วันที่ เสาร์ พฤศจิกายน 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

มหัศจรรย์หินสามวาฬ..สืบสานตำนาน..ภูสิงห์


มหัศจรรย์ หินสามวาฬ..สืบสานตำนาน..ภูสิงห์

            ได้ยินชื่อ"หินสามวาฬ จ.บึงกาฬ" มานานแล้ว เห็นรูปร่างหินคล้ายหัวปลาวาฬสามตัว กำลังโลดแล่น บนยอดเขาภูสิงห์ และยังเคยเห็นในละครอีกด้วย ยังนึกแปลกใจว่า โห หินรูปร่างแบบนี้มีในประเทศไทยด้วยเหรอ และก็ไม่นึกว่าอยู่ที่ จ.บึงกาฬ นี่เอง ทำไมคนไทยไม่รู้มาก่อน หรือว่าเพิ่งเกิดหินแบบนี้ขึ้นหรืออย่างไร ไม่กี่ปีมานี้ คนไทยได้รับรู้ และพยายามหาจังหวะมาเยือนหินรูปร่างสวยงามนี้ให้ได้สักวัน  ผมเองก็เช่นกัน ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้มาที่นี่จริงๆ และได้มาเห็นด้วยตาตัวเอง มาสัมผัสความหนาวเย็น และลมเย็นๆในยามเช้าบนภูเขา หินสามวาฬแห่งนี้

              ผมและคณะเตรียมพร้อมอย่างดีก่อนจะมาถึงเชิงเขาภูสิงห์ ก่อนจะขึ้นมาชมพระอาทิตย์ที่หินสามวาฬแห่งนี้  เตรียมเสื้อผ้ากันหนาว กันลมมาให้พร้อม เพราะอากาศยามเช้าเย็นพอสมควร ที่สำคัญลมแรงมากๆ  เรามากางเต้นท์ในพื้นที่ก่อนหนึ่งคืน นอนดูดาวบนภูสิงห์อย่างชัดแจ๋ว  เพื่อรอนัดหมายกับรถที่เจ้าหน้าที่จัดไว้บริการขึ้นเขาโดยเฉพาะ ที่นี่ไม่ให้นำรถขึ้นไปเองเพราะถนนค่อนข้างแคบอันตรายขับสวนกันลำบาก ที่สำคัญเราต้องขึ้นเขาตั้งแต่ตี 5 ค่ารถขึ้นไปคันละ 500 บาท เหมาทั้งขึ้นและลง พาเที่ยวจุดต่างๆบนเขา ใช้เวลาชมรวม 3 ชั่วโมง ชมเสร็จแล้วกลับลงมารับประทานอาหารเช้าพอดี

             คณะของผมเป็นชุดแรกที่ขึ้นมาบนนี้เช้าวันนี้ มาถึงเราก็มานั่งรอชมพระอาทิตย์ขึ้นใกล้ๆหน้าผา ถ่ายรูปให้เต็มอิ่ม เพราะกว่าที่คณะอื่นจะมาถึง เราไม่ต้องแย่งพื้นที่ถ่ายรูปกัน  เพราะสถานที่บนหินสามวาฬแคบมากๆ เราต้องยืนในจุดที่เจ้าหน้าที่ทำเครื่องหมายไว้ ไม่ให้อันตรายเกินไป ระวังสะดุดล้มตกเขาเอาง่ายๆถ้าไม่ระวัง 

            พอพระอาทิตย์ขึ้น ทุกคนจะตื่นเต้นกับภาพสวยงามเบี้องหน้า พระอาทิตย์ที่ฝั่งประเทศลาว มองสายน้ำโขงทอดยาวตลอดแนวสะท้อนกับสายน้ำกับแสงอาทิตย์งดงามสุดๆ หาชมไม่ได้อีกแล้ว เวลารวดเร็วมาก เราต้องทำเวลาให้ดี เพราะพอพระอาทิตย์ขึ้นสายๆ จะไม่สวยเหมือนตอนที่กำลังทอแสงยามเช้า 

            กลุ่มที่มาเป็นคณะหลายๆคน มักจะยืนเรียงแถวถ่ายภาพกันแบบนี้ เพราะพื้นที่แคบหากถ่ายภาพหมู่ มีหวังต้องใครสักคนตกเขาเอาง่ายๆ  อยู่บนนี้สิ่งที่ระวังอย่างมากคือ ไม่ออกนอกแนวเขตอันตรายที่เจ้าหน้าที่ทำเครื่องหมายไว้ และไม่ควรหยอกล้อกัน หรือวิ่งไล่กัน

             หินสามวาฬ..ที่รูปร่างคล้ายหัวปลาวาฬ 3 ตัว กำลังมุ่งหน้าสู่แม่น้ำโขง...แต่ต้องมากลายเป็นหินติดอยู่บนยอดภูสิงห์แห่งนี้มากว่า 75 ล้านปีแล้ว นอกจากปลาวาฬ 3 ตัวนี้ ยังมีหินลักษณะเดียวกันนี้อีกหลายกลุ่มทางด้านเหนือของภูสิงห์ที่คล้ายฝูงปลาวาฬเช่นกัน

 

 

 

 

