วันที่ ศุกร์ ธันวาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

อย่างนี้ก็ได้หรือ? เก็บข้อมูลวิจัยการตลาดซุปเปอร์มาร์เก็ต....


เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เวลาหลังบ่ายเศษๆ หลังจากซื้อของจากโลตัสสาขาแจ้งวัฒนะ เสร็จกำลังเข็นรถใส่สินค้าไปยังรถที่ลานจอดรถใต้ถุนห้าง ระหว่างทางจะต้องผ่านช่องทางสำหรับรถเข็น ข้างๆ บริเวณลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ มีคุณผู้หญิงคนหนึ่งเดาเองเองว่าอายุประมาณ 30 เศษๆ ลักษณะใส่เลื้อสีเหลือง เข้ามาสอบถามว่ามาซื้อของบ่อยมั้ยขอสอบถามข้อมูลเพื่อวิจัยตลาดหน่อยได้มั้ย ใช้เวลา 2-3 นาที

 

ถึงแม้ว่าจะเลยเวลาอาหารเที่ยงมาพอควร ทุกคนหิว และมีเด็กเล็กมาด้วยที่กำลังมีความหิว (เนื่องจากเด็กร้องขอว่าจะทานโดนัทที่แวะซื้อลงมาด้วยได้มั้ย แต่ ผู้เขียนห้ามไว้ บอกว่าเดี๋ยวจะอิ่ม แล้วไปทานก๋วยเตี๋ยวเรือ ที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านั้นไม่ได้)

 

แต่ ผู้เขียนเห็นว่าหากใช้เวลาไม่นาน จึงควรสนับสนุน เพื่อให้คุณผู้หญิงเค้าได้ทำงานสำเร็จลุล่วงตามโจทย์ที่เค้ามี จึงตอบรับ

 

เค้าเริ่มถามคำถามว่า ซื้อของมูลค่าเท่าไร ก็ตอบไปว่า 2,000 เศษๆ ตามด้วยคำถามซื้อของที่บิ๊กซีด้วยมั้ย ก็ตอบว่าซื้อทั้งโลตัสและบิ๊กซี คำถามต่อไปซื้อของไหนมากกว่ากัน อันนี้ก็ตอบไปว่าแล้วแต่สะดวกที่ไหนก็ไป คำถามถัดไปก็ถามว่าโปรโมชั่น ซื้อแล้วมีส่วนลดในบิลนั้นเลย เช่น โลตัสซื้อ...บาทลด...บาท บิ๊กซีซื้อ .... บาท ลด .... บาท และ หากซื้อสูงเป็น.... บาทลดเป็น...บาท จขกท.รู้หรือไม่ ก็ตอบไปว่าไม่รู้มาก่อน เพิ่งรู้เมื่อตะกี้เอง และเวลามาซื้อก็ไม่ได้รับรู้ข่าวสารอะไรด้านโปรโมชั่นมาก่อน เพียงแต่เมื่อจำเป็นต้องซื้อของใช้ก็จะมาเมื่อสะดวก

 

ระหว่างนั้นเธอก็จิ้มๆ มือถือ ผู้เขียนดูแว๊บๆ ก็มองว่าเป็นกดเลือกคำตอบลงในแบบสอบถาม

 

ถัดไปถามมาว่าอายุเท่าไร ก็ตอบไปว่า 40 ถามต่อไปอีกว่าขอชื่อกับเบอร์โทรศัพท์ พร้อมกับหยิบสมุดจดขึ้นมา มองเห็นตัวหนังสือยุ่งๆ มีรายชื่อประมาณ 10 คน เจอคำถามอันนี้ ผู้เขียนเริ่มบ่ายเบี่ยง จึงถามไปว่าทำไมต้องขอข้อมูลส่วนบุคคลเช่นนี้ เธอก็ตอบมาว่าลูกค้า(คงเป็นนายจ้างการทำวิจัย) ต้องการเอาไปอะไรซักอย่าง ผู้เขียนฟังไม่เข้าใจ แต่ก็ตอบไปว่า ถ้าต้องการข้อมูลส่วนตัวเช่นนี้ ขอไม่ให้ข้อมูล คุณเธอเริ่มไม่พอใจ ซักสีหน้าชัดเจน ผู้เขียนจึงบอกไปว่าการทำวิจัยตลาด ก็ใช้ข้อมูลก่อนหน้าได้เพียงพอ ต่อการสรุปผลการวิจัยตลาดแล้ว ถ้าจะมาเอาข้อมูลส่วนตัว แบบนี้ ขอไม่ให้ข้อมูล

