วันที่ จันทร์ ธันวาคม 2562

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เชียงรายรำลึกกับความหลากหลาย


      

เชียงรายรำลึกกับความหลากหลาย

 

              “ หนาวนี้ไปไหนกันดี ”  เสียงถามแบบนี้ก็คงเหมือนปีที่แล้วแหละ   ที่พอเราออกความเห็นก็ต้องแพ้ทุกที  ก็เอาเหอะเชียงรายก็เชียงราย  เพราะโปรแกรมที่ถูกยื่นมาแบบปฏิเสธไม่ได้ก็น่าสนใจและแปลกใหม่กว่าที่เคยไปอยู่ไม่น้อย   มีทั้งขึ้นบอลลูนที่สิงห์ปาร์ค    ชมแสงสีตระการตาวัดร่องขุ่น  สัมผัสลมหนาวยอดภูชี้ฟ้า แวะเวียนไปถ่ายรูปหน้าถ้ำขุนน้ำนางนอน    สนทนาธรรมะกับท่านว.วชิระเมธี  สุดท้ายไปนั่งมองไร่ชากว้างใหญ่ที่มีชื่อเสียง    ทั้งหมดคือโปรแกรมที่ภรรยาผมนำเสนอและนำ(ไปซะทุกเรื่อง) หน้าเชิดขึ้นเครื่องบินจากสุวรรณภูมิลงสนามบินแม่ฟ้าหลวงช่วงสาย ๆ ของวันที่อบอุ่นวันหนึ่ง  

                 เรากลับจากทริปนี้มาหลายวันแล้ว   นับว่าได้รับความสนุกและประสบการณ์ไม่เลวเลย  จึงอยากจะถ่ายทอดออกมาเป็นภาพและตัวอักษร  แต่ก็เกรงจะยืดยาวจนน่าเบื่อ   Content นี้จึงขอนำเสนอเฉพาะบางตอนที่น่าสนใจและแปลกใหม่  โดยเริ่มจากสถานที่ ๆ ผมอยากจะไปให้ถึงเป็นลำดับแรกก่อนเลย 

                จุดหมายแรกคือทัวร์  “ สิงห์ปาร์ค ” หรือชื่อเดิมคือ “ ไร่บุญรอด ”  ที่คนข้างกายเราจัดมาให้  เป็น Package สั้น ๆ แค่ 1 คืน 1 วันในราคาคนละ 5,900 บาท  โดยรถตู้มารับลูกทัวร์ที่สนามบินแม่ฟ้าหลวงในช่วงสาย ๆ แล้วพาไปรับค่านายหน้า  เอ๊ย ไม่ใช่ ๆ   พาไปแวะจิบกาแฟร้านสวย ๆ ในตัวเมืองเชียงรายที่ผัวฝรั่งเมียไทยเป็นเจ้าของ    แต่อันนี้ก็นึกว่า Include ในโปรแกรมซะอีก   กลับให้เราจ่ายกันเองซะงั้น   โธ่ ๆ

                                                    ( กาแฟสูตรพิเศษของร้านนี้  เป็นก้อนน้ำแข็งมาเลย )

      กินกาแฟกับอาหารว่างพอได้ตัดกำลังอาหารกลางวันแล้ว    ทัวร์ของน้องเอ้สาวเหนือ ของเจียงฮายก็พาเราบึ่งไปไหว้พระและชมความงามของวัด “ ร่องเสือเต้น ”  ที่มีพระอุโบสถสีน้ำเงินตัดด้วยสีทองสวยงามแปลกตา  ก่อสร้างและออกแบบโดยศิลปินชาวบ้านชื่อนายพุทธา กาบแก้ว  ลูกศิษย์ของอาจารย์เฉลิมชัย  โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์    จึงเป็นพุทธศิลป์ที่คล้ายคลึงกับวัดร่องขุ่น ที่มีลักษณะเป็นแบบไทยประยุกต์ที่อ่อนช้อยด้วยเส้นสายทั้งภายนอกและภายใน    หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือผู้สร้างได้นำประสบการณ์เมื่อครั้งเป็นศิษย์ของ อ.เฉลิมชัยในขณะที่ก่อสร้างวัดร่องขุ่นมาประยุกต์ใช้นั่นเอง   จึงทำให้ปัจจุบันวัดนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ (สร้างเสร็จ 22 ม.ค. 2559 )  ที่จัดว่าเป็น Landmark อีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงรายในปัจจุบัน

