วันที่ อาทิตย์ มกราคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เที่ยวระนอง แวะเกาะสอง ท่องทะเลพม่า (2) พระราชวังรัตนรังสรรค์


เที่ยวระนอง แวะเกาะสอง ท่องทะเลพม่า (2) พระราชวังรัตนรังสรรค์


พระราชวังรัตนรังสรรค์ (จำลอง)

พระราชวังรัตนรังสรรค์ จังหวัดระนอง ถือเป็นพระราชวังที่มีการประกาศพระบรมราชโองการยกขึ้นเป็นพระราชวัง 1 ใน 19 แห่งของประเทศไทย

และเป็นพระราชวัง 1 ใน 6 แห่งที่สร้างขึ้นตามหัวเมืองในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

"พระราชวังรัตนรังสรรค์" ถูกสร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2433 โดย "พระยารัตนเศรษฐี" (คอมซิมก๊อง) เจ้าเมืองระนองในขณะนั้น

เนื่องด้วยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงเสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายตะวันตกเป็นครั้งแรกที่จะได้เสด็จไปถึงเมืองระนองในวันที่ 23-25 เมษายน 2433 ... พระยารัตนเศรษฐีจึงได้สร้างพลับพลาที่ประทับรับเสด็จที่บนเนินควนอันอยู่ใจกลางเมือง

ว่ากันว่า .. พลับพลาที่ประทับเดิมนั้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จไปทอดพระเนตรเห็น ทรงมีพระราชดำรัสว่า

“...ทำงดงามมั่นคงสมควรจะเป็นวัง ยิ่งกว่าจะเป็นพลับพลา...จึงพระราชทานนามว่า พระราชวังรัตนรังสรรค์ให้เป็นเกียรติยศแก่เมืองระนอง และสกุลของพระยารัตนเศรษฐี คือ ณ ระนอง ด้วย

แต่เนื่องด้วยนานๆครั้งจะเสด็จประพาสเมืองระนองครั้งหนึ่ง จะทิ้งวังไว้เปล่าๆก็จะชำรุดทรุดโทรม รัชกาลที่ 5 จึงพระราชทานพระบรมราชานุญาติว่า ให้ใช้พระราชวังนั้นเป็นศาลารัฐบาลและทำพิธีสำหรับบ้านเมือง หากมีการเสด็จประพาสเมื่อใดจึงให้จัดเป็นที่ประทับ

ซึ่งนอกจากรัชกาลที่ 5 แล้ว พระมหากษัตริย์อีก 2 พระองค์คือรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 ก็ได้ใช้พระราชวังแห่งนี้เป็นที่ประทับแรมเมื่อครั้งเสด็จประพาสเยี่ยมหัวเมืองปักษ์ใต้ฝั่งตะวันตกเช่นกัน

ต่อมาองค์พระที่นั่งได้ชำรุดทรุดโทรมลง ...

.. ในสมัยพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี (คอยู่หงี่) เจ้าเมืองระนองในขณะนั้น จึงได้ร่วมกับสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ตปรับปรุงและดัดแปลงพระที่นั่งรัตนรังสรรค์ใหม่

โดยสร้างเป็นรูปเรือนตึกก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น ทาสีขาว ก่อสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2444 แล้วใช้อาคารหลังนี้เป็นศาลากลางเมืองระนองเรื่อยมา

กระทั่งเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2507 พ.ต.อ.บุญณรงค์ วัฒฑนายน ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองในขณะนั้นได้รื้อถอนองค์พระที่นั่ง เพื่อสร้างเป็นศาลากลางจังหวัดหลังปัจจุบัน

พระที่นั่งรัตนรังสรรค์จึงสูญหายไปจากจังหวัดระนองตั้งแต่บัดนั้น แต่ก็ยังคงมีร่องรอยเป็นบันไดและบริเวณให้เห็น โดยทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ.2520

ในปี พ.ศ.2545 จังหวัดระนองได้มีโครงการก่อสร้างพระที่นั่งรัตนรังสรรค์จำลองขึ้น บนเนินเขานิเวศน์คีรี ใกล้เคียงกับบริเวณเดิม

ตัวอาคารสร้างด้วยไม้ตะเคียนทองโครงสร้างคอนกรีตสูงสามชั้น ชั้นล่างโล่ง ชั้นที่สองเป็นรูปเหลี่ยมแปดด้าน

ตราครุฑไม้ที่มีอายุกว่าร้อยปี ติดตั้งอยู่ด้านนอกของอาคารพระราชวังหลังแรก

ส่วนด้านในจัดเป็นนิทรรศการเส้นทางเสด็จพระราชดำเนินเยือนหัวเมืองปักษ์ใต้ฝ่ายตะวันตก

พระราชหัตถเลขาของในหลวงรัชกาลที่ 5

เป็นบุญตาที่ได้มีโอกาสมาเห็น

อาคารหลังถัดไป .. ด้านบนเป็นที่ประทับทรงงาน และห้องบรรทม

ชั้นล่างของอาคารหลังถัดมา ..

