วันที่ พุธ มกราคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

กรณ์ขอบคุณปชป. เปิดใจแจงเหตุผลทิ้งพรรค//


สวัสดีครับ

         ปรากฏการณ์เลือดไหลไม่หยุดของพรรคปชป.ยังคาดไม่ถูกว่าจะยุติได้เมื่อไร สาเหตุหนึ่ง คือ คนปชป.ส่วนใหญ่ล้วนแต่อัตตา

สูงๆแทบทั้งนั้น พร้อมที่จะฟัดกับใครก็ได้ทั้งนอกทั้งในพรรคด้วยกัน แต่เมื่อพิจารณาถึงคนปชป.ส่วนหนึ่งภายใต้การนำของนายจุรินทร์

เข้าร่วมกับรัฐบาล ก็พยายามสร้างผลงานให้เข้าตาประชาชนได้ดีพอควร อีกทั้งยังไม่มีเรื่องกระทบกระแทกกับพรรคอื่นๆอีกด้วย ทั้งนี้

ยังไม่วายคงความเป็นปชป. คือ ไม่แลกเปลี่ยนผลประโยชน์โดยมิชอบกับพรรคร่วมอื่นๆ ซึ่งพรรคร่วมอื่นๆก็เข้าใจสันดานนี้ของปชป.

เป็นอย่างดี

 

 

ยำใหญ่ “ใส่ไข่” นายกฯประยุทธ์

    
 

