วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน กับจุดเปลี่ยนของชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก


 

     Thon Thamrongnawasawat

 

เคยเขียนเรื่องรถไฟ 3 สนามบิน หนนี้ขอต่ออีกตอน เพราะเขากำลังวางแผนไประยองจันท์ตราด หากทำได้จริงจะถือเป็นจุดเปลี่ยนของชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก #จากอโศกไปพัทยา53นาที

ขอเริ่มจากกรุงเทพ หากมองไปทางตะวันออก เรามีชายฝั่ง 2 ส่วน

ส่วนแรกคือขอบอ่าวไทยตอนใน ไล่จากปากเจ้าพระยา บางปะกง และชลบุรี

ชายฝั่งแถบนี้เต็มไปด้วยโครงสร้างหลักของประเทศ มีทั้งสุวรรณภูมิ ชลบุรี ศรีราชา แหลมฉบัง พัทยา

รถไฟไฮสปีดน่าจะเสร็จใน 5 ปี ผมค่อนข้างมั่นใจเพราะเอกชนเซ็นสัญญาไปแล้ว เขาคงระดมทุนมาสร้างจนได้

ผมนำตารางเวลา/ค่าโดยสารโดยประมาณ จากกระทรวงคมนาคมมาให้เพื่อนธรณ์ดู เห็นแล้วถือว่าใช้ได้ครับ

จากมักกะสันใกล้บ้านผม ไปเมืองชลแค่ 36 นาที (287 บาท) ไปพัทยา 53 นาที (379 บาท)

 

 

 

ดูแล้วอาจแพงนิด แต่ไฮสปีดเป็นทางเลือกสำหรับคนอยากเร็ว หรืออาจใช้อาทิตย์ละ 2 ครั้ง เอาไว้ไปทำงาน/กลับบ้านเสาร์อาทิตย์

รวมถึงนักท่องเที่ยว/นักธุรกิจ ทั้งจากสุวรรณภูมิไปกทม/พัทยา และทัวร์เช่าเหมาลำจากอู่ตะเภาเข้าพัทยาใน 11 นาที (157 บาท)

รถไฟไฮสปีดสายนี้จะพาคนเข้ามา และทำให้ชายฝั่งแถบนี้เปลี่ยนไปอีกเยอะ

 

 

ชายฝั่งช่วงต่อไปเริ่มจากอู่ตะเภายาวไปถึงตราด แบ่งง่ายๆ เป็น 2 ช่วง

ช่วงแรกคือระยอง เมืองที่มีรายได้ต่อหัวสูงสุดของไทย มีทั้งมาบตาพุดและ EECi

ตอนแรกรถไฟไฮสปีดก็มีแววว่าจะมาถึงระยอง แต่ล่าช้าออกไปเพราะผ่านเขตอุตสาหกรรม ต้องวางแผนผลกระทบให้รอบคอบ จึงหลุดมาเฟสสอง

มักกะสัน-ระยองใน 1 ชั่วโมง 15 นาที จ่ายเงิน 505 บาท ดูแล้วเหมือนแพง แต่ถ้าเรานั่งรถไป 3 ชั่วโมงค่อนข้างแน่ บางช่วงเกินอีกนะ

ระยองมีคนทำงานอยู่เยอะ รถไฟต่อจากอู่ตะเภาอีก 30+ กิโล คิดว่าคงคุ้ม ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ลงทุนทำ

ช่วงต่อไปจันทบุรี 55+ กิโล และตราด 70 โล อันนี้น่าคิดครับ

มักกะสัน-ตราด 2 ชม. ใครก็อยากขึ้น แต่จ่ายเงิน 810+ บาท มันก็เริ่มเยอะนะ

จันท์ทำการเกษตรเป็นส่วนใหญ่ ตราดมีเกาะช้าง แต่จะดึงดูดให้คนไปเยอะพอไหม งานนี้ไม่แน่

หากเปิดให้เอกชนลงทุน เขาก็คงคิดหนัก จะเอามาพ่วงกับระยองแล้วเป็นแพคเกจ ใจผมก็อยาก แต่มันก็ขึ้นกับนักลงทุนด้วย

