วันที่ อาทิตย์ กุมภาพันธ์ 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

พรรคสำรองของทอนอย่าชื่อ พรรคบ้า !?// พล.อ.สนธิก็อยู่บ้านหลวงด้วย


link@: เบื้องหลัง พรรคกล้า // แก้รัฐธรรมนูญ เสริมแกร่งบัลลังค์ ‘บิ๊กตู่’

สวัสดีครับ

         เมืองไทยมีการหมกมูลฝอยเอาไว้ใต้พรมมากนักรับ อย่างเรื่อง"บ้านหลวง" ก็มีนายทหารที่เกษียณฯแล้ว แต่ก็ยังอาศัยอยู่ในบ้าน

พักตามเดิม เป็นต้น แล้วคงจะมี 'ของหลวง'แถมอยู่ด้วยอีกเหมือนกัน ประเด็นพวกนี้ ไม่รู้ว่า 'บิ๊กแดง' ที่ยังเหลืออายุราชการ 7 - 8 เดือน

จะเก็บกวาดหวาดไหวหือเปล่า

         ที่น่าขำกล้งได้แก่พรรคอนค. เพราะหน.พรรคด่าที่ปรึกษาพรรคเรื่องคนเกียณฯยังอยู่บ้านหลวงเข้าเต็มเปาทีเดียว คนที่ถูกด่าเป็น

พล.ท. พอถูกสื่อมือเก่าซักในการสัมภาษณ์ก็ตอบแบบเอาสีข้างเขาถูลูกเดียว แล้วสมาชิกคนอื่นๆของพรรคนี้ก็มีเรื่องแปลกๆ เช่น เป็นถึง

ส.ส.แล้ว แต่ไม่ยักยอมใช้หนี้ทุนกยศ.ก็มีเหมือนกัน ครั้นพอถูกสื่อถาม ก็บอกว่ายังไม่สะดวกที่จะใช้หนี้ดื้อๆ ... เฮ้อ ... อ่อนใจจังเล้ย .....

 

 (อ่านย้อนหลัง)

ว่าด้วยเรื่อง 'หนี้ กยศ.' ของ สส.


 