          เบื้องล่างของภูสิงห์ รายล้อมไปด้วยธรรมชาติป่าเขา และสวนยางพารา ของชาวบ้านที่เห็นไกลลิบๆโน่น

              ชีวิตต้องสู้...ต้นไม้ต้นนี้เกิดขึ้นลานหิน ไม่น่าเชื่อพื้นหินแบบนี้ยังมีต้นไม้สามารถขึ้นได้ ต้านทานทั้งแรงลม และแสงแดด

 

              รถบริการขึ้นเขา คันละ 500 บาท เป็นของชาวบ้านในพื้นที่ ที่หมุนเวียนกันมาให้บริการนำนักท่องเที่ยวขึ้นเขามาชมหินสามวาฬ และทำหน้าที่เป็นไกค์นำชมจุดต่างๆบนภูสิงห์  ที่สำคัญ ชี้ให้ดูต้นพยุง ไม้ล้ำค่าบนภูสิงห์อีกด้วย

          สัญลักษณ์ของภูสิงห์...คือหินก้อนนี้ ที่ลานธรรม  มีพระพุทธรูป และลานกว้างสำหรับให้ชาวบ้านขึ้นมาปฏิบัติธรรมและกิจกรรมสำคัญๆเช่นงานสงกรานต์บนภูสิงห์นี้ด้วย...ดูคล้ายรูปสิงห์หรือไม่ครับ

           หลวงพ่อพระสิงห์...ที่ลานธรรม บนภูสิงห์ แห่งนี้ 

              ดูซิ...เขารูปอะไร....เขาช้าง  เหมื่อนบ่

            ประตูภูสิงห์...คนมาชอบถ่ายภาพแต่งงาน...คู่รักที่มาถึงที่นี่ ย่อมไม่พลาดที่จะเก็บภาพตำนานประตูภูสิงห์แห่งนี้ ที่กลายเป็นช่องประตูที่มองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้งดงามยิ่ง

 

                       กำแพง ภูสิงห์  กำแพงหินธรรมชาติ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ที่แห่งนี้มานานแสนนาน สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่ง และลวดลาย ร่องหินที่ยังกับว่าธรรมชาติชั่งสลักกำแพงหินนี้ได้งดงามยิ่งนัก

 

               ตามรอย ครูบาอาจารย์....ตามรอยธรรม ตามรอยธรรมชาติ  ร่วมเดินทางเพื่อค้นหาสัจจธรรมของชีวิต บนภูสิงห์ หินสามวาฬ จ.บึงกาฬ

           กราบนมัสการขอบพระคุณพระอาจารย์ยงยศ ฐิตสํวโร จากวัดปัญญานันทาราม จ.ปทุมธานี ที่เมตตานำคณะของเราสัญจรมาเยือนภูสิงห์ หินสามวาฬ และัอีกหลายภูเขาที่เราจะไปกัน ภูทอก ,ภูลังกา และบึงโขงหลง แบบสัมผัสธรรมชาติสุดๆ ตามรอยครูบาอาจารย์ในครั้งนี้  นี่เป็นเพียงบททดสอบแรกของพวกเรา เพราะเส้นทางข้างหน้า คือจุดหมายของคณะเรา จะไม่ขึ้นมาง่ายๆแบบนี้แล้ว สู้ไหวไหม๊

 

 

             อาจารย์ ดร.แป้น ธนานิต หนึ่งในคณะของพวกเราและเป็นผู้จุดประกายให้เกิดการเดินทางในครั้งนี้ด้วย กำลังชื่นชอบลมหนาวเย็น ที่พัดแรงบนหินสามวาฬ...ระหว่างรอคอยแสงแรกของวันนี้ 

                  พระจันทร์บนท้องฟ้าฟากตะวันออก ยังไม่ตกดิน อีกไม่กี่นาที พระอาทิตย์ก็จะขึ้น ดวงจันทร์และดวงดาวบนฟ้าก็จะจางหายไป ความสว่างไสวกำลังจะมาเยือน เราได้นั่งฟังธรรมะยามเช้าจากพระอาจารย์ด้วย

              มหัศจรรย์หินสามวาฬ ..ความงดงามที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ไว้ให้เราได้มาเยือนและค้นหา แอบซ่อนอยู่ในป่าภูสิงห์มายาวนาน ได้เวลาเปิดตัวรอคอยผู้มาเยือนทุกเมื่อ ..หนาวนี้เป็นจังหวะที่จะเชิญชวนทุกท่านมาเยือน หินสามวาฬ ภูสิงห์ ต.โคกก่อง อ.เมือง จ.บึงกาฬ เพื่อสืบสานตำนานภูสิงห์ เป็นที่ล่ำลือ อีกยาวนานต่อไป มาเยี่ยมชมกันนะครับ แล้วคุณจะพบความสุขใจธรรมชาติที่งดงามแบบนี้

             "ชีวิต..ต้องเดินต่อไป  ทำวันนี้ ให้ดี...พรุ่งนี้..ก็จะกลายเป็นอดีตที่ดี อย่างเสมอต้น เสมอปลาย " โชคดีทุกท่านครับ 

โปรดติดตาม ต่อไป..ขึ้น ภูทอก และ ภูลังกา

โดย คนดีมีวินัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net