วันที่ ศุกร์ พฤศจิกายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“หน้าต่างแนะนำคำศัพท์ ภาษาไทย ของราชบัณฑิต”



ลำดับ หน้าต่างแนะนำคำศัพท์ ที่ ๑๐๒๒
รายละเอียดคำศัพท์ ว่า “เพิ่มพูล, เพิ่มพลู”

ผู้แนะนำ : นิรุตติ์ โชติลิปิกร
-อธิบาย ความหมาย

หมายความว่า กระทำให้ทบทวี ทั่วไปตลอด เสริมพูนขึ้นตลอด คือ บรรเทืองความนั้น เกณฑ์นั้น การณ์นั้น สิ่งอันนั้นๆ ให้มีมากยิ่งขึ้น หรือกระทำอย่างยิ่ง ให้ดีแท้แน่นอนยิ่งขึ้น, ลงตัวอย่างความหมาย ก็อย่าง คำว่า เพิ่มพูน นั่นแหละ, แต่!จะให้ผิดกันอยู่ เพราะว่าเหมือนว่า คำนี้จะเขียนผิด โดยตนเองก็ว่าคงจะอย่างไรอยู่ เพราะว่า ในหนังสือ พระยาศรีเพ็ง หนังสือพระนลฯ โคลงลิลิตสุภาพฯ เพลงสรรเสริญพระเกียรติ ให้ปรากฏอยู่, และในพระไตรปิฎกเองก็มีบ้าง ถึงแม้อาจจะว่าไว้ในจำนวนน้อย หาแทบไม่พบ เลยก็ตาม, แต่ปรากฏว่า ก็ยังได้พบว่ามี

เห็นเป็นอยู่ดั่งนั้นแล้ว อันได้ให้ความวิเศษไพเราะ ไม่เหมือนแต่ว่า แค่จะผิดการเขียน คนจึงว่าอาจจะไม่ใช่อย่างนั้นเป็นอย่างไรไปได้, เพราะถ้ากระนั้น ตนควรดูเสียว่า เป็นสิ่งเสริมพูน ความที่... สิ่งอันที่วิจิตรต่างๆ เจริญ และเป็นไปอย่างนั้น อันกิจของคนแต่ก่อนคงจะว่า เสริมพลู! นั่นเอง แต่เขียนไปตามวิธีทางภาษา ว่า เพิ่มพลู, เพิ่มพูล คือเพิ่มพูน, อันว่า ตกแต่แก่สมัยนั้น คนทั่วเห็น และชอบเรื่องหมาก เรื่องพลู และว่าศัพท์คำศัพท์อย่างนี้ก็ต้องมีอยู่ และได้มาแต่บาลีด้วย ว่า ตัมพลู ก็คือ “พลู” เป็น “พูล” และ ตามพูล ตกเป็นวิธีทางภาษา แล้วเพิ่มพูล ลงมาที่ความหมายแก่หมากพลู อันนั้นๆ

จึงเป็นอันว่า คนได้ให้หมายวิเศษ ว่าเพิ่มของวิเศษ คือหมากพลู (อันวิเศษ) เข้ามาให้ จงมากขึ้น นั่นเอง, แต่ว่าเดี๋ยวนี้ ปัจจุบันเรา-ท่านไม่เห็น ว่าจะให้เพิ่มพลู (สัททะสระ เป็น พูล) พูลอะไร? เพราะไม่อาจได้นิยม และชอบให้มีหมากมีพลู เสียทั่วๆไป, ด้วยการชอบสั่งไม่ให้มีไปซะแล้ว ดังนั้น, ฉะนั้น โดยมากเมื่อเราเห็น พวกเรา-ท่าน จึงว่า การเขียน ว่า “เพิ่มพูล!” ลงอักษร ตามพูล เป็นการเขียนผิด เพราะว่าจะต้องเป็นคำไทยแล้ว อย่างไร จงให้ว่า “เพิ่มพูน” ไปเถิด หรือว่าอะไรๆ เป็นการเสริมพูน กันต่อไป อย่างนั้นก็จึงจะถูก, ในเพราะด้วยปัจจุบันเดี๋ยวนี้ อาจไม่ได้ว่าความหมายถึงความวิเศษของหมากพลู อันกินใช้ ด้วยกันดุจแต่ก่อน ดั่งที่เคยพบเห็นและเป็นมา อีกแล้ว

-คำศัพท์ 
(กลอนเพลงยาวสรรเสริญพระเกียรดิ)
บังคมบรมนารถนาถา อันเปนปิ่นมงกุฎอยุทธยา บำรุงราษฎร์สาสนาให้ถาวร ขอเฉลิมเพิ่มพูล พระเกียรติยศ ยุคลบทบพิตรอดิศร ถวัลยราชราไชในนคร ดังทินกรแจ่มฟ้าทั่วธาตรี.

