วันที่ พุธ กุมภาพันธ์ 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

โปรดสร้างที่จอดรถให้ใช้ด้วยความสบายใจเถิดครับ


โปรดสร้างที่จอดรถให้ใช้ด้วยความสบายใจเถิดครับ

สมัยนี้หน่วยงานต่างๆ ได้อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้รถกันพอสมควร โดยสร้างอาคารหรือสถานที่จอดรถไว้ให้ใช้โดยเฉพาะ

แน่นอนครับ อาคารจอดรถเหล่านี้มีทั้งประเภทที่ให้บริการฟรี หรืออาจเก็บเงินตามระยะเวลาที่กำหนดให้จอดก็ได้

กรณีที่มีอาคารหรือที่จอดรถชั้นเดียวนั้น ไม่ค่อยสร้างความลำบากให้แก่ประชาชนผู้ใช้รถยนต์มากเท่าไรหรอกครับ

 

แต่ประเภทมีที่จอดรถหลายชั้นนั้น หลายท่านอาจมีปัญหาหรือรถยนต์บางคันอาจมีปัญหา ซึ่งอาจแยกกล่าวได้ ๒ ประเภท

ประเภทแรก เป็นประเภทที่ต้องขับวนขึ้นไปโดยไม่มีที่พักระหว่างชั้น กล่าวเฉพาะที่ผู้เขียนเคยไปใช้บริการในระยะหลังๆ และเท่าที่จำได้  เช่น อาคารเดอะไนน์ทาวเวอร์ส (The 9 Towers) รัชดาภิเษก และที่โรงพยาบาลราชวิถีนั้น ผู้เขียนใช้บริการครั้งเดียวแล้วไม่กล้าไปใช้อีก เพราะกลัวเบียดหน้าเบียดหลังและไม่มีที่หยุดพักหายใจครับ

 

รถที่มีเซ็นเซอร์หน้าหลังอาจพอช่วยได้ เพราะเซ็นเซอร์จะช่วยบอกระยะความห่างของตัวรถกับขอบทางวิ่ง ปัจจุบันผู้เขียนใช้รถยนต์ไฟฟ้าซึ่งไม่มีเซ็นเซอร์หน้าและไปติดเพิ่มก็ไม่ได้ เพราะการต่อไฟฟ้าเข้าระบบของรถนั้น ทำให้ประกันขาดได้

อีกประการหนึ่ง ประเภทที่ต้องขับวนนี้ รถยนต์ไฟฟ้าได้เปรียบนิดหนึ่งเพราะเครื่องไม่ดับง่ายเหมือนรถยนต์ใช้น้ำมัน ซึ่งหากเครื่องดับลงก็น่าเสียวไส้แทน เพราะตอนสตาร์ทรถใหม่และเดินหน้าใหม่ น่ากลัวรถยนต์ไหลลงพอสมควร

ครับ คราวนี้มาพบกับอาคารจอดรถแบบหลายชั้นที่มีที่พักระหว่างชั้น บางแห่งก็น่ากลัวเช่นกันครับ หากออกแบบทางเลี้ยวขึ้น-ลงไว้แคบเกินไป

ผู้เขียนขออนุญาตไม่ยกตัวอย่างของเอกชนก็แล้วกันเพราะกลัวจะถูกเขม่น อิอิอิ แต่ก็ยกตัวอย่างของวัด เพราะพระท่านมีเมตตาธรรมสูง ให้อภัยผู้เขียนได้

ตัวอย่างที่ยกเป็นอาคารที่จอดรถของวัดชลประทานรังสฤษฏ์ ท่านที่ไม่เคยไปคงไม่ทราบว่าที่วัดชลประทานฯ ได้สร้างที่จอดรถใหม่ใหญ่โต รองรับรถยนต์อุบาสกและอุบาสิกาได้เป็นจำนวนมาก

 

แต่สถาปนิกผู้ออกแบบทางขึ้น-ลงในขอแต่ละชั้นนั้น ออกแบบเพื่อประหยัดพื้นที่ละกระมัง แคบครับ แคบจนรถหลายคันฝากสีไว้กับขอบทางขึ้น-ลงนี้เกือบทุกชั้น ชั้นละหลายๆ สี


หลายคนไปวัดแทนที่จะได้บุญกลับบ้าน แต่กลับได้รับความทุกข์กลับมาเพราะต้องส่งรถไปซ่อมสีจากการที่รถไปเบียดขอบทางขึ้น-ลง

ผู้เขียนเคยขึ้นไปจอดบนอาคารจอดรถเพียงหนเดียวแล้วก็ไม่กล้าขึ้นไปจอดอีก แม้จอดรถข้างล่างแล้วต้องเดินไกลก็ยอม เพราะไม่อยากแบกทุกข์กลับบ้าน

หากทางวัดจะเมตตาขยายทางขึ้น-ลงซึ่งผู้เขียนเห็นว่าน่าจะทำได้ ให้ทางขึ้น-ลงกว้างขึ้นอีกนิดหนึ่ง ก็จะช่วยจูงใจให้ประชาชนเข้าไปใช้บริการมากขึ้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของวัดไม่ต้องไปบอกให้เจ้าของรถขึ้นไปจอดบนอาคาร