หลังครม.เมื่อวาน (๑๔ มค.๖๒)
“นายกฯประยุทธ์” พูดหลายเรื่อง ทั้งการเมือง การบ้านการตำรวจ และการศาสนา
“พลเอก” ประยุทธ์ นี่ …….เหมือนก้อนหินร้อน กระเด็น-กระดอน จากยอดเขา กระแทก-กระทั้น รายทาง ลงมาวางสงบ กลมและเย็น เป็น “ลุงตู่” ของชาวบ้านและหลานๆ ลูกๆ ตามจริงประจักษ์
ดังที่เป็น และที่เห็นอยู่ คือ “ลุงตู่” เป็นภาพประทับอยู่ในใจชาวบ้าน แทนภาพ “นายพลทหาร” แห่งกองทัพ
มองย้อนกลับไปเมื่อ ๕-๖ ปีก่อน แล้วมองย้อนกลับมาในปัจจุบันวันนี้
ไม่น่าเชื่อ………
จาก “เหล็กกล้า” ในการทหาร แข็งคงรูป ปรับสภาพเป็น “เหล็กวิลาศ” ในการบริหาร หยุ่น-เหนียว ตามลักษณะงาน เพื่อยังประโยชน์
เพียงปณิธาน “เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และศานติสังคมชาติ” เป็นตัวตั้ง
จะสามารถเปลี่ยนคนๆ หนึ่งใน “เบ้าหลอมทหาร” สู่ความเป็นคนใน “เบ้าหลอมบริหาร” ได้ขนาดนี้
การที่ใครคนหนึ่ง……. รู้จัก “ยืดได้-หดได้” บริหารความต่างได้ ด้วย “อดทน-อดกลั้น-ยอมรับ-รอคอย” มุ่งปณิธานชัดเจน
ท่านว่า ใครคนนั้น “บรรลุ”!
เรื่องบรรลุนี่ ท่านว่า “ปัจจัตตัง” หมายถึงผู้บรรลุเท่านั้นจะรู้กับใจตัวเอง
ฉะนั้น อย่าถาม ที่ผมว่าบรรลุ คืออะไร?
อาจจะ นี่…ก็ได้
“ผมขอเรียนว่า งบประมาณทั้งหมดที่ได้รับมา (เงินช่วยงานศพบิดา-เปลว) จะไม่มีการตัดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
จะบริจาคให้ “ศิริราชมูลนิธิ” โรงพยาบาลศิริราชทั้งหมด โดยจะเป็นงบประมาณที่เข้าในกองทุน เพื่อการรักษาผู้ป่วยด้อยโอกาส เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “รัชกาลที่ ๙” ซึ่งเป็นกองทุนช่วยเหลือผู้เจ็บป่วยที่มีรายได้น้อย ที่มีความยากลำบากพอสมควร”
หรืออาจจะแบบนี้ด้วยก็ได้…….
“การนั่งสมาธิ จะทำให้จิตใจสงบ โปร่งใส ศาสนาเป็นเครื่องมือนำทางพวกเราในการใช้ชีวิตอย่างเป็นสุข
ผมฟังพระสวดมา ๖ วันแล้ว และมีคำแปลเป็นภาษาไทยด้วย
สิ่งสำคัญอยากบอกว่า “พญามัจจุราชมีอำนาจมาก” ไม่มีใครหนีพ้นพญามัจจุราชได้
คนเรา จะตายเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ วันนี้ ก็ทำความดีไว้ ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ทำบ้านเมืองให้สงบ
พรุ่งนี้ อาจจะตายก็ได้ ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครฝ่าฝืนพญามัจจุราชได้ อย่าประมาทสู้พญามัจจุราช”
ผนวกรวมนี่ไปด้วย ก็คงไม่ผิด …….
“ผมไม่รู้ว่าคิดกันอย่างไร (วิ่งไล่ลุง-เชียร์ลุง) สื่อถามว่าจะกลายเป็นชนวนเพิ่มความขัดแย้งรอบใหม่หรือไม่ นั้น ก็เห็นสื่อประโคมข่าวกันโครมๆ ทุกวัน ทั้งสองฝ่าย
ผมได้ให้ฝ่ายความมั่นคงไปดูว่า จะทำอย่างไรกันต่อไป ถ้าเกิดอย่างนี้ ผมไม่อยากให้ประชาชนถูกแยกออกเป็นสองฝ่าย
หรือหลายคน-หลายพรรค ไปแยกชนชั้น กลุ่นโน้น-กลุ่มนี้มา
หรือแยกตามเจเนอร์เรชั่น วัยเยาวชนคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า อะไรพวกนี้
ผมเห็นว่า ไม่เกิดอะไรดีกับบ้านเมืองเลย มันต้องหาทางร่วมมือกัน”
ครับ…………
นี่จากคำพูดนายกฯ “ต่างกรรม-ต่างคำถาม” นักข่าว ที่ทำเนียบเมื่อวาน (๑๔ มค.)
ก็จะเห็นคำพูด-คำตอบ บ่งบอกว่าผ่านการใคร่ครวญ-กลั่นกรองก่อนแล้ว จึงพูด มิได้โพล่งด้วยอารมณ์ดิบๆ อย่างตะก่อน
“ดิสรัปท์” ไม่เพียงวัตถุ
แม้กระทั่งคน การจะไปสู่สู่ยุคใหม่ ในยุคเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ก็ต้อง “ดิสรัปท์” “วิถี-คิด-ชีวิต-ทัศนะ” ตัวเองด้วย!
จากเหตุปัจจัยเหล่านี้ พวกไอ้ตี๋ มึงเย่อกันไปเถอะ
กูจะบอกว่า……..”ตู่-อยู่ยาว”!
สับสนเพศ ไม่เป็นปัญหา อยากมีอำนาจ อยากเป็นนายกฯ แล้วใช้ปัญญาชอบ มีได้-เป็นได้
แต่ “สับสนด้วยตัณหา” ถึงมีวิชาความรู้ แต่ปัญญามืดบอด เห็นรูปสามเหลี่ยมซอกขาเป็นฟิวเจอริสตา แล้วหญิง-ชายพากันสวมเสื้อผ้า เดินร้องชวน Fuck You-Fuck Me
แบบนี้น่ะหรือ ……
พรรคที่จะมานำประเทศไปสู่อนาคตใหม่ โดยมี “ไอ้ตี๋ติ๊งต๊อง” เป็นนายกฯ!?
