วันที่ อังคาร มีนาคม 2563

พิมพ์หน้านี้  |  ดูบล๊อกอื่นๆ ที่ OKnation

 

COVID Disruption


 

COVID Disruption

:::::::::::::::::::::::::::::::

.

คำว่า Disrupt แปลตรงตัวคือ “การหยุดชะงัก”

คำนี้ถูกใช้ในบริบทของ “การปฏิรูป” หรือ “การทำบางสิ่งเพื่อให้เกิดการพัฒนาสิ่งใหม่ๆ”

มันจึงถูกเชื่อมโยงเข้าสู่เรื่องของเทคโนโลยี อย่างเช่น Digital Disruption เป็นต้น

.

อะไรบ้างที่ถูก Disrupted?

.

ธุรกิจแบบมีหน้าร้าน (ออฟไลน์) ถูกแทนที่ด้วย ธุรกิจออนไลน์

หนังสือเล่ม ถูกแทนที่ด้วย หนังสือโหลด (อีบุ๊ก)

ช่องทีวี ถูกแทนที่ด้วย ช่องยูทูป และ ช่องเฟซบุ๊ก LIVE

การเรียนวิชาเฉพาะในสถานศึกษา ถูกแทนที่ด้วย การเรียนวิชาเลือกในระบบ e-Learning

แรงงานคน ถูกแทนที่ด้วย แรงงานปัญญาประดิษฐ์ (AI)

.

โลกเปลี่ยนแปลงเร็วจนมีคำกล่าวกันว่า

ยุคนี้ไม่ใช่ยุคของ “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก”

แต่เป็นยุคของ “ปลาไวกินปลาช้า”

.

แน่นอนว่า เราทุกคนต้องเปลี่ยนแปลงไม่ช้าก็เร็ว

หากคุณไม่เลือกเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วย “#ความจำนง”

โลกก็จะบังคับให้คุณเปลี่ยนแปลงด้วย “#ความจำใจ”

เป็นเช่นนี้เสมอตั้งแต่ “โลก” นี้อุบัติขึ้น

.

แต่เมื่อความเจริญของ “วัตถุ” กับ “จิตใจ” เติบโตแบบไม่สัมพันธ์กันจน “โลก” เสีย “สมดุล”

ก็ถึงเวลาที่ธรรมชาติจะ Disrupt ทุกสายพันธ์ในโลกนี้ใหม่ให้เข้าที่เข้าทาง

และการที่ไม่มี “ปลาไว” ตัวไหนจะ Disrupt ตัวเองได้ไวเท่า “ไวรัส” ตัวนี้

อาจเป็นความประสงค์ของธรรมชาติก็เป็นได้

.

ทุกชีวิตกำลังถูก COVID Disruption

มันเกิดมาเพื่อ Dis...ruption ทุกชีวิต

จึงต้องแก้ด้วย Dis...cipline ของทุกชีวิต

.

การถูก Disrupted โดยธรรมชาติในครั้งนี้

จะไม่มีชีวิตไหนได้ยืนอยู่ในจุดๆเดิมอีกต่อไป

วิธีที่คุณใช้รับมือกับ #วิกฤตการณ์ไวรัสถล่มโลก ในครั้งนี้

จะคัดกรองว่า “ปลาตัวไหน...จะตาย” และ “ปลาตัวไหน...จะโต”

.

นี่ไม่ใช่การ Disrupt กันในทาง “ข้อมูลข่าวสาร”

แต่โควิดทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า

เราจะรับมือกับความรวดเร็วของ “ข้อมูลข่าวสาร” และใช้มันแก้ปัญหาและทำให้ชีวิตดีขึ้นได้ยังไง

.

นี่ไม่ใช่การ Disrupt กันด้วย “เทคโนโลยี”

แต่โควิดทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า

“เทคโนโลยี” ที่เรามีตอนนี้พร้อมรับมือกับปัญหามากน้อยแค่ไหน

.

