วันที่ จันทร์ กุมภาพันธ์ 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

ทำงานตามลำดับความสำราญ


 

#ทำงานตามลำดับความสำราญ

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

.

S : #ปัญหา

อยากเพิ่มประสิทธิภาพให้การทำงานและการใช้ชีวิต แต่ยังจัด #ลำดับความสำคัญ ของงานผิดอยู่ใช่ไหม?

.

P : #สาเหตุ

ที่เป็นเช่นนั้นเกิดจาก 3 สาเหตุ

1. ไม่มีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน

2. กำหนดชิ้นงานที่สอดคล้องต่อการบรรลุเป้าหมายไม่เป็น

3. ไม่รู้ว่างานชิ้นใดควรใช้คำว่า “เดี๋ยวก่อน” งานชิ้นใดควรใช้คำว่า “เดี๋ยวนี้”

จริงไหมครับ?

.

I : #ผลกระทบ

หากยังปล่อยให้ตนเองลำดับความสำคัญของงานผิดจนเกิดผลเสียต่อความสุขและความสำเร็จในชีวิตที่ตนเองปรารถนา

คุณก็ต้องรู้สึกแย่กับตัวเองอย่างมากเลยใช่ไหมครับ?

วันนี้ลองนำเทคนิคบริหารเวลาของผมไปใช้ดูครับ

.
N : #ทางแก้

หลายคนอยากบริหาร “เวลา” ให้สำเร็จ

แต่จนแล้วจนรอด ในทางปฏิบัติก็มักล้มเหลวไม่เป็นท่า

เกิดจากการที่พวกเขาไม่รู้ว่า

ในการบริหารเวลาให้สำเร็จ

สิ่งสำคัญจริงๆที่เราต้องบริหาร ไม่ใช่ “เวลา”

แต่เป็นการบริหาร “ชิ้นงาน” ที่เราต้องทำให้เสร็จในเวลานั้นต่างหาก

.

เพื่อจะลองดูวิธีที่แต่ละคนใช้รับมือกับงานและการใช้ชีวิต

เมื่อวานผมเลยลองโพสให้ผู้เรียนตอบคำถามเล่นๆ (แต่เอาจริง) ว่า

.

1.เขียนบทความประจำวัน

2.ให้คำปรึกษาผู้เรียนที่มีปัญหา

3.ตรวจและคอมเม้นกิจกรรมผู้เรียนในคลาส

คุณว่าสำหรับผม กิจกรรมไหนสำคัญที่สุด

.

คำตอบมีหลากหลายมาก

และแน่นอนว่าทุกคนเลือกตอบจาก “เทคนิคการทำงานตามลำดับความสำคัญ” ที่อาจจะเคยได้ยินหรือได้เรียนมา

.

แต่ปัญหาของ “การทำงานตามลำดับความสำคัญ” ที่ผมเห็นเป็นประจำคือ

คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า “อะไรคือสิ่งสำคัญ”

และการที่พวกเขาไม่รู้ว่า

ภายใต้เวลาที่มีจำกัดในแต่ละวัน

สิ่งใดควรทำก่อน สิ่งใดควรทำหลัง

เกิดจากการที่คนเหล่านี้ขาด “เป้าหมายที่ชัดเจน” ในชีวิต

.
เมื่อกำหนด “เป้าหมายที่ชัดเจน” ไม่เป็น

และกำหนด “ชิ้นงาน(ที่ต้องทำให้เสร็จในแต่ละวัน)” เพื่อการบรรลุเป้าหมายนั้น ไม่เป็น

ผลที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ

เขาจะให้ความสำคัญกับสิ่งที่ต้องพูดว่า “เดี๋ยวก่อน”

และละเลยที่จะจดจ่อให้ความสำคัญกับสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จ “เดี๋ยวนี้”

.

เมื่อคุณสะสมพฤติกรรมนี้ทุกวันๆจนติดเป็น “นิสัย”

มันจะส่งผลให้คุณกลายเป็นคนที่ “ทำงานตามอารมณ์”

.