    ช่วงไม่อยู่.....
    ก็อาศัยติดตามข่าวสารโซเชียลมีเดีย เปิดๆ ปิดๆ ติดบ้างไม่ติดบ้าง ทางมือถือ 
    รับรู้ได้ว่า ที่ฮิตและพูดจากันอื้ออึง 
    เห็นจะไม่พ้นเรื่อง ส.ส.แสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.
    โดยเฉพาะราย ส.ส.อนาคตใหม่ ๓-๔ คน 
    ค้างชำระหนี้ กยศ. (กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา) เป็นหลักแสนและหลักหมื่นแต่ละราย ในขณะบัญชีทรัพย์สินที่ยื่น มีกันเป็นล้านๆ บาท 
    "สำนักข่าวอิศรา" นำมาเปิดให้ดู พอสรุปได้ ดังนี้
    -นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อนาคตใหม่ อายุ 27 ปี  
    มีทรัพย์สิน 222,623 บาท หนี้ กยศ. 202,360 บาท 
    -นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.อนาคตใหม่ อายุ 29 ปี 
    มีทรัพย์สิน 11,000,000 บาท หนี้สิน 6.7 ล้านบาท  
    เฉพาะหนี้ กยศ. ยอดหนี้คงเหลือ 35,549 บาท
    -นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก อนาคตใหม่ อายุ 37 ปี  
    มีทรัพย์สิน 8,000,000 บาท หนี้สิน 1.3 แสนบาท  
    หนี้ กยศ.ตั้งแต่ปี 42 ยอดหนี้คงเหลือ 85,667  บาท 
    -นายพีรเดช คำสมุทร ส.ส.เชียงราย อนาคตใหม่ อายุ 32 ปี 
    มีทรัพย์สิน 8,200,000 บาท
    มีหนี้ กยศ.ยอดคงเหลือ 83,433 บาท
    ที่ถูกวิพากษ์-วิจารณ์มากเป็นพิเศษ คือรายนายรังสิมันต์ โรม และเขาโพสต์ fb ชี้แจง ไว้ ๔ ข้อ 
    1.ป.ป.ช.กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชี้แจงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน โดยแจ้งรายการที่เราต่างมีอยู่ก่อนหน้าวันที่ 25 พฤษภาคม 2562 (วันที่ปฏิญาณตนรับหน้าที่ในสภา)
    2.การชำระหนี้ กยศ.นั้น 
    จะชำระกันเป็นรายปี ซึ่งผมเองก็ทำตามระเบียบปกติในการกู้ยืมเพื่อการศึกษา เมื่อต้องชำระ ผมก็ได้ทำการชำระไปตามปกติ
     โดย ป.ป.ช.ให้ผมแจ้งหนี้ กยศ.ออกเป็นสองส่วน โดยส่วนหนี้สิน ผมต้องนำยอดรวมทั้งหมด มาหักลบกับที่ชำระไปก่อนหน้าแล้ว 
    ซึ่งการชำระหนี้ กยศ.ปีนี้ ผมเพิ่งจ่ายไปเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 
    ดังนั้น ยอดการชำระคืนของปีนี้ จึงไม่ได้ถูกนับรวมไปในส่วนที่ถูกชำระไปแล้ว
    3.ในส่วนของทรัพย์สินนั้น ยอดรวมที่เป็นประเด็นคือประมาณสองแสนกว่าบาท ผมขอชี้แจงเบื้องต้นเลยว่า
    ผู้ที่นำประเด็นว่า ผมมีทรัพย์สินสองแสนกว่า ทำไมไม่ชำระหนี้ประมาณสองแสนเสียที นั้น 
    กำลังอาศัยการใช้กลเม็ดเล่นคำ เนื่องจากยอดทรัพย์สินรวมนี้ นั้น มาจากเงินสดที่ผมมีอยู่จำนวนสองหมื่นบาท 
    อีกส่วนมาจากบัญชีเงินฝากทุกบัญชีที่ผมมีอยู่ รวมถึงผลตอบแทนที่จะได้จากเบี้ยประกันในอนาคต (ซึ่งยังไม่ได้ ณ ตอนนี้) 
    และจากจุดนี้เอง ที่มีการอาศัยความเข้าใจผิด ว่าผมมีทรัพย์สินมากมาย มากกว่าหนี้ กยศ.อาศัยความดราม่า เล่นใหญ่ว่า 
    ทำไมผมจึงไม่ยอมจ่ายชดใช้หนี้แผ่นดิน ทั้งที่ผมไม่เคยมีปัญหาในการใช้หนี้คืน กยศ.
    4.ทั้งนี้ ผมลงเล่นการเมืองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อายุแค่ 27 ปี 
    กยศ.ให้เวลาในการชำระหนี้ 15 ปี ผมก็ไม่เคยหลบหนี ก็มีบางคนกล่าวหาผมว่าเงินเดือนตั้งเยอะ ทำไมจึงไม่ใช้หนี้ให้หมด 
    ผมก็ต้องตอบตรงๆ ว่าผมเป็นมนุษย์ ก็ต้องบริหารจัดการวางแผนทุกอย่างให้ดี 
    เป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่งที่ยังคงต้องเดินทางไปทำงาน รับประทานอาหาร จ่ายค่าที่พักอาศัย ค่าใช้จ่ายรายเดือน 
    รวมถึงการบริจาคให้กับพรรคอนาคตใหม่ เนื่องจากพรรคของเราไม่มีนายทุน ผมมีรายได้และรายจ่ายเหมือนคนปกติทั่วไป 
    แน่นอนว่าที่ผ่านมา หนี้ กยศ.ก็ยังคงเป็นหนึ่งในรายจ่ายนั้นเสมอมา ซึ่งก็ไม่เคยบกพร่องเรื่องนี้
    ส่วนอีก ๓ ส.ส.อนาคตใหม่ นั้น ยังไม่มีคำอธิบายถึงเหตุที่ยังมีหนี้ กยศ.ค้างอยู่
    ครับ.....
    ก่อนจะไปต่อว่า-ต่อขาน ประจานคน ก็มาทำความใจเรื่องเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ.กันก่อนสักเล็กน้อย
    พูดถึง กยศ.อันเป็นกองทุนให้ "อนาคตใหม่" ที่ไม่ Fake กับนักเรียน-นักศึกษา ในรอบ ๒๐ กว่าปีมานี้
    ต้องขอบคุณ "นายบรรหาร ศิลปอาชา"
    อดีตนายกรัฐมนตรี แห่งพรรคชาติไทยสมัยนั้น ที่มาเป็นชาติไทยพัฒนาสมัยลูกท็อป "รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรฯ" วันนี้
    รัฐบาลอดีตนายกฯ บรรหารนั่นแหละครับ เป็นผู้จัดตั้งกองทุน กยศ. ตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ 
    ออก พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาต่อมา เมื่อปี ๒๕๔๑ 
    เป็นกองทุนหมุนเวียน มีสโลแกนว่า "รุ่นพี่จะต้องส่งคืนเงินกู้ยืม เพื่อให้โอกาสน้องๆ รุ่นต่อไปบ้าง" 
    จากระดับมัธยมปลาย ปวช./ปวส./อนุปริญญาตรี-ปริญญาตรี กู้ยืมเงิน กยศ.ไปเรียนได้
    มีหลักเกณฑ์ว่า ผู้จะกู้ กยศ.จะต้องเป็นผู้
    -ขาดแคลนทุนทรัพย์ 
    -รายได้ครอบครัวไม่เกิน ๒ แสนบาทต่อปี
    -ต้องทำประโยชน์ต่อสังคมและต่อสาธารณะ
    -อายุในขณะที่ขอกู้ยืมเงิน.........
    เมื่อนับรวมกับระยะเวลาปลอดหนี้ ๒ ปี และเวลาผ่อนชำระอีก ๑๕ ปี รวมกันแล้วต้องไม่เกิน ๖๐ ปี
    ถ้าถามว่า คนไม่ขาดแคลนทุนทรัพย์ จะกู้ กยศ.เพื่อเรียนต่อได้มั้ย?    
    คำตอบ คือ ได้ 
    ในสาขาวิชาที่เป็นความต้องการหลัก ในระดับ ปวส./อนุปริญญาตรี/ปริญญาตรี
    เอ้า...ทีนี้ก็มาดูอย่างรายนายรังสิมันต์ โรม ซิว่า เขาควรถูกประณามหรือไม่ ในประเด็นค้างหนี้กยศ.?
    นายปิยบุตร อดีตอาจารย์สอนกฎหมายมหาชน ธรรมศาสตร์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า 
    เขามี ศ.วรเจตน์ นิติราษฎร์ เป็นไอดอล 
    มีนายรังสิมันต์ เป็นศิษย์เอก 
    และมีนายธนาธร อนาคตใหม่ ที่ Fake หรือเปล่าไม่ทราบ นั้น เป็นเพื่อนเลิฟ 
    ช่วงนายรังสิมันต์ ใช้ธรรมศาสตร์เป็นฐาน "คนอยากเลือกตั้ง" เคลื่อนไหว ก่อนร่วมปิยบุตร-ธนาธร ตั้งพรรคอนาคตใหม่และลงเลือกตั้ง 
    เขาให้สัมภาษณ์ 101 One-On-One โดย "ยิ่งชีพ อัชฌานนท์" เมื่อเดือนมีนาปี ๖๑ ว่า
    "ตอนนี้ ผมเรียนปริญญาโท สาขากฎหมายมหาชน ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อยู่ในช่วงการเขียนวิทยานิพนธ์ ....ฯลฯ....
    รายได้เลี้ยงตัวเองหลักๆ ของผมตอนนี้ 
    มีเงินจากที่บ้านและการทำงานเป็นผู้ช่วยอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
    ครอบครัวผมเป็นคนภูเก็ต ที่บ้านผมไม่ได้มีฐานะยากจน เขาอยากให้ผมเรียนจบปริญญาเอกด้วยซ้ำไป 
    ผมเคยคุยกับคุณแม่นะครับว่า อยากเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่ว่าตอนนี้ต้องดูอีกที เพราะผมติดพันอยู่กับการเมือง ....ฯลฯ.....
    ผมเกิดและใช้ชีวิตอยู่ภูเก็ตมาโดยตลอด เวลาเราพูดถึงสังคมคนใต้ นี่คือสังคมที่บ้าการเมืองมาโดยตลอด 
    ผมจำได้เลย วันที่ทักษิณชนะเลือกตั้งครั้งแรก ผมเห็นแม่กับยายผมจับเข่าคุยกันเรื่องทักษิณ  
    ดังนั้น ผมจึงเติบโตมากับครอบครัวที่คุยเรื่องการเมืองตลอดเวลา แม้กระทั่งพ่อผมเอง ซึ่งเป็นคนอเมริกันที่ย้ายมาอยู่ไทย เขาก็เป็นคนที่สนใจการเมือง....ฯลฯ....
    เนี่ย.......
    เมื่อทราบเส้นทางเป็นมาของนายรังสิมันต์ ก็ไม่แปลกใจด้านพฤติกรรม ความคิด การกระทำ ต่อสังคมชาติบ้านเมืองไทยของนายรังสิมันต์ ว่ามาจากไหน?
    แต่ที่แปลกใจ ก็ตรงที่ นายรังสิมันต์บอกเอง
    -บ้านผมไม่ได้มีฐานะยากจน เขาอยากให้ผมเรียนจบปริญญาเอกด้วยซ้ำไป 
    -มีเงินจากที่บ้านและการทำงานเป็นผู้ช่วยอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 
    อ้าว...
    แบบนี้ กู้ยืมเงิน กยศ.เรียนได้อย่างไร เพราะครอบครัวรายได้เกิน ๒ แสนบาท/ปีแน่นอน
    นายรังสิมันต์ ก็บอก ทางบ้านไม่ได้มีฐานะยากจน ต้องการให้เรียนถึงปริญญาเอกด้วยซ้ำ
    แสดงว่ารังสิมันต์ "ไม่ขาดแคลนทุนทรัพย์" คุณสมบัติเฉพาะไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะกู้ กยศ.ได้
    รังสิมันต์ น่าจะชี้แจงในประเด็นนี้บ้าง และพลอยสงสัยต่อไปอีกว่า 
    มีคัดกรอง-ตรวจสอบคุณสมบัติผู้กู้ก่อนอนุมัติหรือไม่?
    หรือนักศึกษาคนไหน ยื่นมา สถาบันศึกษาก็ตะบุ้ยเซ็นรับรองให้ กยศ.ก็จะอนุมัติไปตะพึด 
    ทำนองบัตร ๓๐ บาท คนรวยที่ "อยากจน" ก็งกเอา!
    เรื่องนี้ สำหรับ ๔ ส.ส.อนาคตใหม่ ดูตามยอดหนี้คงเหลือ แสดงว่า ก็จ่าย แต่ยังไม่หมด 
    พูดตามเงื่อนไข ยังไม่ถือว่าเบี้ยวหนี้
    แต่เงิน กยศ.ไม่ใช่เงินแสวงหากำไรทางธุรกิจ หากแต่เป็นเงินทางคุณธรรมสำนึก "เพื่อการศึกษา"
    ดังนั้น ใครก็ตามที่กู้ไป ไม่เฉพาะ ๔ ส.ส.นี้ เมื่อเงินคุณธรรมสร้างชีวิตให้แล้ว จนมีเป็นล้าน
    ก็ควรรู้ละอาย รู้สำนึก ว่าเงินนี้ เป็นเงิน "จากพี่สู่น้อง" ที่น้องๆ รออยู่จำนวนมาก 
    ดังนั้น เมื่อพอมี-พอเก็บ เอาไปคืนทีเดียวทั้งก้อน หรือผ่อนส่งทีละมากกว่าเกณฑ์งวด ก็เป็นสิ่งควรทำ เพราะนั่น นอกจากตัวเองไม่เดือดร้อนแล้ว
    ยังแสดงถึงความเป็น "คนดี" ทั้งต่อหน้าและลับหลังแท้จริง
    ทุกวันนี้ "ประชาธิปไตย-เผด็จการ" ไม่น่ากลัว 
    พวกต่อหน้า "เสแสร้งเป็นคนดี" เงินมี..ไม่จ่าย 
    ภาษี..ก็ไม่ยอมเสีย 
    พวกนี้ตะหาก ทั้งเฟก ทั้งน่ากลัว.