เรื่อง “เดินไล่-เดินเชียร์” นี่ ผมเห็นงามตามนายกฯ พูด
การจะไปห้าม “คนเดิน-คนวิ่ง” คงห้ามไม่ได้
แต่ถ้าปล่อยไปอย่างนั้น ไม่บริหาร-จัดการ การเดิน-การวิ่งนั้น ก็จะ “เข้าแผน ๑” ของฝ่ายต้องการ “สร้างเหตุ”
คือใช้ “กิจกรรมวิ่ง” “นำร่อง-หยั่งกระแส” มวลชนก่อน
เมื่ออีกฝ่าย “วิ่งประกบ” ก็ “เข้าแผน” เขา!
เกิดเป็น “มวลชน ๒ ฝ่าย” ปรากฎชัดในรูป “ต่างขั้ว” พร้อมปะทะ
เมื่อเข้าแผน ๑ ก็จะสู่แผน ๒ “สร้างเงื่อนไข” สู่การปะทะ
ตอนนี้ สู่แผน ๒ แล้วไง ….ทำทุกรูปแบบ เชิงยั่วยุ กวนตีน ใช้พฤติกรรมหยาบ, ดิบ, เถื่อน, ถ่อย และพูดจาชนิด ไม่เอาเหตุผล เพื่อยั่วยุให้อีกฝ่ายตอบโต้
การตอบโต้นั่นแหละ เท่ากับการยืมมือฝ่ายตรงข้าม เป็น “แรงบวก, แรงส่ง, แรงเสริม” “งานชังชาติ” ของเขา ให้แพร่กระจาย
ได้ผลทางจิตวิทยา ดึงสังคมทางกว้างให้เข้าไปอยู่ในวงจร “ล่มชาติ-ล้างระบบ”
ทั้งที่ไม่สนใจ ก็ต้องสนใจ เพราะข่าวสารยัดเยียดมาให้อ่าน-มาให้ดู จากทุกฝ่าย
ก็อย่างที่งับ รับมาแชร์ มาโพสต์ ทั้งเรื่อง, รูป และความเห็นตอบโต้ ด่าตอบ ต่างๆ นานา ในโลกโซเชียล นั่นแหละ
จะ “เห็นต่าง-เห็นเหมือน” ค่าเท่ากัน เมื่อแพร่ขยายออกไป เท่ากับ “เข้าแผน” ฝ่ายโยกคลอนถอนเสาประเทศ ทั้งนั้น
การจัดเดิน-จัดวิ่งเหมือนกัน…….
สมมุติพรรค 3 Fuck “ฟักทอน-ฟักบูด-ฟักช่อ” วิ่งไล่ลุง หมื่นคน ฝ่ายไม่นิยมฟัก ออกมา “วิ่งเชียร์ลุง” สองหมื่นคน
นักคณิตศาสตร์ ก็จะนับหัวมาก-น้อย ว่าใครชนะใคร
แต่ทางจิตวิทยาลิ่ม เขาไม่นับแบบนั้น…….
“๓ หมื่น” จากทั้งสองฝ่ายที่ออกมานั้นแหละ คือ “ผลได้” ที่ตอบโจทย์ “ปฏิวัติมวลชน”
คือเมื่อลงถนน ไม่ว่าฝ่ายเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย นับรวมล้วนเป็นเหยื่อสถานการณ์ด้วยกันทั้งนั้น
ประชาชน ตายเพื่อประชาชน นั่นคำตะโกน
ประชาชน ตายเพื่อคนหลอกใช้ นั่นความจริง
ดูเหมือนพรรค Fuckista จะได้ใจว่า วิ่งไล่ลุง มาถูกทาง เห็นบอกจะจัดต่อๆไป
ยิ่งห้าม ก็ยิ่งเข้าง่ามตูด อีกฝ่ายจะจัดประกบไปทุกครั้ง-ทุกที่ ก็ยิ่งเข้าทาง จะเห็นประชาชนแตกเป็น ๒ ฝ่าย ลงถนน เกิดภาพรวม……..
ประชาชนแตกแยก และกระทบ-กระทั่ง สู่ปะทะกันมากขึ้น และมากๆขึ้น!
เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็ต้องเข้าใจคำว่า “ตบมือข้างเดียวไม่ดัง”
ฉะนั้น ใครเอื้อมมาตบ ก็อย่าเอามือไปประกบ ตบตอบกับเขา ปล่อยให้ตบมือไปข้างเดียว
มันวืดดด ไม่เข้าแผน ก็จะเลิกราไป “ฟักริสตา” กันเองในพรรค!
ก็คงมีคนบอกว่า ไม่ได้..มันออก ต้องออก!
ก็ไม่เป็นไร เปลี่ยนมุมซักนิด……
เขาเดินไล่ลุงที่นั่น-ที่นี่
เราแทนที่จะออกมา “เดินเชียร์ลุง” ให้เป็นภาพมวลชน ๒ ฝ่าย
ก็หักมุม เป็นพากันไปทำความสะอาดลานวัด, สวนสาธารณะ, สาธารณสถาน ถนนหนทางซะ
แบบนี้ Win…Win ขนานแท้!
ภาพประชาชน ๒ ขั้ว “แตกแยก” ก็ไม่ปรากฏ เรื่องราวที่สังคมข่าวสารสะท้อนออกไปสู่สังคม ก็จะเป็นอีกแง่มุมที่ไม่ลบ
ไอ้พรรค Fuckista มันจะวืด กลายเป็นไอ้บ้า-อีบ้ากลางถนนให้คน ถุ้ยๆๆๆๆๆทอน!
ขอเป็นพวกนายกฯ อีกซักเรื่องเหอะน่า……
ที่บอกว่า ๒๐-๒๑ มกรา.นี้
นายกฯจะยกคณะครม.ไปประชุมกันที่จังหวัดนราธิวาส สุดแดน ๓ จังหวัดใต้นั่นน่ะ
อยากจะกราบเลย…พ่อคุณ! น่าลงไปตั้งนานแล้ว ในบรรดา ๓ จังหวัดใต้ “ปัตตานี-ยะลา” ใครก็ไปมาหาสู่กันพอสมควร
แต่นราธิวาสนี่ แทบไม่ได้ยิน ว่าใครจะลงไปเยี่ยมเยียน ถามไถ่สารทุกข์-สุขดิบพี่น้องไทยพุทธ ไทยมุสลิม ซักเท่าไหร่เลย
ก็เข้าใจ มันไกล และเสียว!
แต่ถ้านายกฯและรัฐบาลเสียวซะอีกคน มันจบเลยนะนาย
ถ้าเป็นไปได้ ไหนๆ จะไปทั้งที ….
ท่านนายกฯ น่าจะไหว้วาน “คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล
ช่วยเอามวย “ไทยไฟท์” หรือมวยที่จัดต่อยทางโทรทัศน์กันทุกช่องนั่นก็ได้
ไปตั้งเวทีสด ต่อยสด ให้พี่น้องนราธิวาส รวมทั้งยะลา-ปัตตานี ได้ดูซักครั้ง เพื่อความครึกครื้นจะเป็นไรไป
ผมเห็นใจ พี่น้อง ๓ จังหวัดใต้เขา ถ้าเป็นไปได้ ท่านนายกฯช่วยฉลองศรัทธาซักทีเถิด
วันนี้…จบ!

