วันที่ อาทิตย์ ธันวาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กทม.รุกหนัก ติดอาวุธทางปัญญาครูแนะแนวจาก 437 โรงเรียน


กทม.รุกหนัก ติดอาวุธทางปัญญาครูแนะแนวจาก 437 โรงเรียน

              อนาคตของประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 จะเป็นอย่างไร ฝากไว้กับเด็กและเยาวชนยุคนี้ ยุคที่ประเทศไทยพยายามที่จะเป็นยุค 4.0 จะเป็นได้มากน้อยแค่ไหน อยู่ที่คนรุ่นนี้จะช่วยกันดูแลอนาคตของชาติของเราอย่างไร เพื่อให้ประเทศไทยก้าวสู่ศตวรรษที่ 21 อย่างมั่นใจว่าอนาคตข้างหน้าเราจะมีผู้ปกครองประเทศนี้มีความพร้อมและมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลนำพาประเทศไปสู่ความอยู่ดีมีสุขให้ทุกคนอยู่ร่วมกันในสังคมได้ ลดความขัดแย้งและความรุนแรง แน่นอนที่สุดหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ครูจะมีบทบาทอย่างยิ่งต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน ร่วมกับครอบครัวโดยเฉพาะนักเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 437 โรงเรียน ที่จะต้องเอาใจใส่ดูแลและติดตามช่วยเหลือนักเรียนของตนเป็นรายบุคคล นอกจากจะช่วยเหลือในด้านต่างๆของนักเรียนแล้ว ครูแนะแนวจะมีส่วนที่ช่วยให้นักเรียนได้ค้นพบความสามารถและความชอบของนักเรียนในการวางอนาคตในการประกอบอาชีพและความสำเร็จในชีวิตของนักเรียนอีกด้วย

             เด็กนักเรียนทุกคนในกรุงเทพมหานคร ล้วนประสพกับปัญหาต่างๆในเมืองกรุงแทบทุกด้าน ออกจากบ้านก็ต้องเผชิญกับฝุ่นควันพิษ PM 2.5 , จะเดินทางไปโรงเรียนก็เจอปัญหารถติด ความปลอดภัยบนถนน เสี่ยงชีวิตตั้งแต่ออกจากบ้านกว่าจะถึงโรงเรียน เด็กๆต้องเผชิญกับปัญหาสังคมรอบด้าน ครอบครัวอยู่กันแบบชีวิตต้องสู้ ขาดความอบอุ่นในครอบครัว ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาระดับชาติแทบทั้งสิ้น แล้วคุณภาพทางการศึกษาของเด็กใน กทม.จะเป็นอย่างไร ผู้เกี่ยวข้องจะมองผ่านๆ ละเลยไม่ได้แล้ว

              ครูแนะแนว..ดูจะเป็นความหวังที่จะมีบทบาทสำคัญในการดูแลเอาใจใส่นักเรียนเป็นรายบุคคล ดูแลเอาใจใส่พฤติกรรมของนักเรียนแต่ละคนอย่างจริงจัง ..โอแม่เจ้า..เด็กนักเรียนในโรงเรียนมีเป็นพันๆคน ครูแนะแนว เพียงแค่ 1 คนในโรงเรียนจะดูแลอย่างไรไหว บางโรงเรียนไม่มีครูแนะแนวด้วยซ้ำ...ปัญหานี้ ผู้บริหารโรงเรียนในสังกัดของกรุงเทพมหานคร ต้องดูแลแล้วล่ะ แล้วจะทำอย่างไรเมื่อปัญหามีรุมล้อมตรงหน้า...ครานี้..เป็นหน้าที่ของคุณครูประจำชั้นทุกคนจะต้องทำหน้าที่นี้ด้วยแล้ว ..โห..แค่สอนหนังสือทุกวิชา..ก็งานหนักแล้ว ยังจะต้องมาแนะแนวอีกหรือ...??????

