วันที่ เสาร์ มกราคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เชื่อมโยงสมาร์ทฟาร์มกับตลาดในพื้นที่: กลยุทธ์เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจท้องถิ่น


เชื่อมโยงสมาร์ทฟาร์มกับตลาดในพื้นที่: กลยุทธ์เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจท้องถิ่น

ฐาปนา บุณยประวิตร

นายกสมาคมการผังเมืองไทย

Thapana.asia@gmail.com

 

 

กฎบัตรแห่งชาติได้ทดสอบพัฒนาแพลตฟอร์มการตลาดสมาร์ทฟาร์มไปแล้วในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ โดยคณะกรรมการกฎบัตรนครสวรรค์ได้เชื่อมโยงทางธุรกิจระหว่างกลุ่มเกษตรกรข้าวสารปลอดภัยกับภัตตาคารเล่งหงษ์ และกลุ่มพืชผักปลอดภัยกับโรงพยาบาลศรีสวรรค์ ซึ่งผลการทดสอบเบื้องต้นพบว่า ข้าวสารและพืชผักมีปริมาณไม่เพียงพอต่อความต้องการ กลุ่มเกษตรกรไม่สามารถส่งมอบพืชผักบางชนิดอย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ นอกจากนั้น ยังพบปัจจัยอื่นๆ อีกหลายประการที่ต้องวางแผนปรับปรุงแก้ไข ดังนั้น กฎบัตรแห่งชาติจึงร่วมกับกฎบัตรนครสวรรค์ ดำเนินการวางแผนปรับปรุงระบบการบริหารจัดการฟาร์มรูปแบบใหม่ ทั้งการเพิ่มจำนวนฟาร์ม การเพิ่มการผลิตพืชพรรณตามความต้องการในทุกช่วงฤดู การยกระดับมาตรฐานการผลิต และเพิ่มความเข้มข้นในการวางแผนร่วมกันระหว่างผู้ซื้อกับเจ้าของฟาร์ม นอกจากนั้น ยังได้พัฒนาระบบพี่เลี้ยงสมาร์ทฟาร์ม โดยอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านการเกษตร อาหาร และวิศวกรรมเกษตรเป็นผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาแนะนำ ประสานข้อมูล และสร้างระบบควบคุมคุณภาพที่ยอมรับได้ทั้งเจ้าของฟาร์มและผู้ซื้อ ทั้งนี้ แพลตฟอร์มที่ได้ปรับปรุงใหม่ คาดจะเริ่มนำปฏิบัติในไตรมาสที่ 3 ปี 2563

 

 

 

สำหรับผลประโยชน์ทางตรงจากการเชื่อมโยงเครือข่ายสมาร์ทฟาร์มกับตลาดผู้บริโภค กฎบัตรแห่งชาติมีเจตนารมณ์และเป้าหมายดังนี้ 

1.การลดระยะทางขนส่งผลิตผลการเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหาร ซึ่งค่าเฉลี่ยระยะทางการขนส่งผลิตภัณฑ์ประเภทข้าวสารของจังหวัดนครสวรรค์ปัจจุบันอยู่ที่ 275 กิโลเมตร สำหรับพืชผักผลไม้เฉลี่ยที่ 200 กิโลเมตร (จากการสำรวจของผู้วิจัย) โดยตัวชี้วัดที่กำหนด ผลิตภัณฑ์เกษตรและอาหารปลอดภัยตามเป้าหมายกฎบัตรแห่งชาติ กำหนดระยะทางการขนส่งไม่เกิน 75 กิโลเมตรสำหรับข้าวสารและไม่เกิน 50 กิโลเมตรสำหรับพืชผัก (รายละเอียดศึกษาได้จากค่าเป้าหมายกฎบัตรแห่งชาติ เวอร์ชั่น 2 ปี 2563) ทั้งนี้ จะสามารถลดการใช้พลังงานเฉพาะการขนส่งได้ร้อยละ 70 และลดต้นทุนค่าขนส่งได้ร้อยละ 50

 

2.การคงคุณภาพสารอาหารจากการได้รับวัตถุดิบขั้นต้นที่ไม่ผ่านกระบวนการแช่แข็ง ซึ่งเป็นการลดขั้นตอนการแช่เยือกแข็ง หริอค่าใช้จ่ายในการบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง การคลัง และการกระจายสินค้า โดยเป้าหมายกฎบัตรแห่งชาติกำหนดให้วัตถุดิบประเภทพืชผักไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 มีระยะจัดเก็บหรือขนส่งไม่เกิน 12 ชั่วโมง หรือมีระยะหลังการเก็บเกี่ยวจนถึงบนโต๊ะอาหารไม่เกิน 12 ชั่วโมง

 

3.การเพิ่มกิจการขนส่งและแปรรูปอาหารภายในท้องถิ่น หากระบบซัพพลายเชนของอาหารมีโครงข่ายหมุนวนในพื้นที่อย่างสมบูรณ์ จะก่อให้เกิดธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับห่วงโซ่ในพื้นที่เป็นจำนวนมาก ก่อให้เกิดการจ้างงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การจ้างงานนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูป การผลิตอาหารใหม่เฉพาะความต้องการของผู้บริโภค  เกิดความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตเฉพาะสาขาในพื้นที่ เป็นไปตามเป้าหมายกฎบัตรแห่งชาติ ในการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นที่ได้จากการจ้างงานนวัตกรรมและการพัฒนาเทคโนโลยีภายในพื้นที่ หรือตามเป้าหมายการจ้างงานนวัตกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของภาคเกษตรและภาคการผลิตอาหารปลอดภัย

 

4.การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเกษตรกรเจ้าของฟาร์มกับเคริอข่ายตลาด เป็นทั้งความสัมพันธ์ทางสังคม ความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ที่เอื้ออำนวยต่อกัน แบ่งปันกัน ลดการเอารัดเอาเปรียบในห่วงโซ่การผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้แก่กัน เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อการวางแผนบริการอาหาร การจัดทำ menu engineering ระหว่างผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารกับผู้จัดการฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม การเพิ่มมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์อาหารด้วยเอกลักษณ์ของวัตถุดิบ การสร้างความพึงพอใจสูงสุดระหว่างเจ้าของฟาร์ม ร้านค้า และผู้บริโภค ด้วยการนำเนื้อหาหรือประวัติผลิตภัณฑ์ก่อให้เกิดการเรียนรู้ระหว่างกัน

 

 

 

 

กฎบัตรแห่งชาติ จะพัฒนาแพลตฟอร์มและเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรหรือเจ้าของฟาร์มกับเครือข่ายตลาดในพื้นที่ให้มากขึ้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย "เมืองกฎบัตรในอีก 10 ปีข้างหน้าจะมีส่วนแบ่งของอาหารปลอดภัยในตลาดไม่น้อยกว่าร้อยละ 50"

 

ขอขอบคุณบทความ จาก ASIA SPACE PLANNING

https://www.asiaspaceplanning.org/post/04_01

 

โดย SmartGrowthThailand

 

กลับไปที่ www.oknation.net