วันที่ เสาร์ มกราคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ฮาวทูทิ้ง...ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ(ดูหนังก่อนอ่าน)


หลังจากที่ดูฮาวทูทิ้งจบ... ตัวหนังต้องการที่จะสื่อสารสิ่งที่คนคิดไม่เหมือนกันที่ดูเหมือนจะเป็นประเด็นเล็กๆ แต่เมื่อแตกเป็นเรื่องใหญ่ๆ ก็กลายเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา

ประเด็นที่หนึ่ง การขอโทษ เราขอโทษคนอื่นเพื่อใคร เพื่อตัวเราเองหรือเพื่อคนอื่น

ประเด็นที่สอง ขั้นตอนการทิ้งนั้นต้องเหมือนในหนังเลยไหมมีอยู่ตั้ง ห้าถึงหกขั้นตอน จริงๆ การทิ้งที่มีประสิทธิภาพ ควรจะมีแค่ขั้นตอนเดียวจริงๆ ไร้หัวใจไร้ความรู้สึกไม่แคร์ เท่านั้น แล้วมันก็จบ

ประเด็นที่สาม การทิ้ง เราทิ้งเพราะอะไร ทิ้งเพราะไม่เห็นค่ามันแล้ว ทิ้งเพราะอยากจะไปต่อ ทิ้งเพราะเหนื่อยที่จะแบกมันแล้ว ต้องบอกว่าหนังเรื่องนี้ เหมาะกับคนที่สังเกตภาพมากกว่าฟัง เพราะว่า หลายสิ่งหลายอย่างภาพมันบอกได้มากกว่าคำพูดหรือสิ่งที่ได้ยิน ตัวหนังโทน ดำ ขาว เทา น้ำตาล ไม่ค่อยสดใส ผมไม่เข้าใจหรอกว่า Minimal คืออะไร แต่ที่รู้คือ เป็นหนังที่กระตุกต่อมรู้สึกผิดในใจคนได้ดี... เราเคยทำอะไรผิดพลาดไป เรารู้อยู่แก่ใจครับบางครั้งเราก็ยอมรับ มัน บางครั้งเราก็เดินหนี บางครั้ง เราก็ไม่ทำอะไร ทิ้ง...ความรู้สึกผิดในใจนี่ละครับยากที่สุดแม้เหมือนจะทิ้งได้แล้วแต่ว่าส่วนใหญ่จะทิ้งมันไม่ได้เพราะมันเข้าไปอยู่ในถุงผ้าในกล่องเล็กๆที่ซ้อนในกล่องใบใหญ่ๆแล้วอยู่ในตู้ไม้เก่าๆที่คุณไม่ค่อยได้เปิด ต่อเมื่อคุณหรือแม่บ้านจะย้ายหรือ move on ไปค้นเจอกล่องความรู้สึกผิดในใจ ความรู้สึกผิดในใจที่อยู่ในกล่องนั้นก็จะเกิดขึ้นอีกครั้ง เหมือนที่นางเอกประสบอยู่ การไปขอโทษก็เพราะคือต้องการไปชำระล้างความรู้สึกผิดในใจแต่การไปครั้งนี้ก็เปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล...

สิ่งที่ชอบ

1.ผมชอบการแสดง ของ ออกแบบ ชุติมณฑน์ และ ซันนี่นะครับ พูดไม่เยอะ แต่ว่า อื้อหือ

2. Plot น่าสนใจดี การปรับปรุงบ้าน เจอของเก่า จะทิ้งของเก่าบางอย่างก็ดันมาพบกับความคิดที่ว่า เอาของบางอย่างไปคืนเจ้าของที่ให้มานี่ละดีที่สุด เพราะว่าบางอย่าง เราตั้งใจให้เขาแต่พอมาถึงของตัวเองที่ตั้งใจให้คนอื่นแล้วถูกเอาไปทิ้งก็รู้สึกแย่ ก็ทะยอยเอาของไปคืนเจ้าของ หลายๆการคืนก็มีค่านำพามาซึ่งความสุข แต่หลายๆอย่างการนำไปคืนกลับเปลี่ยนการคืนของนั้นให้เปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลอย่างเช่นของที่ จีน(นางเอก) คืนให้ เอ็ม(พระเอก) เป็นกล้องถ่ายรูปตอนเมื่อเป็นแฟนกัน

สิ่งที่ได้จากการดู ฮาว ทู ทิ้ง ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ

1.การทิ้งสิ่งของที่เราได้มาด้วยการซื้อมาเองหามาเองน่าจะทำได้ง่ายที่สุดแล้ว อันนี้เห็นด้วย เราซื้อมาเอง เรา Spark Joy ในตอนที่ซื้อมาแต่ตอนนี้ จับแล้วไม่ Spark Joy แล้วก็ทิ้งไปอันนี้เหมือนจะยากแต่ก็ง่ายที่สุด