 

                "กรณ์" เขาตั้งพรรคใหม่ชื่อ "กล้า"

                เพื่อสะท้อนแนวทางและบุคลิกพรรคและคนที่จะเข้ามาร่วม

                แล้วทอนล่ะ......

                พรรคที่ตั้งสำรอง เผื่ออนาคตใหม่ถูกยุบ ชื่ออะไร?

                อย่าบอกนะว่าชื่อ "พรรคบ้า"!

                แต่ก็เข้าท่านะ เพราะตรงบุคลิกและสิ่งที่ทำอยู่ทุกวันนี้เป๊ะเลย

                ยิ่งใกล้ ๒๑ กุมภาที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดฟังคำวินิจฉัยยุบพรรค ก็ยิ่งชัด

                ชัดว่า พล่านและพาล เหมือน "หมาบ้าจนตรอก"!

                คนดีๆ มีสติสตัง เขาคงไม่งัดเรื่องนายกฯ ร้องเพลงบนเวทีหาเสียงเลือกตั้งพรรคพลังประชารัฐ ไปร้อง กกต.หรอกว่า เข้าข่ายจัดมหรสพรื่นเริง

                ไปร้องว่า "นายกฯ ทรมานหูคนฟัง"

                เออ...อย่างนั้น น่ารับไว้พิจารณา!

                คนที่ไปร้องน่ะ หน้าตาก็คน การศึกษาก็สูง แต่จิตสำนึกวิเคราะห์ ไหง..ต่ำ อย่างนั้นก็ไม่รู้

                ไอ้เจ้า "หัวหน้า" ก็เอาใหญ่ อะไรใกล้ตัวก็โหนเป็นเหตุปลุกระดม ลงถนน..ลงถนน ตะพึด

                เหตุ "เทอร์มินอล 21" คนทั้งบ้าน-ทั้งเมือง แยกแยะได้ "ใครดี-ใครเลว" ในสิ่งที่เกิด ไม่พาลโทษ-พาลด่ากราดไปทั้งกองทัพ

                โดยเฉพาะ "พี่น้องโคราช"

                ทั้งที่เขาเป็นผู้สูญเสียโดยตรง ถ้าจะหาเหตุ "ด่าทหาร-ด่ากองทัพ" ก็ต้องบอกว่า มีเหตุผลรับได้

                แต่เขาไม่คิด และไม่ทำ

                เพราะเขามีจิตสำนึกสูง แยกผิด-แยกถูก ในความเป็นตัวคน กับความเป็นกองทัพ เฉพาะราย-เฉพาะกรณี ออกจากกันได้ ไม่เหมารวม

                เมื่อเห็นพัฒนาการทาง "คุณภาพคน" ของพี่น้องโคราชอย่างนี้แล้ว มันสร้างความมั่นใจขึ้นไปอีกขั้นว่า

                อนาคต "ประเทศไทย-ชาติไทย" ไปรอดและไปรุ่ง ล้านเปอร์เซ็นต์ ด้วยกำลังหลักของชาติ จิตสำนึกสูงขึ้นเรื่อยๆ

                ถ้าเปรียบพี่น้องโคราชและอีสานใกล้เคียง

                เป็น "หน้ามือ"

                ทอนและพวก ที่ยกตนเป็นคนรุ่นใหม่

                ก็เป็น "หลังตีน"!

