วันที่ จันทร์ มกราคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ตอนที่ ๑ ขับขึ้นเขาเหมือนวิ่งทางราบ : มีของใหม่ก็ต้องลอง


ตอนที่ ๑ ขับขึ้นเขาเหมือนวิ่งทางราบ : มีของใหม่ก็ต้องลอง

ผู้เขียนเริ่มใช้รถยนต์ไฟฟ้า MG ZS EV ตั้งแต่วันที่ ๓ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา หลังจากนั้น ก็ใช้เฉพาะในกรุงเทพมหานครเพียงอย่างเดียว ยังไม่กล้าไปไหน เพราะทราบว่าในการชาร์จไฟฟ้าเต็ม ๑๐๐% นั้น อาจวิ่งได้ประมาณ ๓๓๑ กิโลเมตร เท่านั้น และไม่ทราบว่าต่างจังหวัดนั้นมีสถานีในที่ใดบ้าง


หลังจากได้เข้าเป็นสมาชิกไลน์กลุ่ม MG ZS EV Owner Thailand จึงทราบว่าต่างจังหวัดเริ่มมีสถานีชาร์จไฟฟ้าแล้ว ซึ่งมีทั้งระบบ AC (ชาร์จช้า ประมาณ ๖ ชั่วโมง) และระบบ DC (ชาร์จเร็ว หากปล่อยไฟฟ้ามาก ชาร์จ ๓๐ นาที ก็อาจเต็ม)

จึงเริ่มใช้รถยนต์ไฟฟ้าไปต่างจังหวัด โดยนำพรรคพวกไปเยี่ยมเพื่อนที่ราชบุรี เผื่อมีปัญหาก็ชาร์จไฟได้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) สมุทรสาคร ได้

 

เมื่อถึงบ้านเพื่อนที่ราชบุรี ก็นำสายชาร์จที่แถมมาในรถลองชาร์จไฟที่บ้านเพื่อน ซึ่งใช้ไฟ ๓ เฟส หม้อแปลง ๓๐๐/๑๐๐๐ จึงทดลองใช้เผื่อเหลือเผื่อขาดด้วย ไม่ได้จดไว้ว่าชาร์จได้กี่เปอร์เซ็นต์และใช้เวลาเท่าไร เมื่อเห็นว่าไฟฟ้าเพียงพอจึงขับกลับบ้านโดยไม่แวะ กฟภ. สมุทรสาคร

 

เมื่อทราบแน่ชัดว่าสายกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา มีสถานีชาร์จของ กฟภ. ๒ แห่ง คือที่ปากช่อง และที่จังหวัดนครราชสีมา ประกอบกับไม่ได้ขับรถยนต์ไปโคราชนานแล้ว ขับไปหยุดไปสบายมาก นอกจากนั้น ยังได้สวัสดีปีใหม่ผู้สนิทชิดเชื้อด้วย จึงตัดสินใจใช้รถยนต์ไฟฟ้า​เดินทางไปนครราชสีมา


แวะกินอาหารเช้าที่ประตูน้ำพระอินทร์ จากบ้านพักที่หัวยขวาง ได้ระยะทาง ๔๔ กิโลเมตร ใช้ไฟฟ้าไป​ ๑๑% บางช่วงตั้งขับออโตคือตั้งความเร็วให้รถวิ่งเองโดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง​ แต่ไม่มันครับ​ สู้เหยียบคันเร่งเองไม่ได้ 


จาก กทม วิ่งสบายๆ ครับ ส่วนใหญ่วิ่งประมาณ ๘๐ กม./ชม. ครับ แต่บางทีก็เผลอเหยียบ ๑๐๐ เหมือนกันครับ​ เคยขับไปโคราชโดยรถใช้น้ำมัน​ ตอนขึ้นเขาอืดมากครับ​ แต่ขับรถยนต์ไฟฟ้าไม่รู้สึกว่าขึ้นเขาเลยครับ ไม่อืดด้วย พอๆ กับขับทางราบอย่างไรอย่างนั้นแหละครับ

