วันที่ จันทร์ พฤศจิกายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“ข้อมูล การจำลองประสิทธิภาพ ตามแนวนึกคิดของคนรุ่นใหม่”


 

  • สมมุติ ตามประสิทธิภาพ และเครื่องหมายของการทำงาน

“หากถามว่า พระปัจเจกพุทธเจ้า มีในจักรวาลอื่นหรือไม่ ก็น่าจะตอบว่ามี เพราะอะไร? เพราะ เลี่ยงคำตรัสของพระพุทธเจ้า ที่ตรัสประทาน ว่า “พระพุทธเจ้าที่อื่น และด้วยพระศาสนธรรมคำสอน ในสุดเขตตลอดจักรวาล แล้วไม่มี” พระองค์ จึงทรงนิรมิต พุทธนิมิตขึ้น แสดงธรรม เป็นพระพุทธเจ้าอีกพระองค์หนึ่ง,

แต่ทีนี้ (ไม่ได้แปลว่า พระพุทธปัจเจก ไม่มี) เราผู้สนใจถึงพระพุทธปัจเจก เพราะเชื่อว่า ควรสนใจ ยิ่งกว่า ที่เราจะมัวไปสนใจศาสนธรรมอื่นๆ หรือศาสดาอื่นๆ ซึ่งอาจต้องให้ตั้งโจทย์ยักย้ายปัญหา ออกอีกมากเป็นหลายนัย เพราะต้องพาตน และหัวคิด ให้ต้องขบคิดเพิ่มอีก, ซึ่งจะกลับเป็นว่า ตนไม่ได้กระทำกิจเป็นการเพิ่มพูน สิ่งดีที่กระทำดีแล้ว และเพียรกระทำอยู่แล้ว, อาทิว่า การศึกษา ไปถึง บุคคล, ศาสนา, หรือศาสดา ใกล้ๆสมัย หรือที่ร่วมสมัย ก็ไม่น่าจะมีประโยชน์โสตถิผลอะไร อันมากคณานับ ให้ได้เท่ากันกับรู้เรื่องของพระปัจเจกพุทธเจ้า

และข้าพเจ้าว่า ก็น่าเชื่อแน่ใจ ว่า พระสถูปเจดีย์ และพระบรมอัฏฐิและปริขารชื่อซึ่งบรมสมโภช ของพระปัจเจกพุทธเจ้าพระองค์นั้น (พระมาตังคะ), อันเมื่อ คนที่หลง (ลัทธิวิธีอื่นๆ) ไป ก็คงจะได้ใช้ให้แปะชื่อวัตถุสถาน โบราณสถานเขตของพระปัจเจกฯเจ้าท่าน มีคนให้แก้โจทก์ และแปะเป็นชื่อกษัตริย์หรือศาสดาลัทธิอื่นๆ หรือชื่อของตนเองไปแล้ว, หรือจะเป็นด้วยเพราะ ด้วยคนยกความหลงนั้นๆ เรื่อยๆไป ในเรื่องที่ไม่ใกล้กับพระปัจเจกพุทธเจ้า และพระพุทธเจ้า เรื่องนั้นให้กลายเป็นจริง ตามจิตใจที่นิยมชมชอบของตนเอง แล้วก็เลยตกไปเป็นว่า ได้ทำการกระทำความจริง ตามอันที่ถูกนั้นๆ ให้เลือนลาง หรือกระทั่งลบเลือนไปจนหมดแล้ว,

