วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ศุภชัยแนะตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนา สนับสนุนการเงิน SMEs ชูแกร่งแข่งขันกับตปท.ได้


ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เติบโตลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยสหรัฐอเมริกาเติบโตน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่อินเดียและจีนยังคงเติบโตในระดับ 6% - 7% กลายเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของโลก ประเทศเล็ก ๆ อย่างไทยคงระดับการเติบโตที่ประมาณ 2.8% แต่ก็เสียดุลการค้าจีนและญีปุ่นมาก ขณะที่การนำเข้า-ส่งออก รวมถึงการลงทุนต่าง ๆ น้อยลง

 

หลายคนบอกว่าสาเหตุมาจากค่าเงินบาทแข็ง แต่สำหรับศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ และประธานกรรมการ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น มองว่านั่นเป็นส่วนหนึ่ง แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่สำคัญด้วย เช่น ศักยภาพของประเทศที่ยังไม่สามารถสร้างการผลิตและการแข่งขันได้อย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการขับเคลื่อนด้านการลงทุนในประเทศยังไม่ 100% เอกชนที่มีประสบการณ์ผ่านร้อนผ่านหนาวมาก่อน จะสามารถอยู่รอดได้ แต่เอกชนหน้าใหม่ หรือธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กจะรับความเสี่ยงมาก

 

 

ศุภชัยเน้นว่าประเทศไทยไม่มีระบบช่วยเหลือธุรกิจเอกชน ในขณะที่ประเทศในยุโรป ญี่ปุ่น หรือจีน จะมีระบบที่ช่วยด้านการลงทุนของเอกชนผ่าน Development Bank หรือธนาคารเพื่อการพัฒนา ที่จะให้เงินกู้ระยะยาว ดอกเบี้ยต่ำ มีการส่งเสริมด้านภาษี ทำให้ธุรกิจมีศักยภาพสูงขึ้นในการแข่งขันกับต่างประเทศ ตรงนี้เป็นเรื่องที่น่าคิดว่า ก้าวต่อไปเราควรทำเรื่องนี้หรือไม่ รวมถึงการตั้งกองทุนระหว่างประเทศด้านการลงทุน ที่จะนำเงินตราต่างประเทศที่มีสำรองกลับไปลงทุนนอกประเทศในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกันและสร้างเสริมกับสิ่งที่เรามีอยู่ให้กับประเทศ เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจมากขึ้น” 

 

ในฐานะที่ผ่านประสบการณ์ด้านการลงทุนขนาดใหญ่มาหลายครั้ง ศุภชัยยังให้มุมมองเพิ่มเติมอีกว่า การลงทุนในอาเซียนเติบโตต่อเนื่องและสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะสิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม แต่ประเทศไทยกลับลงทุนน้อยลง ทำให้ถูกมองว่ายังเป็นประเทศที่น่าลงทุนอยู่หรือไม่ ซึ่งหากเราต้องการจะเป็นประเทศ 4.0 นอกจากจะสร้างธุรกิจในประเทศแล้ว การดึงการลงทุนจากนอกประเทศก็จะทำให้ไทยเป็นฮับของอาเซียนได้เร็วขึ้นด้วย

  

 

-------------------------------- 

ที่มา: งานสัมมนา “THAILAND 2020 ก้าวข้ามพายุเศรษฐกิจ” 

 

โดย ท้องทะเลสีคราม

 

กลับไปที่ www.oknation.net