                ถามกันตรงๆ กับเหตุ "เทอร์มินอล 21" สถานการณ์ขณะนั้นในความเป็น "เพื่อนร่วมชาติ"

                ทอนและคณะพรรค แสดงออกถึงจิตใจและน้ำใจต่อผู้สูญเสียขณะนั้นอย่างใดบ้าง?

                และในยอดเงินบริจาคจากพี่น้องร่วมชาติ ณ ๐๘.๐๐ น.ของวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๕๘,๒๗๒,๐๙๓.๒๒ บาท

                ทอนและคณะพรรคอนาคตใหม่ มีซัก ๑ บาท หรือ ๑ สลึง ร่วมอยู่ในนั้นมั้ย?

                ไม่เลย.........

                มีอย่างเดียว จ้องจับผิด บิดประเด็น โพสต์ ด่า ทวีตด่า กระแนะ-กระแหน รัฐบาล นายกฯ และกองทัพ อย่างเดียว

                และก็ "โหน" อย่างเดียว......

                โหนกระหน่ำ-ซ้ำเติม เล่นบทปรารถนาดีของจิ้งจอก

                ฉวยโอกาส ลากกองทัพเป็นจำเลย

                ป่าวร้องให้ผู้คนออกมา ตัวเองจะเชือด-ชำแหละกองทัพ เป็นชิ้นๆ ว่าชั่วอย่างนั้น เลวอย่างนี้ให้ดู

                ทีอย่างนี้ มีเวลา ขมีขมันทำ

                ที กกต.ก็ดี ศาลรัฐธรรมนูญก็ดี ให้ไปชี้แจง หรือให้ทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรไป อย่างเรื่องพรรคกู้ยืมเงินธนาธร

                โอย....จะเป็น จะตาย

                เอกสารเยอะแยะมากมาย ทำไม่ทันบ้าง จำไม่ได้บ้าง เวลาน้อยบ้าง

                แล้วทั้งเลขาฯ โฆษกพรรค ไปลอยหน้า ลอยตา ลอยตีน จ้อหน้าไมค์ ศาลแกล้ง ศาลรับใบสั่ง ไม่เป็นธรรม เร่งรีบ ต่างๆ นานา

                โธ่...เวรตะไล

                คดีพรรคกู้เงิน ถ้าเป็นผู้หญิง ก็ท้องโย้ โต ๙ เดือน เลยกำหนดคลอดแล้วด้วยซ้ำ!

                ยังด้านว่า "รวบรัด-เร่งรีบ"!

                ขอเลื่อน ศาลก็ให้ อ้างพยานเพิ่ม ๑๗ ปาก ศาลก็ให้ แต่ให้เขียนส่งไป

                ก็อ้างอีก ทำไม่ทัน เกี่ยงให้นัดสืบทีละปาก พูดง่ายๆ จะยื้อไปเรื่อยๆ ศาลท่านก็รู้ แต่ได้โอนอ่อนผ่อนตามมาสมควรแก่เหตุแล้ว

                ๒๑ กุมภานี้ ตัดสินแน่!

                เป็นถึงอาจารย์สอนกฎหมาย แต่ทำเหมือนวัวควายไม่ประสา ที่น่าห่วง คนที่ไม่รู้ เมื่อฟังมันเอากฎหมายมาบิดอ้างในด้านจะได้ จะพลอยหลงเชื่อ

                ดังนั้น เอาอย่างนี้...........

                เพื่อความเข้าใจที่ตรงเรื่อง-ตรงประเด็น ขั้นแรก ต้องดูโจทย์ให้รู้-ให้เข้าใจก่อน ไม่งั้น เปะปะ ใครพูดอะไรก็จะไหลตามไปเรื่อย

                โจทย์ คือ คำร้องที่ กกต.ส่งไปให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย เมื่อ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ มีว่า

                "กรณีพรรคอนาคตใหม่ กู้ยืมเงินจากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

                จำนวน ๑๙๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท

                เป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืน มาตรา ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐ หรือไม่?

                และ........

                ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่

                ตามมาตรา ๙๒ วรรคหนึ่ง (๓) ประกอบมาตรา ๙๓ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.๒๕๖๐"

                นี่......

                ต้องยึดโจทย์ให้มั่น อย่าว่อกแว่กตามแก๊ง ๓ มะกอก ออกทะเลไปตามมัน

                เหมือนข้อสอบ เขาถามประเด็นไหน ต้องตอบให้ตรงประเด็นที่เขาถาม

                คือด้านข้อเท็จจริง กกต.ไต่สวน สอบสวน พิจารณาครบถ้วน ได้ความจริงแล้ว ว่า

                พรรคอนาคตใหม่ กู้ยืมเงินจากนายธนาธร "จริง"

                กกต.จึงขอให้ศาลฯ วินิจฉัยว่า.....

                เมื่อพรรคกู้เงินจริง จะผิดตามมาตรา ๗๒ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ๒๕๖๐ หรือไม่?

                นี่ขยักที่หนึ่ง

                เมื่อศาลฯ วินิจฉัยว่าพรรคกู้เงิน "ผิด-ไม่ผิด" แล้ว จึงถึงขยักที่ ๒

                จะยุบพรรคหรือไม่ยุบ ตามมาตรา ๙๒ วรรค ๑(๓) และมาตรา ๙๓ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ๒๕๖๐

                เนี่ย....

                ศาลฯ จะพิจารณาตามประเด็นที่ กกต.ร้องมาเท่านั้น

                จะเห็นว่า คดีนี้ "ด้านข้อเท็จจริง"

                ยุติแล้ว!

                ศาลฯ ไม่จำเป็นต้องไต่สวนเพิ่มเติม เพราะนายธนาธรก็ดี นายปิยบุตรก็ดี นางสาวพรรณิการ์ก็ดี

                ยอมรับแล้ว เรียกว่า "จำเลยสารภาพ" ว่าพรรคอนาคตใหม่กู้ยืมเงินจริง

                อีกทั้งบัญชีหนี้สินและทรัพย์สินที่นายธนาธรยื่นต่อ ป.ป.ช.ก็ระบุชัด ธนาธรปล่อยเงินกู้ให้พรรคถึง  ๒ สัญญา

                ดังนั้น........

