วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โอกาสที่สอง Second Chance ในระดับโลกใบใหญ่/สมองใหญ่


ในระดับโลกใบใหญ่/สมองใหญ่ พลังงานบวก=ดี และพลังงานลบ=ไม่ดี มนุษย์มีความต้องการและมีความพยายามที่จะทำให้สิ่งไม่ดี (ความเลวหมดไป โดยความต้องการและความพยายามดังกล่าวไม่เคยประสบผลสำเร็จเลยตั้งแต่ยุคแรกเริ่มจนถึงปัจจุบัน สาเหตุที่ทำให้ความต้องการและหรือความพยายามดังกล่าวไม่เคยประสบผลสำเร็จเลยก็เนื่องจากพลังงานทั้งสองเป็นพลังงานพื้นฐานที่อยู่ในทุกสรรพสิ่งจึงไม่มีวันหมดไป ดังนั้นมนุษย์จึงควรที่จะยุติความต้องการและหรือความพยายามที่จะทำให้สิ่งไม่ดี (ความเลวหมดไป โดยหันกลับมาพัฒนาความรู้ความสามารถที่มีอยู่/เป็นอยู่ของตัวเองให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะดีกว่า ซึ่งการพัฒนาความรู้ความสามารถที่มีอยู่/เป็นอยู่ของตัวเองในขั้นแรกเรามีความจำเป็นต้องที่จะต้องรู้ว่า เรายืนอยู่บนพลังงานบวกหรือพลังงานลบ เนื่องจากการไม่รู้จุดยืนที่แท้จริง (ไม่ได้มีจุดเดียวของตัวเราเองจะมีความน่าจะเป็นสองทางคือ ประสบความสําเร็จและประสบความล้มเหลว ในการประสบความสําเร็จก็จะแยกออกเป็นสองทางคือ ประสบความสําเร็จที่นำไปสู่ความสําเร็จ หรือ ประสบความสําเร็จที่นำไปสู่ความล้มเหลว และในการประสบความล้มเหลวก็จะแยกออกเป็นสองทางคือ ประสบความล้มเหลวที่นำไปสู่ความล้มเหลว หรือ ประสบความล้มเหลวที่นำไปสู่ประสบความสําเร็จ ซึ่งถ้าหากเราไม่สามารถรับรู้/รู้ได้ในขั้นแรกว่า เรายืนอยู่บนพลังงานบวกหรือพลังงานลบ เราก็จะสามารถมารับรู้/รู้ได้ในชั้นต่อๆไปจนถึงชั้นสุดท้าย ซึ่งเมื่อเราได้รับผลจากเหตุการณ์ที่ดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด ซึ่งจะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนของความจำและไม่จำ ลืมและไม่ลืม ถึงที่มาที่ไปของจุดเริ่มต้นของกระบวนการที่เกิดขึ้นทั้งหมดว่ามาจากอะไรที่ไหนเมื่อไหร่อย่างไรและใครเป็นคนเริ่มต้น ซึ่งการจำและไม่จำ ลืมและไม่ลืมก็คือ ส่วนหนึ่งของกระบวนการปฏิเสธและไม่ปฏิเสธการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองของพลังงานบวกและพลังงานลบ ซึ่งจะมีรูปแบบและกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองที่จะมีทั้งเหมือนและแตกต่างกัน (ตรงกันข้าม กลับด้านกันในสิ่งเดียวกันในเวลาเดียวกัน ดังนั้นกระบวนการปฏิเสธและไม่ปฏิเสธการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองจึงเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกคนไม่มีข้อยกเว้น ซึ่งการเกิดขึ้นถือเป็นเรื่องปกติในชั้นแรกๆ แต่เมื่อไหร่ที่มีการเกิดขึ้นของกระบวนการปฏิเสธการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆจากความเป็นเรื่องปกติในชั้นแรกจะเข้าสู่ความเป็นเรื่องผิดปกติในชั้นต่อมา ซึ่งความผิดปกติที่ตามมาอาจนำไปสู่ความเสียหายและสูญเสียเพียงเล็กน้อยจนถึงมากและมากที่สุด และอาจจะทำให้ขยายวงกว้างขึ้นใหญ่ขึ้นและอาจถูกยกระดับขึ้นจนถึงขั้นที่ก่อให้เกิดเป็นความเสียหายและหรือความสูญเสียในทรัพย์สินร่างกายและชีวิต

 

