วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ระบบสัญจรเขียวต้นทางเมืองประหยัดพลังงาน บทความโดย ฐาปนา บุณยประวิตร


ระบบสัญจรเขียวต้นทางเมืองประหยัดพลังงาน

ฐาปนา บุณยประวิตร

Thapana.asia@gmail.com

นายกสมาคมการผังเมืองไทยและกรรมการเลขานุการกฎบัตรแห่งชาติ

 


 

บทความระบบสัญจรเขียวต้นทางเมืองประหยัดพลังงาน เขียนขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานเมืองที่มีความสัมพันธ์กับการใช้พลังงาน ที่เชื่อมโยงกับ การอยู่อาศัย การเดินทาง การขนส่ง การผลิต บริการ โครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค และการบริหารจัดการเมือง โดยปัจจัยที่ส่งผลโดยตรงหรือต้นทางของการบริหารจัดการพลังงานให้เกิดประสิทธิภาพนั้น ประกอบด้วย ภาคการวางผังเมือง ภาคการออกแบบปรับปรุงฟื้นฟูเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน และภาคการขนส่งและโลจิสติกส์ ซึ่งบทความฉบับนี้ จะนำเสนอภาพรวมการปรับปรุงแก้ไข การสร้างประสิทธิภาพการใช้การใช้พลังงานระดับเมือง สำหรับ รายละเอียดแนวทางและแผนปฏิบัติการวางแผนการออกแบบเมืองประหยัดพลังงาน จะนำเสนอในบทความฉบับต่อไป

 

ฐาปนา บุณยประวิตร

นายกสมาคมการผังเมืองไทยและกรรมการเลขานุการกฎบัตรแห่งชาติ

 

 

ภาคการวางผังเมือง

การวางผังเมืองเป็นแผนแม่บทกำหนดรูปแบบและแนวทางการใช้ทรัพยากรที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน กิจกรรมเศรษฐกิจ การอยู่อาศัย คุณภาพชีวิต และการดูแลรักษาสภาพแวดล้อม ในด้านการวางแผนการใช้พลังงานนั้น สมาคมการวางแผนอเมริกัน (American Planning Association) ให้ระบุข้อกำหนดการวางแผนไว้ในแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน แผนการคมนาคมขนส่ง แผนการบริหารจัดการพื้นที่และทรัพยากร แนวทางสำคัญได้แก่

 

1. การออกแบบผังเมืองให้ลดการใช้พลังงาน ได้แก่ การนำเกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาด (Smart Growth Principles) มาใช้อย่างเคร่งครัด โดยเกณฑ์ที่ใช้ได้แก่ เกณฑ์การผสมผสานการใช้ที่ดิน (Mix land use) เกณฑ์การออกแบบกลุ่มอาคารและชุมชนให้กระชับ (Compact building design) เกณฑ์ที่อยู่อาศัยประชาชนทุกระดับรายได้ (Affordable housing) เกณฑ์ชุมชนการเดิน (Walkable communities) และเกณฑ์ทางเลือกการเดินทางที่หลากหลาย (Transportation choices) โดยให้ใช้ตัวชี้วัดของแต่ละเกณฑ์อย่างเข้มข้น ทั้งนี้ ในการวางแผนการใช้ที่ดินและระบบสัญจรของการเติบโตอย่างชาญฉลาด มุ่งเน้นการวางแผนในการ "ลดความจำเป็นในการเดินทาง" และ "การลดปัจจัยกระตุ้นการเดินทางด้วยโครงสร้างทางกายภาพและกิจกรรมเศรษฐกิจ"

 

2. การวางผังเมืองให้ประหยัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ การวางผังลดการกระจัดกระจายของเมือง (Urban Sprawl) หรือการเติบโตของเมืองที่ไร้ทิศทาง ส่งผลทางต่อการใช้งบประมาณรัฐและเอกชนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและใช้ที่ดินโดยไม่ประหยัดและจำเป็น ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นการใช้พลังงานในกิจกรรมการเดินทางและการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน

 

3. การวางผังเมืองเพื่อส่งเสริมความหนาแน่นประชากรและกิจกรรมเศรษฐกิจ ด้วยความหนาแน่นประชากรและกิจกรรมเศรษฐกิจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดชุมชนการเดิน ชุมชนที่ประหยัดการใช้พลังงานในการสัญจร ชุมชนปลอดภัย และชุมชนสุขภาวะ

 

4. การวางผังเมืองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการเชื่อมต่อพื้นที่เศรษฐกิจ รูปแบบการเชื่อมต่อระหว่างย่านการใช้ที่ดินที่เหมาะสมที่สุดได้แก่ การเชื่อมต่อด้วยระบบสัญจรเขียว (Green Mobility) หรือ การเดิน การใช้จักรยาน และระบบขนส่งมวลชน ข้อกำหนดในหมวดนี้ ให้ออกแบบผังเชื่อมต่อระหว่างย่านเศรษฐกิจหรือย่านที่อยู่อาศัยด้วยระบบขนส่งมวลชน โดยภายในย่านให้ออกแบบผังระบุการสัญจรด้วยถนนการเดิน (Street Mall) ถนนหรือทางเชื่อมที่เอื้ออำนวยต่อการเดินเป็นหลัก

 

