วันที่ พฤหัสบดี ธันวาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

การยอมรับ กับ ระบบไม่เชิงเส้น ในระดับควอนตัม (must read)


การยอมรับจะมีการทำงานอยู่บนระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear system) คือ ไม่ว่าจะเป็นการยอมรับว่าตัวเองเป็นฝ่ายถูกหรือผิด ทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องมีกระบวนการรองรับความเป็นฝ่ายถูกหรือผิดของตัวเองด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งกระบวนการรองรับจะมีทั้งส่วนที่เหมือนกันและแตกต่างกันคือ เป็นการยอมรับเหมือนกัน แต่เป็นการยอมรับที่แตกต่างกันคือ ถูกหรือผิด โดยปกติแล้วทุกคนจะมีความเชื่อว่า สิ่งที่เราทำนั้นถูกเสมอ ซึ่งจะมีส่วนที่ถูกหรือใช่อยู่ครึ่งหนึ่ง ถ้าหากเรามองสถานการณ์เป็นความผิดหรือถูก จำเป็นต้องมีฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายถูกและฝ่ายหนึ่งเป็นฝ่ายผิด และในโลกของมนุษย์ขั้วบวกคือ ฝ่ายถูก ขั้วลบคือ ฝ่ายผิด แต่ในโลกของความเป็นพลังงานขั้วบวกหรือขั้วลบจะมีความใช่หรือถูกด้วยกันทั้งคู่ และมีความไม่ใช่หรือไม่ถูกด้วยกันทั้งคู่ ถ้าหากเราต้องการเดินออกจากความจริงที่เป็นอยู่ หรือนัยอีกความหมายหนึ่งคือ การเติมเต็มส่วนที่มีความถูกต้องอยู่ครึ่งหนึ่งให้มีความถูกต้องสมบูรณ์เต็มใบ เรามีความจำเป็นต้องมองโลกสองด้านคือ ทั้งในด้านของความเป็นมนุษย์และในด้านของความเป็นพลังงาน ซึ่งจะมีการทำงานอยู่บนระบบไม่เชิงเส้น (nonlinear system) ถ้าหากเราต้องการที่จะเดินออกจากความเป็นมนุษย์ เราจำเป็นต้องนำพาตัวเราเองเดินเข้าไปอยู่ในด้านของความเป็นพลังงาน (ใช้ความสามารถในการรับรู้และสัมผัสได้ในส่วนของความเป็นพลังงานเข้าไปทำการยกระดับและขยายขอบเขตของความเป็นมนุษย์และในทางกลับกันถ้าหากเราต้องการเดินออกจากความเป็นพลังงาน เราจำเป็นต้องนำพาตัวเราเองเดินเข้าไปอยู่ในด้านของความเป็นมนุษย์ (ใช้ความสามารถในการรับรู้และสัมผัสได้ในส่วนของความเป็นมนุษย์เข้าไปทำการยกระดับและขยายขอบเขตของความเป็นพลังงานซึ่งการยอมรับจำเป็นต้องทำให้เกิดมีขึ้นทั้งสองทางคือ ทั้งความเป็นมนุษย์และความเป็นพลังงาน เช่นเดียวกับในระบบควอนตัมที่จำเป็นต้องอาศัยคำบรรยายที่แสดงสมบัติทั้งสองด้าน คือ สมบัติอนุภาคและสมบัติคลื่น คำอธิบายเกี่ยวกับระบบจึงจะครบสมบูรณ์ นั่นคือ การกล่าวถึงเฉพาะสมบัติคลื่นหรือสมบัติอนุภาคแต่เพียงด้านเดียว ไม่เพียงพอ และระบบจะแสดงสมบัติด้านใด ก็ขึ้นกับว่า นักทดลองจะทดสอบสมบัติด้านใด เช่น ถ้านักทดลองจัดรูปแบบการทดลองให้ระบบแสดงสมบัติคลื่น ก็จะได้คลื่น และถ้าจัดการทดลองให้ระบบแสดงสมบัติด้านอนุภาค ก็จะได้อนุภาค ในทางฟิสิกส์กล่าวว่า ระบบจะไม่แสดงสมบัติทั้งคลื่นและอนุภาคพร้อมกัน ซึ่งจะมีความใช่และไม่ใช่อยู่ภายในระบบเดียวกันคือ ภายในระบบเดียวกันจะแยกออกเป็นสองส่วนคือ เราและคนอื่น/สิ่งอื่น ซึ่งทั้งสองส่วนจะมีความใช่และไม่ใช่อยู่ภายในตัวเองและภายในกันและกันคือ ใช่โลกใบใหญ่/ความเป็นมนุษย์และไม่ใช่โลกใบใหญ่/ความเป็นมนุษย์ และ ใช่โลกใบเล็ก/ความเป็นพลังงานและไม่ใช่โลกใบเล็ก/ความเป็นพลังงาน แต่เรามีทั้งสองโลกอยู่ภายในตัวเอง และในทางกลับกันโลกก็มีทั้งสองโลกอยู่ภายในตัวเองเช่นเดียวกัน และความมีอยู่/เป็นอยู่ภายในตัวเองระหว่างเราและโลกจะคลื่อนที่ออกมาอยู่รวมกันภายนอก ซึ่งการอยู่รวมกันจำเป็นต้องมีกระบวนการแยกแยะ เช่นเดียวกับการรังสรรค์เมนูอาหารที่จำเป็นต้องมีการแยกแยะส่วนผสมออกจากกันและมีการนำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมผสานและทำให้เกิดเป็นอาหารหนึ่งจาน ดังนั้นการแยกจึงเป็นการแยกเพื่อรวม ไม่ใช่การแยกเพื่อแยก แต่ภายใต้การแยกเพื่อรวมก็จะมีกระบวนการแยกออกและไม่แยกออก ย้อนกลับและไม่ย้อนกลับอยู่