                เหลือเพียงประเด็น "ข้อกฎหมาย" เท่านั้น ที่ศาลฯ จะต้องวินิจฉัยว่า

                เมื่อพรรคกู้เงิน จะมีความผิดถึงขั้น "ยุบ-ไม่ยุบ" พรรค

                เข้าใจประเด็นเรื่องนะครับ

                เมื่อเข้าใจ ก็ไม่ต้องไปบ้าตามไอ้เบื๊อกอาจารย์กฎหมาย ที่ตะแบงจะให้ศาลไต่สวนพยาน ๑๗ ปาก

                ในเมื่อข้อเท็จจริงจบแล้ว จำเลยสารภาพแล้ว จะต้องไต่สวนพยานหาส้นเกือกอะไร?

                เหลือ "ข้อกฎหมาย" เท่านั้น.........

                ซึ่งเป็นดุลยพินิจของศาล ว่าเมื่อจำเลยสารภาพ ความผิดตามสารภาพนั้น ถึงขั้น "ยุบ-ไม่ยุบ"

                ไม่เกี่ยวกับพยานเลย จะอีกกี่สิบ-กี่ร้อยปาก ก็ไม่เกี่ยวและไม่จำเป็น

                ประเด็น "ยุบ-ไม่ยุบ" ขึ้นอยู่กับมาตรา ๗๒ ที่ศาลฯ จะตีความ

                มาตรา ๗๒ มีว่า.......

                "ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด

                โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย"

                นั่นคือ.......

                -เงินบริจาค

                -ทรัพย์สิน

                -ประโยชน์อื่นใด

                -โดยรู้ หรือ​ ควรรู้​ ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือ​ มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

                นี่แหละ ประเด็นชี้เป็น-ชี้ตาย ตามข้อกฎหมายเชื่อมโยงไปถึงอีกหลายมาตราที่ต้องวินิจฉัย

                เข้าใจตรงกันแล้วนะ.

 

มวลอากาศเย็นจากจีนพัดเข้าไทย เหนือ-อีสาน อุณหภูมิลดฮวบ 2-4 องศา


 

 

16 ก.พ. 2563 กรมอุตุนิยมวิทยา เปิดภาพข้อมูลพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า โดยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีลมแรงและอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางพื้นที่

ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยาเมื่อเวลา 04.00 น. บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ในคืนนี้ (16 ก.พ.) ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีอุณหภูมิลดลง สำหรับลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ยังมีกำลังอ่อน ทำให้ภาคใต้มีฝนน้อย และคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังอ่อน

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้.

ภาคเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 12-20 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดดอยและเทือกเขาสูง มีอากาศหนาวถึงหนาวจัด
อุณหภูมิต่ำสุด 4-14 องศาเซลเซียส
ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-10 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณพื้นราบ อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 14-19 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส
บริเวณยอดภู มีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 11-15 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง เมฆบางส่วน กับมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 18-21 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 36-37 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก    เมฆบางส่วน อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิต่ำสุด 20-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)    เมฆบางส่วน กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่
ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส
ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร
ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) เมฆบางส่วน กับมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง
อุณหภูมิต่ำสุด 22-26 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล    เมฆบางส่วน
อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส
อุณหภูมิสูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม


 

15 ก.พ.63 - นายประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวเว็บข่าวสดอิงลิช เปิดเผยทางทวีเตเตอร์ว่า สัมภาษณ์ ​พล.อ.สนธิ​ อดีตหัวหน้า​#รัฐประหาร​ #คมช. 2549 เรื่องอยู่บ้านหลวงของนายพลเกษียณ​ แกบอกเห็นด้วยว่าเกษียณแล้วควรย้ายออก​เพราะบ้านหลวง ถามแกออกจากบ้านหลวงเมื่อไหร่​ แกบอกออกได้เกือบปี

-นี่เกษียณ​ไปสิบกว่าปีแล้ว​เลยถามแล้วทำไมจึงอยู่ต่อ​ แกบอกขออนุมัติแล้ว.

จบข่าว​ #ป​ #ทหาร"

'พปชร.'ตั้ง'จำลอง ครุฑขุนทด"นั่งปธ.ทีมวอร์รูมนอกสภารับศึกซักฟอก


 

16 ก.พ.63-ที่พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมว.พลังงาน ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ  กล่าวหลังการประชุมของคณะทำงานวอร์รูมนอกสภา เพื่อเตรียมข้อมูลให้กับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจและส.ส.พรรคพลังประชารัฐว่า พรรคได้เชิญผู้อาวุโสและผู้มีประสบการณ์ของพรรคมาเป็นคณะทำงานสนับสนุนผู้ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งคณะทำงานชุดนี้ล้วนมีประสบการณ์และผ่านการอภิปรายไม่ไว้วางใจและรู้ถึงแนวทางในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้นทุกคนจะเข้ามาเป็นผู้สนับสนุนทั้งเชิงข้อมูลและช่วยส.ส.ของพรรคที่จะดำเนินการอภิปรายอย่างสร้างสรรค์ในการตอบโต้หรือการให้ข้อมูลอย่างสร้างสรรค์ และช่วยให้การอภิปรายเป็นประโยชน์ต่อประชาชน

นายสนธิรัตน์ กล่าวว่า คณะกรรมการชุดดังกล่าวมีนายจำลอง ครุฑขุนทด เป็นประธานคณะทำงาน นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ เป็นเลขาฯ นายวัชระ กรรณิการ์ เป็นทีมโฆษกฯ นายทศพล เพ็งส้ม เป็นทีมกฎหมาย นายรณฤทธิชัย คานเขต เป็นหัวหน้าทีมประสานงานฝ่ายสภาผู้แทนราษฎร สำหรับตนเป็นผู้ช่วยดูแลในภาพรวม โดยถือเป็นครั้งแรกของพปชร. ที่ได้รวบรวมผู้อาวุโสของพรรคเข้ามา เพราะการอภิปรายครั้งนี้ฝ่ายค้านพุ่งเป้ามาที่พปชร. แต่เพียงพรรคเดียวและข้อกล่าวหาต่างๆ ก็เป็นข้อกล่าวหาที่เน้นทางการเมืองเป็นหลักไม่ได้เน้นข้อเท็จจริงทั้งหมดทีเดียว และเป็นความตั้งใจที่จะทำให้พปชร. เป็นเป้าหมายทางการเมือง 

"การตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาไม่ใช่เพียงแค่มาช่วยเหลือการอภิปรายไม่ไว้วางใจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเข้ามาช่วยการทำงานทางการเมืองของพรรคในการสร้างความเข้มแข็ง เพื่อให้พรรคเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาประเทศต่อไปได้ โดยคนเหล่านี้จะช่วยประคับประคองการทำงานของพรรคตลอดไป ทั้งนี้จะประสานกับประธานและวิปรัฐบาล เพื่อให้คณะทำงานชุดนี้ได้ประสานกับส.ส.ของพรรคและคณะทำงานชุดอื่นๆ เพื่อได้ร่วมทำงานเป็นทีมเดียวกัน โดยจะตั้งเป็นวอร์รูมตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันอภิปรายโดยคณะทำงานจะประจำที่สภา อย่างไรก็ตามพรรคและรัฐบาลพร้อมถูกตรวจสอบตามกลไกของสภาในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ"