นี่ไม่ใช่การ Disrupt กันทาง “ธุรกิจ”

แต่โควิดทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า

“ธุรกิจ” จะอยู่รอดและเติบโตต่อไปได้อย่างไรและในรูปแบบใด

.

นี่ไม่ใช่การ Disrupt กันทาง “เชื้อชาติและวัฒนธรรม”

แต่โควิดทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า

ทุก “เชื้อชาติและวัฒนธรรม” จะเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่ออยู่รอดและก้าวหน้าร่วมกันได้อย่างไร

.

นี่ไม่ใช่การ Disrupt กันทาง “อาวุธ”

แต่โควิดทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า

หาก “อากาศ” ที่ใช้หายใจเต็มไปด้วยเชื้อโรค เราจะรอดจาก “อาวุธ” ทำลายล้างชนิดนี้ได้ยังไง

.

นี่ไม่ใช่การ Disrupt กันด้าน “การศึกษา”

แต่โควิดทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า

เราจะต้องเรียนรู้อะไรและจะเรียนรู้มันยังไง ทุกชีวิตจึงจะได้รับประโยชน์สูงสุดจาก “การศึกษา”

.

นี่ไม่ใช่การ Disrupt กันด้าน “การบริหาร”

แต่โควิดทำให้เราต้องตั้งคำถามว่า

เราจะ “บริหารจัดการ” ตัวเองและทรัพยากรที่มีจำกัดยังไงให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกชีวิตบนโลกนี้

.

เมื่อเลิก “ตระหนก” แล้วหันมา “ตระหนัก” ความจริงทุกความจริงที่ปรากฏตรงหน้า

คุณจะเห็นเหมือนที่ผมเห็นว่า

โควิด-19 มีด้านดีแฝงให้เห็นมากมาย

.

1. ทำให้คุณได้มีโอกาส “มีสติ” มากขึ้นผ่านการต้อง “กินร้อน ช้อนใครช้อนมัน อยู่ห่างกัน 2 เมตร”

.

2. ทำให้คุณได้มีโอกาส “รักตัวเอง” มากขึ้นด้วยการหันมาออกกำลังกายเพื่อสร้างภูมิต้านทานโรค

.

3. ทำให้คุณได้มีโอกาส “รักผู้อื่น” มากขึ้นผ่าน “การทำหน้าที่ของตนเอง” ทั้งทางตรงและทางอ้อมด้วยความเสียสละ

.

4. ทำให้คุณได้มีโอกาส “ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง” มากขึ้น เพื่อทำในสิ่งที่อยากทำ แต่ยังไม่ได้ทำ

.

5. ทำให้คุณได้มีโอกาส “ใช้เวลาอยู่กับคนรัก” มากขึ้น เพื่อทำในสิ่งที่ควรทำ แต่ยังไม่ได้ทำ

.

6. ทำให้คุณได้มีโอกาสฝึกฝนทักษะการแยก “ข่าวจริง” ออกจาก “ข่าวลวง” แยก “คนจริง” ออกจาก” คนลวง”

.

7. ทำให้คุณได้มีโอกาสฝึกฝนทักษะ “การมองโลกตามความเป็นจริง” เพื่อรับมือกับ “ความทุกข์” เพราะ “ทุกข์...มีไว้ให้รู้ ไม่ใช่มีไว้ให้...เป็น”

.

8. ทำให้คุณได้มีโอกาสในการเรียนรู้ธรรมชาติมนุษย์ เพราะธาตุแท้ของคนทุกคนไม่ว่าระดับไหนจะถูกแสดงออกอย่างชัดเจนในยามวิกฤต

.

9. ทำให้คุณได้มีโอกาส “ใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท” มากขึ้น เพราะโรคระบาดเกิดขึ้นได้กับคนทุกชนชั้น ไม่เลือก อายุ อาชีพ หรือเพศ

.

10. ทำให้คุณได้มีโอกาสฝึกฝน “การปล่อยวาง” และ “การให้อภัย” ซึ่งเป็น “คุณลักษณะ” ของคนที่มีใจสูง

.

