วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นครสวรรค์-สระบุรียุค 5G เอกชนนำธง-รัฐเดินตาม


นครสวรรค์-สระบุรียุค 5G เอกชนนำธง-รัฐเดินตาม

 

ขอบคุณ คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ โดย กฤษณา ไพฑูรย์ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562

https://www.prachachat.net/columns/news-389681

 

 ขอบคุณภาพ Smith Sermniparat

 

เรามักได้ยินหลายคนบ่นว่า หลายเมืองของประเทศไทยเติบโตขึ้นมาอย่างไร้ทิศทาง ไม่มีการวางผังเมืองที่ชัดเจน เพราะบางครั้ง “ผังเมือง” ที่มีอยู่สามารถเปลี่ยนสีได้ตามอำนาจ และอิทธิพลในเงาสลัว ๆ แม้จะมีการเปิดทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็น แต่เหมือนทุกอย่างถูกตั้งธงมาไว้แล้ว จะปรับเปลี่ยนตามที่ชาวบ้านต้องการเพียงเล็กน้อย

 

การพัฒนาเมืองเป็นไปตามนโยบายจากข้างบนลงไปข้างล่าง ไม่ได้เป็นไปตามความต้องการของคนในพื้นที่อย่างแท้จริง หลายโครงการใช้งบประมาณแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เมื่อเงินหมดกลายเป็น “โครงการร้าง”

 

เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีโอกาสคุยกับอาจารย์ “ฐาปนา บุณยประวิตร” นายกสมาคมการผังเมืองไทย ซึ่งเป็นผู้ที่พยายามผลักดันเรื่องแนวคิด “การเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth)” ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

 

เพื่อหวังควบคุมการเติบโตแบบกระจัดกระจายอย่างไร้ทิศทางของหลายเมืองในประเทศไทย ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ มากมายตามมาไม่มีที่สิ้นสุด ให้เมืองเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพสอดรับกับการพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ ยกระดับเศรษฐกิจของคนในท้องถิ่น สร้างความเข้มแข็งทางสังคม เพิ่มคุณภาพสิ่งแวดล้อม ฯลฯ

 

ที่สำคัญ การผลักดันแนวคิดดังกล่าวใช้วิธีการดึงให้ภาคเอกชน ภาคประชาชน หน่วยงานภาครัฐที่อยู่ในพื้นที่ “ทุกคนต้องมาร่วมกันคิด และลงมือทำร่วมกัน” เพื่อให้เมืองที่ตัวเองอาศัยอยู่ดีขึ้น และเดินไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ได้ ภายใต้คณะกรรมการที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม หรือที่เรียกกันว่า คณะกรรมการกฎบัตร (National Charter)

 

 ฐาปนา บุณยประวิตร” นายกสมาคมการผังเมืองไทย

 

อาจารย์ฐาปนาเล่าว่า “แนวคิดสมาร์ทโกรว์ท ไม่ใช่เรื่องใหม่ เมืองใหญ่ในต่างประเทศทำกันมานานแล้ว เช่น นิวยอร์ก จะมี นิวยอร์กซิตี้ชาเตอร์ ให้ทุกคนร่วมกันคิดว่าเศรษฐกิจเมืองในอนาคตอีก 20-30 ปีข้างหน้า อะไรจะเกิดขึ้นบ้าง และเมืองจำเป็นต้องวางแผน เพื่อให้เดินไปสู่ภาวะที่มีความยั่งยืนได้อย่างไร พอคิดเสร็จต้องลงมือทำ ทำแผนขึ้นมาหนึ่งแผน ทุกคนต้องมาร่วมลงนาม มีความรับผิดชอบร่วมกัน เสนออะไรไปคือทำได้ สิ่งแวดล้อมไม่เสีย ลูกหลานได้ประโยชน์ เศรษฐกิจกระจายตัว โดยในเวทีกฎบัตร เราจะบอกกับทุกคนว่า ถ้ามาเพียงแค่เสนอแนะให้เพื่อนทำ ไม่ต้องมาเพราะเสียเวลา แต่ถ้ามาแล้วเสนอเสร็จแล้วทำด้วย วิธีการแบบนี้ใช้ได้ผลค่อนข้างมาก นี่คือวิธีการของตัวกฎบัตร”

