วันที่ พุธ มกราคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เอไอเอส เดินหน้า ปลูกฝังความฉลาดทางดิจิทัล DQ อย่างต่อเนื่อง


เอไอเอส เดินหน้า ปลูกฝังความฉลาดทางดิจิทัล DQ อย่างต่อเนื่องจัดเวิร์กช็อป

“ครอบครัวอุ่นใจไซเบอร์” พร้อมสร้างเครือข่ายครอบครัวและเยาวชนทั่วประเทศ

                                                                                                                    

เพราะเด็กคืออนาคตของชาติ และครอบครัวคือจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการพัฒนาเด็ก เอไอเอส จึงเดินหน้าสานต่อภารกิจ “ถ้าเราทุกคนคือเครือข่าย” มุ่งสร้างสรรค์สังคมดิจิทัลที่ยั่งยืนเพื่อประเทศ และขจัดภัยคุกคามจากการใช้สื่อออนไลน์ ล่าสุดจัดเวิร์กช็อป “ครอบครัวอุ่นใจไซเบอร์” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันด้านสื่อออนไลน์ และปลูกฝังการใช้สื่อดิจิทัลสร้างสรรค์ให้กับเยาวชนไทยสู่ระดับรากฐาน โดยมีครอบครัวเป็นส่วนสำคัญในการร่วมทำกิจกรรมสร้างสรรค์กับบุตรหลาน พร้อมทั้งมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ พร้อมด้วย ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์  มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับผู้ปกครองเพื่อแนะนำวิธีการดูแลบุตรหลานในยุคดิจิทัลให้ปลอดภัย และ ดร.จิตรา ดุษฏีเมธา หัวหน้าศูนย์พัฒนาศักยภาพมนุษย์ บัณฑิตวิทยาลัย มศว มาร่วมทำกิจกรรมกับเด็กๆ ในการเสริมสร้างศักยภาพความฉลาดด้านดิจิทัล นอกจากนี้ยังมีการอบรมวิธีการใช้ชุดการเรียนรู้ 360 องศา เพื่อพัฒนา 8 ทักษะความฉลาดทางด้านดิจิทัล DQ (Digital Intelligence Quotient) ให้กับครอบครัวผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อป พร้อมทั้งเครื่องมือป้องกันเนื้อหาบนโลกออนไลน์ที่ไม่เหมาะสมให้กับผู้ปกครอง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการดูแลบุตรหลานให้สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย


นัฐิยา พัวพงศกร หัวหน้าแผนกงานพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “จากความสำเร็จในการสร้างเครือข่ายครูและสถานศึกษาผ่านโครงการ “อุ่นใจไซเบอร์” ทั่วทั้ง 4 ภูมิภาค 4 จังหวัดทั่วประเทศ ด้วยการเวิร์กช็อปสาธิตเครื่องมือที่จะเป็นตัวช่วยให้กับคุณครู นำไปใช้สร้างภูมิคุ้มกันและความเข้าใจในสื่อดิจิทัล ป้องกันการคุกคามและความรุนแรงจากการใช้สื่อออนไลน์ในกลุ่มนักเรียนเยาวชนเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา เปิดศักราชใหม่เอไอเอสจึงได้ยกระดับเสริมสร้างความแข็งแกร่งสู่รากฐานหน่วยย่อยของสังคมนั่นคือ “ครอบครัว” ด้วยการจัดเวิร์กช็อป “ครอบครัวอุ่นใจไซเบอร์” อันเกิดจากแนวคิดพื้นฐานของบริษัท ในฐานะผู้ที่ให้บริการดิจิทัล (Digital Life Service Provider) จึงอยากเห็นลูกค้าทุกคนเชื่อมต่อสู่โลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างปลอดภัย ใช้ดิจิทัลได้อย่างสร้างสรรค์รู้เท่าทัน และไม่ตกเป็นทาสของเทคโนโลยี โดยเฉพาะเยาวชนซึ่งจะเติบโตเป็นอนาคตของชาติ โดยเวิร์กช็อป “ครอบครัวอุ่นใจไซเบอร์” ในครั้งนี้ มีครอบครัวเข้าร่วม 33 ครอบครัว ประกอบด้วยพ่อแม่ และลูกในช่วงอายุระหว่าง 8-12 ปี โดยแบ่งเป็นกิจกรรมที่เสริมสร้างความพร้อมและความเข้าใจให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองในการดูแลเด็กในยุคดิจิทัล 4.0 และกิจกรรมที่เสริมสร้างศักยภาพ 8 ทักษะความฉลาดทางดิจิทัลให้กับเด็กๆ โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ พร้อมด้วยกิจกรรมสาธิตเครื่องมือที่จะเป็นตัวช่วยให้กับพ่อแม่ เพื่อนำไปใช้สร้างภูมิคุ้มกันและความเข้าใจในสื่อดิจิทัล ด้วยชุดการเรียนรู้ทักษะความฉลาดทางดิจิทัล DQ (Digital Intelligence Quotient) รวมถึงบริการคัดกรองเนื้อหาบนโลกออนไลน์ด้วย AIS Secure Net และแอปพลิเคชั่น Family Link ที่ร่วมกับ Google จะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถดูแลการใช้สมาร์ทโฟนของบุตรหลาน โดยมุ่งหวังว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นส่วนช่วยในการปลูกฝังเพื่อให้เกิดเครือข่ายที่ร่วมกันรณรงค์การใช้สื่อออนไลน์อย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดสังคมดิจิทัลที่เข้มแข็งและปลอดภัยอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ เอไอเอสยังได้จัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนการพัฒนาความฉลาดทางดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ อาทิ ที่ จ.เชียงราย, จ.ขอนแก่น, จ.นครปฐม และ จ.ยะลา เป็นต้น โดยมีกิจกรรมรู้เท่าทันโลกดิจิทัลที่ได้มีการนำทักษะความฉลาดทางดิจิทัลทั้ง 8 ทักษะมาเป็นฐานกิจกรรมที่ทั้งสนุกและได้ความรู้ พร้อมด้วยกิจกรรมสันทนาการสุดสร้างสรรค์ที่ช่วยเพิ่มพูนจินตนาการของเด็กๆ”

