนายตัวเอง

.

#เจ้าของธุรกิจ (Business Owner)

ข้อเสีย คือ หากระบบที่ใช้ล่มหรือคู่แข่งมีระบบที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้มากกว่าก็พัง ต้องพัฒนาให้ทันคู่แข่งอยู่เสมอ

ข้อดี คือ สามารถสร้างรายได้ได้มาก แต่แบกรับต้นทุนและความเสี่ยงทุกด้านในจำนวนที่สูงมากเช่นกัน

.

#นักลงทุน (Investor)

ข้อเสีย คือ ต้องมีเงินลงทุน และต้องมีความเชี่ยวชาญในการใช้เงินทำเงิน (ซึ่งสุดท้ายก็ยังเป็น “ทักษะ” อยู่ดี)

ข้อดี คือ ใช้เงินทำงานแทนได้ 24 ชั่วโมง

.

ในยุคก่อน เขาบอกว่า...ปลาใหญ่กินปลาเล็ก

ในยุคนี้ เขาบอกว่า...ปลาเร็วกินปลาช้า

แต่ทุกยุค ผมจะบอกว่า...ปลาฉลาดกินปลาโง่

และไม่ว่าจะผ่านไปอีกกี่ยุค

ปลาที่จะไม่ถูกใครจับกิน คือ...ปลาที่มีความเชี่ยวชาญในการเอาตัวรอดจากความโลภของปลาตัวอื่น

.

#วันนี้คุณเลือกที่จะเป็นปลาอะไร?

.

เดี๋ยวมาติดตามกันว่า ความรู้และทักษะชีวิตในหลักสูตร “9C Excellent Freedom”

จะช่วยทำให้คุณสร้างความมั่งคั่งที่ “ยั่งยืน” โดยไม่ต้องสูญเสีย “จุดยืน” ได้อย่างไร

.

#โค้ชธนา

#Excellent_Habit_Coach

#Rakdee_Training

โดย แมวเหมียวสิบชีวิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net