               ชีวิตครู กทม. ไม่ต่างกับชีวิตครูทั่วๆไปของระบบการศึกษาของประเทศไทย..งานการเรียนการสอน งานวิชาการ งานธุระการ งานทะเบียน งานครูเวรของโรงเรียน งานเยี่ยมบ้านนักเรียน ฯลฯ ครู กทม. 1 คน ต้องทำหน้าที่มากมายหลายบทบาท สอนแทบทุกวิชาต่อวัน ไม่นับบางวันต้องตื่นแต่เช้ามายืนหน้าโรงเรียนคอยต้อนรับนักเรียนและผู้ปกครอง บ้านก็อยู่ไกล ....แต่คุณครูเหล่านี้ล้วนเต็มใจ และภูมิใจในงานที่ครูแต่ละคนทำและรับผิดชอบต่อเด็กนักเรียนที่ตนเองรับผิดชอบ

            การอบรมครูแนะแนว โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายที่เห็นความสำคัญของการพัฒนาครูแนะแนว อาทิเช่น บริษัทซีเอ็ดยูเคชั่น จํากัด , สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ , กลุ่มสืบสานปณิธาน YPDC และจิตอาสาศึกษานิเทศก์ กรุงเทพมหานคร ร่วมผนึกกำลังกันทำงานในครั้งนี้ด้วยมุ่งหวัง ติดอาวุธทางปัญญาให้กับครูแนะแนวโดยแบ่งการอบรมเป็น 3 รุ่น ๆละ 150 คน ณ โรงแรมปริ้นซ์พาเลช กรุงเทพมหานคร 

            บรรยากาศการอบรม ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด ครูหลายคนมาวันแรกๆต่างคิดว่าอบรมกัน 3 วัน คงจะมานั่งฟังวิทยากรทั้งวัน พักเบรคกินกาแฟ กลางวันกินข้าวร่วมกัน บ่ายๆก็ต้องรีบกลับ เพราะรถจะติด การอบรมแต่ละรุ่นใช้เวลา 3 วัน มาเช้าเย็นกลับ ไม่ได้พักค้างเพราะติดขัดในเรื่องการใช้งบประมาณ น่าเห็นใจคุณครูที่บ้านไกลๆ เขตที่อยู่ชายขอบต้องเดินทางไปกลับไกลไปหน่อย แต่ทุกคนก็สู้ๆ มากันครับทั้งสามวัน เพราะบรรยากาศการอบรมไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่คิด ทุกวันจะมีกิจกรรมกลุ่มและฝึกเทคนิคการนำกิจกรรมต่างๆที่ครูแนะแนวสามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่แปลกใหม่ไปประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนของตนเองในโรงเรียนได้เป็นอย่างดี

               การทำกิจกรรมระหว่างการฝึกอบรม...เป็นบรรยากาศที่สนุกสนาน และกระตุ้นการเรียนรู้ที่น่าสนใจ ไม่น่าเบื่อ ที่สำคัญได้ค้นพบศักยภาพของตนเอง สนุกจนลืมไปว่า..นี่คือการอบรม การได้เรียนรู้แบบเอาตัวเองเข้าไปมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ได้ใช้อวัยวะครบทุกส่วน ทั้ง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ในการเรียนรู้ ย่อมจดจำ และเข้าใจ ตรัสรู้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องมีใครมาสอนใคร ต่างคนต่างเรียนรู้ ต่างคนต่างเป็นครูของกันและกัน วิทยากรมีหน้าหน้าที่เพียงกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน แบ่งปันกัน และช่วยกันทำกิจกรรมด้วยกันอย่างมีส่วนร่วมที่เป็นกันเองและสนุกสนาน 

                บทบาทของครูแนะแนวที่สำคัญคือ..รับฟังปัญหาของนักเรียนอย่างตั้งใจ เป็นกันเองกับนักเรียน เพื่อให้เกิดความไว้วางใจ นักเรียนมาปรึกษาปัญหาแล้วสบายใจ มีทางออกที่ถูกต้องให้นักเรียน ที่สำคัญ ครูทุกคน ครูประจำชั้น ครูที่สอนนักเรียนทุกคน ไม่ควรสอนแค่วิชาความรู้ ควรสอนให้คนเป็นคน สอนให้เขาเป็นคนที่มีน้ำใจ มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และครูต้องเป็นต้นแบบ และแบบอย่างที่ดีทั้งต่อหน้าและลับหลัง ครูทุกคนสามารถเป็นครูแนะแนวได้ ถ้าใส่ใจและทำความเข้าใจในบทบาทของครูแนะแนวให้กับเด็กนักเรียนในโรงเรียนของตน