'กรณ์'ขอบคุณปชป. เปิดใจแจงเหตุผลทิ้งพรรค

    
 

15 ม.ค. 63 - นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรมว.คลัง และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์หลายสมัย ประกาศคำแถลงลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ผ่านเฟซบุ๊ก เพจ Korn Chatikavanij โดยเปิดใจถึงการตัดสินใจในครั้งนี้ว่า “ขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ ผมทำงานภาคเอกชนสายการเงินอยู่เกือบ 20 ปี ตำแหน่งสุดท้ายคือประธานธนาคาร JP Morgan (ประเทศไทย) ผมลาออกตอนอายุ 39 เพื่อมาสมัครเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ ที่ลาออกตอนนั้นก็เพราะอิ่มตัวกับการทำงานหาเงินสร้างเนื้อสร้างตัว และอยากจะหันมาทำงานรับใช้บ้านเมือง พรรคประชาธิปัตย์ได้ให้โอกาสผมตลอดมา โดยที่โอกาสสำคัญที่สุดคือการเป็นรัฐมนตรีคลังในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง และด้วยเหตุนี้ความผูกพันที่ผมมีกับพรรคและเพื่อนร่วมพรรคจึงเป็นสิ่งที่จะอยู่กับผมตลอดไป

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้ร่วมพิจารณาอนุมัติงบประมาณแผ่นดินจนเสร็จเรียบร้อย ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลสามารถเดินหน้าได้เต็มที่ในการขับเคลื่อนนโยบายของพรรคที่ผมได้ช่วยร่างไว้ในฐานะ (อดีต) ประธานนโยบาย ผมจึงคิดว่าผมได้ทำภารกิจที่พรรคได้มอบหมายไว้จนครบถ้วนหมดแล้ว ผมจึงได้ยื่นใบลาออกตามที่ตั้งใจไว้

ในการลาออกจากพรรคนั้น ผมขอขอบคุณมิตรภาพที่เพื่อน ส.ส. และอดีต ส.ส.ได้มอบให้ผม ผมจากไปจากพรรคแต่จะยังคิดถึงเพื่อนๆ ทุกคน แต่ที่สำคัญที่สุด ผมขอขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ได้ให้โอกาสผมทำงานเพื่อบ้านเมือง ผมไม่มีวันลืมทุกคะแนนที่ให้ผมตั้งแต่ปี 2548 ในฐานะผู้สมัครประชาธิปัตย์ รวมถึงกำลังใจของทุกๆคนที่กรุณามอบให้ผมเสมอมา

