วันที่ อังคาร พฤศจิกายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

“ผู้ว่าฯหมูป่า”เปิดใจหน้าจอไม่ปลื้มหนัง“The Cave;นางนอน”ชี้ทีมกู้ภัยนับหมื่นหลุด


“ผู้ว่าฯหมูป่า” เปิดใจหน้าจอไม่ปลื้มหนัง “The Cave;นางนอน” ชี้ทีมกู้ภัยนับหมื่นหลุดเฟรม-เพิ่มบทล้อ ขรก.ไทย

 

โดย ผู้จัดการออนไลน์

 


ลำปาง – “ผู้ว่าฯ หมูป่า” เปิดใจในโรงหนัง..ไม่ค่อยปลื้มภาพยนต์ “The Cave นางนอน” ชี้ความสามัคคีทีมกู้ภัยนับหมื่นหลุดเฟรม-เพิ่มบทล้อ ขรก.ไทย ทั้งที่ไม่รู้เกิดจริงมั้ย บอกควรระบุเป็นบทภาพยนต์แทนคำว่า “สร้างจากเรื่องจริง” ด้านผู้กำกับฯ รับอยากชูนักกู้ชีพใต้น้ำ


 
 

กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมกับโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ได้เชิญนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง (ผู้ว่าฯหมูป่า) , ผู้กำกับชื่อดัง ทอม วอลเลอร์ แห่ง เดอะวอร์เรนท์ พิคเจอร์ และจิม วอร์นี่ นักดำน้ำชาวเบลเยี่ยม พร้อมอาสาสมัครตัวจริงบางส่วนที่เคยเข้าร่วมภารกิจช่วย 13 หมูป่าอะคาเดมีติดถ้ำหลวง อุทยานแห่งชาติถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน(เตรียมการ) ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย
 
ร่วมชมและเปิดรอบปฐมทัศน์การกุศลภาพยนตร์แห่งปี เรื่อง “THE CAVE นางนอน” ที่โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ชั้น 3 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลำปาง ค่ำที่ผ่านมา (25 พ.ย.)

และในโอกาสเดียวกันนี้ ได้มีการเชิญร่วมบริจาคเงินเพื่อนำรายได้ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้สมทบช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยภิบัติต่างๆ ใน จังหวัดลำปาง (ไฟป่า,หมอกควัน) และสบทบทุน น.ต. สมาน กุนัน (จ่าแซม) ผู้ที่ถูกขนานนามว่า “วีรบุรุษแห่งถ้ำหลวง”

ทั้งนี้เมื่อนายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง (ผู้ว่าฯหมูป่า) มาถึง และได้พบกับ ทอม วอลเลอร์ ผู้กำกับฯ ได้มีการระบายความรู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับภาพยนต์เรื่องดังกล่าว ก่อนที่จะเข้าไปในโรงภาพยนต์ ว่าบทภาพยนต์บางส่วนไม่ตรงกับเรื่องจริง นายทอมก็บอกว่าเป็นภาพยนต์
 


 

นายณรงค์ศักดิ์ ได้บอกว่าใช่เป็นภาพยนต์ แต่การ Present คุณใช้คำว่าสร้างจากเรื่องจริง ทำให้หลายคนรับไม่ได้ เพราะหนังเรื่องนี้จริงๆ มันน่าจะสร้างความสามัคคีให้กับคนให้กับโลกได้ เพราะมันเป็นเหตุการณ์เกี่ยวกับความสามัคคี แต่มุมมองมันต่างไป ซึ่งทอมได้บอกว่าเข้าใจแต่ที่นำเสนอคืออยากให้เห็นการทำงานกู้ภัยของจิม (จิม วอร์นี่ นักดำน้ำชาวเบลเยี่ยม) มากกว่า

ผู้ว่าฯ หมูป่า ก็บอกว่าใช่ แต่การนำเสนอหรือสื่อต้องให้เห็นว่าโฟกัสให้เห็นอยู่ที่คนๆ เดียว ซึ่งคนที่ทำงานเป็นหมื่นคนเขาก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า แล้วความสำเร็จในเรื่องอื่นๆ อยู่ไหน มันหายไปจากบท ไม่มีการพูดถึง

ซึ่งทั้งคู่มีการตอบโต้กันเล็กน้อย เพราะทอม วอลเลอร์ ผู้กำกับหนัง บอกว่าเรื่องที่ตนทำ ก็เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ เรื่องหนึ่งเท่านั้น เพราะตอนแรกจะมีคนมาทำแต่ก็ไม่ทำ สุดท้ายก็มีตนทำแล้วก็มาบอกว่าไม่มีนั้นไม่มีนี้
 
