วันที่ เสาร์ ตุลาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

หัวหินสิ้นมนต์รัก : สุเทพ วงศ์กำแหง // พิษร้ายของการเล่นมือถือก่อนนอน


link @: ‘บิ๊กป้อม’ติดตามขับเคลื่อน เศรษฐกิจ 3 จชต.//ตร.ออกหมายจับเพิ่มแก๊งขโมยปืนหลวง

สวัสดีครับ

         คืนนี้ฟังเสียงคุณสุเทพ วงศ์กำแหง ร้องเพลงเกี่ยวกับหาดหัวหินกันนะครับ ทุกคนเคยไปหัวหินกันแล้วไม่ใช่หรือ จึงพอฟังเพลง

ก็เกิดจินตนาการถึงหาดหัวหินทันที คนที่มีความสุขเกิดจากหัวหินก็จะได้หวนนึกถึงบรรยากาศนั้นอีกครั้ง

         ว่าแต่ว่า ใครเคยนั่งรถไฟจากหัวลำโพงหรือสถานีสายใต้ไปหัวหินบ้างครับ แนะนำเพื่อนๆให้ลองดูบ้าง แล้วจะสนุกไปตามราง

รถไฟแบบไม่เร่งไม่ด่วนนะครับ

 

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปหัวหิน ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปหัวหิน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปหัวหิน ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปหัวหิน

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปหัวหิน ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปหัวหิน

รายการ "ในหัวใจมีเสียงเพลง"

หัวหินสิ้นมนต์รัก : สุเทพ วงศ์กำแหง https://youtu.be/4QYzaDFaFSk

 

 

.......................................................

 

 

พิษร้ายของการเล่นมือถือก่อนนอน

07.06.2017

HIGHLIGHTS

4 MINS. READ
  • ผลเสียจากการอดนอนก่อให้เกิดความรู้สึกไม่แจ่มใส สมองเบลอต่อการคิดแก้ปัญหาต่างๆ ไปจนถึงขั้นหลงลืม
  • ขณะที่สายตากำลังจ้อง สมองจะตื่นตัวจนส่งผลให้นอนไม่หลับ
  • การนอนหลับไม่เพียงพอทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานผิดปกติ เป็นเหตุให้ร่างกายเผาผลาญได้ไม่ดีเท่าที่ควร
  • ถ้าหากจำเป็นต้องใช้มือถือ คอมพิวเตอร์ ควรพักสายตาทุก 45-60 นาที และหยุดเล่นก่อนเข้านอนราวๆ 20 นาที เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายและพร้อมจะพักผ่อน

     ช่วงเวลาก่อนนอนเป็นช่วงเวลาแสนวิเศษ ซึ่งทันทีที่คุณเอนกายลงบนเตียงนุ่มๆ มือของคุณจะได้คว้าไปหยิบโทรศัพท์ข้างเตียงมากดเพื่อเช็กความเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียให้ทันกับชาวโลก หรืออ่านข่าวสารต่างๆ ที่มาร์กเอาไว้ว่าจะอ่านแต่ก็ยังไม่ได้อ่าน ใช่ นี่คือช่วงเวลาแสนสุขที่คุณได้อยู่กับตัวเองอย่างสงบ และไม่ใช่คุณคนเดียวแน่ๆ ที่ทำเช่นนั้น

     แต่การกลอกตาไปมาจ้องหน้าจอจิ๋วๆ ขณะที่ร่างกายต้องการพักจะแย่สำหรับร่างกายจะไหวแค่ไหนกัน ดร. แดเนียล ซีเกล (Daniel Siegel) ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาคลินิก โรงเรียนแพทยศาสตร์ แห่งมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA School of Medicine) เผยกับ Business Insider ว่า “ขณะที่ตาของเรากำลังจ้องภาพจำนวนมหาศาล สมองของเราก็จะตื่นตัวจนส่งผลให้นอนไม่ค่อยหลับ อย่างถ้าเราเช็กอีเมล หรือมองหาข้อความสักฉบับ สมองก็จะสั่งการให้อย่าเพิ่งหลั่งสารเมลาโทนิน (melatonin) ออกมา เพราะนี่ยังไม่ถึงเวลานอน

     นั่นแปลว่าขณะที่เมลาโทนินต้องทำงาน และเรากำลังอ่านหัวข้อเทรนดิ้งบนทวิตเตอร์อย่างเมามัน เรากำลังสั่งให้ร่างกายไม่ยอมหลับ ซึ่งนอกจากจะทำให้คุณภาพของการนอนแย่ลงแล้ว ผลเสียจากการอดนอนยังก่อให้เกิดความรู้สึกไม่แจ่มใส สมองเบลอต่อการคิดแก้ปัญหาต่างๆ ไปจนถึงขั้นหลงลืม

     รวมถึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สารอินซูลิน (insulin) ในร่างกาย ซึ่งช่วยในการเผาผลาญทำงานผิดปกติ ทำให้ร่างกายเผาผลาญสิ่งที่กินเข้าไปได้ไม่ดีเท่าที่ควร คล้ายกับมีพิษอยู่ในร่างกายก็ว่าได้”

แต่ถ้าอยากเล่นมือถือก่อนนอนควรทำอย่างไรดี

     พญ. วรรณวิพุธ สรรพสิทธิ์วงศ์ แพทย์ประจำศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย (Vital Life Wellness) โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ แนะนำสำหรับคนที่อดใจอยากเล่น อยากอ่าน หรือจำต้องใช้หน้าจอคอมพิวเตอร์ขณะนอนเอกเขนกบนเตียงยามค่ำดังนี้

     “ถ้าหากจำเป็นต้องใช้มือถือ คอมพิวเตอร์ ควรพักสายตาทุก 45-60 นาที และหยุดเล่นก่อนเข้านอนราวๆ 20 นาที เพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย และพร้อมจะนอนหลับ

     “และเพื่อการนอนหลับที่สนิทและสุขภาพดี ควรเสริมสร้างสุขอนามัยในการนอน (Sleep Hygiene) โดยปรับอุณหภูมิในห้องให้พอเหมาะและมีอากาศถ่ายเทเหมาะสม ไม่อับ ไม่หนาว หรือร้อนจนเกินไป และไม่ควรมีแสงกระทบ เนื่องจากแสงจะไปรบกวนการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินที่ทำให้เราหลับสนิท และก่อนที่ร่างกายจะหลับนั้น ต้องอาศัยเวลาในการผ่อนคลาย ไม่ว่าจะเป็นสมองหรือกล้ามเนื้อ ดังนั้นการทำกิจกรรม เช่น ดูโทรทัศน์ เล่นคอมพิวเตอร์ กดโทรศัพท์หรือแท็บเล็ต จะส่งผลทำให้หลับได้ยากขึ้น หรือหลับไม่สนิทดีพอ

     “ในกรณีที่เสพติดโซเชียลมีเดีย แชตคุย เล่นอินเทอร์เน็ต ดูยูทูบ หรือไลน์ทีวี ผ่านมือถือในที่มืด อาจเกิดกรณีมือถือตกใส่หน้ามาพบแพทย์ก็มี แต่ที่ร้ายกว่านั้นคือพฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อสายตา ทำให้ตาแห้ง และสายตาเกิดความผิดปกติได้”

     แต่ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เลี่ยงกิจกรรมดิจิทัลขณะอยู่บนเตียงได้ เราก็ขอแสดงความยินดีด้วย

 ภาพประกอบ: Tenenbaum/ Shutterstock

17 สัญญาณอันตราย ถึงเวลาต้องวางสมาร์ทโฟนเสียที

          ยิ่งเทคโนโลยีพัฒนาไปมากเท่าไร สมาร์ทโฟนก็กลายเป็นสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับคนยุคนี้ แต่หารู้ไม่ว่าจริงๆ แล้วสมาร์ทโฟนก็มีส่วนทำให้เกิดปัญหาสุขภาพได้ด้วยนะ
 
          ปัจจุบันนี้สมาร์ทโฟนแทบจะกลายเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิต ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มักจะเห็นแต่ผู้คนก้มหน้าก้มตาเล่นสมาร์ทโฟนของตัวเองกันไปหมด ซึ่งที่จริงแล้วการเล่นสมาร์ทโฟนมากเกินไปอาจจะส่งผลเสียทั้งระยสั้นและระยะยาว และยังก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาอีกด้วย วันนี้กระปุกดอทคอมจึงนำข้อมูลดี ๆ จากเว็บไซต์ huffingtonpost.com เกี่ยวกับ 17 สัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าคุณควรจะวางสมาร์ทโฟนลงซะที มาเล่าสู่กันฟังค่ะ
 