              บรรยากาศการอบรมครูแนะแนว กทม. สนุก ตื่นเต้น เร้าใจ ไม่น่าเบื่อ ...ตื่นตัว ว่องไว ในการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา รับรองไม่มีใครง่วง เพราะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดการเรียนรู้ ..อย่าเผลอ (หลับ)

           เปิด ปรับ ปลง ...ปปป. เป็นคาถาบทแรกของการเป็นครูแนะแนว เปิด...เปิดใจรับฟังปัญหาต่างๆอย่างตั้งใจ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆไม่ปิดตัวเอง ,  ปรับ ...ปรับตัว ปรับใจ ให้เข้าสิ่งต่างๆรอบตัว เข้ากับนักเรียนให้ได้ เพื่อนร่วมงาน ที่ทำงาน และสภาพแวดล้อมต่างๆ , ปลง..ยอมรับ ในที่นี้หมายถึงการยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล คนแต่ละคนล้วนมีความแตกต่าง ล้วนมีความคิดอ่านเป็นของตนเอง ครูต้องเคารพความคิดต่างของนักเรียน ยอมรับในเหตุผล และความคิดของคนว่าไม่มีใครคิดเหมือนเราทั้งหมด และจะทำงานร่วมกันได้อย่างไร

 

 

 

 

 

 

 

            ทีมวิทยากรคุณภาพ..มือวางอับดับหนึ่งของเมืองไทย เดินสายมาแล้วทั่วประเทศไทย..รับรองได้  คุณภาพของเด็กและเยาวชนไทย.....อยู่ในมือคุณครูทุกท่านแล้ว  สู้ๆครับ 

 

 

 

              อาจารย์เกื้อ แก้วเกตุ  ประธานกลุ่มสืบสานปณิธาน YPDC , ประธานคณะทำงานด้านเด็ก และ อนุุกรรมการจัดสมัชชาการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ฯลฯ

                 การบรรยายทางวิชาการจิตเวชเด็กและวัยรุ่น โดย นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล  จิตแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญในด้านจิตเวชศาสตร์ 

            นายแพทย์ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล  จิตแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญในด้านจิตเวชศาสตร์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์  กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข 

           หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการอบรมครูแนะแนว กทม.ครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยให้ความเข้าใจในบทบาทสำคัญของครูแนะแนวและครูที่ทำหน้าที่แนะแนวให้กับนักเรียน เพื่อช่วยดูแล ติดตาม และเอาใจใส่ความเป็นอยู่ของนักเรียนแต่ละคนว่าจะช่วยเหลือได้อย่างไร และให้คำชี้แนะต่างๆที่นักเรียนแต่ละคนเผชิญอยู่ให้สามารถผ่านพ้นช่วงต่างๆของชีวิตได้อย่างเป็นสุข 

            ขอบคุณสำหรับความร่วมแรงร่วมใจและร่วมมือทำกิจกรรมต่างๆตลอดการอบรมครูแนะแนวที่เยี่ยมยอดนี้มากๆ..จ้า  พบกันใหม่ รุ่นที่ 3  ปีใหม่เดือนมกราคม 2563 นี้

             การอบรมเทคนิคครูแนะแนว โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร รุ่นที่ 1 ระหว่างวันที่ 12-14 ธันวาคม 2562 

                การอบรมเทคนิคครูแนะแนว โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร รุ่นที่ 2 ระหว่างวันที่ 17-19 ธันวาคม 2562

                 ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม และเป็นกำลังใจให้คุณครูแนะแนว โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ทุกท่านครับ

โดย คนดีมีวินัย

 

กลับไปที่ www.oknation.net