ผมมีความฝันที่อยากจะสร้างการเมืองแห่งความเปลี่ยนแปลง การเมืองที่กล้าคิด กล้าทำ มีความรอบคอบแต่ไร้ความกลัว มีความเด็ดเดี่ยวแต่มีคุณธรรม เป็นการเมืองที่จะชวนผู้คนในสังคมไทยที่มีศักยภาพ มาร่วมกันออกแบบและขับเคลื่อนประเทศไทยไปด้วยกัน

ตลอดเวลาที่ทำงานการเมืองมาผมได้มีส่วนร่วมกับประชาชนหลากหลายกลุ่ม ทำให้ผมได้มองเห็นประเทศไทยและสังคมการเมืองไทยในภาพที่กว้างขึ้นและลึกขึ้น ประสบการณ์เหล่านั้นทำให้ผมตัดสินใจเดินหน้าสร้างทางเลือกทางการเมืองที่คนไทยแสวงหา เป็นการเมืองที่ต้องกล้าคิด กล้าทำ กล้าแม้แต่จะพลั้งพลาด และเป็นการเมืองที่มั่นใจในศักยภาพของคนไทย เป็นการเมืองที่มีเป้าหมายเปลี่ยนแปลงประเทศในหลากหลายมิติ ด้วยความเชื่อว่าหากเราไม่กล้าเปลี่ยน ไม่กล้าท้าทายตัวเอง คนไทยจะลำบาก เพราะเราจะแข่งขันไม่ได้

การจะตัดสินใจสิ่งใดๆ ก็ตามที่เป็นก้าวที่สำคัญของชีวิตจะต้องฟังเสียงข้างในของตัวเอง แต่สำหรับนักการเมืองไม่ว่าจะก้าวเล็กหรือก้าวใหญ่ต้องมาจากการรับฟัง 'เสียงของประชาชน' อีกด้วย ดังนั้นทุกๆ ก้าวต่อไป ผมตั้งใจจะเดินไปพร้อมกับพี่น้องประชาชนทุกคน”.

'ปิยบุตร'ยื้อเช็กองค์ประชุมขับ4งูเห่า อ้างติดสู้คดีให้พรรค

    
 

15 ม.ค. 63 – ที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวถึงกรณีความไม่ชัดเจนของพรรคอนาคตใหม่ในการขับ 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรค ว่า เรื่องนี้กำลังดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอน ตกใจอยู่ที่เห็นข่าวนี้ แต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เดิมที่ประชุมวิสามัญเสนอให้ขับ 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรค แต่ตามรัฐธรรมนูญจะต้องใช้มติที่ประชุม ส.ส. และกรรมการบริหารพรรค ซึ่งพรรคได้จัดประชุมพรรคทันทีในวันรุ่งขึ้น และมีมติขับออก อย่างไรก็ตามมติที่เกิดขึ้นจะต้องตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม และจัดทำรายงานการประชุมให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ต่อไป

เมื่อถามว่า ขณะนี้ กกต. ยังไม่ได้รับรายงานการประชุมเรื่องการขับอดีต 4 ส.ส.อนาคตใหม่ออกจากพรรค เนื่องจากมีปัญหาการประชุม ส.ส.อนาคตใหม่ในวันดังกล่าว มีองค์ประชุมไม่ครบ ขาดตัวแทนภาคร่วมประชุม นายปิยบุตร กล่าวว่า กำลังตรวจสอบ แต่ขั้นตอนในวันดังกล่าวค่อนข้างรีบเร่ง จึงต้องไปตรวจสอบรายละเอียดและลายเซ็นผู้เข้าร่วมประชุมว่าครบองค์ประชุมหรือไม่ มิเช่นนั้นจะกลายเป็นมติไม่ชอบ ส.ส.เหล่านั้นจะไม่ถูกขับออกจากพรรคจริงๆ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าองค์ประชุมวันดังกล่าวไม่ครบจริงๆ จะดำเนินการอย่างไร นายปิยบุตร ตอบว่า ยังไม่แน่ใจว่ามีปัญหาเรื่องใด เรื่องนี้ต้องทำให้รอบคอบ เพื่อให้เกิดผลสมบูรณ์