กระทั้ง ก็เมื่อดูว่า รู้ว่า พระมาตังคะปัจเจกพุทธเจ้า ปรินิพพาน เมื่อพระกุมารโพธิสัตว์เจ้า แรกประสูติเท่านั้น แต่คนยั้งกระทำ จะกลับกันให้แต่หาตำนาน และบวรบรมวัตถุหลักฐาน ของพระมาตังคะ ไม่พบบ้างเลย เรื่อง!ก็จึงน่าเห็นว่า ค่อนข้างเป็นกาลวิกล วิการไป ผิดกิจธุระสุจริตจิตชอบ ออกจะเลอะไปอยู่, ทั้งๆที่เรื่องเนิ่นนานกว่านั้น พวกนักเลงหลักฐาน หรือนักสืบทอดคำจารึก ตามบทสุจริต ในเรื่องพระพุทธเจ้าพระองค์ก่อน ก็ยังอาจว่าออก ให้เป็นที่ ให้คนพูดคุยออกมาได้มาก และดูเหมือนว่า ถึงเรื่องขนาดพระมนู!มนุษย์ต้นกัปป์คนแรกของโลก คนเราเหล่านั้นก็เหมือนว่า ตนเองอาจจะพาค้นหาหลักฐาน ไปให้พบได้, เช่นนั้น ถ้าหากเห็นว่าคนจะต่อแนวนึกคิด ก็จึงควรจะต้องหาให้พบ เพราะคนดีอยากจะหารือเรื่อง ทุกเรื่อง ในบทของพระอรรถกถา ที่ปรากฏอยู่เป็นประการทั่วๆไป ซึ่งท่านอธิบายชัดๆ ถนัดๆมากนัก ในซึ่งทุกเรื่อง ที่มากด้วยเหตุผลนั้น ปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์ ก็เห็นมีมากอยู่แล้ว 

ก็ควรแก่ความฉะนั้น บ้างเถิด ความแก่ผู้คนที่มักจะถามว่า พระปัจเจกพุทธเจ้า ในจักรวาล นอกไปกว่านี้ หมื่นแสนจักรวาลเรานี้ จะมีหรือไม่?, ทว่าให้ข้าพเจ้าตอบตามแนวนึกคิด ตามบรมปกรณ์ธรรม ของเราภาษาไทย ที่ตนเองได้อ่านมา ด้วยให้ตนตกอยู่ในห้วงแห่งบรมบวรสยามจารึก ด้วยกิจความ แห่งมนุษย์สมบัติปัจจุบันจารึกกันมาไว้ อยู่ทั่วนี้ ก็น่าจะตอบได้ว่า “พระอรหันต์ไม่มี พระพุทธเจ้าไม่มี ในจักรวาลไกลๆอันที่อื่นโพ้น ไกลโน้น”, และควรแน่ว่า พระอริยะคงมี และมีแน่ๆ และท่านได้มีจิตพ้นกิเลสตรัสรู้ลำดับขั้นธรรมอยู่มากน้อย เรื่อยๆมา ประจำ ตามการปรากฏของ ธรรมชาติแผ่นดินไหว นั้นๆ นั่นเอง นั่นแหละ, จากนั้น แล้วต่อไป เราดูที่จะต้องสำคัญที่สุด! ดีไม่ดี (ในเมื่อศาสนาเป็นที่ถูกจารึกไว้แล้วว่า จะต้องมีสิ้นสุด) ที่สำคัญ ก็คือเรื่องพระปัจเจกพุทธเจ้า (เพราะว่าต่อไปโลกเราไม่ต้องมีศาสนา) ซึ่งในพระคัมภีร์ หรือพระอรรถกถา ไม่ได้มีบอกไว้ที่ได้เลยว่า พระปัจเจกฯในที่แสนไกลอื่นๆนั้นไม่มี, (แต่พระพุทธเจ้าในแสนไกลมี แต่ว่ายุคนี้ ในยุคพระพุทธเจ้าเรา ประทานตรัส บอกแล้วว่าไม่มี เมื่อดังนั้น พระพุทธเจ้าเรา พระองค์จึงทรงแสดงพุทธนิมิต ด้วยอิทธาภิสังขารปรากฏพระองค์ เป็นนัย ในเมื่อต้องแสดง พระพุทธเจ้าพระองค์ที่อื่นนั้นเสด็จมาให้ชม เท่านั้น).,