จัดแสดงโมเดลของพระราชวัง ด้านหนึ่งมีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9

ปัจจุบันประดิษฐานโต๊ะทรงพระอักษรพร้อมพระเก้าอี้ทำด้วยหนังแท้ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับที่พระที่นั่งวิมานเมฆพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร

และพระเก้าอี้ทรงพักผ่อนแกะสลักลวดลายเป็นรูปดอกกุหลาบ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เคยทรงใช้เป็นที่ประทับและบรรทม

ส่วนหลังคาชั้นที่สามทรงปั้นหยา มีดั้งประดับไม้ลวดลายฉลุอย่างสวยงาม .. ชั้นที่สามของอาคารหลังนี้เป็นห้องบรรทม ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพค่ะ

ระเบียงสะพานเชื่อมอาคารทำด้วยไม้ สวยมากค่ะ

มองออกไป สามารถเห็นวิวด้านหน้าของพระราชวัง และส่วนหนึ่งของตัวเมืองระนอง

หอแปดเหลี่ยมที่มีความสูงประมาณ 17 เมตร คล้ายคลึงกับ หอวิฑูรทัศนา ที่พระราชวังบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบผสมผสาน ..

คือหลังคาทรงปั้นหยาแบบไทยประดับเชิงชายไม้ฉลุซ้อนกันอย่างพม่า

ส่วนบริเวณชั้นสองมีระเบียงไม้ประดับกันตก สามารถเดินชมทิวทัศน์ได้โดยรอบ

พื้นเฉลียงปูกระเบื้องดินเผา มีหลังคาคลุม ช่องประตูเป็นรูปโค้งทั้งแปดด้าน

จากชั้นสองถึงชั้นสาม มีบันไดเวียนภายในขึ้นไปบนชั้นสาม ซึ่งมีหน้าต่างสามารถชมทัศนียภาพบริเวณหน้าพระที่นั่ง ตัวเมืองระนองด้านทิศตะวันตก ชายแดนประเทศไทยและสหภาพพม่า

นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินบริเวณทะเลอันดามันได้อย่างสวยงามอีกแห่งหนึ่งของเมืองระนองด้วย

 

ร้านอาหารเคียงเล .. ชมอาทิตย์อัสดง และทะเลสีทอง

เคียงเล” .. เป็นร้านอาหารที่ขึ้นชื่อที่สุดของจังหวัดระนอง

ด้วยทำเลที่ตั้งของร้านที่ติดทะเล มีหาด มีภาพชีวิตชาวเล และวิวที่สวย บรรยากาศดีๆถ่ายรูปหลายมุม

ภายในร้านกว้างขวาง สามารถเลือกนั่งทั้งบริเวณริมทะเล หรือด้านในเข้ามานิดหน่อยก็ได้

วิวและบรรยากาศในช่วงที่ดวงสุริยันกำลังจะจูบลาโลก เปลี่ยนผ่านให้จันทราและดวงดารา เข้ามาส่งแสงระยิบระยับนั้น ทั้งสวยงามและโรแมนติก

ใครหลายคนจึงกุมมือกันนั่งมองทะเลที่ฉาบไล้ด้วยสีส้มทอง ส่วนอีกหลายคนเลือกที่จะออกไปโพสท่าสวยๆถ่ายรูป เก็บความประทับใจกลับไปอวดเพื่อนๆ และดัพเดทสเตตัสกัน

อาหารที่ "เคียงเล" มีให้เลือกเยอะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเมนูอาหารทะเลรูปแบบต่างๆ บริการดี รวดเร็ว

อาหารที่เราสั่งมารับประทานในวันนั้น มีตามในภาพด้านบนค่ะ

 

ขอบคุณเนื้อความบางส่วนจาก : ผู้จัดการออนไลน์

โดย Supawan

 

กลับไปที่ www.oknation.net