วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ภูทอก..ภูเขาที่โดดเดี่ยว แต่ไม่เดียวดาย


ภูทอก..ภูเขาที่โดดเดี่ยว แต่ไม่เดียวดาย

          คณะของเรามาถึงภูทอกช่วงเช้าก่อนเวลาพระฉันท์เพล เราจึงหาสถานที่เพื่อจัดอาหารถวายเพลพระอาจารย์ให้เรียบร้อยก่อน และพวกเราก็จะได้เตรียมความพร้อมและรับประทานอาหารกลางวันก่อนจะขึ้นภูทอกในบ่ายวันนี้  มองเห็นยอดเขาภูทอก..ภูเขาที่โดดเดี่ยว ความหมายของคำว่า "ภูทอก"ของชาวอีสานที่เรียกเขาลูกนี้ ผมยืนมองความสูงของภูทอกแบบท้าทายว่า..งานนี้ต้องลองของสูงดูสักตั้งแล้ว  เคยขึ้นภูทอกที่เชียงคาน จ.เลย แต่ "ภูทอก" ที่นี่มีเอกลักลักษณ์ที่ไม่เหมือนที่อื่น เป็นภูเขาลูกเดียวโดดๆ ที่มีรอยเขาขาดเชื่อมต่อมาจาก ภูสิงห์..และถูกแยกออกมากลายเป็น ภูเขาที่โดดเดี่ยว จึงได้ชื่อว่า ภูทอก จะขึ้นถึงยอดภูทอก ต้องเดินตามเส้นทางสะพานไม้ที่ พระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ สร้างขึ้นบนหน้าผาหินสูงชันวนรอบภูเขาถึง 6 ชั้น และชั้นยอดสุดชั้นที่ 7 เป็นทางเดินป่าธรรมชาติ ซึ่งคนที่นี่กล่าวถึงว่า สวรรค์ชั้น 7 เป็นที่อยู่ของเหล่าเทวดาทั้งหลาย ใครมีบุญก็สามารถขึ้นสวรรค์ชั้น 7 ได้เช่นกัน...ผมถึงบางอ้อว่า ที่เขาว่าสวรรค์ชั้น 7 อยู่ที่ภูทอกนี่เอง เอาล่ะวะ ชั้น 7.. ก็ชั้น 7 ..ลองขึ้นสวรรค์ดูสักตั้งซิ จะรอดไหม..อยากเล่นของสูงก็ต้องสู้...สู้โว้ย 

             หลังจากเติมพลัง..กองทัพต้องเดินด้วยท้อง รับประทานอาหารกลางวันกันเรียบร้อย ด้วยพลังข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ ของร้านอาหารอีสานที่อยู่หน้า วัดภูทอก หรือชื่อเป็นทางการว่า "วัดเจติยาคีรีวิหาร " อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ เป้าหมายอยู่เบื้องหน้าแล้ว ไปขึ้นภูทอกกันครับ 

            ภูทอก..มิใช่สถานที่ท่องเที่ยว แต่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม สะพานไม้ที่สร้างขึ้นบนเขา ล้วนมาจากแรงพลังศรัทธาของพระ เณร และชาวบ้าน เริ่มก่อสร้างในปี 2512 ใช้เวลานานถึง 5 ปี บันไดไม้ที่ขึ้นสู่ยอดเขาภูทอกแห่งนี้ เปรียบเสมือนเส้นทางธรรมที่น้อมนำให้ผู้ที่มีใจใฝ่ในธรรม มีจิตใจที่มุ่งมั่น มีวิริยอุตสาหะเพื่อหาทางพ้นทุกข์ พ้นจากโลกแห่งโลกียะ สู่โลกแห่งโลกุตระธรรม เพราะฉะนั้นเมื่อเดินยังสถานที่แห่งนี้ ต้องเดินด้วยจิตใจที่สงบ ไม่ส่งเสียงดัง รบกวนผู้ที่กำลังปฏิบัติธรรมอยู่บนเขาภูทอก

          ก่อนจะเดินขึ้นภูทอก...ควรอ่าน และทำความเข้าใจข้อปฏิบัติต่างๆ ที่ผู้มาเยือนควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด และเคารพต่อสถานที่

 