นายณรงค์ศักดิ์จึงบอกว่า เข้าใจแต่ควรจะนำเสนอถึงหนึ่งชีวิตที่ยากลำบากเพื่อแสดงให้เห็นความสามัคคีในโลกนี้ยังมีอยู่ แต่เราไม่ได้พูดภาพรวม ก่อนที่นายทอม วอลเลอร์ จะพูดถึงปัญหาในการขออนุญาตกับหน่วยงานไทยมีมากด้วย

หลังจากนั้นเมื่อเข้าไปยังภายในโรงภาพยนต์ นายณรงค์ศักดิ์ได้กล่าวก่อนที่จะมีการเปิดฉายภาพยนต์ว่าที่ผ่านมามีหลายที่ที่เชิญให้ตนเองไปร่วมชมภาพยนต์แต่ได้ปฎิเสธไป แต่ลำปางคือบ้านก็เลยต้องมาในวันนี้ ดังนั้นอยากบอกก่อนว่า หากเราต้องการชมภาพยนต์เรื่องนี้เป็นแบบสารคดีหรือเรื่องจริงอาจจะไม่เหมือนกับที่เราคาดคิด
 


 
 

“ตนชื่นชมคุณทอมและทีมงานเรื่องการทำโปรดักชั่นในเวลาที่จำกัด และก็อยากทำภาพยนต์เรื่องนี้ออกมา เพราะมันจะกลายเป็นประวัติศาสตร์เรื่องหนึ่ง ในส่วนตัวขอชื่นชมเรื่องที่เก็บรายละเอียดของจ่าแซม ซึ่งในธีมหรือความรู้สึกของตน จ่าแซมคือวีรบุรุษตัวจริงของเหตุการณ์นี้
 
มีคนไปร่วมในเหตุการณ์กว่าหมื่นคนแต่เราสูญเสียจ่าแซมไปเพียงคนเดียว และหลังจากนั้นทำให้พวกราทำงานอย่างละเอียดและรอบคอบมากขึ้นและไม่ให้เกิดการสูญเสียขึ้นอีกเลยจนทำงานสำเร็จ”

แต่ในฐานะที่ตนเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ขอเสริมความรู้เพิ่มเติมจากการดูภาพยนต์และจะทำให้เข้าในบริบทมากขึ้น กล่าวคือหากถามว่าภาพยนต์เรื่อง THE CAVE นางนอน เป็นอย่างไร ก็ขอบอกว่าเป็นการนำเสนอวีรบุรุษท่านหนึ่งคือจิม วอร์นี่ นักดำน้ำชาวเบลเยี่ยม , จ่าแซม และทีมงานนักดำน้ำที่เข้าไปช่วยอย่างยากลำบาก

ผู้ว่าฯ หมูป่า บอกว่าเราชื่นชมในโปรดักชั่น ที่ได้ทำการพาตัวเด็กและโค้ชออกมาจากถ้ำยากเย็นแค่ไหน ใครที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์จะไม่รู้ ตนยอมรับว่าตอนแรกที่รู้เรื่องก็ไม่คิดว่าจะยากขนาดนั้น แต่พอไปอยู่หน้าถ้ำถึงรู้ว่ายาก ประกอบกับมีคนกว่าหมื่นคนที่ประสงค์มาอยู่หน้าถ้ำ บางส่วนประสงค์มาช่วยอย่างจริงใจ บางส่วนอยากมาเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โปรโมทตัวเองหรืออะไรบางอย่าง

“แต่สิ่งที่ภาพยนต์เรื่องนี้ไม่ได้ถ่ายทอดคือ จริงๆ แล้วเราแบ่งการปฎิบัติงานออกเป็น 4 แผน คือ
 
1. สูบน้ำออกเท่าที่นักดำน้ำต้องการเพื่อให้นักดำน้ำเข้าไปช่วยเด็กออกมา
2. เดินทางโพลงบนยอดดอยเพื่อหาทางเข้าถ้ำ
3. หาเส้นทางของน้ำที่ไหลเข้าถ้ำ
4. หาจุดผนังถ้ำที่บางที่สุดและหาจุดที่เด็กอยู่และเจาะถ้ำ”


 
 

นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวด้วยว่าเห็นความตั้งใจของทอมที่ต้องการสร้างภาพยนต์เรื่องนี้ โดยเฉพาะโปรดักชั่นต่างๆ และด้วยข้อจำกัดหลายอย่างรวมถึงข้อจำกัดของเวลา แต่ทั้งนี้ตนอยากให้ภาพยนต์ที่ออกมาเห็นถึงความร่วมไม้ร่วมมือการประสานงานกันของกลุ่มคนกว่าหมื่นคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในครั้งนี้ แต่ไม่ปรากฎในบทภาพยนต์ ซึ่งหากความสำเร็จที่เกิดขึ้นก็ขอให้นึกถึงคนเหล่านั้นด้วยโดยเฉพาะจ่าแซม 