ลำดับ หน้าต่างแนะนำคำศัพท์ ที่ ๑๐๙๐
รายละเอียดคำศัพท์ ว่า “ภัพย์”

ผู้แนะนำ : นิรุตติ์ โชติลิปิกร
-สังเขป ความหมาย

พอสมควรทีเดียว คำนี้ เป็นคำกล่าวอย่างหนึ่ง อย่างคำว่า “สัมภเวสี” แต่ จะเป็นคำแก่เรือนควรอยู่ อู่สวยๆควรนอน หรืออย่างไรไม่ทราบ เพราะว่า ศัพท์ ภวฺย คือ ภาพย์ ฉะนั้น เห็นจะแปลว่า สวย ว่าดี ว่าเหมาะ ว่างามสมควร, ดูต่ออธิบายในพระกถาจารย์ อรรถกถา ความจากพระไตรปิฎก ปรากฏธรรมมีสภาพ กล่าวแก่สัตว์ เป็นอาทิ

แปลว่า “ภัพย์” คำนี้ คือสัตว์อันยังไม่ได้เกิด คือแค่เกิดอยู่ในไข่ หรืออยู่ในโพรงมดลูก อยู่ ต่อเมื่อเกิดมาแล้ว จึงเรียกว่า “ภูต” อธิบายอย่างกะศัพท์สัมภเวสี เหมือนกัน คือในระดับเล็กๆ คือจิตผุดขึ้นวาระแรกนั้น ว่า “สัมภเวสี”, “ภัพย์” ก็ด้วย ต่อเมื่อเคลื่อนไปเป็น ออกจากวาระแรกที่ จึงเป็นภูต ถึงตัวสัตว์โอปปาติกะ ก็เหมือนกัน อันวาระที่สองของสัตว์ นั้นๆ เรียกว่า เป็น “ภูต” หรือสัมภูต

-คำศัพท์
เป็นทางสรุปแน่นอน ว่า “ภัพย์” ศัพท์คำนี้ ใช้ในความหมาย อย่างศัพท์คำว่า “สัมภเวสี” อย่างแน่นอน, ดังนี้ ข้าพเจ้า เข้าใจเอง ว่า ปฐมจิต ไหวตัวได้ที่สำคัญ วาระที่เมื่อสัตว์ เมื่อจิตเกิด จะต้องว่า “สัมภัพ” (ภัพย์) ต่อเมื่อไปนั้น เกิดเป็นตน เป็นตัว เป็นกรรมเวร ครบทั่วสรรพางค์ จิตว่าร่างสภาพแก่อาการเกิดขึ้นพร้อมหมดแล้ว ในวาระที่สอง จึงว่า “สัมภูต”, ส่วน เพศ คือ เวสัง หรือ -เวสี นั้น เรียกออกมาในชั้นหลัง เป็นคุณศัพท์เติมเพิ่มลงไป ว่ากิริยาอาการวิเศษ ว่าออกให้ เสริมจนเป็นคำเดียวกันไป โดยแท้ ไปจากคำว่า “สัมภัพ” และ “สัมภูต” (-ภัพย์ และ -ภูต), ที่สุด สัตว์ในชั้นแรก ก็จะต้องว่า “สัมภะ หรือ สัมภัพ” (ภัพย์) นั่นเอง, เรื่อง! สรุปยิ่ง เป็นที่จะแนะนำ ให้สังเกตดูบ้าง 

-มุมมอง ศัพท์
ก็คือ “-เวสี” ต้องเรียกออกเรื่อง อีกที่ คือ “สัมเพศ” เข้าใจว่า ก็คือมุ่งแสดง ยังไม่เกิด ไม่เห็น ไม่รู้ว่าหญิง หรือชาย นั่นเอง จึงว่า “สัมเพศ”, ตามภาวะเก่า ของรากศัพท์ ที่แสดงไปถึง การเกิด การผุดขึ้น เกิดความเป็น แก่ คำเรียกเบื้องต้น แก่สัตว์ทุกชนิดที่เห็นแล้ว ว่าชื่อ บัญญัติภาษา กำหนดให้ แต่ยังไม่รู้ไม่ให้เห็นเป็นประการที่ตรงกัน ก็จึงว่า “สมเพศ!” (สัมภะเพศ) หรือก็คือ “ภัพย์” ฉะนั้น (ภัพพ, ภัพย์) เมื่อใคร่ครวญพิจารณาปรากฏชัดอยู่ ทีนั้น กำหนดว่าเป็นภาวะที่ไม่ดี จึงปรากฏศัพท์ คำว่า อาภัพ!” (ไม่ได้ที่ดี, ไม่ถึงสมควร) เพราะยังไม่เห็นไปถึงกำหนดที่อาจจะเป็นไปได้, ดังนี้

คำว่า “ภัพย์” ไม่ใช่พบมากทั่วไปนัก แม้ในพระไตรปิฎกก็ไม่มาก ส่วนที่อื่นคงไม่มี กระนั้น, แต่ว่า ได้พบในพระไตรปิฎก พระอรรถกถาแสดงไว้อยู่ ท่านแสดงความหมายโดยพิสดาร อย่างเดียวกัน กับคำว่า “สัมภเวสี”.

โดย kwunk-log-cabin

 

กลับไปที่ www.oknation.net