วันที่ พฤหัสบดี พฤศจิกายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ไทยยิ้มรับอานิสงส์วิกฤติสงครามการค้า... ต้อนรับนักลงทุนจากฮ่องกง


         วิกฤติสงครามการค้าจีน-สหรัฐเขย่าโลก ดูท่าทางจะไม่คลี่คลายโดยง่าย เมื่อล่าสุด (27/11/2019) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามให้กฎหมายว่าด้วย "สิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง"  มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ ซึ่งข้อตกลงดังกล่าว นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเป็นการจุดชนวนความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอีกระลอก ในขณะที่สองฝ่ายกำลังเจรจาการค้าและใกล้จะบรรลุข้อตกลงเฟสแรก 

         เหล่าบรรดานักธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าที่ยืดเยื้อนี้ ต่างทยอยอพยพย้ายฐานการผลิตเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาสงครามการค้าที่เกิดขึ้นทั่วทุกภาคอุตสาหกรรม การค้าการลงทุน และส่งออก เรียกว่าทั่วโลกเผชิญหน้ากับวิกฤตเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะประเทศเล็กๆ ที่พึ่งพาการส่งออกอย่างกลุ่มประเทศในอาเซียน รวมถึงประเทศไทย และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในภาคธุรกิจส่งออก ครั้นจะหวังพึ่งพาด้านการท่องเที่ยว ก็ซบเซาพอกัน เนื่องจากภาวะเงินค่บาทแข็งค่า ส่งผลกระทบให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางไปประเทศอื่นเพราะค่าใช้จ่ายถูกกว่า

         ล่าสุดวันนี้ (28/11/2019) แครี่ ลั่ม ผู้บริหารสูงสุด​ฮ่องกง เดินทางมาเยือนไทยพร้อมกับนักธุรกิจกว่า 50 รายเพื่อศึกษาช่องทางการค้าและการลงทุนในไทย เข้าพบกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมรัฐบาลไทย ซึ่งมีการหารือในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) 6 ฉบับ  ครอบคลุมความร่วมมือกับรัฐบาลไทย เพื่อการพัฒนาทุกด้าน เช่น อุตสาหกรรม การเงิน และนวัตกรรมที่ต่อไปจะเชื่อมโยงกัน ด้านการพัฒนาคน รวมไปถึงการจัดทำเอฟทีเอไทย-ฮ่องกง ด้วย

         ซึ่งจุดประสงค์หลักในความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นความร่วมมือที่ได้ผลประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย เพราะฮ่องกงเองจะสามารถใช้ไทยเป็นจุดสำคัญไปยัง CLMV และอาเซียนได้ ส่วนไทยเองก็สามารถใช้ฮ่องกงเป็นประตูสู่ประเทศจีน และกลุ่ม GBA หรือพื้นที่เขตเศรษฐกิจอ่าวกว่างตง-ฮ่องกง-มาเก๊า ได้ในอนาคต

       การมาเยือนไทยในครั้งนี้ คณะนักธุรกิจให้ความสนใจการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เนื่องจากเล็งเห็นถึงศักยภาพความพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (สุวรรณภูมิ ดอนเมือง อู่ตะเภา) โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานสนามบินอู่ตะเภา (MRO) , โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก , โครงการท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และ โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด

สำหรับกลุ่มนักธุรกิจฮ่องกงที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยครั้งนี้ ได้มาจากหลายกลุ่มธุรกิจที่ทางฮ่องกงคัดเลือกมา ซึ่งที่สนใจเข้ามาลงทุนขยายธุรกิจในประเทศไทย เช่น กลุ่มธุรกิจการเงิน ประกันภัย อสังหาริมทรัพย์ โลจิสติกส์ พลังงาน อุตสาหกรรม และกลุ่มสตาร์ท

อย่างไรก็ตามสิ่งที่นักลงทุนต่างชาติพิจารณาก่อนตัดสินใจทุ่มการลงทุนในประเทศใดประเทศหนึ่ง ก็คือ ความรู้และความเข้าใจของประเทศเจ้าบ้าน  วัฒนธรรมทางการค้าของประเทศผู้มาลงทุน เช่น ภาษา วัฒนธรรม ระเบียบ และการเจรจาทางการค้าของประเทศนั้นๆ ยิ่งประเทศไทยมีความรู้ความเข้าใจในรายละเอียดเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง ก็จะเป็นข้อได้เปรียบที่สามารถดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศไว้ในประเทศไทยได้ในระยะยาว. 

 

ขอบคุณภาพจาก : อินเทอร์เน็ต

 

 

โดย ยี่สิบแปดกันยา

 

กลับไปที่ www.oknation.net