เมื่อถามย้ำว่า มติที่ประชุมไม่สมบูรณ์ใช่หรือไม่ นายปิยบุตร ตอบว่า หน้าที่ของพรรคคือตรวจสอบเอกสารว่า ผู้เข้าร่วมประชุมครบหรือไม่ และทำตามข้อบังคับใหม่หรือไม่ เพราะเรื่องนี้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ  กำลังตรวจสอบอยู่  

ส่วนหากพรรคอนาคตใหม่ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการประชุมพรรคในวันดังกล่าวมีความถูกต้องหรือไม่ อาจจะส่งผลให้ 4 อดีตส.ส.อนาคตใหม่ต้องสิ้นสภาพ ส.ส.ในวันที่ 16 ม.ค.ที่จะต้องหาสังกัดใหม่ภายใน 30 วันนั้น  เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า เป็นเรื่องของ กกต.จะระบุว่า ใครจะอยู่ในสังกัดพรรคใด แต่ถ้ามีชื่อซ้ำซ้อนกันทั้งสองพรรคถือว่าหลุดจากส.ส.ทั้งสองพรรค เป็นแนวที่ กกต.ดำเนินการมา

เมื่อถามว่า จะตรวจสอบเรื่ององค์ประชุมเสร็จเมื่อไหร่ นายปิยบุตร ชี้แจงว่า ตอนนี้กำลังตามเรื่องอยู่ทุกวัน พรรคเรามีหลายเรื่องมาก ถ้าลดจำนวนคดีให้เราน้อยๆ จะได้มีเวลาไปทำเรื่องพวกนี้ ขณะนี้เราต้องแก้คดีทุกวันเต็มไปหมด ทั้ง 4 คน คงไม่ต้องกังวลใจอะไร เพราะประกาศตัวชัดเจนแล้ว ถ้าไปปรากฏชื่อซ้อนกัน 2 พรรคก็เป็นหน้าที่ของ กกต.

อย่างไรก็ตามต้องไปเช็กว่าวันนั้นมีการเซ็นชื่อเข้าประชุมครบองค์ประชุมหรือไม่ พอมีมติเกิดขึ้นไม่ใช่ว่าจะมีความสมบูรณ์ทันที ต้องรอการส่งเอกสารหนังสือรับรองให้ กกต. เพื่อยืนยันอย่างเป็นทางการ

เมื่อถามว่า ตั้งใจหรือไม่ที่ต้องให้ 4 ส.ส.มีชื่อซ้ำซ้อนกัน 2พรรค นายปิยบุตร กล่าวว่า จะทำไปทำไม ภารกิจของเราคือการจัดทำเอกสารให้ครบถ้วน เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของพรรคอนาคตใหม่ แต่เป็นเรื่องของทั้งสี่คนที่ต้องรับผิดชอบเองต่อสิ่งที่กระทำไป แต่กลายเป็นว่าพรรคอนาคตใหม่ต้องไปตามรับผิดชอบให้ ทั้ง 4 คนคงต้องดูแลตัวเองด้วย ขอให้เย็นๆ ดูแล้วออกอาการไปนิด.

 

 

 

 

 

.......................................................

'จุรินทร์'ปัดขัดแย้ง'กรณ์' ชี้70กว่าปีปชป.คนเข้า-ออกเรื่องปกติ

    
 

15 ม.ค. 63 –  นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ลาออกจากสมาชิกพรรค ว่า ยังไม่ทราบเหตุผล ต้องให้นายกรณ์เป็นคนชี้แจง เพราะหากพูดไปก่อนจะไม่ตรงกัน ยอมรับว่าเพิ่งทราบข่าวเมื่อคืนวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกับคนอื่นๆ และยังไม่ได้คุยกับนายกรณ์

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่านายกรณ์เคยเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ แต่เมื่อนายจุรินทร์เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว นายกรณ์กลับถูกลดบทบาท โดยให้นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจแทน นายจุรินทร์ ยืนยันว่า ไม่มีปัญหาความสัมพันธ์กับนายกรณ์  โดยการทำหน้าที่ส.ส.ของนายกรณ์ มีบทบาทในสภาผู้แทนราษฎร เพียงแต่ไม่ได้เป็นกรรมการบริหารพรรค การทำงานในทีมเศรษฐกิจไม่ได้มีปัญหา เพียงแต่ช่วงหลังมีคนรุ่นใหม่เข้าช่วยเสริมทีมเศรษฐกิจให้มีความทันสมัย เพราะโลกและภาวะเศรษฐกิจเปลี่ยนไป รวมถึงกลไกรูปแบบต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไป จึงมีความจำเป็นที่ต้องได้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมทีมมากขึ้น