ถ้ารัฐทำเองทั้งหมด ผมไม่คิดว่าเราจะมีตังค์พอ เพราะยังมีเส้นไปโคราช-ขอนแก่น-หนองคาย เส้นไปเชียงใหม่ เส้นลงใต้

แถมรถไฟไฮสปีดก็ไม่ใช่ขนส่งหลัก เอาเงินไปลงกับทางคู่น่าจะดีกว่า

ไฮสปีดเป็นเหมือนยาโด๊บ พื้นที่ต้องพร้อมในระดับหนึ่งถึงโด๊บขึ้น

ซึ่งถ้าเป็นจันท์-ตราด ก็อาจจะไม่เกิดในระยะอันใกล้ (แม้โครงการบอกว่าน่าจะได้ในปี 69-70 แต่ผมก็เผื่อใจไว้ก่อน)

เพราะฉะนั้น หากมองในแง่ชายฝั่ง ผมยังเน้นอยู่ที่ชลบุรีกับระยอง

เมืองที่มีสถานีรถไฟไฮสปีด จะโตเพิ่มขึ้นอย่างเร็ว เกิดปัญหาความแออัด ขยะ น้ำเสีย น้ำท่วม พื้นที่สีเขียวในชุมชนไม่พอ ฯลฯ

ผมพอทราบว่า EEC วางผังเมืองแล้ว ยังลงทุนไปเยอะกับขยะ

ทั้งโรงกำจัด ทั้งเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อคุมปริมาณขยะให้ไม่เพิ่มมากเกินไป ไม่งั้นพื้นที่กลบฝังไม่พอ มันก็กลายเป็นภูเขาขยะ

เรื่องน้ำเสียยังเห็นไม่ค่อยชัด แต่คงต้องทุ่มเยอะหน่อย โดยเฉพาะเมืองในอ่าวไทยตอนใน ยิ่งใกล้ปากน้ำบางปะกงต้องยิ่งระวัง

ถ้าไม่ทำอะไร เราคงเห็นบางแสนน้ำเขียวเพราะแพลงก์ตอนบลูมบ่อยขึ้น รวมถึงศรีราชาและพัทยา

เพราะพื้นที่แถบนี้อยู่ในอ่าวไทยตอนใน การหมุนเวียนของน้ำวนเวียนไปมา แถมน้ำตื้นไม่ค่อยมีกระแสน้ำจากทะเลเปิดเข้ามาช่วยผลักดันน้ำ

ซึ่งจะกระทบต่อการท่องเที่ยว การประมง การใช้ชีวิตริมฝั่ง คุณภาพสัตว์น้ำ ฯลฯ จนไม่เกิดความยั่งยืนอย่างที่เราเคยฝัน

ผมเชื่อในการใช้ธรรมชาติเป็นตัวชี้วัด ใช้ระบบนิเวศชายฝั่งและบนเกาะ เช่น บางแสน ศรีราชา สีชัง

พื้นที่เหล่านี้ล้วนมีหน่วยงามหาลัยที่เกี่ยวกับทะเลอยู่แล้ว (ม.บูรพา คณะประมง/มก. จุฬา)ควรสนับสนุนให้ติดตามระบบนิเวศอย่างใกล้ชิด และมีส่วนในการวางแผน/การประเมินผลกระทบในทะเลอย่างต่อเนื่อง

ยังหมายถึงการเตรียมรับมือกับขยะทะเลและสัตว์เกยตื้น ด้วยการเสริมศักยภาพให้โรงพยาบาลเต่าสัตหีบและหน่วยงานกรมทะเล

จึงอยากสรุปง่ายๆ เมื่อความเจริญเพิ่มขึ้น คนก็เพิ่มขึ้น เชื่อว่าในอีก 15-20 ปีข้างหน้า อาจมีคนเพิ่มแถวนี้ 2-3 ล้าน ยังหมายถึงนักท่องเที่ยวอีกมหาศาล

เมื่อการพัฒนาประเทศไทยมาถึงจุดที่ว่า จากอโศกไปพัทยา 53 นาที

เราจะลังเลในการดูแลหาดทรายชายฝั่งและท้องทะเลไม่ได้

เราต้องเริ่มเดินหน้าและไปให้สุดครับ 🤗

 

เครดิต : Thon Thamrongnawasawat

โดย R009

 

กลับไปที่ www.oknation.net