          คุณเป็นคนหนึ่งที่ติดสมาร์ทโฟนหรือเปล่า? ถ้าหากเพียงแค่คุณคิดว่าจะต้องใช้ชีวิตโดยขาดการติดต่อกับโลกออนไลน์แล้วรู้สึกแย่ล่ะก็ นั่นแปลว่าคุณติดสมาร์ทโฟนอย่างไม่ต้องสงสัย จากการวิจัยพบว่าคนเราใช้เวลาอย่างต่ำ 4 ชั่วโมงต่อวันในการอยู่กับมัน ซึ่งผลจากการใช้เวลาอยู่กับสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานก็อาจจะทำให้เกิดอาการหลาย ๆ อย่างขึ้น เช่น อาการตาเบลอ ปวดหัว หรือมีนิสัยบางอย่างเปลี่ยนไป ซึ่งนั่นล่ะคือสัญญาณเตือนว่าคุณควรจะวางสมาร์ทโฟนลงซะก่อนที่มันจะกลายเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต เราไปดูกันดีกว่าว่ามีสัญญาณอะไรบ้างที่กำลังเตือนให้คุณเลิกใช้สมาร์ทโฟนซะ
 
          1. สายตาของคุณเริ่มเบลอ
 
          การใช้สมาร์ทโฟนเป็นเวลานานเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการสายตาเบลอ จากการศึกษาในปี 2011 พบว่า มากกว่า 90% ของคนที่จ้องหน้าจอโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตมากกว่า 2 ชั่วโมงจะเกิดปัญหาปัญหาสายตาอย่างเช่น สายตาเบลอ และอาการตาแห้ง 
 
          2. เกิดอาการหวั่นวิตกเมื่อหาโทรศัพท์ไม่เจอ
 
          ถ้าคุณเคยรู้สึกลนลานและตกใจมากเวลาที่หาโทรศัพท์ไม่เจอ โดยแท้ที่จริงแล้วคุณอาจจะวางไว้ผิดที่ หรือไม่ก็ลืมนำมันติดตัวมาด้วยล่ะก็ นั่นแปลว่าคุณกำลังติดโทรศัพท์ขั้นหนักและควรจะเลิกเล่นมันเสียบ้าง การศึกษาในปี 2012 พบว่าผู้คนจำนวนกว่า 73% รู้สึกตื่นตระหนกราวกับดูหนังสยองขวัญเมื่อหาโทรศัพท์ไม่พบ

          3. ปวดหัวตุ๊บ ๆ
 
          การจ้องหน้าจอสมาร์ทโฟนนาน ๆ นอกจากจะทำให้เกิดปัญหากับสายตาแล้ว ยังเป็นสาเหตุทำให้ปวดหัวและเกิดอาการอ่อนเพลียอีกด้วย นอกจากนี้การใช้จ้องหน้าจอนาน ๆ ทำให้มีผลกระทบต่อสมอง โดยการศึกษาครั้งหนึ่งค้นพบว่ าสมาร์ทโฟนเป็นสาเหตุของการเกิดภาวะสมองเสื่อม ซึ่งส่งผลต่อการรับรู้ของสมองและความทรงจำระยะสั้นอีกด้วย
          4. คุณทำงานเกินเวลา
 
          ถ้าเกิดว่าคุณพบว่าตัวเองนั้นเช็คอีเมล ถ้าคุณชอบเช็กอีเมลในช่วงมื้อเย็นหรือในงานเลี้ยงต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลาเป็นเวลาบ่อยครั้ง นั่นแปลว่าคุณกำลังติดสมาร์ทโฟนแล้วล่ะ ในการวิจัยปี 2012 พบว่า เกือบ 80% ของคนที่ทำการสำรวจนั้นยอมรับว่า ได้ทำงานเกินเวลาโดยไม่รู้ตัวจากการเพียงแค่เช็กอีเมล หรือแค่เพียงส่งข้อความสั้น ๆ ที่เกี่ยวกับงาน ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้กินเวลาประมาณ 7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ เทียบเท่ากับการทำงานหนึ่งวันเลยทีเดียว
 
          5. นอนไม่เต็มอิ่ม
 
          การวางโทรศัพท์เอาไว้ข้างหมอนคือสาเหตุที่ทำให้คุณนอนหลับได้ไม่เต็มอิ่ม เพราะมันจะไปรบกวนการนอนของคุณ ทำให้นอนไม่เต็มอิ่ม จากการศึกษาเผยว่า การใช้เวลากับสมาร์ทโฟนเป็นเวลานานก่อนนอนจะทำให้นอนหลับยากและยังทำให้ครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ตลอดเวลา นี่ยังไม่นับรวมกับการที่คุณจะต้องเช็กการแจ้งเตือนทุกครั้งก่อนหลับตานอน ที่จะทำให้การนอนของคุณไม่ต่อเนื่องอีกด้วย ทางที่ดีที่สุดคือควรจะปิดโทรศัพท์และวางมันให้ห่างตัวก่อนนอนทุกครั้ง
 