2.การทิ้งสิ่งของที่เราได้มาจากคนอื่น ถ้ายิ่งมีความผูกพัน ยิ่งมีอดีต ไม่ว่าจะบวกหรือลบ ตัวหนังบอกว่า ทิ้งไปเลยตัดใจ ทิ้งไปให้กับคนที่เห็นค่า(นักสะสมของเก่า) หรือ เอาไปคืนกับเจ้าของ อันนี้ level ความยากในการทิ้งเอาไปหลายกะโหลกหน่อย ยิ่งความหลัง ยิ่งเจ็บปวด ยิ่งไม่ปล่อย ยิ่งทิ้งยาก และ มันจะย้อนมาหาเราในภายหลังไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

3.การทิ้งแฟน คนรัก สามีภรรยา อันนี้ ตัวหนังไม่ได้บอกว่า การทิ้งแฟนคนรักควรจะทิ้งแบบไหน และควรทิ้งไหม ตัวหนังชี้ว่าสิ่งที่เราต้องตอบให้ได้คือ ทำไม(ยอมรับเหตุผลและซื้อสัตย์กับอารมณ์) ถึงทิ้ง และ ทำไมถึงไม่ควรทิ้ง แล้ว สิ่งต่อมาจะตามมาเองว่าเราควรจะทิ้งแบบไหนหรือควรทิ้งมันไหมหรือจะจัดการกับรูปแบบหรือผลกระทบหลังจากการทิ้งบุคคลผู้นั้นอย่างไร

4.การทิ้งความรู้สึกเชิงลบ...อันนี้เหมือนจะทิ้งไปแล้วแต่ไม่ใช่ว่าจะทิ้งกันง่ายๆนะครับ เรามักหลอกตัวเองว่า ทิ้งไปได้แล้ว ประกาศไปทั่วโลกให้กับสังคมได้รับรู้ ดีใจยิ้มแย้มแจ่มใสให้กับคนรอบข้างได้รับรู้ แต่จริงๆแล้ว ความโกรธแบบฝังลึก ความเสียใจแบบฝังลึก ความรู้สึกผิดแบบฝังลึก แม้จะถูกพยายามทิ้งหรือเก็บ แต่เมื่อมีสิ่งที่มากระทบ เราขุดไปเจอ อันนี้สิ่งเหล่านี้ก็เหมือนกับของจากร้านขายของเก่าที่ถูกส่งกลับมาให้กับผู้ขายอย่างไม่รู้ตัว... ผมคิดว่าการทิ้งอันนี้ต้องใช้ทักษะชั้นสูงครับ... คือ ผมคิดว่าต้องยอมรับความจริงว่ามันเกิดขึ้นแล้วจะใครผิด เราผิด เขาผิด คนอื่นผิด ก็ว่าไป แล้วก็เข้าใจว่ามันเป็นธรรมชาติ ที่มันจะต้องมีความรู้สึกด้านลบเกิดขึ้น ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเอง และให้อภัยคนที่ทำผิดทุกคนที่ทำให้เกิดความรู้สึกด้านลบเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม และคนที่สำคัญที่สุดที่ต้องให้อภัยก็คือ ตัวเอง เมื่อทำได้เช่นนี้แล้ว เปรียบเสมือนคุณทิ้งความรู้สึกเชิงลบได้จริงๆ พูดแบบสิ่งของคือ คุณกำลังย้ายบ้านไปอยู่ต่างประเทศโดยคุณมีเพียงสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น ที่เหลือ คุณก็ทิ้งไว้บ้านเดิมหมดแต่ก็นั่นละนะขายบ้านไป เปลี่ยนเพื่อน เปลี่ยนมือถือ เปลี่ยนแฟน แต่ เพราะ เราทุกคนเป็นคนมีความรู้สึก การทิ้งความรู้สึกเชิงลบนี่ละยากที่สุดในบรรดาการทิ้งทุกอย่าง...แม้ของติดตัวที่จะชวนให้เกิดความรู้สึกผิดเราจะไม่เอามา แต่ความรู้สึกผิดที่แต่เดิมมีน้ำหนักมาก แต่พอเริ่มเข้าใจตรงนี้ มันก็จะมีน้ำหนักน้อยลงเบาลงบ้าง แต่ก็นะ แต่มันน่าจะเหมือนมดตัวนิดๆที่จะเกาะติดเราไปโดยไม่รู้ตัว วันดีคืนดีมันก็จะออกมาโลดแล่น...กัดเจ็บให้หม่นๆ บ้าๆ เหงาๆ เศร้าๆ และพยายามจะทำสิ่งดีๆที่ทำให้เรารู้สึกผิดน้อยลง...แต่ก็ดีกว่ามันจะเป็นอสูรร้ายตัวเขื่องที่ทำให้คุณ หม่น บ้า เหงา เศร้าและไปไหนไม่ได้หรือทำอะไรไม่ได้จริงไหมครับ