      

พญ.เสาวภา พรจินดารักษ์ กุมารแพทย์พัฒนาการและพฤติกรรม และเจ้าของเพจ หมอเสาวภาเลี้ยงลูกเชิงบวก ร่วมให้คำแนะนำถึงการเลี้ยงบุตรหลานเพื่อเสริมสร้าง 8 ทักษะความฉลาดทางดิจิทัล (Digital Intelligence Quotient) “1. ทักษะด้านการยับยั้งชั่งใจ ในการใช้สื่อออนไลน์ของเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานที่นานเกินกำหนด จนกลายเป็นปัญหาติดเกมออนไลน์ หรือติดโซเชียล ซึ่งป้องกันด้วยการปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็กจะง่ายกว่าแก้ไขเมื่อตอนเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น โดยผู้ปกครองต้อง ”ลงทุนทางสมองกับเด็ก” เพื่อเสริมสร้าง “ความจำใช้งาน” หมายถึงการที่เด็กจะฉุกคิดและคาดการณ์ถึงผลลัพธ์ต่อไป เมื่อเล่นเกมไม่เลิกแล้วจะทำการบ้านไม่เสร็จ ไม่มีการบ้านส่ง แล้วจะเป็นอย่างไรต่อ ซึ่งปลูกฝังได้โดยการเรียนรู้ที่จะสร้างข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้ปกครองกับเด็กว่าจะให้ใช้งานได้เท่าไหร่ต่อวัน และเด็กจะต้องรับผิดชอบภารกิจของตัวเอง มากกว่าที่จะใช้วิธีการบังคับและลงโทษ ต่อมาคือ 2.ทักษะด้านตระหนักถึงภัยไซเบอร์บูลลี่ (Cyber Bully) เมื่อบุตรหลานเจอปัญหาถูกกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ หรือการกลั่นแกล้งในโรงเรียน ซึ่งหลายๆ ครั้งกันผู้ใหญ่มักมองข้ามและมองว่าเป็นเรื่องเล็ก เป็นการแกล้งกันขำๆ แบบเด็กๆ เรื่องปกติ ซึ่งผิด ต้องเข้าใจโลกของเด็กว่าโลกของเขา ต้องการการยอมรับจากสังคมเพื่อน ต้องการเป็นที่รัก การถูกกีดกันและรังแกจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งผู้ใหญ่ต้องเข้าใจตรงนี้จึงจะสามารถเป็นที่พึ่งทางใจให้กับบุตรหลาน และรับฟังปัญหาซึ่งเป็นขั้นแรกในการนำไปสู่การช่วยกันแก้ไขปัญหาได้ต่อไป 3. รู้ถึงใจเขาใจเรา (Digital Empathy) สามารถปลูกฝังได้โดยการสอนให้เด็กรู้จักแบ่งปันและมีน้ำใจอย่างถูกวิธี ซึ่งส่วนใหญ่มักจะสอนให้แบ่งปันแบบผิดวิธี เช่น สอนว่าให้แบ่งปันของเล่นให้เพื่อนเล่น วันหลังเพื่อนจะได้แบ่งให้เรา หรือสอนลูกว่าแบ่งขนมให้น้องก่อน ไม่งั้นแม่ไม่รักนะ ซึ่งบางครั้งอาจจะสร้างเงื่อนไขให้เด็กเข้าใจว่า เราจะแบ่งปันเมื่อเราจะได้ผลประโยชน์กลับมา เด็กจึงไม่ได้ตัดสินใจที่จะทำอะไรเพราะตระหนักถึงจิตใจของผู้อื่น เมื่อโตขึ้นจึงกลายเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ได้คิดถึงผลกระทบต่อสังคมโดยรวม