          6. รู้สึกว่าโทรศัพท์สั่นอยู่ตลอดเวลา
 
          ถ้าคุณรู้สึกว่าโทรศัพท์สั่นแต่เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกลับไม่มีอะไรอยู่บ่อย ๆ นั่นแปลว่าคุณควรจะพึ่งการรักษาทางการแพทย์แล้วล่ะ ในการศึกษาปี 2012 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Computers of Human Behavior นั้นบอกว่า อาการเหล่านั้น คืออาการของโรค Phantom Vibration Syndrome ซึ่งจะเกิดขึ้นในหมู่วัยรุ่นอย่างน้อย 1 ครั้งต่อ 2 สัปดาห์ แต่ถ้าหากอาการหนักขึ้นก็อาจจะเกิดได้บ่อยขึ้น ซึ่งนั้นเป็นสัญญาณว่าคุณควรจะเลิกเล่นโทรศัพท์เสียที

          7. นิ้วมือเริ่มหงิกงอ
 
          การเล่นสมาร์ทโฟนติดต่อกันเป็นเวลานาน ครั้งละหลาย ๆ ชั่วโมง มีความเสี่ยงทำให้เกิดอาการนิ้วล็อก และตะคริวตามมือและนิ้วมือ คุณควรจะวางโทรศัพท์ลงแล้วยืดเส้นยืนสายบ้างเพื่อความปลอดภัย
          8. ติด Hashtag ให้กับคำพูดหรือใช้ภาษาแชทตลอดเวลา
 
          หากคุณเริ่มพูดถึงเรื่องการติด Hashtag และใช้ภาษาแชทตลอดเวลา มันถึงเวลาที่คุณควรจะวางสมาร์ทโฟนลงบ้างได้แล้วล่ะ
          ทั้งนี้ อาการนิ้วล็อก เป็นกลุ่มอาการหนึ่งที่เกิดกลุ่มคนที่ใช้มือในการทำงานอย่างหนัก ซึ่งจะพบว่ามีอาการปวดและมีเสียงดังกึก ทำให้เส้นเอ็นไม่โก่งตัวออกเวลางอนิ้ว นอกจากนี้ยังมีอาการอักเสบของเส้นเอ็น ทำให้เส้นเอ็นบวมและหนาตัว ทำให้ลอดผ่านห่วงลำบาก จึงรู้สึกเจ็บและเกิดอาการนิ้วล็อกตามมา

17 สัญญาณอันตราย ถึงเวลาต้องวางสมาร์ทโฟนเสียที
          9. ส่งข้อความหาใครบางที่อยู่ใกล้ ๆ แทนการพูดคุย
 
          การส่งข้อความหาคนใกล้ตัวแทนการพูดคุยเป็นสัญญาณของความล้มเหลวทางการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เพราะการที่เราเลือกใช้การพูดคุยผ่านข้อความแทนการพูดคุยกันต่อหน้า ก็จะยิ่งทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลแย่ลง รีบวางสมาร์ทโฟนลงก่อนที่จะสูญเสียความสัมพันธ์เหล่านั้นไปเถอะ
 
          10. แม้แต่อาบน้ำก็ยังเอาโทรศัพท์เข้าไปด้วย
 
          หากคุณนำสมาร์ทโฟนของคุณติดตัวไปด้วยทุกที่แม้กระทั่งห้องน้ำ นั่นแปลว่าคุณกำลังติดสมาร์ทโฟนอย่างหนักและควรวางมันลงเสียที จากการศึกษาซึ่งจัดทำขึ้นโดยหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอย่าง LG พบว่ามีถึง 77% ของคนที่ใช้สมาร์ทโฟนที่นำโทรศัพท์ติดตัวไปด้วยทุกทีไม่ว่าจะเวลานอนหรือเข้าห้องน้ำก็ตาม
 
          11. สนใจที่จะโพสต์รูปของกินของคุณมากกว่าการกินมันเข้าไป
 
          ปัจจุบันมีคนมากกว่า 5 ล้านคนที่แท็กรูปภาพอาหาร และให้ความสนใจกับการแชร์รูปภาพอาหารของคุณมากกว่าที่จะสนใจคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าซึ่งนั่นเป็นการทำลายความสัมพันธ์วิธีหนึ่ง จากการศึกษาของมหาวิทยาลัย The University of Essex พบว่า การที่มีโทรศัพท์วางอยู่ให้เห็นในขณะที่กำลังพูดคุยกัน จะทำให้ทั้งสองฝ่ายสนใจอีกฝ่ายน้อยลง

