วันที่ พฤหัสบดี กุมภาพันธ์ 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

นักวิจัยพบความแก่ชรา มีอย่างน้อย 4 แบบด้วยกัน !!


นักวิจัยพบความแก่ชรา มีอย่างน้อย 4 แบบด้วยกัน !!
 
 
 

การที่คนเราแก่ตัวลงนั้น ไม่ได้วัดกันตรงตัวเลข
อายุที่มากขึ้นเพียงอย่างเดียว
 

แต่ความชราภาพที่แท้จริง ดูกันที่ความเสื่อมถอย

ของอวัยวะและระบบต่าง ๆ ในร่างกาย
 

ซึ่งล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า ความแก่ชรานั้น
มีอยู่อย่างน้อย 4 แบบ โดยแบ่งตามประเภทของ
อวัยวะและระบบการทำงานของร่างกาย ที่มีแนว
โน้มจะเสื่อมสภาพลงได้มากที่สุดในแต่ละบุคคล
 
 

ทีมนักวิจัยจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย
สแตนฟอร์ดของสหรัฐฯ เผยผลการศึกษาข้างต้น
ในวารสาร Nature Medicine โดยระบุว่าร่างกาย
ของคนเรานั้นมี "ประเภทความชรา"(ageotypes)
ที่แตกต่างกัน ซึ่งในปัจจุบันสามารถจำแนกได้
อย่างน้อย 4 ประเภทคือ
 
 
กลุ่มภูมิคุ้มกันชรา,

กลุ่มตับชรา,

กลุ่มไตชรา และ

กลุ่มระบบเผาผลาญชรา
 
 
การแบ่งแยกประเภทของความชรานี้
ได้จากผลวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพ และความ
เปลี่ยนแปลงของตัวบ่งชี้ทางชีวภาพ
(biomarkers)
 
 
ที่เป็นสารเคมีหลายร้อยชนิดในร่างกายของ
กลุ่มตัวอย่าง 43 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 29-75 ปี
โดยมีการติดตามเก็บข้อมูลดังกล่าวเป็นเวลา 2 ปีเต็ม
และเปรียบเทียบข้อมูลที่ได้ระหว่างกลุ่มตัวอย่าง
หนุ่มสาวกับคนชรา
 
 

ศาสตราจารย์ ไมเคิล ชไนเดอร์ ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า
"การค้นพบตัวบ่งชี้ทางชีวภาพเหล่านี้ ทำให้เราจัดแยก
ประเภทของความชราในแต่ละบุคคลออกได้เป็นสี่กลุ่มใหญ่ ๆ
 
แต่ในอนาคตหากมีการค้นพบตัวบ่งชี้ทางชีวภาพใหม่ ๆ
เพิ่มเติมอีก ในกลุ่มประชากรที่มากกว่าเดิม ก็อาจจำแนก
ประเภทของความชราได้ละเอียดมากขึ้น และอาจจะมีรูปแบบ
ของความชราหลากหลายประเภทขึ้น"
 
 
"คนกลุ่มที่มีระบบภูมิคุ้มกันชราหรือเสื่อมสภาพ
จะพบสารก่อการอักเสบสะสมในตัวเองมากกว่า
คนอื่น ๆ
 
 
คนกลุ่มที่มีตับหรือไตชรา จะพบค่าของสารที่
แสดงถึงความเสื่อมถอยของอวัยวะดังกล่าวสูง
 
 
ส่วนคนกลุ่มที่ระบบเผาผลาญชราจะพบปริมาณ
น้ำตาลในเลือดอยู่มากกว่าคนทั่วไป ซึ่งแสดง
ถึงการที่ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลกลูโคสได้
อย่างมีประสิทธิภาพ"
 
 

"หากเราได้รู้ถึงประเภทของความชราในแต่ละคน
 
จะทำให้ง่ายต่อการหาวิธีป้องกันและหยุดยั้ง
 
การเสื่อมสภาพของร่างกายได้ถูกต้องเหมาะสม
 
 
โดยมีความจำเพาะเจาะจงในการใช้ยาหรือใช้
 
วิธีรักษาต่าง ๆ กับแต่ละบุคคลมากขึ้น"
 
 

รายละเอียดโปรดอ่านเพิ่มได้จาก...
https://www.bbc.com/thai/features-51288077
 
 

***
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
BBC Thai
ขอขอบคุณ

โดย สุรศักดิ์

 

กลับไปที่ www.oknation.net