 

คุณเธอตอบกลับด้วยเสียงไม่พอใจยิ่งนักว่า แบบนี้ คุณอย่ามาจ้างเค้าทำวิจัยนะ เค้าไม่ทำให้ และถ้าคุณไม่จ้างเค้า บริษัทคุณก็เจ๊ง!!...

คุณเจ๊ง....    #$%&$%*&*....    ตามด้วยบ่นอะไรก็ไม่รู้ ผู้เขียนไม่อยากฟัง

 

แล้วคุณเธอก็สบัดก้นหลบ จากที่เดิมยืนขวางทางการเข็นรถของ ผู้เขียนไว้

 

ผู้เขียนก็เข็นรถสินค้าไปขึ้นรถต่อไปด้วยความงุนงง ตรูทำผิดอะไรหว่า? แล้วตรูต้องจ้างท่านหรือบริษัทท่านคนนี้ด้วยหรือ....?

แล้วบริษัทตรูจะเจ้ง เพราะไม่จ้างเค้าด้วยหรือ?????....

 

พอ ผู้เขียนหันกลับมามองทางคุณผู้หญิงคนนั้นพร้อมทั้งยกกล้องมือถือมาจะถ่ายรูป ไว้ดูเป็นที่ระทึก! คุณเธอรีบเดินหลบไป ถ่ายไม่ทัน...

 

ด้วยความหิว จึงรีบขับรถไปทานก๋วยเตี๋ยว ด้วยความงงๆ ระหว่างทางก็เลยหาเบอร์โลตัสสาขาแจ้งวัฒนะที่ใบเสร็จ โทรแจ้งเหตุการณ์ข้างต้น ได้คุยกับผู้ช่วยผู้จัดการ พร้อมถามว่าจ้างบริษัทที่มีคนแบบนี้มาทำงานวิจัยหรือไม่ ทางผู้ช่วยผู้จัดการได้ตอบมาว่าไม่น่ามี และจะให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการไป..xxx..ต่อไป

 

หลังจากนั้น ผู้เขียนก็ไม่อยากรับรู้เหตุการณ์อะไรต่อไปแล้ว.....

 

น่าคิด... ว่าการทำอย่างนี้ จะส่งผลเสียถึงสถาบันวิจัยหรือผู้อบรมสั่งสอนคนทำงานวิจัย.... รวมถึงลูกค้าผู้จ้างวิจัยบ้างหรือไม่?

เพื่อนๆ  คิดว่าคนทำงานวิจัยทำอย่างนี้ก็ได้หรือ? หรือ ผู้เขียนตอบได้แย่มากเลยใช่มั้ย? ..... แย่จัง

แต่ ผู้เขียนคงจะไม่ให้ความร่วมมือ ตอบแบบสำรวจหรือสอบถามวิจัยตลาดสำหรับห้างแบบนี้แน่นอน..

 

 

(ปล. ขออภัยที่เอ่ยชื่อ โลตัสสาขาแจ้งวัฒนะ และบิ๊กซี เพื่อความชัดเจนในรายละเอียด 
และ ผู้เขียนมั่นใจว่าทั้งสองแห่งนี้ มิได้เป็นผู้อบรมสั่งสอนให้คุณผู้หญิงกระทำแบบนั้น หรือแม้แต่บริษัทที่เป็นนายจ้างของคุณผู้หญิงเอง)

โดย oceanics

 

กลับไปที่ www.oknation.net