อย่างไรก็ตาม รถยนต์ไฟฟ้าก็ใช้พลังงานเช่นเดียวกับรถใช้น้ำมันคือเหยียบคันเร่งก็เปลืองไฟฟ้ามากขึ้น ที่หน้าปัดรถยนต์ ก็มีเครื่องชี้ให้เห็นถึงการใช้ ตัวเลข ๐ - ๓๐ กำลังดีครับ ๓๐ - ๖๐ เปลืองหน่อย และที่เห็นต่ำกว่า ๐ ก็รถยนต์ชาร์จไฟฟ้าให้ตัวเอง เกิดขึ้นเมื่อวิ่งลงเขาโดยไม่เหยียบคันเร่งครับ

 

ที่จริงวิ่งไปถึงโคราชได้เลยโดยไฟไม่น่าหมด​ เพราะวิ่งมา​ ๑๔๗ กิโลเมตร​ ใช้ไฟไป​ ๕๐ % เท่านั้น ระยะทาง กทม.-โคราช เพียง ๒๕๐ กิโลเมตร เท่านั้น แต่ไม่ควรเสี่ยง​ จึงแวะชาร์จ​ที่ กฟภ.​ ปากช่อง​ ก่อน​ เจ้าหน้าที่ให้บริการดีมากครับ

 

ที่ กฟภ. ปากช่อง มีเครื่องชาร์จให้บริการ ๓ หัว​ ครับ เป็นระบบ DC ๒ หัว และระบบ AC ๑ หัว โชคดีไม่มีผู้ใดชาร์จอยู่เลยครับ ระหว่างรอชาร์จ​ก็นั่งรับอากาศครับ​ เจ้าหน้าที่เชิญเข้าไปนั่งห้องแอร์แต่นั่งข้างนอกสบายดีครับ

 

เจ้าหน้าที่ กฟภ. ปากข่องแนะนำว่าเติมไฟฟ้าแค่ ๘๐% ก็พอ เพราะช่วงหลังอืดมาก ดังนั้น เมื่อถึง ๘๒% จึงหยุดครับ ขอขอบคุณ กฟภ.​ปากช่อง มากนะครับ

 

เลือกเดินทางไปโคราชในวันอาทิตย์ เพื่อต้องการหลีกเลี่ยงรถติดจากควันหลงปีใหม่ ใกล้ถึงโคราชแล้ว ดูรถยนต์ที่วิ่งเข้า กทม ซิครับ

 

เมื่อเดินทางถึงโคราช สิ่งแรกที่ทำก็คือไปไหว้ย่าโมก่อน มีสิ่งละอันพันละน้อยรอบๆ อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีให้ชมด้วยด้วย

 

ตั้งใจไปไหว้พระทำบุญที่วัดพระนารายณ์มหาราช ราชวรวิหาร ก่อน แต่ต้องการเข้าห้องน้ำ จึงแวะสวัสดีปีใหม่อาซ้อ (คุณปรียา สุธาดารัตน์) ซึ่งเคยฝากลูกสาว ตุ๊ก (ทพญ. กฤติกา เกษมภักดีพงษ์) พักที่บ้านของผู้เขียนระหว่างเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หลังจากนั้น ตุ๊กก็ได้สวัสดีปีใหม่ด้วย

 

แล้วก็ได้ไหว้พระและทำบุญที่วัดพระนารายณ์มหาราช ราชวรวิหาร วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่ ตอนสอนที่โรงเรียนศิริวิทยากรเมื่อจบปริญญาตรีใหม่ๆ และไปอีกหลายครั้งก็ไม่ได้ไป ชมภายในพระอุโบสถก่อนนะครับ สวยงามทีเดียว

 

บันไดขึ้นพระอุโบสถมีพญานาค ๒ ตัว ทั้งสวยงามและน่าเกรงขาม และมีนิทรรศการแสดงความเป็นมาและพระเก่าแก่ให้กราบไหว้ด้วยครับ

 

ท่านผู้อ่านหากมีโอกาสไปวัดนี้แล้ว อย่าลืมเดินไปด้านหลังวัดนะครับ นอกจากเห็นโบสถ์กลางน้ำที่ใหญ่โตและสวยงามแล้ว ยังได้ไหว้ศาลสมเด็จพระนารายณ์ด้วยครับ

 