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ทราบกระแสข่าวว่ามีสมาชิกคนอื่นๆ ลาออกอีก แต่ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่มากว่า 70 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านสถานการณ์ที่มีทั้งคนเข้าและออกทุกยุคทุกสมัย ซึ่งการพูดแบบนี้ไม่ได้ต้องการให้มีคนลาออก แต่มองว่าการลาออกและเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคเป็นเรื่องปกติที่มีทุกสมัย พร้อมยกตัวอย่างเมื่อปีที่ผ่านมา มีคนลาออกจากสมาชิกพรรค 700-800 คน และสมัครเป็นสมาชิกพรรค 14,000 คน 

เมื่อถามว่า จะหารือกับแกนนำคนอื่นๆ เพื่อป้องกันสมาชิกคนอื่นลาออกหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ทุกคนยังมีบทบาท ทั้งนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาของพรรค ที่แม้จะเป็นประธานรัฐสภา แต่ยังเป็นกำลังสำคัญให้พรรค เช่นเดียวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าพรรคก็ยังมีความสัมพันธ์กับพรรคอยู่ ขณะที่การทำงานของกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่มีความก้าวหน้าในการนำพาพรรคไปข้างหน้าอย่างมียุทธศาสตร์ ซึ่งจะต้องจับกันทั้ง 3 ฝ่าย เป็น 3 ขา คือ คณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และพรรคการเมือง.

 

สารพัดไอเดียถุงผ้าใส่ของรักษ์โลก ฝีมือตายายทำเองใช้เองตามเทรนด์

    

           ช่วงนี้กระแสใช้ถุงผ้ารักษ์โลกมาแรง เพราะไม่ว่าจะไปที่ไหนก็จะเห็นคนพกถุงผ้าไว้ในกระเป๋าเพื่อใส่ของกัน ชนิดที่ว่าหากใครไม่พกนั้นถือว่าเชยสุดๆ งานนี้ทำให้นึกได้ว่าการประดิษฐ์ถุงผ้ารับโลกร้อน น่าจะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่คนสูงวัยสามารถทำเอง และใช้เองได้อย่างไม่ต้องซื้อหา เพียงแค่มีเสื้อยืดตัวเก่าของลูกๆ หลานๆ หรือแม้แต่การปลูกต้นไม้ ที่สามารถนำมาทำเครื่องจักสานให้เป็นฝีมืออย่าง ต้นจาก และต้นมะพร้าว ที่ถือเป็นภูมิปัญญาของคนรุ่นปู่ย่าตายาย ก็สามารถทำถุงผ้าและอุปกรณ์สำหรับใส่สิ่งของรับโลกร้อนได้อย่างง่ายๆ แล้ว

                ป้ามะลิ พูนสวัสดิ์ คลังปัญญาผู้สูงอายุ จ.สมุทรปราการ บอกว่า “สำหรับผู้สูงอายุบางคนที่ไม่รู้ว่าจะไปหาถุงผ้าจากที่ไหน เพราะก่อนหน้าอาจจะเคยได้รับแจกจากการไปประชุม หรือไปทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งบางครั้งถุงผ้าอาจมีลักษณะใบเล็กทำให้บรรจุสิ่งของได้ไม่เยอะมาก ดังนั้นหากว่าบ้านไหนที่มีเสื้อผ้าเก่าก็สามารถนำมาเป็น “ถุงผ้าจากเสื้อตัวเก่า” โดยการนำเสื้อเก่ามาตัดบริเวณด้านหน้าของตัวเสื้อ ให้เป็นลักษณะแผ่น 4 สี่เหลี่ยม จากนั้นใช้กรรไกรตัดด้านหลัง ของตัวเสื้อเก่าให้เป็น 4 สี่เหลี่ยมผืนผ้าประมาณ 4x4 หรือ 5x5 อีกเช่นเดียวกัน

