วันที่ ศุกร์ กุมภาพันธ์ 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

เหตุเกิดที่บ้านหนองกระโดนมน ตอนที 98 วัน พิ ฆา ต อัปปรีย์


Nimit Somboonwit
6 de febrero de 2015
เหตุเกิดที่บ้านหนองกระโดนมน ตอนที่ 98

.......................วัน พิ ฆา ต อัป ปรีย์.....
................................
ความเดิม
******เหตุเกิดที่บ้านหนองกระโดนมน***ตอนที่ 97
................บิ้กตู่ร้อน...ตอนต้นหนาว...?
http://www.oknation.net/blog/Thaihippy/2014/10/25/entry-1

(ลุงบิ็กตู่...ยิ่งสูง ยื่ง หนาวววว...???)
...................
#นิยายนายอ้นเอง
 
No hay descripción de la foto disponible.

เหตุเกิดที่บ้านหนองกระโดนมน ตอนที่ 98

.....................................วัน พิ ฆา ต อัป ปรีย์.....

อาทิตย์ยังไม่โผล่พ้นหลังเขากระทิงหมอบ แม้แสงสีทองเรื่อ ๆ จะเริ่มจับขอบฟ้าทางทิศตะวันออก ลมเย็นยังโชยมาตลอดเวลา เสียงไก่ชนในหมู่บ้านขันโต้กันเพรียกไปหมด ไอ้ดำรีบก้าวพรวดพราดลงบันไดเรือน กระนั้นก็พยายามให้เกิดเสียงน้อยที่สุดเกรงว่า เฒ่าคงผู้เป็นลุงซึ่งอยู่ในห้องนอนฝาเฟี้ยมอีกด้านหนึ่งของเรือนจะสะดุ้งตื่น

ใคร ๆ ในหมู่บ้านต่างรู้ว่า นับจากเฒ่าคงล้มป่วยตั้งกะครั้งที่ไปช่วยลุงกำนัน ร่วมยึดทีวีช่อง 3 กับ กปปส.ซึ่งไปโดนลมฝนครั้งนั้น ก็ป่วยกระเสาะกระแสะมาเรื่อย จนไอ้ดำต้องทิ้งบ้านตนเองมาดูแลลุงของมันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน เช้านี้ไอ้ดำจะต้องรีบเก็บพริกที่ไร่ไปส่งตลาด แล้วยังต้องรีบจัดการอะไรต่อมิอะไรที่เฒ่าคงสั่งไว้เมื่อคืน อึดใจเดียวไอ้ดำก็ควบมอเตอร์ไซค์เก่าคร่ำเสียงดัง โคล้ง เคล้ง ๆ ออกประตูรั้วไม้ไผ่ไปอย่างเร่งร้อน ไอ้น้ำตาลสุนัขหลังอานวิ่งตามไปส่งถึงประตูรั้ว ก่อนจะวิ่งกลับมาหมอบใต้ถุนเรือน มองไปยังบันไดเรือนเหมือนจ้องว่าเมื่อไรผู้เป็นนายจะก้าวลงมาจากเรือนเสียที...

ยังไม่ทันสว่างดีนักไอ้ดำก็ย้อนกลับมา คว้าไม้กวาดก้านมะพร้าวด้ามยาวกวาดใบไม้บนลานบ้านจนเกลี้ยงเกลา จัดการเช็ดถูแคร่ไม้ไผ่ที่ชื้นน้ำค้างใต้ต้นแจงจนสะอาดสะอ้าน...

“ลุงแกจะทำอะไรของแกวะ?..” ไอ้ดำนึกพลางขณะโยงสายสิญจน์จากประตูรั้วหน้าบ้าน อ้อมไปต้นมะม่วงอกร่อง วกเข้ามาใต้เรือน อ้อมออกไปอีกแถบของบ้านระริมรั้วไปตลอดจนไปบรรจบที่หน้าประตูบ้านอีกแถบหนึ่ง ซึ่งมันเท่ากับล้อมบริเวณบ้านทั้งหมดนั่นเอง ยามนั้นเสียงนกกาเหว่าแว่วร้องมาจากสุมทุมกลางทุ่งอ้อย ขณะที่แสงแดดค่อย ๆ ส่องกระทบไอหมอกที่คลุมทุ่งบริเวณหมู่บ้านจนไปจรดเชิงเขา