 

 

16 ก.พ.63-ที่ศูนย์ประสานงานพรรคอนาคตใหม่ จังหวัดปทุมธานี ตัวแทนสมาชิกพรรคอนาคตใหม่จากทั่วประเทศ นัดหารือเพื่อลงความเห็นในการที่จะฟ้องร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)​เป็นรายบุคคลในฐานะสมาชิก​ เนื่องจากเห็นว่าเป็นการกระทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยมติของสมาชิกในที่ประชุมออกมาเป็นเอกฉันท์​ยืนยันที่จะฟ้อง กกต. หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ โดยวาระการนัดหารือในวันนี้สืบเนื่องจากการที่ กกต. ได้ส่งเรื่องให้กับศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณายุบพรรคอนาคตใหม่ และศาลรัฐธรรมนูญได้นัดอ่านคำวินิจฉัยคดี ในวันที่ 21 ก.พ.นี้ 

แถลงการณ์ของสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ระบุว่า พวกเราซึ่งเป็นสมาชิกพรรค ที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้างพรรคนี้กันขึ้นมาจนเป็นที่ยอมรับ และมีความเข้มแข็ง จนสามารถมีสมาชิกที่เป็นตัวแทนของพวกเราในสภาฯถึง 80 คน มีความวิตกกังวลต่อการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ว่าจะให้มีการยุบพรรคอนาคตใหม่หรือไม่ โดยพิจารณาจากการที่ กกต. รับคำร้องจากนายศรีสุวรรณ จรรยา ในคดีกู้ยืมเงินของพรรค ตามความผิดในมาตรา 66 ว่าเป็นการบริจาคเงินเกิน 10 ล้านบาท และ อนุกรรมการสืบสวนได้ยกคำร้อง แต่นายทะเบียนพรรคการเมือง ได้ตั้งกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริง แล้วตั้งข้อหาใหม่ ให้มีความผิดตามมาตรา 62, 66 และ 72 ซึ่งมีโทษถึงขั้นยุบพรรค โดยไม่มีการเรียกให้ผู้ถูกกล่าวหาไปชี้แจง และศาลรัฐธรรมนูญก็ได้เร่งรัดพิจารณาอ่านคำวินิจฉัยโดยไม่เปิดให้มีการไต่สวนตามคำร้องของพรรคอนาคตใหม่ 

"พวกเราจึงมีความเห็นว่าการกระทำของ กกต. เป็นการกระทำโดยมิชอบ อันเป็นความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 157 และแม้ว่าพรรคจะได้ดำเนินการฟ้องร้องในฐานะที่เป็นนิติบุคคลแล้ว แต่พวกเราซึ่งสมาชิกรายบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำของ กกต. ก็สมควรที่จะดำเนินการฟ้องร้องต่อ กกต.ในฐานะบุคคลเช่นเดียวกัน และหากมีการยุบพรรคอนาคตใหม่ในวันข้างหน้า กกต. ก็สมควรจะต้องรับผิดชอบต่อค่าสมาชิก และเงินบริจาคที่เรามอบให้พรรคในคดีแพ่งต่อไป"

นายพยอม สมประสงค์​ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ปทุมธานี​ กล่าวว่า การที่มารวมตัวกันในวันนี้เกิดจากความพร้อมทางความคิดของแต่ละบุคคล พรรคอนาคตใหม่เป็นพรรคการเมืองของประชาชน เริ่มต้นจากการที่เราจ่ายค่าสมาชิก 200 บาทต่อปี หรือ 2000 ตลอดชีพ พรรคก่อตั้งโดยสมาชิก ไม่ได้ก่อตั้งโดยนายทุน สมาชิกทั้งหมดร่วมกันเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน ซึ่งเรารู้สึกยอมไม่ได้เมื่อเห็นว่าคนเพียงไม่กี่คนที่จะตัดสินยื่นยุบพรรค เราจำเป็นต้องรักษาสิทธิ์​ในฐานะสมาชิกที่เป็นเจ้าของพรรค ในการฟ้องกกต. หากศาลรัฐธรรมนูญ​ตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ 

"เมื่อเรารู้สึกยอมไม่ได้ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่จากทั่วประเทศ ได้มีการประสานผ่านศูนย์ประงานทั้ง 77 จังหวัด​ ในการเคลื่อนไหวเพื่อชี้ให้เห็นว่า เผด็จการไม่สามารถล้มล้างประชาธิปไตย​ได้ เมื่อประชาชนยืนหยัด 6 หมื่นกว่าคนที่เป็นสมาชิกและอีกกว่า 6 ล้านเสียง ที่เลือกพรรคอนาคตใหม่เข้าสภา จะไม่ยอมจำนนโดยเด็ดขาด หากมีการยุบพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้น" 

นางพยอม กล่าวว่า ในฐานะสมาชิกพรรคเห็นว่าการกระทำดังกล่าวของกกต. ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้กับพรรคในฐานะนิติบุคคล​ แต่ยังสร้างความเสียหายให้กับสมาชิกพรรคในฐานะบุคคลธรรมดา​ ที่สูญเสียค่าใช้จ่ายจากค่าสมาชิก และสูญเสียเวลาอันประเมินค่าไม่ได้จากการทำงานให้กับพรรคในฐานะอาสาสมัคร ในที่ประชุมจึงมีมติพ้องต้องกันว่า จะให้สมาชิกพรรคอนาคตใหม่จากทั่วประเทศร่วมกันฟ้องร้องต่อกกต. เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ โดยมีคำฟ้องกลางที่สมาชิกสามารถ​ดาวน์โหลด​ นำไปพิมพ์​ชื่อในคำฟ้องด้วยตนเอง ทั้งนี้มีทนายอาสาสมัคร​ซึ่งเป็นสมาชิก​พรรค อาสาที่จะเป็นทนายให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย กิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่สัปดาห์​หน้าเป็นต้นไป