          คติธรรมต่างๆ ที่ติดไว้ระหว่างเส้นทางเดินขึ้นภูทอก ล้วนมีคติสอนใจ และเตือนใจ ให้ผู้มาเยือน เดินอย่างมีสติ และไม่รบกวนผู้อื่น  เป็นการฝึกตนเองไปด้วย

          เส้นทางเดินบนภูทอก เป็นสะพานไม้ ตั้งแต่ชั้นล่างจนถึงยอดเขาชั้นที่ 7 แม้ว่าสะพานไม้จะสร้างขึ้น ตากแดด ตากฝน ไม้บางส่วนผุพังบ้างตามกาลเวลา ..แต่ทุกส่วนของสะพานไม้มีความแข็งแรง และได้รับการดูแลซ่อมบำรุงอยู่เสมอ ระหว่างทางเดินเราจะเห็นมีแผ่นไม้ ที่เตรียมจะซ่อมแแซมแทนไม้เก่าที่ผุพัง เราจึงเดินได้ด้วยความมั่นใจและปลอดภัย

           เส้นทางบางเส้นทาง..จะถูกปิดไว้ เพื่อสงวนไว้สำหรับพระสงฆ์และผู้มาปฏิบัติธรรม เพื่อไม่ให้ถูกรบกวนจากผู้มาเยือนแบบท่องเที่ยว 

             แม้การขึ้นมาบนภูทอก..จะมีสะพานไม้เดินได้สะดวก แต่ต้องเดินอย่างระมัดระวัง ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆเดิน ชมทิวทัศน์เบื้องล่าง ก้าวเท้าแต่ละครั้งต้องมั่นใจว่าไม่ลื่นล้ม หรือสดุดรอยต่อของสะพานไม้ เพราะบางจุดคดเคียวและพื้นที่แคบแทบจะสวนทางกันลำบาก ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัย แบ่งปันเส้นทางเดินแก่กันและกัน

           ระหว่างทางเดินสะพานไม้ ที่สูงขึ้นเรื่อยๆ แม้จะเหนื่อยยากสักเพียงใด ค่อยๆเดิน ค่อยๆขึ้น ไม่ต้องรีบร้อน มองชมธรรมชาติที่งดงามอยู่เบื้องหน้า  จะเป็นความสุขใจ ความอิ่มเอมใจ ไปตลอดเส้น เป็นกำลังใจให้อดทน และไม่ย่อท้อต่อเส้นทางเดิน ที่จะไปให้ถึงจุดหมายปลายทางของชีวิต  ซึมซับความสุขระหว่างเส้นทาง.."อย่ามัวแต่เดินๆ โดยไม่ใส่ใจความงดงามระหว่างเส้นทาง"

             จากมุมนี้..จะมองเห็นไม้ค้ำเบื้องล่างของสะพานไม้ บางจุดต้องใช้ไม้ค้ำไว้บนก้อนหิน ริมหน้าผา และเสี่ยงต่ออันตรายที่หล่นสู่เบื้องล่างอย่างง่ายดาย ...ลองนึกถึงจิตใจผู้ที่สร้างสะพานไม้ ที่ต้องเสี่ยงต่ออันตรายนานาชนิด หวาดเสียวสุดๆ เมื่อมองลงสู่เบื้องล่าง...แต่ด้วยแรงศรัทธา และจิตใจที่เข้มแข็ง ทำให้สะพานไม้เหล่านี้สำเร็จ..และทำให้เราเดินขึ้นด้วยความสะดวกสบาย

             อาจารย์ ดร.แป้น ธนานิต ดูจะชื่นชอบเส้นทางนี้อย่างมาก และยังถูกใจที่พักบนเขาที่อยู่ริมหน้าผาแห่งนี้อีกด้วย

            ขึ้นมากราบพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ ผู้ริเริ่มสร้างสะพานไม้ขึ้นภูทอกแห่งนี้ เมื่อปี 2512 ซึ่งใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 5 ปี โดยพระ เณร และแรงศรัทธาชาวบ้าน ที่มาช่วยกันทำให้สะพานไม้ภูทอกแห่งนี้สำเร็จลงได้ ...