                จากนั้นให้ผู้สูงอายุเย็บผ้าทั้ง 2 ชิ้นเข้าด้วยกัน โดยการเย็บด้นถอยหลัง เพื่อให้ตัวกระเป๋านั่นมีความแน่นและคงทน ทั้งนี้ เมื่อได้ตัวกระเป๋าจากการเย็บส่วนประกบทั้งด้านหน้าและด้านหลังเข้าด้วยกันแล้ว ก็ให้ตัดเสื้อส่วนที่เหลือ หรือนำเศษผ้าที่เหลือใช้มาตัดเป็นลักษณะยาว 2 เส้นคู่ เพื่อทำเป็นหูกระเป๋า และเย็บติดกับตัวกระเป๋า เพียงเท่านี้คุณตาคุณยายก็จะได้กระเป๋าแฮนด์เมดไว้ใช้สอย ซึ่งบางครั้งอาจจะมีความสวยงามน้อยกว่า กระเป๋าผ้าที่เราซื้อ แต่อย่าลืมว่ากระเป๋ารักษ์โลกของเรานั้นไม่ต้องสิ้นเปลืองเงินในการซื้อหา แถมยังได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย

                ส่วนถุงผ้าแบบที่สอง คือ “กระเป๋าผ้าสะพาย-คล้องมือ จากเสื้อยืดคอกลม” วิธีทำนั้นให้ตัดบริเวณแขนเสื้อทั้ง 2 ข้างออก (ให้มีลักษณะคล้ายกับเสื้อกั๊ก) จากนั้นใช้กรรไกรตัดคอในลักษณะเว้าลึก ตามรูปครึ่งวงกลมของคอเสื้อ (เพื่อให้ปากกระเป๋ากว้างออกสำหรับใส่ของ) และเย็บบริเวณชายเสื้อเข้าด้วยกัน โดยการเย็บแบบด้นถอยหลังเพื่อให้ตัวกระเป๋าแน่น สำหรับถุงผ้ารักษ์โลกแบบนี้จะมีลักษณะคล้ายกับถุงย่าม แต่จะใช้งานโดยการคล้องที่ข้อมือ หรือสะพายที่บ่า เวลาไปซื้อของในตลาด

                สำหรับบ้านไหนที่มีเสื้อหรือกางเกงที่ทำจากผ้าถุงลายไทย ทั้งนี้ หากไม่ใช้งานแล้วก็สามารถนำมาตัดให้แบบ 2 ส่วน คือ สี่เหลี่ยมผืนผ้าสำหรับเย็บประกบ ด้านหน้าและด้านหลังของตัวกระเป๋า ขนาด 4x4 หรือ 5x5 เช่นเดียวกัน จากนั้นให้เย็บสายกระเป๋าเข้ากับตัวกระเป๋า เพียงเท่านี้ผู้สูงวัยก็จะมี “กระเป๋ารักษ์โลกลายไทย” เอาไว้ใช้งานแล้วกันอย่างง่ายๆ แล้ว

                หรือผู้สูงวัยที่ชอบเก็บสะสมพลาสติกสายรัดกล่องพัสดุ และมีความสามารถด้านงานจักสานอยู่บ้าง ก็สามารถนำมาสานให้เป็น “ตะกร้าพลาสติกจากกล่องพัสดุ” สำหรับใส่อาหารสดเวลาไปตลาดก็ได้เช่นกัน ที่สำคัญยังเป็นอุปกรณ์ใส่ของที่สามารถใช้งานได้นานอีกด้วย แต่ทั้งนี้อาจจะเลือกใช้งานพลาสติกรัดกล่องแบบนิ่ม เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุเจ็บมือเวลาที่สานกระเป๋า

                สำหรับบ้านไหนที่ชอบปลูกต้นไม้ และหนึ่งในนั้นเป็นพันธุ์ไม้ที่มีประโยชน์ใช้สอยได้จริงอย่าง “ต้นจาก” ก็สามารถนำมาสานเป็น “ตะกร้าใส่ผลไม้สานจากต้นจาก” โดยเฉพาะในช่วงต้นปีอย่างนี้ ที่คนมักจะให้ของขวัญผู้ใหญ่หรือคนที่รักใคร่ชอบพอ ก็สามารถประดิษฐ์อุปกรณ์ใส่ผลหมากรากไม้ ที่ทั้งเก๋ รักษ์โลก และสะท้อนความเป็นไทยได้ดี โดยเฉพาะภูมิปัญญาเกี่ยวกับการประดิษฐ์ของใช้จากพืช เพื่อใช้งานก็มีประโยชน์ไม่น้อย ที่สำคัญผู้สูงอายุก็สามารถนำตะกร้าจากต้นจากไปซื้อของในตลาดได้เช่นเดียวกันค่ะ” 

 ................................................................

15 มกราคม 2563

 

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net