หากคุณอยากมีความสุขและประสบความสำเร็จในชีวิต

จงทำงานและใช้ชีวิต “ตามเป้าหมาย” ไม่ใช่ “ตามอารมณ์”

.

คนทั่วไปจะทำงานตามลำดับ #ความสำคัญ

ส่วนผมเลือกที่จะทำงานตามลำดับ #ความสำราญ

“ทำงานตามลำดับความสำราญ” ให้ได้ทุกวัน

เดี๋ยวงานสำคัญๆในชีวิตมันจะสำเร็จตามไปเอง

.

ผมตัดสินใจเลือก “อาชีพ” จากการทำในสิ่งที่รัก

ดังนั้น คำว่า “การทำงานตามลำดับความสำราญ” ในที่นี้

จึงไม่ได้หมายถึง การทำชิ้นงานที่ง่ายและสบายใจที่จะทำก่อน

เพราะนั่นหมายถึง “การทำงานตามอารมณ์”

.

แต่หมายถึง การทำงานชิ้นงานที่เมื่อทำเสร็จแล้ว

1. คุณจะมี “ความสุข” มากที่สุด

2. ส่งผลต่อการบรรลุ “เป้าหมายชีวิต” ที่ตั้งไว้มากที่สุด

3. สร้างความสบายใจให้คุณมากที่สุด แม้วันนั้นทั้งวันจะไม่เวลาไปทำงานอื่นได้อีกเลยก็ตาม

.

แม้งานชิ้นนั้นจะยากและอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณชอบทำสักเท่าไหร่

แต่เพื่อการบรรลุเป้าหมาย การทำสิ่งที่จำเป็นต้องทำแม้เราจะไม่ชอบ ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่เลี่ยงไม่ได้ จริงไหมครับ?

.

มาถึงเฉลยของคำถามข้างต้น

.

เนื่องจากผมใช้ชีวิตตามเป้าหมายที่ชัดเจนในการเป็น Excellent Habit Coach

ดังนั้น งานทั้ง 3 ชิ้นนั้นจึงได้รับการตัดสินใจเลือกมาแล้วว่า “สำคัญ” และ “ส่งผลต่อเป้าหมาย”

.

หากสังเกตให้ดี จะมีชิ้นงาน 2 ชิ้นที่ผมกำหนดเวลาในการทำมันให้จบได้

และมีงานหนึ่งชิ้นที่ผมไม่อาจกำหนดเวลาเกิดขึ้นของมันได้

.

ผู้เรียนที่มีปัญหาแล้วทักมานัดเวลาขอคำปรึกษา

คือชิ้นงานที่ต้องได้รับการแก้ปัญหาให้ทันเวลามากที่สุด

ไม่ต่างจาก “ผู้ป่วยฉุกเฉิน” ที่ต้องได้รับการรักษาให้ทันเวลา

.

แต่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า “ผู้ป่วยฉุกเฉิน”

มันจึงไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยจนกระทบชิ้นงานที่ผมสามารถคุมเวลาในการทำให้เสร็จได้

.

ดังนั้นในแต่ละวัน

งานเขียนบทความซึ่งเป็นประโยชน์ของคนหมู่มากจึงสำคัญที่สุดและต้องทำให้เสร็จเป็นชิ้นแรก

(เช่นบทความที่ผมเขียนเสร็จและคุณกำลังอ่านมันอยู่ในตอนนี้)

ด้วยเหตุนี้ งานชิ้นแรกที่ผมจะต้องทำให้จบ คือ งานเขียน

.
และหากไม่มี “ผู้ป่วยฉุกเฉิน” เข้ามา

งานสำคัญอันดับต่อมาที่ผมต้องทำให้เสร็จ ก็คือการขึ้นวอร์ดเพื่อตรวจรักษาและติดตามอาการผู้ป่วยที่อยู่ในความดูแล

นั่นคือ การตรวจคอมเม้นการบ้านของผู้เรียนทุกคนในแต่ละคลาสนั่นเอง

.