ภาคการออกแบบเมืองและการปรับปรุงฟื้นฟูเมือง

การออกแบบเมืองและการปรับปรุงฟื้นฟูเมืองเป็นการออกแบบสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการวางผังเมืองที่ให้เป็นไปตามเกณฑ์การเติบโตอย่างชาญฉลาด โดยใช้เกณฑ์ความเป็นผู้นำการออกแบบพลังงานและสภาพแวดล้อมระดับย่าน (LEED-ND) และเกณฑ์ Form-Based Codes) เป็นข้อกำหนด (Codes) แนวทางการออกแบบ (Design Guidelines) เป้าหมายสำคัญของการออกแบบ ได้แก่ การจัดวางองค์ประกอบเมืองเพื่อกำหนดรูปแบบการใช้ที่ดิน อาคาร ถนน โครงสร้างพื้นฐาน และสภาพแวดล้อมเพื่อลดการใข้ทรัพยากรและพลังงาน ส่งเสริมเศรษฐกิจด้วยการออกแบบความสัมพันธ์ของกิจกรรมเศรษฐกิจและการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานเมืองสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมเศรษฐกิจอย่างเหมาะสม สนับสนุนการนันทนาการเพื่อส่งเสริมสุขภาพและความสัมพันธ์อันดีของผู้คนในสังคม การออกแบบพื้นที่สาธารณะและพื้นที่สีเขียวให้เหมาะสมกับการลดพลังงานหรืออุณหภูมิในสภาพแวดล้อม การเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานเขียวเพื่อการระบายน้ำ การออกแบบโครงข่ายธรรมชาติให้เอื้ออำนวยต่อการลดการใช้พลังงาน ลดความสูญเสียของชุมชนและสาธารณูปโภคจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ

 

ภาคการขนส่งและโลจิสติกส์

ภาคการขนส่งและการเดินทางเป็นภาคที่ใช้พลังงานทางตรง U.S Building Council รายงานว่า ภาคอาคารและภาคการขนส่งเป็นภาคที่ใช้พลังงานมากเป็นอันดับหนึ่งและสอง มีบางประเทศที่ภาคการขนส่งมีสัดส่วนการใช้พลังงานมากกว่าภาคอาคาร หากจำแนกการใช้ระดับเมือง พบว่า พื้นที่ย่านชานเมือง (Suburban) มีสัดส่วนการใช้พลังงานมากกว่าพื้นที่ใจกลางเมือง (Downtown) ด้วยเหตุที่ย่านชานเมืองเป็นพื้นที่หนาแน่นต่ำ ประชากรน้อย ตั้งถิ่นฐานอาคารและกิจกรรมเศรษฐกิจห่างไกลกัน เป็นปัจจัยให้มีความจำเป็นในการเดินทางหรือการขนส่งเชื่อมต่อ แตกต่างจากในพื้นที่ใจกลางเมือง แม้จำนวนประชากรจะมีอยู่จำนวนมากกว่าและหนาแน่นกว่า แต่เนื่องจากมีระยะทางไม่ไกล ดังนั้น คนในเมืองจึงมีโอกาสในการเดินและใช้ระบบขนส่งมวลชนเพื่อเชื่อมต่อระหว่างย่านมากกว่า ในส่วนการวางแผนการใช้พลังงาน นักผังเมืองสาขาคมนาคมขนส่ง (Transportation Planner) ถูกกำหนดให้ออกแบบระบบการสัญจรเขียว หรือ green transportation เป็นโครงข่ายการเดินทางหลัก เพื่อให้ระบบการสัญจรเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่บังคับให้เกิดการประหยัดการใช้พลังงานตั้งแต่แรก หมายถึง แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ จะต้องตอบสนองต่อการคัดสรรรูปแบบโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เป็นปัจจัยกระตุ้นการใข้พลังงานของเมืองและประเทศ ดังจะเห็น มหานครและเมืองขนาดใหญ่ในสหรัฐอเมริกาในช่วง 20 ปีจะเริ่มรื้อทิ้งถนนทางด่วนที่พาดผ่านพื้นที่ใจกลางเมือง และเริ่มวางโครงข่ายระบบการขนส่งทางรางเชื่อมต่อระหว่างศูนย์เศรษฐกิจและย่านสำคัญๆ นอกจากนั้น ในพื้นที่ชั้นในของศูนย์เศรษฐกิจ ยังมีการเพิ่มความสามารถในการในเดิน (Walkability) และความสามารถในการปั่นจักรยาน (Bikability) ด้วยการพัฒนาโครงข่ายทางเดินและจักรยานอย่างขนานใหญ่ เพื่อให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายระบบการสัญจรระดับเมืองและระดับครัวเรือนลดลง

 

สำหรับประเทศไทย กฎบัตรแห่งชาติ (National Charter) อยู่ระหว่างการยกร่างกฎบัตรการพลังงาน (Energy Charter) เพื่อเป็นกรอบความร่วมมือและเป็นแนวทางกลางของการวางแผนการบริหารจัดการเมืองและโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบการใช้พลังงานที่ต้องวางแผนที่ต้นทาง ทั้งแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน แผนการพัฒนาเศรษฐกิจ แผนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค โดยให้ความสำคัญต่อการออกแบบความสัมพันธ์ระหว่างการใช้ที่ดินและคมนาคมขนส่ง (Land Use and Transportation) โดยมุ่งไปที่การวางแผนระบบการสัญจรเขียว เพื่อให้เป็นโครงข่ายการเดินทางและการเชื่อมต่อการเดินทางและโลจิสติกส์หลักของประเทศ

โดย SmartGrowthThailand

 

กลับไปที่ www.oknation.net