คราวนี้มาดูข้อกำหนดของการก่อสร้างทางขึ้น-ลงของอาคารจอดรถตามกฎหมายกันบ้างว่าควรมีระยะห่างเท่าไร

ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง อาคารจอดรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๑  ข้อ ๑๕ ได้บัญญัติว่า “ทางลาดขึ้นลงสำหรับรถยนต์ระหว่างชั้นต่าง ๆ ลาดชันได้ไม่เกินร้อยละสิบห้า ทางลาดช่วงหนึ่ง ๆ ต้องสูงไม่เกิน ๕.๐๐ เมตร

ทางลาดที่สูงเกิน ๕.๐๐ เมตร ให้ทำที่พักมีขนาดยาวไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ เมตร เว้นแต่ทางลาดแบบเวียนที่ชันไม่เกินร้อยละสิบจะไม่มีที่พักก็ได้ ปลายทางลาดต้องปาดมุมยาวไม่น้อยกว่า ๒.๕๐ เมตร

ส่วนความกว้างของทางขึ้น-ลงของอาคารจอดรถนั้น ใช้ความกว้างของถนนเป็นเครื่องกำหนด คือหากเป็นทางที่รถสวนกันได้ ต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า ๖ เมตร และทางเดินรถทางเดียวต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า ๓.๕๐ เมตร

ที่สำคัญก็คือกฎหมายกำหนดไว้เป็นมาตรฐานขั้นต่ำเท่านั้น หากจะสร้างให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนดก็เป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ใช้มากขึ้น

สำหรับอาคารจอดรถของอาคาร The 9 Tower รัชดาภิเษก และของโรงพยาบาลราชวิถี หรือแม้แต่ของวัดชลประทานรังสฤษฏ์นั้น ผู้เขียนเข้าใจว่าคงเป็นไปตามเทศบัญญัตินั่นแหละครับ แต่จะสร้างความสบายอกสบายใจให้แก่ผู้ใช้หรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

อาคารที่จอดรถที่ได้ก่อสร้างไปแล้วโดยเฉพาะดังที่กล่าวแล้วคือที่อาคาร The 9 Tower รัชดาภิเษก และโรงพยาบาลราชวิถีนั้น ไม่อาจทำอะไรได้อีกแล้วละครับ ส่วนที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์นั้น หากจะปรับปรุงก็อาจทำได้ แต่ที่ผู้เขียนอยากเน้นก็คืออาคารจอดรถที่จะก่อสร้างขึ้นใหม่ครับ

ซึ่งนอกจากต้องปฏิบัติตามเทศบัญญัติอย่างเคร่งครัดแล้ว อยากให้คำนึงถึงความสะดวกและความปลอดภัยของผู้ใช้ด้วยครับ คนขับรถยนต์มีทั้งวัยรุ่น วัยกลางคนและผู้สูงวัย ซึ่งมีสภาวะการขับขี่ไม่เท่ากัน

ได้มีโอกาสคุยกับท่านสถาปนิกใหญ่ ศ. สมศักดิ์ ธรรมเวชวิถี ท่านให้คำแนะนำว่าการสร้างอาคารจอดรถนั้น ควรสร้างในลักษณะตามภาพ

ระยะตามที่แสดงไว้ข้างต้นนั้นเป็นระยะที่ต่ำสุด ซึ่งหากให้ใช้งานได้ดีต้องระยะ ๔.๐๐ - ๔.๕๐ เมตร

ท่านได้ให้คำแนะนำเพิ่มเติมว่า ในกรณีที่รถวิ่งสวนกันในทางลาด ไม่ควรมีเกาะหรือคันหินกั้นกลาง ควรใช้วิธีการตีเส้นสี จะช่วยในเรื่องการกะวงเลี้ยวที่ผิดพลาด ซึ่งจะไม่ทำความเสียหายกับรถยนต์ แต่ต้องระวังรถที่สวนทางมา

 

สุดท้ายท่านให้คำแนะนำว่าขนาดข้างล่างนี้เป็นขนาดมาตรฐานที่สามารถใช้งานได้สะดวก

 

ครับ ก็เป็นคำแนะนำที่ดีนะครับ ที่สำคัญอาจมีประโยชน์สำหรับห้างสรรพสินค้า เพราะหากสร้างอาคารจอดรถโดยมีทางขึ้นลงที่ไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย ลูกค้าคงต้องคิดแล้วคิดอีกว่าควรไปซื้อของที่ห้างสรรพสินค้านั้นหรือไม่ ในเมื่อมีทางเลือกอื่น

ผู้เขียนคนหนึ่งละที่ไม่พยายามไปใช้บริการ และคงมีอีกหลายท่านที่คิดอย่างผู้เขียน อย่างน้อยท่านก็เริ่มขาดลูกค้าตั้งแต่ยังไม่ได้เดินเข้าไปชมสินค้าแล้วละครับ

ดังนั้น อย่าประหยัดค่าก่อสร้างทางขึ้น-ลงอาคารจอดรถมากนักเลยนะครับ จะเสียลูกค้าไปเปล่าๆ

พุธทรัพย์ มณีศรี

โดย พุธทรัพย์

 

กลับไปที่ www.oknation.net