 

ที่ผ่านมาตั้ง “โครงการวิจัยพัฒนากลไกเชิงพื้นที่ในการออกแบบเมืองอย่างชาญฉลาดเพื่อยกระดับเศรษฐกิจและสังคม (SG-ABC)” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มา 17 ล้านบาท ทดลองเดินตามกรอบ Smart Growth ใน 6 เมือง คือ อุดรธานี สระบุรี นครสวรรค์ เชียงใหม่ ป่าตอง และระยอง

 

ล่าสุดได้เห็นความก้าวหน้าในจังหวัดต่าง ๆ บ้างแล้ว เช่น คณะกรรมการกฎบัตรนครสวรรค์ หนึ่งในจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการวิจัย โดยมีเทศบาลนครนครสวรรค์เป็นแม่งานหลัก ได้จัดทำแผนแม่บทในการพัฒนาเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยมีแผนจะนำ “ท่าข้าวกำนันทรง” ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ 350 ไร่ ของกรมธนารักษ์ ซึ่งเคยรุ่งเรืองในอดีต มาปรับปรุงเป็นศูนย์ประชุม และหอศิลปะนานาชาติ เพื่อสร้างเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของจังหวัดนครสวรรค์

 

โดยในส่วนของหอศิลปะนานาชาติ ทางเทศบาลนครนครสวรรค์จะขอแบ่งพื้นที่ออกมา 39 ไร่ และได้เตรียมงบประมาณ 25 ล้านบาท ลงทุนดำเนินการเอง ส่วนพื้นที่ที่เหลือ 311 ไร่ มีแผนเตรียมเปิดสัมปทานให้เอกชนมาลงทุนระยะเวลา 30 ปี ก่อสร้างเป็นศูนย์ประชุม ที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย การท่องเที่ยว โรงแรม ธุรกิจด้านอาหาร โดยจุดประสงค์เพื่อหวังให้นครสวรรค์เป็นศูนย์เศรษฐกิจใจกลางภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางตอนบนขึ้น เพื่อสร้างสรรค์เศรษฐกิจและยกระดับธุรกิจท้องถิ่น และสังคมของจังหวัด

 

ขณะที่ คณะกรรมการกฎบัตรสระบุรี ได้มีแนวคิดจะพัฒนายุทธศาสตร์ของจังหวัดสระบุรีให้เป็นเมืองศูนย์กลางนวัตกรรมอาหาร ผลิตภัณฑ์นม และเมืองไมซ์อัจฉริยะ เศรษฐกิจสีเขียวในจังหวัดขึ้น โดยจะขอใช้พื้นที่ 60 ไร่ ของศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริเวณอำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 4,711 ไร่ เพื่อนำมาทำ Innovation Center เป็นศูนย์กลางนวัตกรรมการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากผลผลิตทางการเกษตร โดยใช้นวัตกรรมที่ทันสมัย และเทคโนโลยีที่ทันสมัยทั้งห่วงโซ่คุณค่า (value chain) ที่เกิดขึ้นในกระบวนการสามารถไปใช้พื้นที่บริเวณศูนย์แห่งนี้เพื่อเรียนรู้และต่อยอดผลิตภัณฑ์ของตัวเอง โดยจะมีนักวิจัยระดับประเทศ ระดับโลกที่มีคุณวุฒิ มีความเชี่ยวชาญ มีองค์ความรู้มาถ่ายทอดให้ โดยการจับมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันอันเก่าแก่ที่มีองค์ความรู้ทุกด้านจะเข้ามาสนับสนุน

 

อย่างไรก็ตาม รูปธรรมที่เริ่มปรากฏชัดจากการมีส่วนร่วมกันคิด ร่วมกันทำของทุกภาคส่วนในพื้นที่ รวมถึงการลงขันของภาคเอกชนในบางจังหวัด เพื่อให้โครงการเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมขึ้นมา โดยไม่รอคอยความช่วยเหลือจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว ทำให้เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ในการพัฒนาเมืองในหลายจังหวัดของประเทศไทยที่น่าชื่นชมอย่างแท้จริง

 

โดย SmartGrowthThailand

 

กลับไปที่ www.oknation.net