                                          ( โบสถ์วัดร่องเสือเต้น  ที่ต้องตาม Trend ด้วยพญานาค ) 

 

           

              ออกจากวัดร่องเสือเต้น  ก็ได้เวลาอาหารกลางวันที่ห้องอาหาร “ ภูภิรมย์ ”  ภายในบริเวณสิงห์ปาร์ค  ซึ่งนับว่าอาหารอร่อยและรับประทานกันได้อิ่มมาก    แต่ก่อนที่เราจะได้นั่งรถรางชมภายในบริเวณไร่ก็ต้องแวะชมสินค้าของเขาเสียหน่อยตามธรรมเนียมปฏิบัติ  แต่สินค้าของที่ระลึกและของที่ผลิตจากไร่เหล่านั้นก็หาได้มีอิทธิพลกับกระเป๋าสตางค์ของเราไม่   เว้นแต่เอ๊ะนั่นเบียร์สิงห์ แต่ดู logo แปลก ๆ  ถามพนักงานก็ได้ความว่าเป็น Version ฉลองแชมป์ของทีมฟุตบอลล์ “ สิงห์เชียงรายยูไนเต็ด ” ที่เพิ่งชนะเลิศโตโยต้าลีคส์คัพมาหมาด ๆ   แต่รสชาดเหมือนเดิม   เออ งั้นก็แล้วไป  ไม่ชิมละ  

           แล้วก็ได้เวลา 14.00 น.ตามรอบที่ระบุให้เราได้นั่งรถรางชมบรรยากาศและความหลากหลายภายในบริเวณอันกว้างใหญ่ของไร่  พร้อมกับการบรรยายของพนักงานสาว ในขณะที่รถรางวิ่งช้า ๆ ผ่านจุดต่าง ๆ ที่เป็นพื้นที่เกษตรกรรมหลายรูปแบบ    เช่นสวนยางพาราพันธ์ดี  แปลงปลูกมะเฟืองยักษ์หวาน  พุทราพันธ์ใหม่  เมล่อน  มัลเบอรี่  ฯลฯ  และที่สำคัญเป็นจุดเด่นก็คือไร่ชาอุหลงที่เห็นเป็นแถวแนวโค้งไปมาตามสภาพเนินเขา   จุดชมทุ่งดอกคอสมอส (ดอกดาวกระจาย)   จุดพักชมบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่มีหงส์ขาวและปลาคาร์พ  จุดให้อาหารยีร้าฟและม้าลาย   จุดที่เป็นศูนย์กีฬาและสันทนาการซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเช่าจักรยานและเล่นกิจกรรม Zipline ได้   สุดท้ายก็กลับมาที่เดิมด้านหน้าตรงบริเวณเนินสิงห์ที่นักท่องเที่ยวมักจะต้องไปถ่ายรูปกับรูปปั้นสิงห์สีทองตัวใหญ่กลางเนินหญ้าเขียว  ใช้เวลาตระเวณในไร่ประมาณ 1.5 ชั่วโมง  นับว่าได้ความรู้และความเพลิดเพลินไม่น้อยทีเดียว

    

    

  

                                   ( จุดนี้เป็นจุดสุดท้ายที่รถรางกลับมาจอด  บริเวณที่เรียกว่าเนินสิงห์ )

            คราวนี้ก็มาถึงไฮไลท์ของงาน   แดดร่มลมตกพอดี  ลมหนาวโชยมาแผ่ว ๆ  ไกด์สาวต้อนพวกเราเข้ามุม  เอ๊ย.. ไม่ใช่  ต้อนเราไปนั่งที่ร้านอาหารตรงลานโล่ง เหมือนลานเบียร์กลางทุ่งหญ้าเขียวขจี ที่เป็นมุมหนึ่งของงาน Farm Festival ในครั้งนี้    โต๊ะเรา 6 ที่นั่ง มื้อนี้เป็น Pizza และอื่น ๆ ที่อร่อยเช่นกัน   และก็ตรงนั้นเอง สาวเชียร์เบียร์หลายนาง  เดินมาถามพวกเราซึ่งจะปฏิเสธก็ใช่ที่  ฮ่า ๆ  ก็แหงละสิ  ทั้งบรรยากาศที่คึกคักไปด้วยผู้คน  บ้างก็นั่งพื้นหญ้ามองบอลลูน  บ้างก็นั่งอยู่หน้าวงดนตรีลูกทุ่งฟังอาภาพร  นครสวรรค์ ร้องดังกระหึ่มไปทั้งตำบล  เราก็เลยสั่งเบียร์สดมาดื่มกันอย่างครื้นเครง    