ด้าน นายพร้อมสิน บุญจันทร์ สมาชิกพรรคอนาคตใหม่กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยหากมีการยุบพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้น เพราะเห็นได้ชัดเจนว่าการยื่นยุบพรรคอนาคตใหม่ เป็นการกลั่นแกล้ง​ทางการเมือง​อย่างชัดเจน หากมีการยุบพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นจริง แม้เราไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์​ศาลรัฐธรรมนูญ​ได้ แต่เรามีสิทธิ์​ที่จะปกป้องพรรคในฐานะ​ที่เป็นสมาชิก เพราะสมาชิกเป็นเจ้าของพรรคร่วมกัน เมื่อพรรคถูกเล่นงานด้วยกฎหมาย เราจึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายในการฟ้องร้องกกต.เช่นเดียวกัน เราคิดว่าหากพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ตนในฐานะสมาชิกพรรคเป็นผู้เสียหาย และกกต.จำเป็นต้องรับผิดชอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การฟ้องร้องดังกล่าวกระทำการในฐานะสมาชิกที่ได้รับความเสียหายที่เกิดจากการกระทำของกกต.​ โดยไม่เกี่ยวกับทางพรรคแต่อย่างใด​ นอกจากนี้สมาชิกพรรคอนาคตใหม่ระบุว่า เมื่อแบบฟอร์ม​ดาวน์โหลด​ในการฟ้องกกต.ออกมาแล้ว จะแจ้งให้ทราบต่อไป

สธ.แถลงพบบุคคลากรทางการแพทย์ไทยติดเชื้อไวรีสโคโรนา 19 รายแรก เป็นหญิงอายุ35ปี

 

15 ก.พ.63 - นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา19 ณ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ)  ว่า สาระสำคัญคือ ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 ได้กลับบ้านอีก 1ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนอายุ56ปี ทำให้ยอดกลับบ้านมีจำนวน 14 ราย  แต่ล่าสุดได้พบผู้ป่วยที่ยืนยันการติดเชื้อรายใหม่  เป็นหญิงไทยอายุ 35ปี เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ มีประวัติ สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ปวยที่รักษาตัวโรคติดเเชื้อโคโรนาไวรัส ที่ไม่ใช่สถาบันบำราศนราดูร  และผู้ป่วยรายใหม่นี้อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ที่เข้าข่ายติดตามเฝ้าระวังซึ่งเกิดอาการมีไข้ เลยนำตัวไว้ห้องแยกโรค ตรวจหาเชื้อ ผลออกมาเป็นบวก จึงรับไว้รักษา 

ส่วนสาเหตุที่ติดเชื้อเนื่องจาก ผู้ป่วยรายใหม่นี้ เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ ได้สัมผัสผู้ป่วย ซึ่งปกติมีความเสี่ยงมากกว่าประชาชนทั่วไป ซึ่งสธ.ได้มีการคติดตามตรวจ บุคคลากรทางการแพทย์อื่นๆอีก  24 ราย แต่ไม่พบเชื้อ ไม่มีอาการป่วย ประกอบกับผู้ป่วยรายใหม่ อาศัยอยู่ลำพังคนเดียว จึงไม่มีผู้สัมผัสในครอบครัวเพิ่มเติม  

"เมื่อเจอผู้ป่วยรายหนึ่งจะมีการสำรวจ การสัมผัสคนรอบช้าง และจะถูกนำมาแยก และติดตามผล ผู้ป่วยรายนี้ ที่เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ มีผู้ใกล้ชิด 24ราย ซึ่งการตรวจและติดตาม ไม่พบผิดปกติ แต่เราจะติดตาม 14วัน  และเมื่อเราสอบสวนข้อมูลเชิงลึก พบว่าผู้ป่วยรายใหม่ ไม่สวมใส่หน้ากากขณะปฎิบัติงาน สะท้อนว่าการป้องกันโรคติดเชื้อใน รพ.อาจไม่เข้มแข็ง  และนี่อาจเป็นการป้องกันรายบุคคลที่ไม่ดีพอ  สังเกตุได้จากอีก 24 คนไม่เป็นไร แต่คนนี้อาจได้รับเชื้อทางใดทางหนึ่ง จึงขอให้แพทย์ บุคคลากรทางการแพทย์ที่มีความเสี่ยงสูงระมัดระวังป้องกัน  โดยกระทรวงสาธารณสุข  ได้กำชับจะมีหนังสือสั่งการสถานพยาบาลรัฐเอกชน อบรมเข้ม จัดร่วมกัน ชมรมโรคติดเชื้่อโรงพยาบาลในประเทศไทย "

นพ.สุวรรณชียกล่าวอีกว่า การติดเชื้อของบุคคลากรทางการแพทย์ เกิดขึ้นแล้วกับประเทศจีน  จากรายงานคณะกรรมการสุขภาพจีน เมื่อวันที่ 14ก.พ. พบว่าตั้งแต่เริ่มต้นของการระบาดไวรันโคโรนา 19 จนถึงวันที่  11ก.พ. จีนมีบุคคลาแพทย์ 1,716 รายที่ติดเชื้อ คิดเป็น 3.8 %ของผู้ติดเชื้่อทั้งหมดของจีน และมีบุคคลากรแพทย์เสียชีวต 6ราย คิดเป็น 0.4 % ของผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตของจีน  ดังนั้น สธ.กรมควบคุมโรค กรมการแพทย์ ชมรมป้องกันผู้ติดเชื้อรพ.ในประเทศ จึง เน้นให้รพ.ดำเนินมาตรการป้องกันผู้ติดเชื้อจากผู้ป่วยอย่างเคร่งครัด และขอให้ลบุคคลากรทุกระดับ และทุกสถานพยาบาล ที่ดูแลป่วยไวรัสโคโรนา 19    ต้องจัดให้มีอุปกรณ์ดูแลตนเองที่เหมาะสม รวมถึงรพ.เองก็ต้องมีอุปกรณ์ และระบบป้องกันการติดเชื้อ ที่เหมาะสม และทบทวนระบบป้องกันอย่างสม่ำเสมอ สธ.จะมีการอบรมการป้องกันติดเชื้่ออีกครั้ง ในวันที่  17 ก.พ.โดยเน้นสถานพยาบาลที่มีสถานที่ท่องเที่ยว ให้ดำเนินการป้องกันอย่างเคร่งครัด  ตลอดจนสถานพยาบาลทุกระดับไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือเอกชน ก็ต้องดำเนินมาตรการเคร่งครัดด้วยเช่นกัน 