อย่างไรก็ตามอยากฝากเรื่องราวบางอย่างที่ปรากฎในภาพยนต์ ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่มีคนมาเล่าให้ผู้กำกับฯ ฟัง และอาจจะไม่ได้เช็คและเป็นมุขที่เราไปโจมตีการทำงานของราชการไทย ซึ่งเราอาจจะคิดว่าเอามาสื่อเพื่อให้คลายเครียดคลายความกดดันลงไปได้
 
แต่มันเป็นมุขที่ข้าราชการอย่างตนเสียความรู้สึกและเสียใจเหมือนกันที่ไม่ได้ทำเหตุการณ์ตรงนั้นเกิดขึ้น แต่ถูกนำไปล้อเลียนในภาพยนต์ที่จะนำไปฉายทั่วโลก

เช่นฉากที่มีการแลกบัตร และการด่าว่าหากอยากใหญ่ก็ไปใหญ่ที่จังหวัด..ของคุณโน้น รวมถึงการติดต่องานที่เจ้าหน้าที่หญิงบอกว่าให้ไปที่ศาลากลางจังหวัด ซึ่งเรื่องจริงก็ยังไม่รู้เลยว่าเจ้าหน้าที่หญิงคนนั้นเป็นใครและไม่เคยให้ไปติดต่องานที่ศาลากลาง

“ตนเองในฐานะทีมปฎิบัติการทั้งหมดก็ขอบ่นในจุดนี้นิดหนึ่ง แต่อยากบอกว่าเรื่องนี้ถ้าเป็นความดียังไงก็ขอขอบคุณ คุณทอมและทีมงานของตนอีกกว่าเก้าพันกว่าชีวิตซึ่งไม่นับตัวเอง เพราะตนจะพูดเสมอว่าตนคือจิ๊กซอว์ตัวสุดท้าย เพราะหากจิ๊กซอว์ทุกตัวที่ส่งมาถึงมือตนเองไม่ดี ไม่ทางที่ภาพจะออกมาสวยหรู ตนแค่ลงเม็ดตัวสุดท้ายเท่านั้น ฉะนั้นขอให้ความดีอยู่ที่คณะทำงานทุกท่านรวมถึงจ่าแซม”

ดังนั้นหากใครชมแล้วก็ขอให้เข้าใจว่ามันคือภาพยนต์ ไม่ใช่สารคดี จริงๆ แล้วควรจะใช้คำว่า บทภาพยนต์ คนจะได้เข้าใจ เพราะหากเราบอกว่าเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง แต่หลายเรื่องมันไม่จริง แม้แต่ตัวละครหลายตัวก็ไม่สามารถบอกได้ว่าคือใคร คอสตูมต่างๆ อาจจะไม่ตรง


 
 

ขณะที่ทอม วอลเลอร์ ผู้กำกับหนังฯ ได้บอกว่าเข้าใจผู้ว่าฯ ที่อาจจะบอกว่าตรงนั้นไม่ตรง ตรงนี้ไม่ตรง แต่อยากให้เห็นถึงการช่วยชีวิตเด็กออกจากถ้ำของทีมกู้ภัยใต้น้ำ ซึ่งก็ใช้คนที่เข้าไปช่วยจริงๆ มาแสดง ก็คิดว่าตนเองถ่ายทอดในส่วนนี้ได้สมบูรณ์ แต่ส่วนอื่นเนื่องจากตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ก็อาศัยการบอกเล่าจากผู้ที่เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ประกอบด้วยและคิดว่าหนังเรื่องนี้จะไปไกลทั่วโลก

ทั้งนี้ในหนังเรื่องนี้ตนเองก็ต้องบอกว่าได้ใส่ประเด็นบางอย่างที่อยากเล่าเข้าไป เพราะไม่ได้ตามนักข่าวตลอดและก็มีการนำเสนอสารคดีไปเยอะแล้ว ก็ต้องมีที่ตนเองอยากเอามาใส่ในหนังซึ่งได้เขียนบทไว้และรู้สึกว่าคนไทยควรจะรู้ว่ามันมีแบบนี้ด้วยนะ
 
เช่นความลำบากในการเข้าไปช่วย เช่นบางคนอยากไปช่วยแต่ไม่รู้จะช่วยยังไงหรือไม่มีบัตรเข้า แบบนี้ก็ถือว่าน่าสนใจอยากเล่าตรงนี้ด้วย ไม่อยากให้เห็นว่าเราไม่ได้เข้าข้างใคร เพราะเหตุการครั้งนี้มีอะไรหลายอย่างที่สามรถนำมาใส่ในหนังได้
 
 
 
ขอบคุณ MGR Online
 
สิริสวัสดิ์ภุมวารค่ะ
 
 

โดย vinitvadee

 

กลับไปที่ www.oknation.net