มอเตอร์ไซค์พ่วงข้างที่ขับโดยแป๊ะทง มีเฒ่าหวังซ้อน เลี้ยวเข้ามาบริเวณบ้าน มุ่งไปกลางลานจอดข้าง ๆ แคร่ไม้ไผ่ตรงโคนต้นแจง ไอ้ดำเดินเข้าไปสวัสดีทักทาย “เอาอะไรมากันละเนี่ยะ?” คิดในใจว่างานนี้ลุงคง แกคงไม่ทำอะไรเป็นเล่นแน่ ๆ

“เยอะแยะโว้ย...เอ้าช่วยกันขนลงไปไว้บนแคร่นั่นแหละ” เฒ่าหวังไม่ได้ตอบคำถามไอ้ดำ กลับออกคำสั่งให้ช่วยกันไปซะอีก แป๊ะทงก็กุลีกุจอเอาผ้าขาวปูไปบนแคร่ แล้วจึงต่างช่วยกันลำเลียง หัวหมู ไก่ต้ม ผลไม้หลายชนิด เหล้าโรง ธูปเทียนดอกไม้ กระถางธูป..กาน้ำชา ถ้วยน้ำชา อะไรต่ออะไรจนลานตาไปหมด

“อะไรวะ? ยังไม่ตรุษจีนซักกะหน่อย ทำยังกะจะไหว้จ้าวงั้นแหละ..” ไอ้ดำบ่นพึมพำขณะไปชงชาใส่กาเดินกลับมาวางบนแคร่

“อย่าบ่นเว้ย...ไอ้ดำวันนี้วันดี นี่เอ็งขึงสายสิญจน์รอบบ้านตามที่พี่คงบอกยังล่ะ” เฒ่าหวังจัดวางกระถางธูปขณะเอ่ยปากถาม แล้วก็ยิ้มพึงใจเมื่อเห็นไอ้ดำพยักหน้าตอบรับ “เดี๋ยวพี่คงลงมาก็รู้หรอกว่าจะทำอะไร? แกแค่สั่งเอ็งทำนี่นั่น..ไม่บอกตรง ๆ เดี๋ยวเอ็งเอาไปพูดรู้กันทั้งหมู่บ้านจะเสียการเปล่า? เอ็งมันขี้คุย..”

ยังไม่ทันจบคำ ไอ้น้ำตาลก็วิ่งเห่าเบา ๆ ไปทางเรือนใต้ถุนสูง ทุกคนต่างหันไปมองราวกับนัดไว้ ภาพที่เห็น คือ เฒ่าคงในชุดขาวทั้งผ้าที่นุ่งและเสื้อที่สรวม ผ้าขาวม้าตาหมากรุกพาดสะพายเฉียง ยืนอุ้มขันน้ำมนตร์ทองเหลืองอยู่ตรงประตูเรือนเหนือบันได แสงอาทิตย์สีทองส่องจับตรงจุดนั้น จนดูสว่างเรืองอย่างประหลาด

“เฮ้ย..ดำมาเอาขันน้ำมนตร์ไปเว้ย...มัวมองอะไรกันวะ? ทำยังกะข้าเป็นตัวประหลาด” เฒ่าคงร้องเรียก ด้วยเกรงว่าจะก้าวเดินลงไม่ถนัด หากจะต้องอุ้มขันน้ำมนตร์ทองเหลืองลงมาด้วย ...หากหัวทิ่มหัวตำ น้ำมนตร์หกจะเสียการซะปล่าว...ตะแกนึกในใจ
..................................

แล้วที่สุดใอ้ดำจึงถึงบางอ้อว่า เฒ่าคงจัดพิธี “พิฆาตอัปปรีย์”...เฒ่าหวังเรียกอย่างนั้น ก็ไม่รู้ว่ามันจะใช่เสียทีเดียวมั้ย?

เมื่อถึงเวลาพิธี ยามที่แดดสาดลอดแนวไผ่มาจับตรงแคร่อย่างเหมาะเหม็ง ควันธูปเทียน คละคลุ้งต้องแสงอวลทั่วบริเวณพิธี เฒ่าคงนั่งหลับตาพริ้ม บนเสื่อหน้าแคร่บริกรรมคาถาอะไรของแกอยู่เป็นนาน ก่อนจะล้วงไปในย่ามหยิบปฏิทินจีนหนาเป็นปึกขึ้นมาวางบนแคร่ หน้าปฏิทินระบุตัวโม่งว่า 23 ม.ค. 2558 แผ่นกระดาษก่อนหน้านั้นถูกฉีกออกไปแล้ว แกหันมาสั่งไอ้ดำแบบหนักแน่นว่า...