ดังนั้น ข้าพเจ้าเห็นควรแต่ความ แก่ตน ตามอธิบายแล้ว ควรต้องคิดถึง ปัจเจกพุทธกิจตามวิธีให้มาก ถึงเพราะข้อมูลที่ถืออยู่ จะยังบ่งชี้ ถึงคำอธิบายอะไรไม่ได้มากนัก แต่ก็แน่ใจ, ว่า ข้าพเจ้าเข้าใจว่า หากเรายิ่งเข้าใจแก่คำประทานตรัสของพระพุทธสมณโคดม ของเราแล้วนั้น เราก็ไม่ควรเปรียบ หรือเรียงเรื่องพระพุทธเจ้าของเรากะพระพุทธเจ้าองค์อื่นๆอีก ในกาลเวลาอื่น จนมากเกิน เพราะว่า ชีวิตและพระพุทธกิจของพระองค์ ได้ประทานให้เห็นความเป็นจอม เป็นยอดของพระพุทธเจ้า อยู่มากเป็นยิ่งนัก มากแล้ว และให้เห็นได้ซึ่ง บทสมมุติธรรม ของความเป็นพระบรมโพธิสัตว์พระพุทธเจ้า ผู้ยังมิได้ประกอบตนไปในซึ่งลัทธิ, นั่นก็คือให้คน ในทุกๆยุค ที่ยังตนอยู่ในธรรม ของกาลเวลาตรัสรู้ของพระองค์ รู้ว่า หากใคร่ตนไม่ประกอบตนไปซึ่งการถือลัทธิ ก็ควรจะพึงประกอบตนไปในการเห็นพระปัจเจกธรรมของพระพุทธะ พระสยัมภูพุทธเจ้า อันพระองค์มีองค์ปรากฏนามอยู่แล้ว นับมาแต่ปัจจุบันกาลนี้ และกาลไปไม่ไกลข้างหน้า 

ซึ่ง ก็คือ การประกอบตน และมโนมัย ร่วมวาระ อยู่ในพระสยัมภูต วาระของพระโคดมพุทธเจ้าด้วย ก็เป็น ๗ พระองค์ ซึ่งต้องถือว่าเป็นนิตยะ ไปในตลอดความทรงจำตามปรากฏมีแห่งจารึก ได้ ว่าเริ่มแรก พวกมนุษย์เรา มีตนอันซึ่งไม่ต้องประกอบลัทธิ เป็นไปในกระแสพระปัจเจกธรรมของ พระมาตังคะ ตลอดพระโพธิบัลลังก์ และพระโพธิปัจเจกบัลลังก์ แห่งพระอัฏฐิสสระ พระชีวิตวิเศษ พระสุมนิสสระ พระโสมนัสสะ และพระรัตนกุฏิ เป็นเบื้องบรมบวรสยัมภู พระปัจเจกธรรม แก่บทพุทธปริยาย ของพระโคดมพระพุทธเจ้า ผู้ประทานพุทธพยากรณ์ เป็นพระประมุข ด้วยแก่การณ์เหตุทั้งสิ้น ทั้งหมด นั้น, ของผู้คนที่จะเปลื้องวิตก อันใดที่เกี่ยวแก่บาปและด้วยอภิสังขารทางจิตใจ แก่ธรรม มีพระศาสนาของพระพุทธเจ้าทั้งในอดีตและปัจจุบันเป็นต้น ลงไว้ด้วยธรรมีกถาไปถึงนั้นได้ ด้วยการ ให้ถึงแก่การสิ้นทุกข์ทั้งปวงได้ และตรัสรู้ได้ โดยที่ตนเองไม่ต้องไปมีกิจการให้ต้องเป็นไปในข้างฝ่ายพระศาสนา หรือต้องถือลัทธิตามชอบ ว่าตนเองจะต้องมี เหตุให้ตนต้องสมมุติตัว ขึ้นตาม ตามเอาอย่างลัทธิ ในอย่างนั้นๆ ไปด้วย”

 

โดย 351_ID

 

กลับไปที่ www.oknation.net