ในการฝึกทักษะให้สำเร็จ ผู้เรียนต้องการคำแนะนำจากผม

ผมต้องติดตามบันทึกพัฒนาการของผู้เรียนแต่ละคนว่าวันนี้ ทักษะของเขาได้รับการพัฒนาไปถึงระดับไหนแล้ว

กระตุ้นผู้เรียนที่จิตตก ขาดความมั่นใจ ก้าวข้ามข้อจำกัดของตนเองยังไม่ได้

ผลักดันและแก้ปัญหาให้ผู้เรียนที่เริ่มจะทำได้ดี

คอยคอมเม้นสิ่งที่แต่ละคนต้องปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เขามี “ชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม” ให้ได้ในทุกวัน

.

หมอทั่วไปรักษาโรคทางกาย

แต่หมอที่ยอดเยี่ยมจะรักษาโรคทางใจ

สิ่งที่หมอที่ยอดเยี่ยมจ่ายให้ผู้ป่วยจึงไม่ใช่ “ยา”

แต่เป็น “ความหวัง” ที่ผู้ป่วยจะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้จริง

.

มีผู้เรียน (ที่เข้าใจในการทำหน้าที่ของผม) เคยถามผมว่า

ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งตรวจคอมเม้นการบ้านวันหลายสิบชิ้น

ต้อง(อด)ทนอยู่กับความอ่อนแอ(วินัย) และ อ่อนด๋อย(ทักษะ) ของผู้เรียน

รายได้ก็ไม่ได้มากเมื่อเทียบกับการเปิดคลาสออนไลน์จริงๆ

ที่เปิดรับผู้เรียนได้คราวละมากๆ เพราะให้ผู้เรียนที่สมัครไปเรียนรู้และฝึกฝนเอาเองจากคลิปวีดิโอ

ซึ่งวิธีนั้น ผู้เรียนยิ่งมาก คนสอนก็ยิ่งรวย

.
ผมได้แต่ยิ้ม แล้วตอบไปเบาๆว่า

ก็เพราะผมไม่ได้เลือกที่จะเป็นแค่ “คนสอน” ไง

เป้าหมายที่ผมเลือกคือการเป็น “ผู้ฝึกสอน” (ที่ช่วยชีวิตผู้เรียนให้ได้มากที่สุด ตามนิยามคำว่า “ยอดเยี่ยม” ของผม)

.

และหน้าที่สำคัญของ “ผู้ฝึกสอน” ไม่ใช่แค่ “สอน”

แต่คือการ “ฝึก” พวกเขาก่อน แล้ว “สอน” ให้พวกเขาได้เรียนรู้ “บทเรียน” ที่เขาต้องได้เรียนรู้

เพื่อให้พวกเขานำ “ความรู้ความเชี่ยวชาญ” ไปใช้ให้เกิด “ผลลัพธ์” ที่พวกเขาต้องการในชีวิต

.

ความสำราญ (ความสุข) ของผมจึงไม่ได้อยู่ที่ “ชิ้นงาน” ที่ผมต้องทำให้เสร็จ

แต่ความสำราญของผมอยู่ที่ “ผลลัพธ์ของชิ้นงาน” ที่ผมต้องทำให้สำเร็จ

“ชิ้นงาน” ของผมจะจบเมื่อ “ผู้เรียน” ของผมพบความสำเร็จ

.

ท่านพุทธทาสภิกขุ กล่าวว่า

“ความสำราญทางกายต้องลงทุนด้วยความรุ่มร้อนทางใจเสมอ”

ดังนั้น เมื่อฝึกตนเองให้ “ทำงานตามลำดับความสำคัญ” แล้ว

ก็อย่าลืมฝึกตนเองให้ “ทำงานตามลำดับความสำราญ” ด้วยนะครับ

.

ชอบกด Like ถูกใจกด Love

แบ่งปันสิ่งดีๆกด Share

.

Be Yourself…Enjoy Your Game

#โค้ชธนา

#Excellent_Habit_Coach

#Rakdee_Training

#ขอให้ผมช่วยได้อีกคน

 

โดย แมวเหมียวสิบชีวิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net