“เอ็งไปในห้องข้าบนเรือน ที่ข้างฝาใต้หิ้งพระ มีหน้าไม้มนตร์สีดำแขวนอยู่ไปเอามาให้ครบทั้งคัน และดอกทั้ง 3 ดอก ข้ามัดไว้แล้ว กราบก่อนหยิบ ล่ะ...” เฒ่าคงย้ำท้ายคำ

ไอ้ดำกึ่งเดินกึ่งวิ่งครู่หนึ่งจึงกลับลงมาจากเรือนพร้อมหน้าไม้สีดำสนิทในมือ เมื่อไอ้ดำส่งหน้าไม้ให้เฒ่าคง เฒ่าคงรับไปวางไว้บนแคร่ หันปลายไปยังต้นยางนาใหญ่ริมคูน้ำไกลออกไป หยิบลูกดอกออกมาจากกระบอกไม้ไผ่รมควันปล้องย่อม ๆ แล้ววางจุ่มปลายลูกดอกหน้าไม้ลงไปในขันน้ำมนตร์

จากนั้นล้วงลงไปในย่าม หยิบกระดาษขนาดสมุดนักเรียนออกมา มันเป็นรูปของ ยิ่งลักษณ์ สมศักดิ์ และ นิคม ที่ถ่ายเอกสารมามีขนาดสัดส่วนเท่ากัน “เอ้า ! แป๊ะทง เอาไปติดที่ต้นยาง เอารูปนังปูไว้บน ไอ้สมศักดิ์ กะ ไอ้ไวรัสเอาไว้เท่า ๆ กันต่ำลงมา..” กล่าวจบยื่นให้แป๊ะทง เฒ่าคงพรมน้ำมนตร์ให้แป๊ะทงก่อนจะรับทั้งสามภาพไป

เฒ่าคงกล่าวขณะรอให้แป๊ะทงไปติดภาพที่ต้นยาง “ ข้าบนบานศาลกล่าวต่อพระนเรศวร ว่า ให้การจัดการคนชั่วของบ้านเมือง พรุ่งนี้ สภาสอนอชอเขาจะลงมติถอดถอน คนเลวทั้งสามคน ข้ากะเฒ่าหวังจึงคิดว่าเราต้องตัดไม้ข่มนาม...เอามันให้อยู่...หน้าไม้มนตร์เนี่ยะ” ชี้ไปที่หน้าไม้รมควันดำสนิทที่วางบนแคร่ “ เป็นของปู่ข้า มีผู้ขมังเวทย์ลงอักขระไว้ เป็นเครื่องรางประกอบพิธีไล่ความชั่วร้ายได้ ก็จะลองใช้ดูที่นี้แหละ...”

แป๊ะทงเดินกลับมานั่งบนเสื่อ “ติดเรียบร้อยแล้วลุง นังปูอยู่ภาพบน สมศักดิ์ กะ ไอ้ไวรัส คู่กันต่ำลงมา..ถูกมั้ยลุง?” รายงานผู้เฒ่าด้วยสำเนียงไทยปนจีน ทุกคนต่างก็หันไปมองกระดาษสีขาวซึ่งแปะติดต้นยางนาอายุนับร้อยปี ซึ่งไกลออกไปจนเห็นภาพใบหน้าทั้งสามนั้นเพียงใหญ่กว่าเหรียญสิบบาทนิดเดียว

เฒ่าคงหยิบลูกดอกหน้าไม้ทั้งสามดอกออกมาจากบาตรน้ำมนตร์ ใช้หัวแม่มือที่พนมอยู่ที่หน้าอกทั้งสองมือหนีบลูกหน้าไม้ทั้งสามดอกเอาไว้ หลับตาบริกรรมภาษาที่ไม่มีใครฟังออกบางตอนคล้าย ๆ กับพระสวด แต่บางท่อนมันเป็นภาษาที่แปลกหูออกไป ไอ้ดำเชื่อแล้ว ที่เล่ากันว่าเฒ่าคงในยามบวชพระเปรียญห้าประโยคเมื่อ 50 ปีก่อนแล้วแกก็ออกธุดงค์หายไปอยู่ในป่าหลาย ๆ ปี ก็ไม่รู้ว่าแกไปพำนัก ณ ที่ใด เป็นไปได้ว่าแกได้วิชามาจากในป่าในดงนั่นแหละ