17 สัญญาณอันตราย ถึงเวลาต้องวางสมาร์ทโฟนเสียที
          12. สบตาคนอื่นน้อยลง
 
          เทคโนโลยีเป็นสาเหตุทำให้คนสบตากันน้อยลง จากการศึกษาพบว่าโดยปกติแล้วเมื่อคนพูดคุยกันมักจะเกิดการสบตากันอย่างน้อย 30-60% ของบทสนทนาทั่วไป และสายตาเป็นตัวที่ช่วยในการสื่อสารทางอารมณ์ถึง 60-70% ดังนั้น ถ้าคุณรู้สึกว่าอยากจะจ้องหน้าจอมากกว่าที่จะมองตาคนอื่น นั่นได้เวลาเลิกเล่นโทรศัพท์แล้วล่ะ
 
          13. บ่นทุกอย่างลงในโซเชียลเน็ตเวิร์ก
 
          หากคุณพบเจอเรื่องอะไรก็ตามในแต่ละวันและเลือกที่จะแสดงความรู้สึกนึกคิดทุกอย่างลงในโซเชียลเน็ตเวิร์กแล้วนั้น มันเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังติดสมาร์ทโฟนอย่างหนัก ซึ่งการแชร์ทความรู้สึกนึกคิดทุกสิ่งทุกอย่างลงในโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้นไม่ได้มีผลดีต่อตัวคุณเองเลยแม้แต่น้อย

          14. ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
 
          เราคงเคยได้ยินข่าวว่ามีคนประสบอุบัติเหตุบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากการที่ก้มหน้าก้มตาเล่นสมาร์ทโฟนโดยไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างใช่ไหมคะ ซึ่งนั่นเกิดจากการที่ติดสมาร์ทโฟนมากเกินไปโดยไม่ได้สนใจรอบข้าง ไม่ใช่เพียงเราจะเดือดร้อนหากเกิดอุบัติเหตุ แต่ครอบครัวและคนรอบข้างเราอาจจะเดือดร้อนตามไปด้วยจากพฤติกรรมที่ไม่ดีแบบนี้
 
          15. บุคลิกภาพแย่ลง
 
          เมื่อคุณติดสมาร์ทโฟนมาก ๆ จะทำให้คุณเป็นคนไหล่ตก เนื่องจากเวลาที่คุณก้มหน้าจิ้มโทรศัพท์ ร่างกายของคุณก็จะโน้มตัวไปข้างหน้าอัตโนมัติ หากอยู่ในท่านั้นนาน ๆ และบ่อยครั้งก็จะทำให้กระดูกหลังและคอเปลี่ยนรูป ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้กล้ามเนื้ออักเสบและบุคลิกภาพที่เปลี่ยนแปลงไป

17 สัญญาณอันตราย ถึงเวลาต้องวางสมาร์ทโฟนเสียที
 
          16. เลิกบันทึกเบอร์โทรศัพท์ลงมือถื
 
          ยังจำได้หรือไม่ว่าครั้งสุดท้ายที่บันทึกเบอร์โทรศัพท์ลงมือถือนี่มันเมื่อไร แล้วคุณจำได้หรือเปล่าว่าคุณใช้โทรศัพท์เพื่อโทรหาใครสักคนครั้งล่าสุดเมื่อไร หากคุณจำไม่ได้ นั่นแปลว่าคุณเลือกที่จะใช้โทรศัพท์ในการติดต่อสื่อผ่านทางข้อความมากกว่าใช้โทรศัพท์เพื่อโทรหาใครบางคน
 
          17. เสพติดการเซลฟี่
 
          หลายคนเสพติดการถ่ายรูปตัวเอง หรือที่เรียกว่าเซลฟี่ขนาดหนักจนถึงขนาดต้องถ่ายรูปในแทบจะทุกอิริยาบถ บางรายอาจถึงขั้นโพสต์เป็นคลิปวิดีโอลงในโซเชียลมีเดีย โดยผู้คนเหล่านี้อาจจะไม่ได้รู้เลยว่า บางครั้งการโพสต์รูปเซลฟี่ของตัวเองบ่อย ๆ นั้น อาจจะทำให้เกิดอันตรายกับตัวเองได้
 
          สมาร์ทโฟนเป็นเทคโนโลยีที่ดีและสะดวกสบาย แม้ว่าสมาร์ทโฟนจะสามารถทำได้หลายอย่าง แต่ก็คงไม่สามารถแทนที่ความรู้สึกนึกคิดใด ๆ ได้ เพราะฉะนั้นอย่าให้เทคโนโลยีเข้ามาในชีวิตเรามากเกินไป ควรใช้อย่างพอเหมาะเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีนะคะ


...........................................................

26 ตุลาคม 2562

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net