 ด้าน ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนักสื่อสารทางวิทยาศาสตร์กล่าวเสริมในทักษะความฉลาดทางดิจิทัลในข้ออื่นๆ ว่า“สำหรับทักษะข้อที่ 4.ความรู้ด้านอัตลักษณ์ตัวตนในโลกออนไลน์ (Digital Citizen identity) พร้อมด้วย 5. รู้สิทธิและความเป็นส่วนตัว (Privacy Management) และ 6. ท่องอินเทอร์เน็ตอย่างปลอดภัย (Cyber Security) เป็นเรื่องที่ควรสอนเด็กๆ ไปด้วยกันเพราะเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกัน ตัวตนในโลกออนไลน์นั้นเป็นโลกเสมือนจริง ซึ่งการใช้สื่อออนไลน์บางครั้งเด็กๆ อาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นชื่อนามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ หรือแม้กระทั่งการโพสต์รูปภาพของตัวเอง ซึ่งบางครั้งอาจจะถูกมิจฉาชีพนำไปใช้ประโยชน์ หรือการโพสต์ถึงบุคคลอื่น อาจจะโพสต์รูปของเพื่อนแกล้งกัน อาจจะไม่ได้ตระหนักถึงผลกระทบที่อาจจะตามอย่างรอบด้าน ซึ่งเชื่อมโยงกับทักษะ 7. Digital Footprints รู้ถึงผลที่จะตามมา ต้องสอนบุตรหลานให้เข้าใจว่าทุกอย่างเมื่อโพสต์ลงโลกออนไลน์แล้วจะเรียกย้อนคืนมาไม่ได้ ผลจะคงอยู่ตลอดไป ถึงแม้ว่าจะลบไปแล้ว เพราะสื่อออนไลน์เป็นสื่อที่สามารถถูกบันทึก และนำไปแพร่กระจายเป็นวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว และข้อสุดท้ายคือ 8. ทักษะคิดเป็น (Critical Thinking) ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญไม่เฉพาะกับเด็กๆ แต่รวมถึงผู้ใหญ่ด้วย ซึ่งปัจจุบันมีการเผยแพร่ข่าวลือหรือข้อมูลเท็จตามสื่อออนไลน์ โดยไม่ได้มีการกลั่นกรองหรือสืบหาข้อเท็จจริง โดยเฉพาะถ้าคนที่เผยแพร่เป็นคนดังหรือเน็ตไอดอล เด็กๆ ก็จะเชื่อและทำตามๆ กัน ซึ่งบางครั้งส่งผลเสีย ยกตัวอย่างกรณีล่าสุดที่เน็ตไอดอลรับประทานแป้งโรตีดิบและบอกว่าสามารถทานได้มีรสชาติอร่อย จนมีหลายคนทำตามซึ่งเป็นอันตราย”

       

ด้าน คุณพ่อฐนะวัฒน์ เตี้ยเนตร และคุณแม่จุฑารัตน์ แซ่ตั้ง ครอบครัวผู้เข้าร่วมเวิร์กช็อป “ครอบครัวอุ่นใจไซเบอร์”  จากจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า “เป็นกิจกรรมที่ดีมากที่เอไอเอสจัดขึ้น เพราะมีลูกชายวัย 12 ขวบซึ่งกำลังจะเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น จึงกังวลใจถึงปัญหาจากใช้สื่อโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม หรือปัญหาการใช้เวลากับสื่อออนไลน์มากเกินไป ซึ่งเด็กในยุคปัจจุบันเติบโตมากับเทคโนโลยีเหล่านี้ เราจึงต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้เทคโนโลยีเหล่านี้ด้วยเช่นกัน กิจกรรมวันนี้ทำให้ได้เรียนรู้ที่จะพูดคุยและทำความเข้าใจกับเด็กในยุคดิจิทัล รู้ถึงสิ่งที่จำเป็นที่จะต้องสอนให้เด็กระมัดระวังในการใช้สื่อดิจิทัล รวมถึงชอบบริการ AIS Secure Net ที่เป็นบริการฟรีสำหรับลูกค้าเอไอเอสที่ช่วยคัดกรองและป้องกันเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก และช่วยป้องกันไวรัสต่างๆ สำหรับผู้ใหญ่ ซึ่งมีประโยชน์มาก”

ด้านลูกชาย น้องมังกร-เด็กชายพิชาภพ เตี้ยเนตร อายุ 12 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี กล่าวว่า “ชอบกิจกรรมในวันนี้มากครับ รู้สึกสนุกมาก ได้ทดสอบความรู้ดิจิทัล DQ และได้รับความรู้ในการใช้สื่อออนไลน์ว่าต้องระวัง และคิดถึงผลกระทบให้มากๆ บางครั้งการโพสต์เล่นสนุกกันระหว่างเพื่อน ก็ทำร้ายจิตใจคนอื่นได้ รวมถึงเป็นสิ่งที่ผิดและละเมิดสิทธิคนอื่นอีกด้วย”

โดย mediaok29

 

กลับไปที่ www.oknation.net