                ครั้นได้เวลาที่เราจะได้ไปขึ้นบอลลูนทั้งที่ยังเสียดายเบียร์กับอาหารอร่อย  เราก็ต้องเดินไปจุดที่อยู่ใกล้บอลลูนที่สุด  แล้วความตื่นเต้นของพวกเราก็บังเกิดขึ้นมาเล็กน้อยจากสีหน้าที่จับจ้องไปที่ลูกโป่งใบยักษ์ที่เติมลมจนเต็มแล้วพร้อมกับมีเสียงดังฟู่ ๆ ของแก๊สไนโตรเจนที่ผู้ควบคุมบอลลูนปล่อยให้เกิดไฟและความร้อนพุ่งขึ้นไปในบอลลูนเป็นจังหวะ ๆ  

  

 

 

              เรานั่งเรียงแถวดูลูกโป่งสวรรค์ยักษ์สามลูกโชว์ไฟวูบวาบ ๆ  สักพักก็ถึงคิวปีนข้ามตระกร้าหวายเข้าไปในบอลลูนเป็นกลุ่มแรก( 3 คน)ด้วยความดีใจว่า “ เอาละฉันจะได้ลอยขึ้นไปบนฟ้า  เหมือนที่ได้ดูในหนังเก่าเรื่อง 80 วันรอบโลกซะที ”   พลางก็โบกไม้โบกมือให้กับช่างภาพจิตอาสา  ประหนึ่งจะได้ล่องลอยไปทั่วเมืองเชียงรายก็มิปาน  ครั้นผ่านไปไม่ถึง 5 นาที  เหลียวไปมองบอลลูนลูกถัดไปที่มีผู้โดยสารแล้ว  “  อ้าวเฮ้ยอันนั้นมันไม่ลอยไปไหนนี่หว่า  มันขึ้นไปเท้งเต้งสูงไม่เท่าไหร่แล้วก็ติดเชือกที่ผูกอยู่  โธ่เอ๊ยย  ”   ผมสบถให้แฟนฟัง  แถมด้วยประโยคนุ่ม ๆ ว่า  “ กูว่าแล้วเชียว.. มันต้องยังยี้แหงเลย  ”  เออนะ  ผิดหวังเล็กน้อย  แล้วก็หัวเราะกัน  มองหน้าคนบังคับลอลลูน  แกก็พลอยยิ้ม ๆ ไปกับคำอุทานของผมด้วย 

            เอาละเหมือนขึ้นบอลลูนแบบตีตั๋วเด็กก็ยังดี  แหะ ๆ  ก็ต้องยอมรับกับตัวเองว่าราคาถูกขนาดนี้  “ จะเอาไงอีกวะ ”

           เขาส่งเราขึ้นไปลอยฟ้าระดับต่ำ ๆ อยู่แค่ 10 นาที  พอได้สัมผัสความรู้สึกบนบอลลูน  และเห็นบรรยากาศของคนจำนวนมากข้างล่างทั้งที่ดูดนตรีลูกทุ่ง  และแหงนคอมองบอลลูน   แล้วก็บังคับให้บอลลูนลอยกลับลงมา

           ก็เป็นอันว่าครบถ้วนของ Package ทัวร์  งาน Farm Festival ในครั้งนี้  โดยไกด์คนงามส่งพวกเรากลับถึงที่พักเวลาประมาณ 22.30 น .  แต่ Content นี้ ยังเหลือความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่ต้องขออนุญาตนำเสนอในตอนถัดไปอีกเช่นเคย

              ขอบคุณที่ติดตามและเสนอความคิดเห็นครับ


 

โดย สาครงค์

 

กลับไปที่ www.oknation.net