11. ทำให้คุณได้มีโอกาสฝึก “การสละ” ไม่ว่าจะเป็น ทรัพย์สินเงินทอง, ข้าวของ หรือ ความสุขสบายส่วนตัว

.
12. ทำให้คุณได้มีโอกาสมอง “โลก” ใบนี้ผ่าน “โรค” ชนิดนี้ด้วย “ความเข้าใจ” และ “ความใส่ใจ” มากขึ้น

.

13. ทำให้คุณได้มีโอกาสเป็น “นักระบาดวิทยา” และ “นักมานุษยวิทยา” ไปพร้อมๆกัน

.

14. ทำให้คุณได้มีโอกาสฝึกฝนการกล่าวคำว่า “ขอบคุณ” ซึ่งเป็น “คุณลักษณะ” ที่สำคัญของคนที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

.

15. ทำให้คุณได้มีโอกาสเข้าถึง “ศักยภาพที่แท้จริง” ของตนเองว่าคุณจะสามารถใช้ “ขีดจำกัด” ของคุณเอาชนะ “ข้อจำกัด” ด้านต่างๆที่โรคสร้างขึ้นได้หรือไม่ (เช่น ต้องทำงานให้สำเร็จหรือหาเงินให้ได้จากที่บ้าน เป็นต้น)

.

16. ทำให้คุณได้มีโอกาสมองเห็นคุณค่าของ “เงิน” และฝึกฝน “นิสัยประหยัดอดออม” ให้เกิดขึ้น

.

17. ทำให้คุณได้มีโอกาสใช้ช่วง “กักตัว” (Social Distancing + Work@Home) เพื่อการโฟกัสทำบางสิ่งให้เสร็จจนเอาชนะ “นิสัยเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ” ได้สำเร็จ

.

18. ทำให้คุณได้มีโอกาสเจริญ “อานาปานสติ” (มีสติลมหายใจเข้าออก) เพื่อเรียนรู้ “เหตุผลแห่งการหายใจ” (Why ปราณ)

.

19. ทำให้คุณได้มีโอกาสเจริญ “มรณะสติ” (พิจารณาความตายเป็นนิตย์) ผ่าน “ความตาย” ที่เกิดขึ้นกับเพื่อนร่วมทุกข์

.

20. ทำให้คุณได้มีโอกาสฝึก “วินัย” ในตัวเองผ่านการทำทุกสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น

.

ปัญหาทุกอย่างในโลกนี้ล้วนเกิดขึ้นจาก “นิสัย” ที่ไม่มีประโยชน์

การ Disrupt ในครั้งนี้ ยาวนานพอให้เราทุกคน “สร้างนิสัยใหม่” ให้เกิดขึ้นได้

“นิสัยใหม่” ที่จะทำให้ “โลก” ใบนี้น่าอยู่กว่าเดิม

.

เมื่อไม่เปลี่ยนนิสัยตาม "โลก"

ก็ต้องเปลี่ยนนิสัยตาม "โรค"

จริงมั้ยครับ?

.

เมื่อยุคของ COVID Disruption มาถึง เช่นยุคนี้

จึงไม่ใช่ยุคของ “ปลาไวกินปลาช้า” อีกต่อไป

แต่เป็นยุคของ “ปลา” ทุกตัว...ที่ไม่ยอมจำนนต่อการเปลี่ยนแปลง

#ปลาที่ฝึกฝนตัวเองให้ว่ายทวนน้ำอยู่เสมอ

.

โควิดจะ “#วินาศ” แค่ทุกคนในชาติมี “#วินัย”

ความ “#เห็นแก่ตัว” จะหมดไป

เมื่อเราคนไทย “#เห็นแก่กัน”

#โควิดจะเก่งกว่าเราไม่ได้

.

ชอบกด Like ถูกใจกด Love

แบ่งปันสิ่งดีๆกด Share

.

.

Be Yourself…Enjoy Your Game

#โค้ชธนา

#Excellent_Habit_Coach

#Rakdee_Training

#ขอให้ผมช่วยได้อีกคน

โดย แมวเหมียวสิบชีวิต

 

กลับไปที่ www.oknation.net