 

ในระดับโลกใบใหญ่/ความเป็นมนุษย์จะไม่แสดงคุณสมบัติทั้งสองด้านพร้อมๆกันคือ ความเป็นขั้วบวกและขั้วลบ มนุษย์จะแสดงคุณสมบัติของความเป็นขั้วบวกหรือขั้วลบอย่างใดอย่างหนึ่งในชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น แต่ภายในระบบใดระบบหนึ่งจะมีสองขั้วและหรือสองระดับเสมอ ซึ่งหมายความว่า เมื่อคนใดคนหนึ่งเป็นขั้วบวกอีกคนหนึ่งจะเป็นขั้วลบทันที และการไม่แสดงคุณสมบัติทั้งสองด้านพร้อมๆกันในระดับโลกใบใหญ่/ความเป็นมนุษย์จะเคลื่อนที่เข้าสู่การแสดงคุณสมบัติทั้งสองด้านพร้อมๆกันทันทีโดยอัตโนมัติคือ จะแสดงคุณสมบัติทั้งขั้วบวกและขั้วลบ หมายถึง เราและคนอื่น/สิ่งอื่น และภายในการแสดงคุณสมบัติทั้งขั้วบวกและขั้วลบก็จะมีการแสดงคุณสมบัติขั้วบวกมากหรือน้อย และหรือขั้วลบมากหรือน้อย ซึ่งความมีมากน้อยภายในตัวเองและกันและกันคือ ส่วนที่ทำให้เรามีสถานะของมองเห็นได้อย่างชัดเจนและไม่ชัดเจน หรือ สภาวะกึ่งชัดเจนกึ่งไม่ชัดเจน และเมื่อเรานำพาตัวเราเข้าไปทำการสังเกตก็จะมีสภาวะส่วนหนึ่งยุบหายไป ซึ่งส่วนที่ยุบหายไปก็คือ ส่วนที่มีการเคลื่อนที่ออกจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่งโดยอัตโนมัติ = สิ่งที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติเกิดจากสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

 

ในระดับโลกใบเล็ก/ความเป็นพลังงาน = การเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจะเกิดขึ้นจากสองทางคือ เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติและเกิดขึ้นโดยไม่อัตโนมัติ และในทางกลับกันคือ การเกิดขึ้นโดยไม่อัตโนมัติจะเกิดขึ้นจากสองทางคือ เกิดขึ้นโดยไม่อัตโนมัติและเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ = คุณสมบัติของการเคลื่อนที่ออกจากและเคลื่อนที่เข้าสู่ที่จะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนหนึ่งเคลื่อนที่ออกจากและไม่ได้เคลื่อนที่ออก (ยังอยู่ที่เดิมและส่วนที่เคลื่อนที่เข้าสู่ก็จะแยกออกเป็นสองส่วนคือ ภายในและภายนอก ซึ่งจะมีส่วนหนึ่งเคลื่อนที่เข้าสู่ภายในและมีส่วนหนึ่งไม่ได้เคลื่อนที่เข้าสู่ภายใน (ออกสู่ภายนอกจะเห็นได้ว่าภายในกระบวนการเคลื่อนที่ออกจากและเคลื่อนที่เข้าสู่จะมีทั้งส่วนของการแยกออกและไม่แยกออก ย้อนกลับและไม่ย้อนกลับระหว่างความเป็นอนุภาคและคลื่น และหรือ ขั้วบวกขั้วลบ และความเป็นอนุภาคและคลื่น และหรือ ขั้วคูณขั้วหาร (แรงโน้มถ่วงในระดับโลกใบเล็ก/ความเป็นพลังงาน สิ่งที่ควบคุมขั้วบวกขั้วลบคือ ขั้วคูณขั้วหารที่ซ่อนอยู่ในความเป็นอนุภาคและคลื่น และในทางกลับกันสิ่งที่ควบคุมขั้วคูณขั้วหารก็คือ ขั้วบวกขั้วลบที่ซ่อนอยู่ในความเป็นอนุภาคและคลื่น ดังนั้นความเป็นอนุภาคและคลื่นจึงสามารถเป็นได้ทั้งขั้วบวกขั้วลบ และ ขั้วคูณขั้วหาร และอยู่ได้ทุกที่ทั้งภายในและภายนอก ซึ่งพลังงานทั้งสี่ขั้วต่างก็มีส่วนควบคุมและผลักดันตัวเองและกันและกัน

 

การค้นพบความมีอยู่/เป็นอยู่และไม่มีอยู่/ไม่เป็นอยู่ระหว่างพลังงาน/ข้อมูล/สสารสามารถทำให้เกิดมีขึ้นได้สองทางคือ ภายในและภายนอก ซึ่งการเข้าถึงพลังงาน/ข้อมูล/สสารทั้งหมด เราจำเป็นต้องนำพาตัวเราเข้าสู่กระบวนการเพิ่มและลดพลังงาน (เกิด-ตาย สร้าง-ทำลายระหว่างความคิด-ความรู้สึก และความรู้สึก-ความคิดที่จะอยู่ในรูปแบบของอนุภาคและคลื่น และมีพลังงานบวกลบคูณหารซ้อนทับและไม่ซ้อนทับ พัวพันและไม่พัวพัน และเกิดเป็นกระบวนการเคลื่อนที่ออกจากและเคลื่อนที่เข้าสู่ที่จะมีทั้งส่วนของการแยกออกและไม่แยกออก ย้อนกลับและไม่ย้อนกลับ

 

#change

โดย Enlightened

 

กลับไปที่ www.oknation.net