 

            กราบ พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ ...ผู้สร้างแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ เป็นตัวอย่างความเพียร วิริยอุตสาหะ ทำสิ่งที่ยากให้สำเร็จ  และสิ่งที่คนทั่วไปไม่คิดจะทำ เพราะแค่คิดว่ายาก ทำไม่ได้ ทำไม่ไหว ก็ถอดใจแล้ว ...ผมกราบพระอาจารย์จวน ด้วยความชื่นชมอย่างยิ่ง และขอน้อมนำคติธรรมของท่านมาเป็นกำลังใจในการดำเนินชีวิต เพื่อทำประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชนต่อไป

             จะจดจำคติธรรมนี้..ไปตลอดชีวิต  " วิริเยนะ ทุกฺขมจฺเจติ..บุคคลจะล่วงทุกข์ได้ เพราะความเพียร "

 

 

 

 

              มิตรภาพระหว่างทางเดิน..เพื่อนร่วมเดินทางตัวน้อยบนเส้นทางเดินภูทอก..น้องชินจัง และน้องกุ้ยฉ่าย มากับพ่อแม่ แต่ด้วยความเป็นเด็ก เดินเร็วกว่าผู้ใหญ่ จึงมานั่งรอพ่อแม่กับผมพอดี...น่าชื่นใจที่เด็กตัวน้อยๆสนใจขึ้นมาเดินด้วย

             สะพานไม้..จุดนี้เสียวที่สุด  เวลาเดินถ้ามองลงเบื้องล่างเป็นลมแน่...แคบและสูงชันที่สุด เราต้องเดินผ่านจุดนี้ทีละคนๆ

             ผ่านจุดที่ยากที่สุดมาแล้ว...นั่งสงบใจ ทบทวนชีวิตที่นี่สักครู่...รอดมาได้ก็บุญนักหนาแล้ว...

           ขึ้นมาถึงชั้นนี้...คล้ายๆห้องขนาดใหญ่ที่อยู่ในเพิงผาหิน มีรูปเหมือนของพระเกจิสายวิปัสสนากรรมฐาน และครูบาอาจารย์ทั้งหลายมารวมไว้ที่นี่ ...เป็นบุญอย่างยิ่งที่ได้มาตามรอยครูบาอาจารย์ ณ ภูทอกแห่งนี้ด้วย

           

 

 

           บาตรนี้สำคัญยิ่งนัก..“บาตรบุบ” ของ “พระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ” ภายในเจดีย์พิพิธภัณฑ์ท่านพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ วัดเจติยาคิรีวิหาร (วัดภูทอก) ต.นาสะแบง อ.ศรีวิไล จ.บึงกาฬ บาตรที่มีฝาบาตรบุบเบี้ยวแบบนี้ และเครื่องอัฐบริขาร ของพระอาจารย์จวน  ถูกพบในบริเวณจุดที่เครื่องบินตกที่ คลองสี่ จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2523 ทำให้พระอาจารย์จวน และพระป่าสายกรรมฐานรวม 5 รูป มรณภาพ นับเป็นการสูญเสียพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบพร้อมกันถึง 5 รูป

 

             ณ จุดนี้..ถ้าไม่มีสะพานไม้ ที่เรายืนชิดผนังอยู่นี้ ข้างหน้าก็คือหน้าผาที่สูงชันดีๆนี่เอง...ยืนแบบนี้ดูสบายๆ แต่ถ้ามองลงไปข้างล่าง เสียวสุดๆ...ฝึกจิตให้เข้มแข็ง..มีสติอยู่ทุกย่างก้าวที่เดินไปข้างหน้า..ความมุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว ตั้งใจจริง ด้วยความเพียร..สักวันหนึ่งข้างหน้าก็จะถึงจุดหมาย  กราบนมัสการพระอาจารย์จวน ที่สร้างสะพานทางเดินบนภูทอก ทำให้พวกเราขี้นมาถึงจุดนี้ได้ ท่านใดยังไม่เคยมา...หนาวนี้เป็นโอกาสดีน่ามาเยือนสักครั้ง เพีงแต่ใจสู้ ก็ไม่มีอะไรจะขวางได้แล้ว มาเถอะครับครั้งหนึ่งในชีวิต มาขึ้น "ภูทอก..ภูเขาที่โดดเดี่ยว แต่ไม่เดียวดายแน่นอน ..ท่านจะพบกัลยาณมิตรที่ดีและพบเส้นทางที่สร้างพลังใจให้กับตนเองอย่างยิ่ง

โดย คนดีมีวินัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net