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ และโฆษกของสธ. กล่าวว่า หลังจากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ ที่เป็นบุคคลากรทางการแพทย์ ทางสธ.จะมีการทำวีดีโอคอนเฟอร์เร้นซ์ประชุม แพทย์ และรพ.ต่างๆ ในวันจันทร์ที่  17 ก.พ.นี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญที่สุดของ บุคคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าการต่อสู้เชื้อโรคและ เพื่อซักซ้อมความเข้าใจ การทำงาน ซึ่งขณะนี้เรามีกำลังคนทางการแพทย์ 2แสน ทั้งประเทศ ซึ่งมีตั้งแต่ระดับเวรเปลขึ้นไปที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันโรค และการยกระดับรับมือกับ ของสธ.ต้องทำงานล่วงหน้า เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ ในการเปลี่ยนระยะของโรค  เพื่อที่เราจะได้ก้าวหน้ารับมือได้  ดังนั้น   ขณะนี้ ผู้บริหารระดับสูงของสธ.เห็นว่าการทำงานของบุคคลากรทางการแพทย์ เหมือนกองทัพต่อสู้เชื้อโรค จึงได้เสนอให้มีการตั้งงบฯกลางตอบแทนทางการแพทย์ บุคคลากรทางการแพทย์ ที่ปฎิบัติงานล่วงเวลาขณะนี้  เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจต่อไป 

นพ.สุวรรณชัย ยังรายงานความคืบหน้าผู้ป่วยหนัก 2ราย ที่นำพลาสมาของแท็กซี่ที่ติดเชื้อ และหายแล้ว ซึ่งถือว่ามีภูมิต้านทานโรคมาใช้กับ กับผู้ป่วยหนัก2รายดังกล่าวว่า จีนก็นำวิธีการนี้มาใช้ และอยู่ในกระบวนการรักษาไป ศึกษาไป   โดยผู้ป่วย 2รายนี้ เราได้ร่วมกับสภากาชาดไทย เอาพลาสมาคนที่หายแล้วไปรักษา พบว่าไม่ได้ทำให้อาการดีขึ้นชัดเจน  อาจจะมาจากเหตุผลว่า .พลาสมาที่นำมาใช้ยังไม่รู้ภูมิคุ้มกันอยู่มากน้อยแค่ไหน และการใช้พลาสมา ที่เคยติดเชื้อ ยังไม่เคยมีรายงานผลการรักษามาก่อน  แต่เพื่อประโยชน์สูงสุดผู้ป่วย  ขณะนี้ จึงได้นำเครื่องเอ็กโม่ หรือปอดเทียม มาใช้กับผู้ป่วยอาการหนัก   เพื่อให้ระดับออกซิเจนในเลือดสูงขึ้น และเพื่อให้ผู้ป่วยมีเวลาฟื้นตัวรักษาตัวเอง  ขณะเดียวกัน เราก็ไม่นิ่งนอนใจ ขณะนี้ได้มีการนำเข้ายาหลายตัวที่มีการขึ้นทะเบียนในต่างประเทศ แต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนบ้านเรา สั่งนำเข้ามาใช้รักษาผู้ป่วย ในรายที่มีอาการหนัก ยาจะมาถึงได้วันนี้  ยาดังกล่วเป็นกลุ่มต้านไวรัส  รักษา ฟลาวิราเวียร์ หรือเป็นยาที่ใช้การรักษาระดับที่สอง หลังจากใช้ยารักษาอาการระดับแรกแล้วไม่ได้ผล.

 
 

16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

หน้าหนึ่ง ไทยโพสต์

อัปยศกดดันศาล! 'ชาญวิทย์'นำทีมใช้โซเชียลห้ามยุบอนาคตใหม่'ทอน'ขอบคุณ

ตามคาด ผุดอีเวนต์กดดันศาลรัฐธรรมนูญ "ชาญวิทย์" นำทีมรณรงค์แคมเปญห้ามยุบอนาคตใหม่ เหล่านักวิชาการชื่อดัง เซเลบ ร่วมลงชื่อเพียบ! เป้าหมายเพื่ออนาคตของประเทศต้องอยู่ในมือประชาชน ไม่ใช่คนแค่หยิบมือ "เฒ่าส้มหวาน" ชม "ธนาธร" มุ่งมั่นสูง กล้าชนกับต้นตอปัญหา มาเป็นทีม ส่วน "ทอน-ช่อ" ขอบคุณทันควัน "ภูมิธรรม" ร่วมแจม


บุคลากรแพทย์ไทย ติดเชื้อไวรัสโคโรนา

กระทรวงสาธารณสุขเผย บุคลากรทางการแพทย์ของไทยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 หลังดูแลผู้ป่วยโดยไม่สวมใส่หน้ากากขณะปฏิบัติงาน สะท้อนว่าการป้องกันโรคติดเชื้อในโรงพยาบาลอาจไม่เข้มแข็ง เตรียมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ประชุมแพทย์ และ รพ.ต่างๆ ในวันจันทร์ที่ 17 ก.พ.นี้ กำชับป้องกันเคร่งครัด ผงะ! ซูเปอร์โพลเผยประชาชนส่วนใหญ่กลัวปัญหาปากท้องมากกว่าโควิด-19


‘ผบ.ทบ.’จัดแถวกองทัพ! ส่งบิ๊กทหาร4ภาคริื้อใหญ่

"บิ๊กแดง” ส่งขุนพลบิ๊กทหารตระเวนพบ ผบ.หน่วย 4 กองทัพ ประเดิมอีสานที่แรก กำชับต้องดูแลลูกน้องให้ดี เน้นย้ำระบบสวัสดิการ-เข้มกู้เงินตามระเบียบข้อบังคับ ยึดหลักพอเพียง ไม่ฟุ่มเฟือย เสวนา รร.เสธ.ทบ. เชื่อเหตุกราดยิงจะเกิดขึ้นได้ยากหลังจากนี้ ยกทฤษฎีความขัดแย้งไปสู่การปฏิรูป ลดความกดดันจากปัญหาโครงสร้างที่ละเลยคุณธรรม-จริยธรรมจนสังคมป่วย


‘พปชร.’โวลั่น! ชนะเลือกซ่อม ทิ้งพท.เป็นทุ่ง

โค้งสุดท้ายเลือกตั้งซ่อมเขต 2 กำแพงเพชร "สนธิรัตน์" นำทีมพลังประชารัฐขอเสียงประชาชน โว "เพชรภูมิ" จะทิ้งห่างคู่แข่งกว่า 16,000 เสียง ส่วน "สมพงษ์-สุดารัตน์" นำทีมเพื่อไทยให้ชาวบ้าน "กาเปลี่ยนชีวิต" "เจ๊หน่อย" โจมตีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บัตรผู้สูงอายุ ไร้ประสิทธิภาพ

.......................................................................

16 กุมภาพันธ์ 2563

โดย นายยั้งคิด

 

กลับไปที่ www.oknation.net