ทันทีที่สวดเสร็จ เฒ่าคงลืมตาซึ่งถ้าใครสังเกตจะรู้ว่า มันดูแข็งกร้าวดั่งไม่ใช่คนอายุ 75 ปี แกเงื้อลูกหน้าไม้ทั้งสามดอกขึ้นสุดแขน แล้วจึงจ้วงแทงไปบนปฎิทินกระดาษปึกหนาที่วางอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ตรงหน้า กลางตัวเลข 23 มกรา ฯ 58 ...ลูกหน้าไม้ทั้งสามดอกติดตรึงจนทะลุปฏิทินหนา ๆ นั้น...เฒ่าหวัง แป๊ะทง และ ไอ้ดำ ต่างนั่งมองและพนมมือกันเงียบ

จากนั้นเฒ่าคงจึงค่อย ๆ ประคองหน้าไม้ที่รมควันดำสนิท ออกมาจากแคร่ เหนี่ยวสายรั้งสุดแรงมาคล้องที่ตะขอไกที่อยู่ท้ายราง กลางร่องด้านหน้าก็หยิบดอกหน้าไม้มาวาง “สองดอกแรกจะเป็น ไอ้สมศักดิ์ กะ ไอ้ไวรัส ดอกสุดท้ายน่ะ...เป็นของนังปู ” เสียงเฒ่าคงดูเคร่งขรึมยิ่งนัก

เฒ่าคงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน ยกหน้าไม้ขึ้นมาประทับในระดับสายตา มือที่เคยสั่นวันนี้กับดูมั่นคงไม่ไหวติง ทันทีที่ตะแกเหนี่ยวไก เสียง...“แช๊ดดดดดด” ลูกน้าไม้ก็จะพุ่งไปอย่างแรงตรงดิ่งไปยังเป้าภาพหน้าคนที่แปะอยู่ที่ต้นยางใหญ่อายุนับร้อยปี...ทุกคนต่างจ้องมองเป็นตาเดียวกัน หากแต่มันไกลจนไม่แน่ใจว่าเสียงที่ดัง “ฉึก” ทั้งสองครั้งนั้นมันโดนส่วนไหนของกระดาษหรือไม่?

เฒ่าคงสีหน้าไม่ค่อยดีนัก ประจงหยิบลูกหน้าไม้ดอกสุดท้ายขึ้นมาวางบนร่องรางหน้าไม้ซึ่งขึ้นไกพร้อมแล้ว...แกถอนหายใจยาว ก่อนจะเล็งไปยังเป้าเป็นครั้งสุดท้าย...เสียง “แช๊ดดดดดดดดดด...”

ลูกหน้าไม้พุ่งออกอย่างแรง......“ฉึก...” นาทีนั้นสายลมพัดกรรโชกเข้ามาในบริเวณอย่างแรงจนผ้าที่คลุมแคร่ไหวพลิ้ว ฝุ่นฟุ้งไปทั้งลาน พร้อมเสียงฟ้าลั่นครืน ๆ ๆ มาจากทางทิศตะวันออก ไอ้ดำมองสบตาเฒ่าหวังซึ่งพยักหน้าช้า ๆ ยกมือขึ้นพนมหว่างอก ถอนหายใจยาว...

แม้ว่าเป้ากระดาษสีขาวนั้นจะไกลจนสังเกตใบหน้าแทบไม่เห็น แต่ครั้งนี้ทุกคนต่างเห็นได้ชัดว่ามันปักแน่นส่วนบนของกระดาษที่ติดเดี่ยว ๆ อยู่แผ่นบน ซึ่งก็คือภาพของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั่นเอง ยางของต้นยางนาสีแดงเข้มไหลเป็นทางยาวผ่านกระดาษสีขาวลงมาจนสามารถเห็นได้ในระยะไกล....

“ไอ้สมศักดิ์ทาสรอด ไอ้ไวรัสก็รอด...แต่นังปู ไม่รอด โดนถอดแน่...” เฒ่าคงกล่าวเบา ๆ ก่อนหลับตาสวดอะไรพึมพำ ๆ เบา ๆ...

....ยามนั้นก็ไม่รู้ได้ว่า...เจ้านกแสกตัวนั้นบินมาจากทางทิศไหน...โผมาเกาะที่ตอไม้ใกล้ ๆ ต้นยางที่มีภาพดั่งเปื้อนเลือดติดอยู่...มันเอียงคอไปมาเหมือนหยอกล้อภาพทั้งสามนั้น..

นายเม็ดฝุ่น เองครับ
6 ก.พ. 2558/17.17
.................................

โดย Thaihippy

 

กลับไปที่ www.oknation.net