5.ชอบคำพูดของจีนประมาณว่า ขอโทษที่ไม่ได้ขอโทษจริงๆสักที ชอบคำพูดของเอ็มประมาณว่า เห็นแก่ตัวใครๆก็เป็นกัน เห็นที่อยากเห็น ได้ยินที่อยากได้ยินแล้วก็ Move On ไปใครๆเขาก็ทำ คำพูดที่ทำให้ชวนคิดของเอ็มที่ทำให้ผมคิดอีกด้านว่าสิ่งที่นางเอกทำมาตั้งแต่ต้นก็เพื่อตัวเองทั้งที่จะได้ Move On ต่อไปหรือว่านางเอกไม่ได้เป็นอย่างนั้น ผมก็ไม่รู้นะ ไม่ต้องขอโทษ ปล่อยให้มันเป็นทุกข์ไปด้วยกันทั้งสองฝ่ายนี่ละ และเมื่อนางเอกตอบโต้ เอ็มก็บอกว่า ถ้าคุณเคยรักใครจริงๆ คุณจะรู้ว่ามันไม่ง่ายนะ ที่จะทำที่จะทิ้งอย่างที่คุณว่า

6.ดังนั้น ดูเหมือนว่าการทิ้งนั้นน่าจะมีผลกระทบมาก ดังนั้น ถ้าไม่อยากทิ้งก็ต้องไม่สร้าง ไม่ซื้อ จริงไหมครับ สร้างให้น้อย ซื้อให้น้อย ใช้ให้น้อย น้อยคือ minimal แต่จะไม่สร้างเลยก็ไม่ได้ ไม่สร้างบ้าน ไม่สร้างความสัมพันธ์ ไม่ซื้อของใช้ก็ไม่ได้ ไม่ใช้สิ่งใดเลยก็ไม่ได้ เพียงแต่ก็ใช้ให้น้อย ตอนทิ้งก็จะได้ทิ้งน้อยๆ แต่สิ่งที่ผมทิ้งไม่ได้ตอนนี้คือ ความรู้สึกหลังจากดูฮาวทูทิ้ง...หมองูตายเพราะงูชัดๆ เพราะคิดว่าความรู้สึกนั้นทิ้งได้แล้ว แต่งูยังไม่ตายครับ เรื่องทิ้งแนะนำคนอื่นได้ แต่เชื่อเถอะถึงเวลาจริงๆกับตัวเอง หนังสือคู่มือคำแนะนำดีแค่ไหนก็ช่วยเราไม่ได้ เราต้องทำ เราต้องพยายาม ด้วยตัวเอง จริงไหมครับ ยอมรับความจริง ยอมรับความรู้สึกตัวเองจริงๆ ซื่อสัตย์กับความรู้สึกตัวเองจริงๆ แล้วให้อภัยตัวเอง ให้อภัยคนอื่นนะครับ รู้ว่ามันทิ้งยากมาก แต่ก็จะทำให้เรา Move On ได้ง่ายขึ้นจริงไหมครับ กลับไปทำเรื่องดีๆให้กับคนอื่นได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และมีน้ำหนักมากขึ้น ไม่ใช่แค่คนรอบข้างที่เราจะเจอนะครับ แต่รวมถึงตัวเราเองด้วย

7.หนังมัน Minimal พูดน้อยคำ ใช้สีน้อยมีแค่โทน ดำ ขาว น้ำตาล เทา ตัวละครเดินช้า พูดช้า หนังมัน individual ปัจเจกเชิงให้เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางอยู่ในหลายฉากหลายแง่มุม หนังมัน Independent หรืออินดี้หน่อยๆทั้งที่ผลิตโดยค่ายทำหนังตลาด GDH คนดูหนังตลาดๆเอาบันเทิง อาจจะไม่ชอบเรื่องนี้นะครับมาดูเพราะซันนี่ดูเพราะออกแบบลืมไปได้เลยครับ...แต่ถ้าดูหนังชวนคิด มาเลย ส่วนตัว ผมดูแล้วผมว่ามันชวนคิดมากและก็ทำให้ความรู้สึกในกล่องเล็กๆในถุงผ้าในตู้ไม้เก่าๆถูกมารื้อเพื่อจะทิ้งหรือจะเก็บดีละครับนี่ อันนี้เก็บ อันนี้ทิ้ง เก็บ ทิ้ง เก็บ ทิ้ง เก็บ ทิ้ง...ตอบตัวเองไม่ได้เลยครับ ลองไปดูนะครับเรื่องนี้ ฮาว ทู ทิ้ง...ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ

ขอบคุณคุณเต๋อ นวพลที่ทำหนังชวนคิดที่แสนจะแยบคายนี้ออกมาแม้จะมินิมอลแต่แมกซิมอลมากในเชิงความรู้สึก...และขอบคุณภาพจาก SFcinema กาแฟรสจืด

โดย กาแฟรสจืด

 

กลับไปที่ www.oknation.net