แล้วก็ไปสวัสดีปีใหม่พี่หมอพยอม บูรณสิน ทั้งพี่หมอบรรพต สามีผู้ล่วงลับและพี่หมอแดง ซึ่งเคยฝากลูกๆ พักที่บ้านของผู้เขียนระหว่างเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นเช่นเดียวกัน

 

แล้วก็ไปบ้านสุดท้ายครับ บ้านคุณสุพร สุวัฒโนดม ผู้คุ้นเคยและสนิทเหมือนญาติทั้งครอบครัวมานานแล้วครับ มีรายการแลกของขวัญปีใหม่ซึ่งกันและกัน

 

มื้อเย็นวันนั้นก็กินอาหารกับครอบครัวสุวัฒนโนดม และพี่หมอพยอม ซึ่งเป็นผู้แนะนำให้รู้จักกับครอบครัวนี้มาร่วมด้วย ครับคุณสุพร สุวัฒโนดม เป็นเจ้าภาพครับ

 

ในระหว่างกินอาหารเย็น ได้นำรถไปชาร์จ​ที่​ กฟภ. นครราชสีมา​ ตอนแรกชาร์จ​ด้วยเครื่อง​ AC ครับ ระหว่างนั้น คุณวิชาญ​ ขลิบกลาง พขง ๗ กฟภ. นครราชสีมา​ โทรศัพท​์​ แจ้งว่านำหัวชาร์จ​ DC​ มาติดตั้งแล้ว​ จึงมาเปิดบริสุทธิ์ DC ที่ กฟภ. นครราชสีมา เลยครับ นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง อิอิอิ

 

คืนนั้น พักที่ Golden Land Resort ที่พักนี้เคยไปพักทุกครั้งที่เดินทางไปโคราช แต่คราวนี้ได้พักที่ตึกซึ่งสร้างใหม่เอี่ยม ๒ ชั้น มีห้องพัก ๓๒ ห้อง ที่สำคัญมีที่เสียบปลั๊กให้รถยนต์ไฟฟ้าเสียด้วย จึงเสียบปลั๊กให้รถไฟฟ้าก่อน ผู้มีรถยนต์ไฟฟ้าไปพักที่นี้ก็สบายไปซิครับ

 

เหตุที่ Golden Land Resort ต้องสร้างอาคารหลังใหม่ เพราะรับสัญญาการให้เช่าชั้นล่างของอาคารหลังเดิมพร้อมห้องครัว ห้องประชุมและห้องคาราโอเกะ เป็นเวลา ๕ ปี ไว้รับคณะทัวร์กอล์ฟจากเกาหลีซึ่งมาใช้บริการสนามก๊อล์ฟใกล้เคียง


แม้ในสัญญาไม่ได้ระบุจำนวนห้องเช่าไว้ก็ตาม แต่หากคณะทัวร์มีจำนวนมาก บางครั้งอาจไม่มีห้องพักไว้บริการคนไทย จึงต้องสร้างอาคารหลังใหม่นี้ขึ้น ผู้เขียนและภรรยาจึงได้มาฉลองอาคารใหม่นี้

ตื่นเช้าๆ รับอากาศบริสุทธิ์ที่ Golden Land Resort ที่นั่นนอกจากเป็นที่พักซึ่งมีห้องเดี่ยวและบ้านพักเป็นหลังๆ แล้ว ยังจัดให้เป็นค่ายพักแรม คือค่ายโกลเด้นแลนด์ด้วย

 

เดินรอบๆ อาคาร Golden Land Resort หลังเดิมและอาคารประกอบอื่นๆ อากาศดีๆ ต้นไม้ร่มรื่น ทำให้มีความรู้สึกสดชื่น ที่นั่นเหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

 


ระหว่างนั่งกินอาหารมีรถนักเรียนมาเข้าค่ายที่นั่นหลายคันมาก สอบถามได้ความว่ามาจากหลายโรงเรียนในอำเภอโชคชัยครับ

 

ตั้งใจจะให้จบในตอนเดียว แต่คงยาวเกินไป จึงขอจบเพียงแค่นี้ ไว้พบกับการเดินทางไปวังน้ำเขียว ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย

พุธทรัพย์ มณีศรี

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net