ซึ่งการเรียกร้องหรือถามหาโอกาสที่สอง Second chance จากผู้อื่น โดยปฏิเสธที่จะให้โอกาสที่สอง Second chance กับตัวเองเป็นการเรียกร้องหรือถามหาโอกาสที่ไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีกับตัวเองเลย และนอกจากจะไม่ก่อให้เกิดผลดีกับตัวเองแล้วการเรียกร้องถามหาโอกาสที่สอง Second chance กับผู้อื่นยังก่อให้เกิดเป็นผลร้ายต่อตัวเองอีกต่างหาก ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราหันหัวเรือไปในทิศทางใดก็ตามเรือก็จะแล่นตรงไปในทิศทางนั้นเรื่อยๆจนกว่าเราซึ่งเป็นกับตันเรือหรือเป็นผู้กำหนดทิศทางให้กับเรือของตัวเองจะเป็นผู้ออกคำสั่งหรือเป็นผู้เรียกร้องหรือเป็นผู้ถามหาให้ตัวเราเองและให้เราเป็นผู้ลงมือปฏิบัติในการเปลี่ยนทิศทางของหัวเรือไปในทิศทางอื่น ซึ่งการต้องเป็นทั้งผู้ออกคำสั่งหรือผู้เรียกร้องหรือผู้ถามหาและเป็นทั้งผู้ที่ต้องลงมือปฏิบัติในคำสั่งที่ตัวเองเป็นผู้ออกนั้นในบางครั้งอาจทำได้ยากกว่าการเป็นผู้ออกคำสั่งหรือผู้เรียกร้องหรือผู้ถามหาเพียงอย่างเดียวและให้คนอื่นเป็นคนลงมือปฏิบัติ ดังนั้นคนส่วนมากจึงมีแนวโน้มที่จะเลือกการเป็นผู้ออกคำสั่งหรือผู้เรียกร้องหรือผู้ถามหาเพียงอย่างเดียวและให้คนอื่นเป็นคนปฏิบัติมากกว่าที่จะเลือกให้ตัวเองเป็นผู้ลงมือปฏิบัติ ซึ่งการเลือกดังกล่าวเป็นการเลือกโดยไม่ได้เลือกเนื่องจากเป็นสิ่งที่มีอยู่/เป็นอยู่ของโลกอยู่แล้วจึงทำได้ง่ายและสะดวกสบายมากขึ้นเนื่องจากมีแรงสนับสนุนและคอยช่วยเหลือจากโลก แต่ความมีอยู่/เป็นอยู่ของโลกอยู่ไม่ได้มีด้านเดียว โลกยังมีในส่วนของความไม่มีอยู่/ไม่เป็นอยู่ ที่มีความมีอยู่/เป็นอยู่ที่อยู่อีกด้านหนึ่งรวมอยู่ด้วย ซึ่งการมีรวมอยู่ด้วยในส่วนของความไม่มีอยู่/ไม่เป็นอยู่ของโลกที่อยู่อีกด้านหนึ่ง หรืออยู่บนปลายเชื่อกอีกด้านหนึ่งนั้นทั้งโลกและสรรพสิ่งจะต้องให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันในการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือทำให้เกิดการกลับด้านหรือย้อนกลับจากด้านที่มีอยู่/เป็นอยู่ไปสู่ด้านที่ไม่มีอยู่/ไม่เป็นอยู่โดยการทำให้ด้านที่มีอยู่/เป็นอยู่หมดไป หรือเดินเข้าสู่จุดสิ้นสุด ซึ่งจะทำให้ด้านที่ไม่มีอยู่/ไม่เป็นอยู่กลายมาเป็นด้านที่มีอยู่เป็นอยู่ของโลก หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การสลับขั้วแม่เหล็กโลก และหรือการเพิ่มและลดจำนวน ปริมาณของพลังงานที่มีอยู่และที่ซ้อนทับและพัวพันกันอยู่ หรือ การสลับขั้วแม่เหล็ก และหรือการเพิ่มและลดจำนวน ปริมาณของพลังงานที่มีอยู่และที่ซ้อนทับและพัวพันกันอยู่ภายในตัวของเราเอง  หรือในความหมายที่เข้าใจได้ง่ายกว่านั้นคือ การนำเอาอนาคตมาไว้ในปัจจุบัน และทำให้ปัจจุบันกลายเป็นอนาคตของตัวเอง และโดยการทำให้อดีตกลายเป็นอดีตที่แยกออกจากปัจจุบันอย่างชัดเจน ซึ่งจะทำให้เราสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าโดยปราศจากการรบกวนของพลังงานลบที่อยู่ในอดีต ซึ่งการรบกวนของพลังงานลบที่อยู่ในอดีตจะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ในส่วนของตัวเราและผู้อื่น ซึ่งจะมีความแตกต่างกันคือ เราสามารถลดการรบกวนของพลังงานลบที่อยู่ในอดีตของเราเองได้แต่เราไม่สามารถลดการรบกวนของพลังงานลบที่อยู่ในอดีตและมาจากคนอื่นได้ ดังนั้นเมื่อไหร่ที่เราได้รับการรบกวนของพลังงานลบที่อยู่ในอดีตและมาจากคนอื่น สิ่งที่เราทำได้คือ ปล่อยมันไป และในขณะเดียวกันกับที่เราทำการ “ ปล่อยมันไปนั้น เราก็ต้องพาตัวเองเดินไปข้างด้วยในเวลาเดียวกัน ซึ่งมีเพียงการก้าวเดินไปขเ่งหน้าเท่านั้นที่จะทำให้เราหลุดพ้นจากการรบกวนของพลังงานลบที่อยู่ในอดีตและมาจากคนอื่นได้ ( keep walking)

โดย Enlightened

 

กลับไปที่ www.oknation.net